0 Views

บทที่ 148 – ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (2)

 

เพลิงนิรันดร์เป็นสมบัติที่อยู่ในระดับที่น่าทึ่งอย่างมาก ลักษณะพิเศษที่มันสามารถจะเผาไปได้ตลอดกาลและพัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่องด้วยการดูดกลืนหลายๆสิ่งหลายๆอย่างเข้าไปเป็นพลังที่สมบูรณ์แบบ

ในตอนแรกที่ยูอิลฮานได้มา มันแค่อยู่ในระดับที่ ‘เพลิงที่ดีสำหรับตีเหล็ก’ แต่แล้วตอนนี้ล่ะ? มันได้ดูดกลืนบันทึกมาอย่างมาก ทั้งระดับและอุณหภูมิของไฟในตอนนี้ได้ขยายเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในตอนแรกสวรรค์ได้พิจารณาเป็นเวลานานกว่าจะมอบเพลิงนิรันดร์ให้กับยูอิลฮาน ในช่วงต้นของหายนะครั้งใหญ่ ตอนที่โลกได้เจอการท้าทายที่ไม่เคยคาดคิด หากว่าไม่ได้มียูอิลฮานก็คงจะมีอย่างน้อยสองสามประเทศที่หายไปด้วยซ้ำ

ถึงแม้แบบนั้นความสำเร็จของยูอิลฮานก็แค่พอที่ทำให้ได้รับอนุญาติให้เพลิงนิรันดร์ของสวรรค์ถูกส่งไปให้มือมนุษย์คนหนึ่ง คนที่ไม่รู้หลายต่อหลายคนก็ยังนับว่านี่มันเป็นรางวัลเพิ่มเติมชดเชยให้กับการที่ยูอิลฮานต้องอยู่คนเดียวเป็นพันปี

นอกจากนี้ยังมีเลียร่า เธอเป็นคนที่ผลักดันความคิดที่จะมอบเพลิงนิรันดร์ให้กับยูอิลฮานอย้่างแข็งขัน เธอทำท่าเหมือนกับว่าเธอจะปล้นคลังสมบัติของกองทัพสวรรค์ไปให้ยูอิลฮาน การได้รับเพลิงนิรันดร์มาเป็นรางวัลนี้จะนับว่าเป็นเพราะความพยายามของเลียร่าอย่างมากเลยก็ว่าได้

แต่ยังไงก็ตามแม้แต่ตัวเลียร่าเอง เธอก็ยังไม่คิดเลยว่ามันจะมาถึงสถานการณ์ที่มีมนุษย์คนหนึ่งปกครองเพลิงนิรันดร์ได้ด้วยสกิล

[หืม] (เอิลต้า)
[พวกเราทำอะไรกันอยู่? นี่มันเป็นประวัติการณ์เลยนะ… ถ้าเรื่องนี้ถูกพบเขา ฉันไม่คิดว่ามันจะจบลงแค่เขียนเอกสารส่งง่ายๆแน่] (เลียร่า)
[ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนมอบสกิลการปกครองให้เขาเป็นรางวัล เราก็ไม่เคยจะคิดมาก่อนเลยว่ามันจะมาถึงจุดนี้ สเปียร่า พวกเราจำเป็นต้องใช้ภูมิปัญญาที่ไม่สิ้นสุดจากประสบการณ์ที่มากมายของเธอ] (เอิลต้า)
[ช่วยเราด้วย สเปียร่า!] (เลียร่า)

ทูตสวรรค์สองคนนี้ได้เลือกจะพึ่งพาคนที่อยู่สูงกว่าเนื่องจากพวกเธอไม่สามารถรับมือกับยูอิลฮานได้ด้วยตัวเองแล้ว

สเปียร่าที่ถูกเรียกดูเหมือนจะตกไปอยู่ในความคิดของเธอก่อนจะลืมตาขึ้นมา

[หืม… มาดูกัน ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ล่ะก็] (สเปียร่า)
[โอ้ สมกับเป็นสเปียร่า] (เลียร่า)
[เราศรัทธาในความคิดของเธอนะ! น่าพึ่งพาจริงๆเลย!] (เอิลต้า)
[การอยู่กับยูอิลฮานทำให้ทูตสวรรค์สองคนนี้พังลงไปแล้วจริงๆ…] (สเปียร่า)

เลียร่ากับเอิลต้าได้ปรบมือออกมา ยูอิลฮานก็คิดว่าทำไมการที่เขายอมรับเพลิงนิรันดร์มาเป็ฯลูกน้องถึงเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ แต่ว่ามันดูเหมือนว่าสถานการณ์มันจะซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้ตอนแรกซะอีก

เลียร่าได้เริ่มเร่งสเปียร่า

[งั้น? ทำไงต่อล่ะ?] (เลียร่า)
[พวกเราไม่เคยเห็นสิ่งนี้] (สเปียร่า)
[…ว่าไงนะ?] (เอิลต้า)
[พวกเราไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไม่มีใครในโลกนี้ที่รู้ว่าเพลิงนิรันดร์ถูกมนุษย์ปกครองอยู่ กองทัพสวรรค์จะทำงานของเราอยู่เสมอ พวกเราก็ยังควรสนับสนุนยูอิลฮานให้สุดความสามารถของเรา] (สเปียร่า)

ทูตสวรรค์ที่พังลงไม่ได้จำกัดแค่เลียร่ากับเอิลต้าอีกต่อไปแล้ว

สีหน้าของทูตสวรรค์ได้แข็งทื่อไป สีหน้าพวกนี้ดูน่าตลกมาก และตามมาด้วยความขัดแย้งที่เต็มอยู่บนใบหน้าของพวกเธอ! สเปียร่าไดถามขึ้นราวกับจะตอกตะปูลงไป

[เลียร่าตอบฉันมานะ เพิ่งจะเกิดอะไรขึ้น?] (สเปียร่า)
[… ไม่รู้สิ มีอะไรหรอ?] (เลียร่า)
[เอิลต้า] (สเปียร่า)
[ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดอะไรกัน…?] (เอิลต้า)

จากนั้นทูตสวรรค์ทั้งสามคนก็หันมาจ้องยูอิลฮาน ดวงตาที่สิ้นหวังของทูตสวรรค์ที่ปฏิเสธในความเป็นจริงและยูอิลฮานก็ได้มองออกไปกลางอากาศด้วยจิตใจที่สับสน

[ยูอิลฮาน ตอนนี้นายกำลังทำอะไรอยู่นะ? ไปทำกับดักแห่งการทำลายได้แล้ว ฉันจะเพิ่มมานาโพชั่นอีก 30 ขวดให้ ดังนั้นเริ่มทำมันได้แล้ว] (สเปียร่า)
“งั้นนี่คือเธอจะปิดปากฉันด้วยสินบนงั้นสิ…”
[สินบนอะไรกัน! ฉันไม่รู้นะว่านายกำลังพูดอะไร นายจะเต็มใจทำงานป่ะถ้าฉันให้นายเพิ่มอีก 20 ขวด?] (สเปียร่า)
“…นั่นแหละ! ฉันจะเริ่มเดี๋ยวนี้เลย!”

เขาก็อยากจะอยู่เฉยๆนะ แต่ว่าพวกเธอได้เสนอโพชั่นเพิ่มอีก 50 ขวด มันเป็นการแลกเปลื่ยนที่ยอดเยี่ยมเกินต้านทานเกินไป! ยูอิลฮานได้หยิบก้อนฮาร์คาเนี่ยมมาจากองในที่ทำงานของเขาและวางมันลงไปในเตาเผาทั้งๆที่ฮัมเพลงไปด้วย

และดังนั้นงานที่แสนสนุกก็ได้เริ่มต้น

เขาได้มีประสบการณ์มามากแล้วจากการสร้างกับดักแห่งการทำลายในครั้งก่อน แน่นอนว่าในครั้งนี้สถานการณืมันก็ต่างกันอยู่ และพิมเขียวที่เขาได้มาก็ยังมีส่วนสำคัญที่ต่างก็ไปเหมือนกัน

“งั้นนี่มันจะช่วยเสริมพลังให้กับกับดักแห่งการทำลายอันเก่าที่กระจายอยู่ทั่วโลกงั้นสิ”
[ตอนนี้นายก็วิเคราะห์มันได้แล้ว… นายพูดถูก เพื่อที่จะให้ดักจับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งได้มากขึ้น สิ่งที่คุณทำจะเรียกว่าเป็นตัวอัพเกรดให้กับดันเจี้ยนใกล้ๆก็ว่าได้]

กับดักแห่งการทำลายอันเก่าที่ยูอิลฮานทำมันจะสามารถเสริมพลังให้กับกับดักแห่งการทำลายใกล้ๆ แต่ว่าหากเปลื่ยนแปลงคุณสมบัติของมานาไป สิ่งที่เขาจะทำมาในคราวนี้มันก็มีศักยภาพมากพอที่จะอัพเกรดดันเจี้ยนใกล้ๆทั้งหมดได้ในระดับหนึ่ง

และอันที่สร้างขึ้นจากวัสดุหายากมันก็จะเป็นในเวอร์ชั่นสูงที่สามารถดักจับคลาส 3 กับคลาส 4 ได้โดยไม่มีปัญหาได้เลย

[พวกเขาได้แย้งกันว่าเราไม่อาจจะมอบของพวกนี้ไปให้กับทุกๆโลกได้ ถ้าหากดันเจี้ยนแบบนี้ไม่ได้ถูกกระจายไปทั่วโลก พวกเขาก็อาจจะจบลงอย่างดาเรย์ในสักวัน แม้ว่าที่ดาเรย์จะที่หนักหนากว่าที่อื่นๆกตามที] (เลียร่า)
“แค่มังกรสิบตัวบนโลกมันก็ทำให้ฉันตกใจได้แล้ว”

แม้จะมองย้อนกลับไปจากตอนนี้ เขาก็ไม่มีความคิดเลยว่าเขาจะไปเอาชนะมอนสเตอร์ที่น่ากลัวพวกนี้ได้ยังไง เขาคิดว่าเขาไม่อาจจะปล่อยให้โลกเป็นแบบนั้นได้

เพราะแบบนี้

“ฉันขอแก้พิมพ์เขียวนิดนึงได้ป่ะ?”
[หืม?] (เลียร่า)
“พวกเธอใช้ภาษาสวรรค์ แต่ว่าเธอไม่ได้ใช้ภาษาของมังกรหรือภาษาของเอลฟ์โบราณนี่ ถ้าพวกเราใช้พวกนั้นด้วย ถึงแม้ว่ามันจะกินมานามากขึ้นนิดหน่อยในระหว่างการหัตถกรรมมานา แต่ฉันก็คิดว่าเราก็น่าจะเพิ่มผลของมันและลดโอกาสในการพังลงดันเจี้ยนได้”
[นายไม่คิดว่านายแปลกมากๆเลยหรอที่สามารถเอามันมาใช้ได้น่ะ?] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้คิดเรื่องนี้อยู่แว๊บหนึ่งก่อนที่จะหยักหน้ารับในที่สุด

[พวกเราฝืนให้นายผลิตมันขึ้นมาเองดังนั้นมันคงจะไม่ดีแน่หากเราไม่ให้อิสระนายเลย… ยังไงก็ตามต้องทำการทดลองก่อน นายจะทำตัวอย่างแรกมาได้ไหม? พวกเราจะให้คำอนุญาตินายอย่างเป็นทางการเม่อเราได้ทดลองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันในโลกชั้นสูงแล้ว] (สเปียร่า)
“แน่นอนว่าได้สิ”

จากนั้นยูอิลฮานได้ปรับแต่งพิมพ์เขียวในทันที เขาได้ดึงเพลิงนิรันดร์จำนวนหนึ่งขึ้นมาบนนิ้วและวางมันลงไปบนพิมพ์เขียวเพื่อวาดเส้นเล็กๆขึ้นจากการเผามัน จากภาพนี้มันเห็นได้ชัดว่าเขาควบคุมเพลิงนิรันดร์ได้อย่างใจคิดแล้ว

“เสร็จล่ะ”
[หืม ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย เราจะไม่มีทางรู้ผลมันเลยหากไม่มีตัวอย่าง] (สเปียร่า)
“รอเดี๋ยวนะ”

ยูอิลฮานได้ฮัมเพลงหยิบค้อนขึ้นมา เขาได้ละลายฮาร์คาเนี่ยมลงไปและทำมันขึ้นมาใหม่เป็นลูกบาศก์ ต่อจากนั้นเขาได้เสริมองค์ประกอบที่จำเป็นในกับดักแห่งการทำลายลงไป

เขาได้ทุบค้อนและสกัดมันขณะที่คุยกับเพลิงนิรันดร์ไปด้วย และการขึ้นรูปและสลักมันได้จบลงในเวลา 40 นาที ซึ่งเป็นสถิติใหม่

“ตอนนี้มันก็เร็วขึ้นแล้ว ฉันเล็งไว้ว่าจะต้องใช้เวลา 15 นาที”
[ไม่ใช่มนุษย์แล้ว] (สเปียร่า)
[มาทำหัตถกรรมมานาเถอะ มีทูตสวรรค์คลาส 6 อยู่สองคนดังนั้นมันไม่จำเป็นต้องใช้ทูตสวรรค์ถึงสามคนแล้ว] (เลียร่า)

หัตถกรรมมานาได้เสร็จอย่างรวดเร็วเหมือนกับย่างถั่ว เนื่องจากว่านี่เป็นอันตัวอย่างทำให้พวกเขาไม่ได้ใช้ในวัสดุที่หากยาก แต่ว่าหากเขาใส่ส่วนเสริมอื่นๆลงไปใครจะรู้ล่ะ?

[สกิลเอนชานท์วิญญาณได้เพิ่มเลเวลเป็น 25]

“เสร็จแล้ว”

ยูอิลฮานได้ยื่นมันให้กับพวกเธอด้วยรอยยิ้ม ทูตสวรรค์ได้มองมาที่กับดักแห่งการทำลายและอุทานออกมา

[ฉันรู้สึกได้ถึงพลังของมันเลย ถ้าหากเป็นคลาส 4 ที่ไร้สติปัญญามันก็อาจจะมาติดกับได้เลย] (สเปียร่า)
[หัตถกรรมมานาของฉันก็ยังเลเวลเพิ่มขึ้นเหมือนกัน…] (เอิลต้า)
[สเปียร่า รีบๆทดสอบมันเร็วๆสิ] (เลียร่า)
[ถ้างั้นฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ถ้าการทดสอบมันสำเร็จด้วยดู พิมพ์เขียวนี้ก็จะถูกยอมรับอย่างเป็นทางการ] (สเปียร่า)
[ฉันไม่คิดว่าจะมีใครที่ทำมันได้นอกจากยูอิลฮษนอีกแล้ว… ชั่งมันเถอะ ไว้เจอกันล่ะกัน] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้ยืดแขนออกมาหลังจากที่ยืนยันว่าสเปียร่าไปแล้ว มันไม่ใช่ว่าเขาเหนื่อย แต่ว่าการที่เขายังค้องทำมันอีกนับร้อยอันมันมีแต่ที่เขาจะต้องทำตัวให้ใจเย็นลงจากอาการตื่นเต้น

จริงๆแล้วตอนนี้เขารู้สึกว่าเขากำลังเอาชีวิตไปเล่นพนันอยู่

เหตุผลที่เขาใช้เอนชานท์วิญญาณกับกับดักแห่งการทำลายก็แน่นอนว่าเป็นการเสริมพลังให้มัน แต่ว่าเขาทำมันโดยที่ไม่บอกกับทูตสวรรค์ พวกเธอกระทั่งไม่คาดคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นได้ดังนั้นเขาก็เลยไม่จำเป็นจะต้องบอกพวกเธอ และหากว่าพวกเธอรู้ว่าเขาพยายามจะทำแบบนี้ พวกเธอก็อาจจะรีบหยุดเขาด้วย

ถ้างั้นในตอนนี้สิ่งี่เขาพยายามจะทำด้วยกับดักแห่งการทำลายคือ

เขาได้หลับตาลงเล็กๆและเรียกบันทึกที่เขาต้องการออกมา เป็นเป็นเงื่อนไขในการวิวัฒนาการสกิลที่อยู่ในเลเวลสูงสุดของเขา

[เงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลภาษา]
[หินพลังเวทย์คลาส 3 24,498/1,000 ก้อน]
[หินพลังเวทย์คลาส 4 22/100 ก้อน]
[หินพลังเวทย์คลาส 5 0/1 ก้อน]
[บักทึกแห่งโลก 7/100]

“ถ้างั้นของพวกนั้นก็ยังไม่ทำงานสินะ”

เป็นสกิลภาษานั่นเอง หนึ่งในสกิลที่ช่วยเขาในเวลาที่เขาไม่คาดคิด อย่างตอนที่ทำการอัพเกรดกับดักแห่งการทำลาย

[อิลฮาน มีอะไรหรอ?]
“อ่า ฉันแค่สงสัยว่าบันทึกแห่งโลกมันหมายความว่าอะไรน่ะ”
[มันค่อนข้างคลุมเครือนะ แม้อย่างนั้นความต้านทานต่อโลกใหม่ๆก็จะเพิ่มขึ้นตามการที่นายไปโลกอื่นๆมากขึ้น แต่ฉันก็ไม่ได้รู้อะไรเรื่องนี้มากนักเลย](เลียร่า)
[ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมาได้ยินคำพูดนี้จากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ] (เอิลต้า)

ในตอนแรกที่เขาได้มองดูเงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลภาษา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนมันมากเนื่องจากว่าหินพลังเวทย์คลาส 4 กับคลาส 5 มันเป็นเรื่องมากสำหรับเขาในตอนนั้น แต่ว่าหากสกิลขั้นสูงต้องใช้เงื่อนไขแบบนี้ เขาก็สงสัยว่ามันจะมีความสามารถแบบไหนกันนะ

สิ่งที่ดึงความสนใจของเขาไปมากที่สุดมันก็คงเป็นเงื่อนไชช้อสุดท้าย บันทึกแห่งโลก เขาเดาว่าเขาน่าจะได้บันทึกมันมาจากโลกอื่นๆรวมไปถึงโลกเขาด้วย ยังไงก็ตามเขาก็ไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าเขาจะไปเอาบันทึกมาจากโลกหนึ่งร้อยดวงได้ยังไง

การใช้ชีวิตบนโลกทำให้เขาได้รับบันทึกแห่งโลก และการฆ่าจอมเวทย์คลาส 4 เขาก็ได้รับบันทึกของโลกที่จอมเวทย์คนนั้นมา และได้รับของดาเรย์จากการไปที่นั่น ไคโรก็จากการปะทะกันและฟีราต้าก็จากการไปที่นั่น

นับดูก็ห้าแห่งแล้ว และอย่างที่หกคือโลกชั้นสูงลูฟีเอร่าที่เราเพิ่งจะกลับมา เหตุผลที่เขาขอเลียร่าเอาหญ้าบางส่วนมาด้วยก็เพราะแบบนี้

แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับอนุญาติในตอนท้าย แต่การได้รับชัยชนะมาในโลกนั้นและปรากฏการธรรมชาติต่างๆที่เขาได้เจอก็ทำให้เขาได้รับบันทึกแห่งโลกมา

ที่เหลืออีกอย่างมันน่าทึ่งมาก มันคือบันทึกของโลกที่ถูกทิ้งที่ลูกน้องของเขาไปนั่นแหละ น่าจะเพราะสิ่งที่ลูกน้องของเขาทำ การที่เชื่อมต่อกับเขาด้วยสกิลปกครองทำให้เขาก็ได้บันทึกมาด้วย

แม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดอะไรมากในตอนรู้เรื่องนี้ แต่ว่าในตอนที่เลียร่าขอให้เขาสร้างกับดักแห่งการทำลายมาใช้บนโลกอื่น เขาก็ได้คิดบางอย่างขึ้นได้

และจากนั้นเมื่อเขารู้ถึงการใช้สกิลการปกครองผสานกับสกิลเอนชานท์วิญญาณทำให้เขาวางแผนขึ้นันที

ด้วยสิ่งนี้มันก็เป็นไปได้แล้ว หากว่ากับดักแห่งการทำลายมีวิญญาณลูกน้องเขาอยู่ข้างในมันก็จะเป็นไปได้ที่เขาจะได้รับบันทึกของโลกที่กับดักแห่งการทำลายถูกใช้ขึ้นมา!

เขาได้นำความคิดนี้มาทดลองทันทีโดยไม่ลังเล และมันก็เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้นสิ่งที่เหลือในตอนนี้ก็คือการรอ

[ผู้ใต้บังคับบัญชางูยักษ์ได้ดูดซึมส่วนหนึ่งของบันทึกโลกระดับสูงเอลเทียฟา]
[บันทึกแห่งโลก 8/100]

ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นทันที มันดูเหมือนว่าการเดิมพันของเขาจะประสบความสำเร็จแล้ว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel