0 Views

บทที่ 147 – ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (1)

ยูอิลฮานกับผู้เข้าร่วมจากโลกได้กลับโลกไปในทันทีที่การต่อสู้แข่งขันจบลง เนื่องจากเวลาในการแข่งขันมันสั้นอยู่แล้วทำให้เวลาผ่านไปไม่กี่วัน โลกก็ค่อนข้างสงบดีซึ่งขัดกับความคิดของยูอิลฮานที่คิดว่ามันจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้น

อันที่จริงมีขบวนพาเหรดมาต้อนรับยมทูตกับลูกลูกน้องของเขาที่นำชัยชนะกลับมา! แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย เขาแค่เอียงหัวอย่างสงสัย

“แปลกแหะ มันไม่เห็นมีเหตุการณ์อย่างการลักพาตัวนายูนาหรือสงครามพวกของกลุ่มสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเลย แปลกจริงๆเลย”
[ถ้าทุกอย่างมันเกิดขึ้นตามที่นายคิดล่ะก็เราคงไม่ได้มีชีวิตมาจนถึงตอนนี้หรอก] (เอิลต้า)

แม้ว่าเขาจะกลับไปโลกหลังจากยืนยันว่านายูนาข้ามไปฝั่งโลกแล้วก็ตาม แต่เขาก็ผิดหวังเล็กๆที่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

“ใจดีจังเลยนะ คุณปฏิเสธฉันเสมอแต่จริงๆคือชอบฉันใช่ไหม ใช่ไหมล่ะ?”
“ไม่เลย ต่อให้มีพรุ่งนี้จะเกิดหายนะอะไรมันก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น”
“ว้าว คุณกำลังเขินแน่ๆ”

นายูนาได้เข้าใจเจตนาของเขาผิดไปแล้ว! ยูอิลฮานได้ผลักเธอออกไปอย่ารำคาญและโบกมือให้กับฝูงชนที่มาต้อนรับเขา

การโบกมือของเขามีความหมายที่ซ่อนอยู่ที่สื่อถึง ‘ฉันขอบใจนะที่มาต้อนรับกันแต่ว่าฉันหวังให้พวกนายหายๆไปซะ คนที่นี่มันจะเยอะเกินไปแล้ว’ แต่ว่าน่าเสียดายที่คนพวกนี้เข้าใจเจตนาของเขาผิดไปเช่นกัน และโบกมือลกับมาเป็นการตอบรับ ยูอิลฮานไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย มันทำให้เขาอึดอัดจนอยากจะตาย

“นี่ไม่ดีแล้ว มิลมานี่มา”
“ครับ”

ในท้ายที่สุดยูอิลฮานได้เข้าไปกอดมิลเบาๆ

คนอื่นๆต่างก็มองเขาอย่างสงสัย แต่ยูอิลฮานก็พูดกับเฟมิลโดยไม่อธิบายอะไร

“เฟมิล นายทำได้ดีมาก ที่เราชนะมาได้ง่ายๆก็เพราะนาย”
“ไม่เลย ฉันก็ได้รู้อะไรหลายอย่างจากการดูนายสู้เหมือนกัน ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันเจอหนทางที่จะแข็งแกร่งขึ้นแล้วด้วย”
“ฉันไม่คิดว่าฉันจำเป็นจะต้องยืมพลังนายอีกในเร็วๆนี้แล้ว ดังนั้นก็กลับไปไคโรในทันทีที่นายไปถึงเกาหลีนะ”
“อ่าา อะไรนะ…?”

ทำไมอยู่ๆมาบอกตอนนี้นะหรอ? นั่นก็ง่ายมาก ในหมู่สมาชิกที่อยู่ที่นี่มีเพียงเฟมิลเท่านั้นที่เขาไม่อยากจะเจอในเกาหลี

“ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะ! ลาก่อน”

ยูอิลฮานได้กางปีกขึ้นและกระโดดออกไปทันที! เขาได้ไปอยู่เหนือพื้นดินหลายกิโลทันที และใช้คลื่นกระแทกกับการกระโดดหลายครั้งผลักดันให้ตัวเองอยู่สูงขึ้นไปอีก จนกระทั่งไม่มีใครเห็นเขาได้อีกต่อไป

[บ้าไปแล้ว ตัวหลักของที่นี่กลับหนีไปเพราะเขาไม่ชอบผู้คน!]
[อิลฮานรอฉันด้วย!] (เลียร่า)

เลียร่าได้พุ่งตามเขาไปในขณะที่พูดในสิ่งที่ทำให้คนพูดไม่ออกออกมา พวกเขาได้แต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างสับสน จะมีก็แค่คังมิเรย์ที่คาดเอาไว้แล้วแทนที่จะกังวล เธอได้ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

“มิเรรรรย์ เธอก็คิดว่าคุณอิลฮานชอบชั้นใช่มะ?”

ในอีกด้านหนึ่งนายูนาได้พูดกับคังมิเรย์ในขณะส่ายหัวไปมา ราวกับว่าเธอไม่ได้คิดอะไรเลย ถึงจริงๆแล้วเธอมักจะไม่คิดอะไรอยู่แล้วก็ตาม ดูเหมือนว่าการที่ยูอิลฮานพูดถึงความปลอดภัยของนายูนาจะทำให้เธอเข้าใจผิด คังมิเรย์ได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

“เงียบน่านายูนา”
“โอ้”

ยูอิลฮานได้สร้างสถิติโลกใหม่ขึ้นมาด้วยการไปจากนิวยอร์กจนถึงอพาร์ทเม้นท์ในกังนัมได้ในเวลา 15 นาที สิ่งแรกเลยก็คือช่วยยูมิลอาบน้ำก่อน เลียร่าที่ไล่ตามมาทันกลางทางก็ได้มาด้วยกัน หลังจากเห็นแบบนี้เธอก็เอียงหัวออกมา

[ทำไมนายไม่อาบน้ำด้วยกันเลยล่ะ?] (เลียร่า)
“เพราะเดี๋ยวฉันก็เหงื่อออกอีก”
[นายยังมีอะไรจะต้องทำอีกหรอ?]
“ใช่แล้ว ตอนนี้ยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ ฉันจะต้องให้อาหารโอโรจิในขณะที่ไปจัดการกวาดล้างดันเจี้ยนใกล้ๆนี้ ที่จริงแล้ว… ฉันคิดว่าจะมีข่าวอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นในเร็วๆนี้…”

เลียร่าได้แต่สับสนกับเรื่องนี้ แต่หลังจากนั้นเธอก็ต้องอทานออกมาเมื่อวงแหวนทูตสวรรค์บนหวัของเธอได้เริ่มเรืองแสง

[กับดักแห่งการทำลายจะถูกใช้งานบนโลก… ดูเหมือนว่าพวกเขามีแผนจะขอให้นายทำมันขึ้นอีกนะ](เลียร่า)
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ ถ้าพวกนั้นไม่ได้มีแผนจะทำให้เกิดเหตุการแบบในตอนหายนะครั้งใหญ่ขั้นทึ่หนึ่ง พวกเขาก็ควรจะมาขอฉันนั่นแหละ”
[แต่แล้วถ้าพวกเขาขอให้นายทำอันที่จะไปใช้ในโลกอื่นด้วยล่ะ?] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้มองไปที่เลียร่าด้วยสายตาที่แปลกประหลาด

“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยนะ”
[จะว่าไงดีล่ะ นายเก่งกว่าช่างตีเหล็กจากสวรรค์…] (เลียร่า)

แม้ว่าเธอจะพูดแบบนี้ออกมาแต่หน้าของเธอก็แดงขึ้นด้วยความอาย ยูอิลฮานได้คิดว่าจะปล่อยไปเพราะความน่ารักของเธอ นอกไปจากนี้ถ้ามันเป็นการทำกับดักแห่งการทำลายให้โลกอื่น… มันก็มีบางอย่างที่เขาอยากจะทดลอง

“โอเค แค่ส่งวัสดุมาให้ฉันก็พอ มันจะใช้เวลานานแค่ไหนล่ะ?”
[น่าจะสักพักหนึ่ง ฉันจะต้องไปส่งเอกสาร พบเจอและก็คัดกรอกวัสดุออกมาจากคลัง มันน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยก็สิบสามชั่วโมง] (เลียร่า)
“โอเค งั้นก็ไปเถอะ”
[ได้ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมานะ] (เลียร่า)

เลียร่าได้พยายามที่จะจุ๊บแก้มยูอิลฮานราวกับว่ามันเป็นนิสัยไปแล้ว ยูอิลฮานได้ยอมแพ้ที่จะต่อต้านและให้แก้มของเขาไปดีๆ เลียร่าได้จุ๊บแก้มของยูอิลฮานและหายไปจากที่นั่นในทันที

“พี่สาวทูตสวรรค์ยุ่งมากเลย”
“พ่อก็ยุ่งเหมือนกันนะ ค่อนข้างจะมากด้วยแหละ”

ยูอิลฮานได้หยิบเอาหอกมังกรแปดหางออกมาจากช่องเก็บของและสูดหายใจลึก แม้ว่าเขาจะไม่ได้เกลียดการตีเหล็ก แต่ว่าการสร้างกับดักแห่งการทำลายมันใช้พลังใจมาก การที่ต้องสร้างกับดักแห่งการำลายไปพร้อมๆกับสิ่งที่เขากำลังจะทำมันยิ่งเพิ่มความยากลำบากขึ้นไปอีก

“เยี่ยม งั้นมาเริ่มกันดีกว่า”
[ก๊าซซซซซซซซ!]
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้อาหารแก”

ยูมิลได้มองดูยูอิลฮานคุยกับโอโรจิผ่านหอกมังกรแปดหาง นิ้วของเขาได้ชี้ไปทางหอกมังกรแปดหาง

“เจ้านี่มันมีชีวิตด้วยหรอครับ?”
“ก็ไม่เชิงหรอก มันเป็นความคิดที่แยกออกมาจากมอนสเตอร์ แม้ว่ามันจะไม่มีวิญญาณของตัวเอง แต่มันก็เป็นเศษเสี้ยวด้วย มันอาจจะได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ได้จากการกินพลังชีวิตและความคิด”
“พ่อน่าทึ่งจัง”
“ถึงพ่อจะไม่ค่อยชอบ แต่พ่อคนนี้เป็นยมทูตเลยนะ”
“พ่อเจ๋งที่สุด”

ความชื่อชมของยูมิลได้พุ่งไปถึงขีดสุดแล้ว ยูอิลฮานได้ภูมิใจมากที่เขาไม่ได้แสดงด้านแย่ๆให้ลูกเขาเห็น นี่มันอาจจะพูดได้ว่ามันน่าทึ่งมากกับตัวยูอิลฮานที่เขาทำตัวสมกับเป็นพ่อของมังกร แถมเขายังภูมิใจกับมันอีกด้วย

“ถ้างั้นเจ้านี่ก็เหมือนๆกับพี่ชายพี่สาวเอลฟ์แล้วก็พี่สาวเอริเซียสินะครับ?”

คำพูดของยูมิลที่เขาคิดออกมาได้เข้ามาในหัวยูอิลฮานทันที

“…ลูกพูดอะไรนะ?”
“ผมบอกว่าเจ้านี่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง งั้นพ่อก็เป็นเจ้านายมันใช่ไหมครับ?”
“ไม่ มันไม่ค่อนข้างจะใช่แบบนั้น ความร่วมมือมันเกิดขึ้นมาก็เพราะสิ่งที่โอโรจิกับพ่อกำลังต้องการนั้นคล้ายกันมาก…”

เขาได้พูดออกมาแบบนี้เมื่อเขารู้สึกได้ถึงบางอย่างแปลกๆ เขารู้สึกได้ว่าความสามารถในฐานะยมทูตของเขามันสอดคล้องเข้ากับความสามารถที่เขาได้รับมาด้วยตัวเอง

หัวใจของเขาได้เต้นแรงขึ้น เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้เจอกับเส้นทางใหม่ที่เปิดไว้ให้เขาแต่แรกแล้ว แต่เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่อาจจะเข้าไปได้ง่ายๆ

[ก๊าซซซซซ]

โอโรจิได้ร้องออกมาราวกับจะบอกว่า ‘นายเพิ่งจะรู้?’

ยูอิลฮานได้ยิ้มกลับไปและเปิดใช้การสกิลการปกครองโดยไม่ลังเล เขาจำเป็นจะต้องทำสิ่งนี้เพื่อยืนยันในความรู้สึกของเขา

“ตอนนี้นายปฏฺิเสธไม่ได้แล้วใช่ไหม?”
[กรรรรรร!]

‘ฮึ่ม ช่วยไม่ได้ ในเมื่อฉันก็ต้องกินอาหาร’ เสียงร้องของโอโรจิก็น่าจะบอกประมาณนี้

หลังจากนั้นสกิลปกครองได้เริ่มทำงานทันที

[ความคิดของยามาโตะ โนะ โอโรจิได้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ความเร็วในการพัฒนาขึ้นของความคิดได้รวดเร็วขึ้น]
[สกิลเอนชานท์วิญญาณ ได้รับผลจากสกิลปกครอง ความเร็วในการพัฒนาของอาร์ติอฟคจะเพิ่มขึ้นหากใช้เอนชานท์วิญญาณกับความคิดที่คุณปกครอง]
[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 56 ความเป็นไปได้ที่จะได้รับผู้ใต้บังคับบัญชาเพิ่มขึ้น]
[สกิลเอนชานท์วิญญาณได้เพิ่มเป็นเลเวล 24 การปราบและปกครองความคิดของสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าคุณจะกลายเป็นง่ายขึ้น]

ในวินาทีที่สกิลได้งานสำเร็จและสายสัมพันธ์ระหว่างยูอิลฮานกับโอโรจิได้แน่นขึ้น ยูอิลฮานก็ตัวสั่นกับความพิศวงและความตื่นเต้นจนอธิบายไม่ได้ที่มันผ่านมาในร่างของเขา

เขารู้สึกว่าในที่สุดเขาก็ได้พบกับเส้นทางที่เขาจะเลือกเดินไปในฐานะยมทูตแล้ว ด้วยความสามารถนี้เขาสามารถจะทำงานของเขาในแบบที่ง่ายขึ้นได้

ทำไมเขาถึงพึ่งมารู้ตัวเอาตอนนี้นะ ขั้นตอนแรกในการแข็งแกร่งขึ้นมันไม่ใช่การไปเรียนสกิลขั้นสูงอย่างหอกสะบั้นจักรวาล แต่มันควรจะเป็นการหาวิธีใช้ความสามารถที่เขามีอยู่จนถึงขีดสุดและหาทางปรับใช้พลังนั้นสิ

แล้วในตอนนี้ยูอิลฮานก็ทำมันสำเร็จแล้ว

“มิล พ่อรักลูก”

ทั้งหมดนี่ก็เพราะมิล มิลไม่ต่างไปจากก้อนแห่งโชคลาภของเขาเลย

“ผมรักพ่อเหมือนกัน”
“อื้ม อื้ม”

ทั้งพ่อลูกต่างก็กอดกันกลมทั้งแบบนี้ จนกระทั่งเอิลจต้าที่มาช้ากว่าเลียร่าได้แสดงท่าทางแปลกใจออกมา

จากนั้นยูอิลฮานก็ออกไปจัดการกวาดล้างดันเจี้ยนทั้งหมดในโซล ต่อด้วยทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น จีน และกระทั่งประเทศอื่นๆใกล้เคียง ยังไงก็ตามจากการที่ดันเจี้ยนพวกนี้ยังไม่ได้อยู่ในหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สองเลยทำให้มันเป็นการง่ายสำหรับยูอิลฮานที่จะจัดการ เขาใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำในการกวาดล้างพวกมันแต่ล่ะที่

[รสชาติมันแย่จริงๆเลย] (โอโรจิ)

บางทีอาจจะเป็นเพราะสกิลปกครองหรือไม่ก็สติปัญญาที่พัฒนามาจากสกิลปกครองทำให้ในที่สุดโอโรจิก็สื่อสารกับยูอิลฮานด้วยภาษามนุษย์ได้

ยังไงก็ตามจจากสกิลภาษาที่ยูอิลฮานมีทำให้ก่อนหน้านี้เขาก็เข้าใจในสิ่งที่มันจะบอกได้ แต่ยังไงก็ตามการที่มันสื่อสารตรงๆได้ก็เป็นเรื่องดี ยูอิลฮานได้หยักไหล่ออกมาและปลอบโยนมัน

“ฉันได้ให้ความคิดส่วนใหญ่ที่ฉันได้มาจากฟีราต้ากับนายไปแล้ว ครั้งนี้ก็พอใจกับปริมาณมากกว่าคุณภาพไปก่อนนะ ฉันน่าจะเก็บบางส่วนไว้ใช้กกับอย่างอื่นด้วย”
[ฮึ่ม ถ้างั้นฉันจะกินเพื่อให้อิ่มพอล่ะกัน] (โอโรจิ)

แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะพอรู้สึกอยู่แล้ว แต่ว่าในตอนนี้ความคิดของโอโรจิที่มาจากตัวหายนะที่ญี่ปุ่นได้น่ารักมากจนต่างไปจากตัวดั้งเดิม สภาพในปัจจุบันของมันใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

เอิลต้าที่ได้รู้ว่ายูอิลฮานได้ก้าวไปสู่ขอบเขตพลังใหม่ได้ถามเขาได้ด้วยสายตาเฉียบคม

[มันเกิดอะไรขึ้นในเวลาสั้นๆกัน? ฉันคิดว่าหอกของนายแข็งแกร่งขึ้นนะ] (เอิลต้า)
“ความลับน่ะ”

แม้ว่าหอกของยูอิลฮานจะสามารถพูดได้ว่ามันอยู่ในขีดสุดแล้ว แต่ตอนนี้ที่ความรู้สึกของเขากับโอโรจิได้แน่นแฟ้นขึ้น ในตอนนี้เขาก็สามารถจะใช้หอกได้เหมือนกับที่เขาจัดการกับเพลิงนิรันดร์แล้ว

แม้เขาจะไม่สนุกกับการใช้เทคนิคแยกหอกเป็นแปดแฉก แต่ว่าความคิดของเขาก็ได้เปลื่ยนไปหลังจากได้ใช้พลังของโอโรจิจริงๆ

โอโรจิได้จัดการกลุ่มคนที่อ่อนแอด้วยหางทั้งแปดของมัน ด้วยรูปแบบนี้ที่สง่างามและทรงพลังกว่าในตอนที่มันใช้หางทั้งแปดกดดันยูอิลฮาน ในตอนนี้มันทำให้ยูอิลฮานดูเป็นจอมเวทย์มากกว่าผู้ใช้หอกซะอีก

พลังโจมตีของเขามันไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนะ แต่ยังไงก็ตามมันทำให้วิธีการโจมตีของเขาหลากหลายยิ่งขึ้น สิ่งนี้มันได้ทำให้ยูอิลฮานแกร่งขึ้น

ยูอิลฮานได้ยิ่งตื่นเต้นและอารวาดมากขึ้น มอนสเตอร์ตามดันเจี้ยนต่างก็ถูกจัดการสังหารทันที การสังหารหมู่นี่มันไม่อาจจะทำให้เขาได้ยืดเส้นยืดสายได้เลยและโอโรจิก็ได้กินจนอิ่ม

ยังไงก็ตามเขาก็ไม่อาจจะยืดเส้นแบบนี้ได้ตลอดไป เมื่อเขากำลังจะไปมหาสมุทรต่อไปหลังจากที่เขาได้จัดการดันเจี้ยนที่อยู่บนสองทวีปและหนึ่งมหาสมุทรไปแล้ว เลียร่าเธอได้กลับมาพร้อมกับวัสดุในการสร้างกับดักแห่งการทำลายที่มีเต็มช่องเก็บของ

[มีหลายที่ที่หายนะครั้งใหญ่เพิ่งจะเริ่มขึ้น! มาเริ่มกันเถอะยูอิลฮาน!] (เลียร่า)
“ให้ตายสิ ฉันวางแผนไว้ว่าจะทำให้สกิลปกครองไปถึงเลเวล 60 นะ”

ยูอิลฮานได้รู้ถึงอุปกรณ์ที่ใช้สร้างกับดักแห่งการทำลายได้ไปอยู่ในที่ทำงานของเขาแล้ว ทูตสวรรค์… พวกนี้ทำงานได้เร็วแค่ในเวลาแบบนี้ตลอดเลยนะ

“เยี่ยม เยี่ยมไปเลย แล้วรางก็มีเยอะด้วยใช่ป่ะ?”

เขาได้หยักหน้าอย่างพอใจและหยิบเอาเกราะออกมาใส่ก่อนที่จะคาดหน้าผากซับเหงื่อบนหน้าด้วยท่าสุดเท่ และเขาได้ยืนยันถึงรางวัลของเขา

[อย่างแรกคือสกิลตัวตัวหนึ่งอย่างกับแต้มสเตตัส 40 แต้มเป็นรางวัล นี่คือรางวัลพื้นฐาน] (เลียร่า)
“นี่มันฟังดูน้อยไปนะเมื่อเทียบกับจำนวนงานที่มหาศาล ฉันคิดว่าถ้าเธอเพิ่มขวดมานาโพชั่นขั้นสูงสักร้อยขวดเข้ามาด้วยก็น่าจะสมกับเป็นรางวัลพื้นฐานกว่านี้นะ”

เลียร่าได้คิดอยู่เล็กน้อยก่อนจะมองไปทางสเปียร่า สเปียร่าได้หยักหน้าออกมา

[ทูตสวรรค์เชื่อในความสามารถของนาย ฉันจะเพิ่มมานาโพชั่นขั้นสูงไปอีก 50 ขวดตามที่นายเพิ่งพูด] (สเปียร่า)
“โอเค ดีล”

ยูอิลฮานได้ยอมรับและถอดเอาปีกเสียงเพรียกแห่งการพังทลายออกไปด้วย แน่นอว่าเขาไม่ได้ลืมที่จะแยกเพลิงนิรันดร์จากปลีกไปในเตาเผาด้วย

การใช้เพลิงนิรันดร์คือข้อบังคับในการทำกับดักแห่งการทำลาย

เขาได้ยกระดับเพลิงนิรันดร์มาจนถึงตอนนี้และในตอนนี้เขาก็ใช้มันได้ค่อนข้างดีแล้ว ดังนั้นเขาก็น่าจะทำกับดักแห่งการทำลายได้ง่ายขึ้น… เขาคิดแบบนี้จนกระทั่งมีความคิดหนึ่งเข้ามาในหัวของเขา

“รอเดี๋ยว เพลิงนิรันดร์ก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรอ?”
[เราก็พูดแบบนั้นมาตลอดนี่] (เลียร่า)

เลียร่าได้เอียงหัวอย่างสงสัย นี่มันไม่ใช่เรื่องใหม่เลยนะ ยูอิลฮานได้พูดว่า ‘ใช่ไหม’ ออกมาและแสยะยิ้ม

มักจะมีคำพูดที่ว่า ‘เสียใจจากการทำดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ’ เขาได้คิดว่านีมันถึงเวลานั้นแล้ว

‘ใช้งานสกิลปกครอง’

เพลิงนิรันดร์ได้แสดงจำนงยอมแพ้ราวกับว่ากำลังรออยู่นานแล้ว ความสัมพันธ์ของยูอิลฮานกับเพลิงนิรันดร์ได้อยู่ในระดับเจ้านายกับทาสมานานแล้ว! ยังไงก็ตามปัญหาคืออะไรล่ะ? ระดับของเพลิงนิรันดร์อยู่สูงกว่าเขางั้นหรอ? สกิลปกครองมันใช้งานไม่สำเร็จและถูกยกเลิกไปกลางทาง เขาได้พยายามอีกสองครั้งแต่ว่าก็ไม่ได้ผลดีขึ้นเลย

[อิลฮาน อย่าบอกฉันนะว่านาย…?] (เลียร่า)
[ไม่มีทางน่า!] (เอิลต้า)
[ไม่ ยูอิลฮานมีฉายา ‘วีรบุรุษแห่งเพลิง’ แล้ว นอกไปจากนี้คลาสของเขาก็ยังเกี่ยวข้องกับไฟด้วย ความสัมพันธ์กับไฟและความต้านทานของเขาในตอนนี้มันสูงมากๆแล้ว บางทีเขา…] (เลียร่า)

ตอนนี้มันไม่ได้ผลเลย! ถ้างั้นเขาจะต้องทำยังไงล่ะ เสริมพลังของสกิลการปกครอง? พลังเหนือมนุษย์ก็ไม่ได้ผล พรของนายูนาก็ไม่ได้

ยังไงก็ตามถ้าเป็นสกิลของนักขี่มังกรก็น่าจะเป็นไปได้

‘โลหิตมังกร’

มานาในร่างของเขาได้เริ่มปะทุขึ้นมา ในที่สุดเขาก็รู้สึกถึงมันแล้ว สกิลนี้ไม่ใช่แค่การเสริมพลังของสกิลแบบง่ายๆ แต่มันเป็นการบังคับยกระดับขอบเขตของเขา! ถ้าหากมันมีขั้นต่อไปของสกิลนี้มันคงไม่จบแค่ใช้เปิดใช้งานแน่ แต่มันน่าจะเปลื่ยนตัวตนของเขาไปโดยสิ้นเชิง

“ปกครอง”

แม้ว่าเขาจะไม่จำเป็นต้องตะโกนก็ได้ แต่เขาก็รู้สึกว่าต้องทำมันดังนั้นเขาจึงทำไปโดยสัญชาตญาณ และแล้วเขาก็ได้ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในการปกครองเพลิงนิรันดร์ด้วยสกิลของเขา

[เพลิงนิรันดร์ได้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ความเร็วในการพัฒนาของเพลิงนิรันดร์เพิ่มมากขึ้น]
[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 63 ความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณได้แกร่งขึ้น]
[เทพแห่งเพลิงอยากจะมอบพรให้กับคุณ หากคุณได้ทำตามเงื่อนไขได้สำเร็จอีกข้อหนึ่ง คุณจะได้รับพรจากเทพแห่งเพลิง!]

“โอ้ววววว!”

ข้อความที่เขาคาดไว้และคาดไม่ถึงได้โผล่ออกมาทำให้เขาต้องอุทานขึ้น

[มีอะไรยูอิลฮาน? มีบทลงโทษจากการที่สกิลล้มเหลวหรอ!?] (เลียร่า)
[ฉันบอกแล้วไใช่หรอกว่ากับเพลิงนิรันดร์มันเป็นไปไม่ได้? มันไม่มีทางที่มนุษย์จะทนกับเพลิงที่คงอยู่ไปชัวนิรันดร์ได้] (เอิลต้า)
“ไม่ มันไม่ใช่แบบนั้น”

ยูอิลฮานได้ยกค้อนของเขาขึ้นมาในขณะตอบกลับอย่างไร้พลัง ทูตสวรรค์ได้ถามเขาอย่างคาดหวัง

[ถ้างั้นมันอะไร!] (เลียร่า)
[ใช่แล้ว งั้นมันอะไร!] (เอิลต้า)
“ไม่…”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับด้วยหน้าเซ็งๆ

“…”

นี่คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่พรของเทพถึงสององค์กำลังเฝ้าคอยจะมอบให้กับมนุษย์คนหนึ่ง

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel