0 Views

บทที่ 143 – MVP คือฉัน (2)

ยูอิลฮานกับยูมิลได้จัดการอาหารที่มีอยู่ในบ้านไปกว่าครึ่งจนหมดก่อนที่จะปิดท้ายด้วยไอศครีมในปาก

ทูตสวรรค์ เอลฟ์ มนุษย์ และหมาป่าหนึ่งตัวได้เล่นแข่งปิงปองกันจนเสร็จแล้วตอนนี้ก็กำลังเล่นเกมแข่งรถใน Playst*tion กัน

“ดูสกิลการดริฟฉันสิ้! วู้!” (นายูนา)
“มันก็งั้นแหละน่า!” (คังมิเรย์)
[กรี๊ด ระเบิด!] (เลียร่า)
[ปีกของเธอมันบังจออยู่นะ] (เอิลต้า)

มีอยู่สี่คนที่กำลังเล่นเกมอยู่ ส่วนคนี่เหนือต่างก็มองไปที่จอขนาดใหญ่พร้อมกับขยับตัวไปมาเหมือนในเกมคล้ายกับว่าพวกเขากำลังเล่นเอง

เขาเห็นได้ชัดเลยว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาในเวลาแค่สิบวันแน่ แต่ที่เขาทึ่งไปกว่่านั้นก็คือการที่เลียร่าไปร่วมกลุ่มกับพวกนี้ได้

ยูมิลก็ดูเหมือนว่าเขาก็อยากจะเข้าไปเล่นด้วยดังนั้นยูอิลฮานก็ปล่อยให้เขาไป ในตอนนี้เองสเปียร่าก็ได้เดินเข้ามาหาเขา

[ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรสินะ] (สเปียร่า)
“โชคดีที่ทั้งพ่อกับแม่ของฉันปกติดี”

ถ้าหากว่าพ่อหรือแม่ของเขาได้มีประสบการณ์กับพันปีจริงๆ ถ้างั้นพวกเขาก็น่าจะมีปฏิกิริยาอะไรสักอย่างกับคำพูดของยูอิลฮาน ยูอิลฮานมั่นใจเลยว่าพ่อแม่ของเขาได้ใช้ชีวิตแบบปกติจากการที่เขามั่นใจในการอ่านสีหน้าของคนอื่น

[ฉันก็ได้รับรายงานมาจากทูตสวรรค์หลายคนจากโลกที่พ่อแม่นายไปมา พวกเขาได้ใช้เวลาสิบปีเหมือนกับคนอื่นๆแน่นอน และพวกเขาก็กลับมาพร้อมมนุษย์คนอื่น แม้ว่าฉันจะไม่แน่ใจนัก แต่ว่ามันก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดขึ้นโดยที่ไม่ใช่ทางกรรมพันธ์นาย] (สเปียร่า)
“งั้นหรอ?”

ยูอิลฮานได้หยักหน้าและขำออกมา จากนั้นเขาก็ได้รู้ถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของสเปียร่าและถามเธอด้วยคิ้วที่ขมวดขึ้น

“ทำไมเธอถึงได้ส่งฉันไปล่ะในเมื่อเธอก็สืบเองได้นี่? ไม่สิ เอาเถอะ มันก็ไม่ใช่มันไม่ได้อะไรในเมื่อฉันก็ได้พามิลไปแนะนำตัวกับพ่อแม่แล้วก็ไปเจอพ่อกับแม่ด้วย”
[นายก็น่าจะรู้ดีว่าทูตสวรรค์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ มันอาจจะมีใครที่พลาดอะไรไปก็ได้ นั่นมันเลยทำให้ฉันอยากจะให้นายไปยืนยันด้วยตัวเองไงล่ะ] (สเปียร่า)

หากทูตสวรรค์สมบูรณ์แบบ มันก็คงไม่มีทางที่พวกเธอจะต้องมาวุ่นวายเพราะพวกกลุ่มสิ่งมีชีวิตระดับสูงกลุ่มอื่นๆแน่ แล้วก็จะไม่มีคนทรยศคนใดอีกด้วย สเปียร่าได้พูดเสริมออกมาทำให้ยูอิลฮานพูดอะไรกลับไปไม่ได้ในเรื่องนี้

“… ความภาคภูมิใจของเลียร่ากับเอิลต้าในฐานะของทูตสวรรค์ระดับสูงได้สูงเฉียดฟ้าในตอนที่เจอพวกกันครั้งแรก แต่ว่าเธอลองมามองตอนนี้สิ…”
[มันจะไม่มีความก้าวหน้าขึ้นหากไม่มีการรู้ถึงความไม่สมบูรณ์แบบ พวกเธอทั้งสองคนนั้นที่ก้าวหน้าได้ก็เพราะพวกเธอก็เข้าใจเรื่องนี้ดี] (สเปียร่า)
“ใช่แล้ว เธออย่าพูดแบบนั้นเลย”

ยูอิลฮานได้พึมพัมในขณะที่มองดูเลียร่าใช้ปีกของเธอบังจอ และเอิลต้าก็บ่นอย่างไม่ปราณีใดๆ

แม้ว่าเขาเขาจะไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้พวกเธอกลายมาเป็นแบบนี้ แต่จากที่มองดูพวกเธอดูน่าสิ้นหวังแล้ว แม้ว่าในตอนแรกพวกเธอจะแสดงด้านที่ฉลาดออกมาก็ตาม

[แทนที่จะสนเรื่องนั้นนายควรเตรียมตัวดีกว่า] (สเปียร่า)
“เตรียมตัวสำหรับอะไร?”
[เมื่อตะกี้ ประกาศสงครามแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้หยุดขยับไปครู่หนึ่งเลย เขารู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายที่ผ่อนคลายของเขาได้ตรึงเครียดขึ้นในทันที

การต่อสู้แข่งขัน ทำไมเขาจะไม่รู้เกี่ยวกับมันล่ะ? เขาได้ไปจัดการกวาดล้างจักรวรรดิที่ต่างโลกก็เพราะเรื่องนี้

เขาได้จ้องไปยังกลุ่มคนที่เล่นเกมแข่งรถและหันกลับมามองสเปียร่าอีกครั้ง

“แล้วในตอนนี้เธอบอกได้แล้วหรอ?”
[มันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว อีกเดี๋ยวเรื่องนี้จะถูกบอกกับชาวโลกทั้งหมดแล้ว] (สเปียร่า)
“อีกกี่วันล่ะ?”
[ในอีกสามชั่วโมง เวทีที่จะเลือกคนที่เข้าร่วมจะถูกจัดตั้งขึ้นมา] (สเปียร่า)

ไม่ใช่วันแต่อีกไม่กี่ชั่วโมงแล้ว

“ฮ่า เธอนี่ให้เวลาฉันมา ‘มาก’ เลยนะเนี้ย”
[มันไม่จำเป็นต้องรีบหรอก ผู้ที่เข้าร่วมจะถูกเลือกใน 24 ชั่วโมง สถานที่คือในนิวยอร์กที่ที่มีการต่อสู้กับโลกที่ถูกทิ้ง] (สเปียร่า)

อ่า ที่แห่งนั้นเป็นที่ที่ดีที่สุดแล้วเนื่องจากมันเป็นที่ที่ทุกๆคนในโลกต่างก็ให้ความสนใจ

[ไม่ว่าใครก็เข้าร่วมได้หากคนๆนั้นอยากจะนำกับดักแห่งการทำลายกลับมาสู่โลก มีเพียงแค่หนึ่งพันคนเท่านั้นที่จะได้รับคุณสมบัติในการเข้าร่วมการแข่งขันนี้] (สเปียร่า)
“หนึ่งพัน…?”

ยูอิลฮานได้เอียงหัวออกมา เขาได้พบว่ามีบางอย่างแปลกๆ

พวกที่ฟีราต้าจำเป็นจะต้องกลืนเวเนซุเอล่าไปด้วยหรอหากว่าจำนวนผู้เข้าร่วมมากแบบนี้? พวกเขาไม่จำเป็นต้องส่งกองกำลังนับล้ามมานี่นา!

[กฏของการแข่งขันมันจะแตกต่างกันออกไปตามแต่สมดุลของแต่ล่ะโลก แม้ว่ากฏในคราวนี้จะเป็น ‘การต่อสู้ของกองกำลังระดับสูง’ แต่ดูเหมือนที่ฟีราต้าในหายนะขั้นที่สองของพวกเขาจะอยู่ในกฏ ‘การต่อสู้เต็มกำลัง’ ] (สเปียร่า)
“นั่นมันฟังดูน่ากลัวไปเลยนะ”

มันหมายความว่าอาณาจักรคาดร้าอาจจะต้องแบ่งกองกำลังของพวกเขาออกไปนอกเวเนซุเอล่า เมื่อคิดดูแล้วมันก็เป็นไปได้นี่ที่เขาจะไม่ได้ป้องกันผู้บุกรุกของจักรวรรดิคาดร้าโดยสมบูรร์ ยูอิลฮานได้รู้สึกสั่นขึ้นมา

แน่นอนว่า จักรวรรดิที่เขากำลังพูดถึงนี้ก็น่าจะใกล้ล่มสลายเพราะพวกมอนสเตอร์แล้ว… ในระหว่างที่เขาคิดแบบนี้สเปียร่าก็ได้พูดชึ้นมาอีกครั้ง

[นายจำเป็นจะต้องได้รับตำแหน่งที่ดีในการแข่งนี้] (สเปียร่า)
“ต่อให้เธอไม่พูดฉันก็จะทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ว่า… ทำไมกันล่ะ?”
[การต่อสู้แข่งขันมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนะ แล้วโลกในตอนนี้ก็กำลังพัฒนาขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด ฉันรับประกันได้เลยว่ามันจะไม่มีการต่อสู้แข่งขันขึ้นอีกก่อนหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สามแน่] (สเปียร่า)

การต่อสู้แข่งขันได้จัดขึ้นใน ลูฟีเอล่า โลกชั้นสูงที่อยู่ในการปกครองของสวรรค์ ตามปกติแล้วจะไม่มีสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำใดๆเข้าไปในโลกนี้ได้

พวกเขาจะเข้าไปได้ก็ต่อเมื่อมีการต่อสู้แข่งขันขึ้น นอกจากแบบนี้จะไม่มีข้อยกเว้นใดๆแม้แต่โลกของยูอิลฮานก็ตาม

สัญชาตญานของยูอิลฮานได้ตื่นขึ้นหลังจากได้ยินเรื่องนี้

“หืม โลกชั้นสูง ตอนนี้มันทำให้ฉันกังวลแล้วสิ”
[ฉันรู้นะว่านายกำลังคิดอะไรอยู่] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

[มันจะไม่มีเหตุการที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอื่นบุกเข้ามาในโลกชั้นสูงที่อยู่ใต้การปกครองของสวรรค์แน่ การทำแบบนั้นมันก็เหมือนกับการที่ทูตสวรรค์บุกเข้าไปในกำแหงแห่งความโกลาหล ต่อสู้กับกองกำลังหลักของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายแล้วยังมีชีวิตรอดกลับมาได้นะ นี่มันเป็นไปไม่ได้เลย] (สเปียร่า)
“เฮ้ ตรงนั้นก็มีอยู่คนนึงนี่”
[แต่นั่น… นายพูดถูกแหละ] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้ชี้ไปที่ทูตสวรรค์ขี้โกงที่เอาปีกปิดจอไว้ไม่ให้คนอื่นเห็นในขณะที่ขับรถแซงคนอื่นไปทำให้สเปียร่าได้แต่หยักหน้า

[ฉันรู้เรื่องนี้แล้วจะทำให้มันมีความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น] (สเปียร่า)
“ขอร้องเลยนะ โอ้แล้วก็ทำให้คุณนายูนาเป็นทูตสวรรค์ที่เหมาะสมด้วย แม้ว่าฉันจะไม่ได้สนใจเรื่องของเธอนัก แต่ว่าในตอนนี้หากคุณมิเรย์เป็นไปด้วย มิลจะเศร้าเอาได้”
[ฉันจะจำเอาไว้แล้วกัน] (สเปียร่า)

หลังจากนั้นยูอิลฮานก็เดินเข้าไปหากลุ่มที่เล่มเกมกัน เกมเพิ่งจะจบลงและเลียร่ากำลังถูกลงโทษด้วยการดีดมะกอก

“ฉันชนะเธอ นี่แน๊ะ!”
“นี่ นี่ นี่!”
[มันเป็นรอยช้ำแล้วนะ ให้ตายสิ!] (เลียร่า)

มันดูเหมือนว่าทุกๆคนจะไม่ชอบเลียร่าทำให้การลงโทษมันไม่ได้จบลงไปง่ายๆแม้ว่าจะผ่านไปสักพักแล้ว แถมยูอิลฮานก็ไม่ว่างจะดูไปตลอด เขาได้จบการลงโ?ษนี้ด้วยการดีดหน้าผาก

“พอได้แล้ว นิ้วเธอช้ำแล้วนะ”
[อ่า ฉันรักนายอิลฮาน!] (เลียร่า)
“อ่า นายก็ไม่ได้เล่นด้วยซ้ำไป ดังนั้นนายก็ต้องถูกลงโทษเหมือนกัน!” (นายูนา)
“นี่ฉันเป็นเจ้าของบ้านนะ เกมจบลงแล้ว แล้วเวลาพักก็จบลงแล้วเหมือนกัน”

แม้ว่าพวกเขาอาจจะเศร้านิดๆที่ไม่ได้ใช้เวลาเต็ม 72 ชั่วโมง แต่ว่ามันไม่มีเวลาให้เสียไปอีกแล้ว ท่าทีคังมิเรย์ได้เปลื่ยนไป มันดูเหมือนเธอจะรู้แล้วว่ายูอิลฮานมีบางอย่างจะบอก

“ในอีกสามชั่วโมงจะมีเวทีเพื่อเลือกตัวผู้เข้าไปมีส่วนร่วมในการต่อสู้แข่งขันที่กองทัพสวรรค์จัดขึ้น จากที่นได้ยินมาการทำความสำเร็จที่นั่นมากมันจะทำให้เราทนกับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สองได้ รายละเอียดไว้ให้เอิลต้าอธิบายนะ”
[ทำไมเป็นฉันอีกแล้วที่ต้องมาอธิบายตลอดเลยล่ะ!?… ฟังให้ดีนะ ฉันจะอธิบายครั้งเดียว! การต่อสู้แข่งขันมันหมายถึง…] (เอิลต้า)

การเผยเรื่องน่าตกใจของเอิลต้าได้ดำเนินต่อไป เนื่องจากทุกคนที่นี่รู้ว่าหน้าที่กองทัพสวรรค์คือวางกับดักแห่งการทำลาย พวกเขาจึงเข้าใจได้เร็ว

ในระหว่างอธิบายยูอิลฮานก็ได้รู้ถึงเรื่องใหม่ๆคือกฏของการแข่งขัน เขาคิดว่ามันจะเป็นการทำลานทุกอย่าง แต่ดูจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

[ผู้เข้าร่วมทุกๆคนจะได้รับอุปกรณ์ประกันภัยขั้นต่ำกันหมด เป้าหมายของกองทัพสวรรค์คือการแจกจ่ายกับดักแห่งการทำลายออกไปเพื่อไม่ให้พลังโดยร่วมของแต่ล่ะโลกอ่อนแอ] (เอิลต้า)

เพื่อการนั้นผู้เข้าร่วมทุกๆคนจะได้รับชั้นป้องกันบางๆอยู่เหนือผิวหนัง และชั้นป้องกันนี้จะพังลงไปเมื่อได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่งและผู้เข้าร่วมคนนั้นก็จะถูกส่งกลับไปที่โลกของตัวเอง และผลการต่อสู้จะตัดสินจากจำนวนของผู้เข้าร่วมฝั่งอื่นที่ถูกจัดการออกไประว่างการต่อสู้หรือว่าฝั่งศัตรูถูกจัดการให้ออกไปจนหมด

ยังไงก็ตามหากว่าพวกเขาชนะการต่อสู้แล้ว ผู้ที่ถูกกำจัดออกไปจะไม่อาจจะกลับมาเข้าร่วมได้อีก ดังนั้นสิ่งสำคัญเลยคือการรักษากองกำลังเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

“แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนที่มีพลังพอที่จะฉีกชั้นป้องกันและฆ่าผู้เข้าร่วมได้ในทีเดียวล่ะ?”
[ชั้นป้องกันคือสิ่่งที่เราทำให้มากที่สุดแล้ว การแข่งขันนี้กเพื่อปกป้องโลกของพวกเขาเอง ดังนั้นหากพวกเขาไม่เตรียมรับเรื่องนี้ พวกเขาก็ไม่ควรเข้าร่วมแต่แรก] (เอิลต้า)
“นี่มันดูเย็นชาจังเลยนะ…”

การต่อสู้แข่งขันจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่คือรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า รุ่นใหม่จะเป็นการแข่งขันระหว่างโลกที่กำลังจะเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สอง และรุ่นเก่าจะเป็นการแข่งขันระหว่างโลกที่กำลังจะเผชิญหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สาม จะมีเพียงแค่คนที่แข็งแกร่งที่สุดสี่คนในรุ่นใหม่แลคนที่แข็งแกร่งที่สุดสี่คนในรุ่นเก่า เท่านั้นที่จะได้รับกับดักแห่งการทำลายที่ทำจากวัสดุที่ดี

“ทำไมถึงไม่จัดการแข่งแบบเก็บคะแนนแบบยุติธรรม แต่เป็นการแข่งรอบเดียวจบล่ะ?”
[ในตอนนี้มี 48 โลกที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งรุ่นใหม่ พวกเราไม่อาจจะให้ผู้แข็งแกร่งที่สุดทั้งพันคนในแต่ละโลกมาต่อสู้ 47 ครั้งได้ พวกเขาอาจจะยอมแพ้กับการชิงกับดักแห่งการทำลายไปก่อนแล้วก็ได้] (เอิลต้า)
“นั่นก็จริง….”

หากว่ามันไม่ใช่การต่อสู้ของกองกำลังระดับสูงแต่เป็นการต่อสู้งทั้งหมด ถางั้นสถานการณ์มันน่าจะรุนแรงยิ่งไปกว่านี้อีก ทุกๆคนได้ยอมรับกับคำพูดนี้ของเอิลต้า

“ติดหนึ่งในสี่งั้นสินะ…!”

คังมิเรย์ได้ถอนหายใจออกมาหลังจากตระหนักได้ถึงความสำคัญของสถานการณ์นี้และนายูนาได้หดหู่ลง

“ทูตสวรรค์บอกแค่สิ่งที่กำลังจะมาถึงตลอดเลย”
[อ่า ต่อให้เธอรู้อะไรก่อนเธอก็ทำอะไรกับมันไม่ได้อยู่ดี] (เลียร่า)
“แต่ว่าพวกเราก็อยากจะได้รู้ก่อน….!”
[นี่มันยังไม่หมดนะ] (เอิลต้า)

แม้ว่ามันจะดีแล้วหากหมดแค่นี้ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น หลังจากที่ได้คัดเลือกสี่ทีมของทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเกาแล้ว การแบ่งรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าก็จะหมดลงไปและการต่อสู้สุดท้ายที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น

นี่มันก็ยังเป็นเหตุผลให้ฟีราต้าบุกเข้ามาที่โลกก่อนที่มันจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สาม

“ได้ยังไงกัน?”
[มันเป็นเพราะว่าเผื่อในกรณีที่รุ่นใหม่แข็งแกร่งกว่ารุ่นเก่านะ ยังไงก็ตามหากว่าการแข่งขันจบลงแบบแบ่งแบบนั้น งั้นพวกรุ่นใหม่ที่เก่งกว่าก็จะเกิดการไม่พอใจใช่ไหมล่ะ? แน่นอนว่าพวกเขาก็ยังสามารถจะเลือกยอมแพ้เมื่อถึงจุดนั้นได้เช่นกัน] (เอิลต้า)

ใช่แล้ว กองกำลังในปัจจุบันของโลกถูกพิจารณาว่าใกล้เคียงกับโลกที่อยู่ในหายนะขั้นสองไปแล้ว และหากว่ามีโอกาสที่จะได้รับกับดักแห่งการทำลายขั้นสูงอยู่ตรงหน้าทำไมพวกเขาถึงจะไม่ทำกันล่ะ

[เพื่อการนั้น นายจะต้องสู้จนกว่าจะจบลงและห้ามแพ้] (เอิลต้า)
“ขอบคุณที่แนะแนวทางที่ชัดเจนให้นะ”
“…พวกเราน่าจะต้องรีบแล้ว พวกเราจำเป็นต้องไปคุยกับพันธมิตรแนวหน้า แล้วเราก็ยังต้องประกาศออกไปให้รัฐบาลของประเทศต่างๆเพื่อคัดเลือกปาร์ตี้ที่สมดุลและปาร์ตี้ที่มีเลเวลสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้… โอ้ แล้วเมื่อไหร่การคัดเลือกจะจบลงล่ะ?”
[24 ชั่วโมงหลังจากเวทีถูกติดตั้งขึ้น] (เอิลต้า)
“งั้นพวกเราต้องรีบแล้ว”

คังมิเรย์ได้เก็บของอย่างรวดเร็วและโทรออกไปซักที่ ซึ่งน่าจะเป็นที่อเมริกา

“ฉันไม่อยากจะกลับไปนิวยอร์กซักพักนะ แต่ว่าพวกเราต้องกลับกันไปเดี๋ยวนี้แล้ว คุณยูอิลฮาน ถ้าคุณไม่ว่าอะไรก็ไปด้วยกันเถอะ”
“รอเดี๋ยวก่อน ฉันมีบางอย่างที่อยากจะรู้”

ยูอิลฮานได้ถามกับเอิลต้า

“มอนเตอร์จะเข้าร่วมการคัดเลือกได้ปะ?”
[มันไม่มีข้อจำกัดใดๆในการคัดเลือกผู้เข้าร่วม!] (เลียร่า)
“เยี่ยม แล้วถ้างั้นเอลฟ์ล่ะ?”
[แน่นอน แม้ว่าจริงๆแล้วการคัดเลือกผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะไม่ได้เข้มงวด แต่การที่มอนสเตอร์อยู่ฝั่งมนุษย์ คนจากโลกอื่นมาร่วมด้วย สิ่งแบบนี้มันไม่เคบเกิดขึ้นมาก่อนเลย โลกนายนี่มันแย่จริงๆนะ!] (เลียร่า)

งั้นนั่นก็เป็นเหตุผลทำให้ฟีราต้าจะเข้ารวมการแข่งขันด้วยการใช้ผิวหนังของมนุษย์ด้วย! ยูิลฮานได้ตอบกลับเลียร่าที่กำลังหัวเราะคิกๆไป

“เรื่อง ไร้ สาระ ทำ นอง แบบ นั้น มัน ก็ เกิด ขึ้น บน โลก นี่”
[อึก] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้พูดเน้นในแต่ละคำ เส้นเลือดได้ปูดขึ้นมาบนหน้าผากเขาแล้ว เลียร่าได้แต่สะอึกอย่างตกใจ

“ดังนั้นเธอจำเป็นต้องแก้กฏในอนาคตใช่ไหม?”
[ค่ะ ท่าน!] (เลียร่า)
“ในเมื่อเราเป็นคนที่เสียหาย งั้นการแข่งขันในครั้งนี้ก็ปล่อยผ่านไปก่อนแล้วค่อยแก้ครั้งหน้านะ”
[เราจะทำแบบนั้น] (เลียร่า)
“ดี ดีมาก”

ยูอิลฮานได้ออกคำสั่งมากมายกับทูตสวรรค์ คังมิเรย์กับนายูนาที่มองดูฉากนี่ต่างก็ทึ่งไป ในขณะที่สเปียร่ากับเอิลต้าได้ถอนหายใจขึ้น

“ถ้างั้น….”
“พูดมาเลยนายท่าน”

ในตอนที่ยูอิลฮษนได้หันหน้าไปหลังจากเลียร่าสัญญากับเขา เอริเซียที่อยู่ที่นี่ เธอที่ดูน่าไว้ใจที่สุดจากการที่เข้ามาหาเขาและคอยเขาอยู่หลังจากรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาคุยกัน

“ช่วยเรียกเฟมิลที เขาจะไปนิวยอร์กด้วย”
“แม้ว่ามันจะขัดสายตาท่าน แต่มีหมาป่าหลายตัวที่แข็งแกร่งกว่าคนบนโลก ฉันต้องรวบรวมพวกเขาทั้งหมดไหมคะ?”
“ไม่ แค่เฟมิลพอแล้ว แทนที่จะทำแบบนั้นเลือกตัวที่แข็งแกร่งแล้วให้พวกนั้นป้องกันที่โซลในตอนเราไม่อยู่ดีกว่า”
“ค่ะ”

เอริเซียได้ออกไปเรียกเฟมิลกับหมาป่าตัวอื่นๆทันที ในขณะที่คังมิเรย์กับนายูนาก็แสดงสีหน้าที่โล่งใจออกมาเมื่อพวกเขารู้ว่าเฟมิล กับเอลฟ์ก็จะไปด้วย

“ท่านจักรพรรดิ พวกเราควรจะไปรวบรวมเอลฟ์มาด้วยไหมครับ? ถ้าหากเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่ถูกท่านฝึกมา พวกเขาก็พร้อมจะมาเป็นพลังให้ท่านเมื่อท่านต้องการนะครับ!”
“แค่ที่ดาเรย์พวกเขาก็ลำบากพอแล้ว ฉันพาพวกนายสี่คนมาก็เพราะช่วยไม่ได้ แต่ว่าฉันจะไม่พาใครมามากกว่านี้แล้ว”

แม้ว่าทุกๆคนก้าวหน้าอย่างราบรื่น แต่หากเขาพามามากกว่านี้ ถ้างั้นเผ่าเอลฟ์ที่นั่นอาจจะสูญพันธ์ไปเลยก็ได้ เขาไม่อาจจะพาพวกนั้นมาได้

นอกไปจากนี้เอลฟ์สี่คนที่นี่ก็มีเลเวลเฉลี่ยที่ 130 และพีทที่มีเลเวลสูงสุดก็คือ 134 แล้ว มันไม่มีความจำเป็นจะต้องเรียกกำลัง…

ในตอนนี้เองเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้

“พีท”
“ครับ”

ยูอิลฮานได้เอาธนูระดับอีปิคที่หลับไหลมาตลอดในช่องเก็บของส่งให้เขา หลังจากเห็นสิ่งนี้ความสนใจของทุกคนก็อยู่ที่มันทันที

“ท่านจักรพรรดิ สมบัตินี่…”
“เป็นไงล่ะ นายคิดว่านายใช้ได้ไหม?”
“…แม้ว่ามันจะยากมากๆ แต่ผมคิดว่าผมน่าจะฝืนใช้ได้”

ข้อจำกัดธนูวิถีแห่งยมทูตคือต้องเป็นนักธนูที่มีคลาส 3 และพละกำลังกับความคล่องแคล่วต้องสูงกว่า 250 เนื่องจากค่าสเตตัสของพีทเน้นไปที่พละกำลังกลับความคล่องแคล่วอยู่แล้ว ทำให้เขาพอจะถึงข้อจำกัดเหล่านี้

ยูอิลฮานได้หยักหน้าและกางมือออกมา

“ถ้างั้นนับจากนี้มันจะเป็นของนายแล้ว”
“ท่านจักรพรรดิ”

พีทได้เงียบลงไป เขาดูเหมือนจะร้องไห้เหมือนกับเด็กสาวแล้วดังนั้นยูอิลฮานจึงผลักเขาออกไป จากนั้นเขาก็พูดกับเอลฟ์คนอื่นๆที่มองอยู่

“ถ้าพวกนายทำได้ดี สักพักหนึ่งฉันก็จะทำให้พวกนายด้วย”
“ถ้าเราทำได้ดี…”
“ถ้าเราทำได้ดี ระดับอีปิคเลยนะ!”

พวกเอลฟ์ต่างก็เต็มไปด้วยไฟที่ลุกโชนหลังจากคิดว่าพวกเขาอาจจะได้ใช้อาวุธระดับอีปิคในอนาคต คังมิเรย์ได้เผลอพูดออกมาเมื่อเห็นฉากนี้

“แม้ว่าฉันจะรู้ว่านายสร้างของระดับตำนานได้… แต่กระทั่งของระดับอีปิคนี่มัน…?”

จากการอยู่ร่วมกับลูกน้องของยูอิลฮานมานานทำให้เธอรู้แล้วว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเอลฟ์ และอาวุธที่แวนการ์ดขายทั้งหมดก็ถูกยูอิลฮานทำขึ้น

กำไลข้อมือระดับตำนานที่เธอได้มาจากเอิลต้าก่อนการต่อสู้มันมีคุณภาพมากๆและมันได้ช่วยให้พวกเธอเอาตัวรอดได้อย่างมากในต่างโลก เธอตกใจมากที่เขาก็เป็นช่างตีเหล็กด้วย แต่ว่า… เขาทำของระดับอีปิคได้ด้วยนี่มัน…

ยังไงก็ตามยูอิลฮษนก็แค่เอียงหัวและถามออกมา

“แม้อย่างนั้นฉันก็ทำพวกมันตามต้องการไม่ได้ตลอด ถ้าหากว่าโชคดีมันก็จะมีโผล่มาในบางครั้ง ถ้าฉันทำได้อีกฉันจะทำให้เธอด้วยเหมือนกัน มิลดูจะชื่นชอบเธอด้วย”
“ฉันด้วยย! แล้วฉันล่ะะะ! ฉันก็สนิทกับมิลนะ! มิลก็ชอบฉันเหมือนกัน!”
“ยังไงก็ตาม โดยส่วนตัวฉันไม่ชอบเธอดังนั้นคือไม่ ไว้มาถามฉันอีกทีหลังผ่านไปซักสามร้อยปีนะ”
“โอ้ววว!”

เขาได้ปฏิเสธเธออย่างโจ่งแจงเลย! คังมิเรย์ได้ยิ้มออกมาพักหนึ่งเมื่อเห็ฯแบบนี้ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งไม่ดีสำหรับกลุ่มของเธอ แต่เพราะอะไรบางอย่างเธอดูจะบอกใจ หัวใจของเธอสั่นไหว

ใช่แล้ว เธอรู้สึกตัวเบาเพราะมันดูเหมือนเธอได้รับการใส่ใจเป็นพิเศษ

ในขณะที่มิเรย์กำลังคิดไปเรื่อย ยูอิลฮานก็ได้เรียกยูมิลที่เกาะเขาอยู่

“ในระหว่างเอริเซียไปเรียกเฟมิล พ่อจะไปทำงานสักเดี๋ยวนะ พ่อจะทำการเช็คครั้งสุดท้ายแล้วก็ทำเกราะใหม่ให้มิลด้วย”
“มันไม่นานใช่ไหมครับ?”
“แน่นอนสิ”

ยูอิลฮานได้รอจนเอริเซียกลับมาพร้อมกับเฟมิล พร้อมทั้งทำเกราะให้มิลด้วย

จากนั้นพวกเขาได้มุ่งหน้าไปที่นิวยอร์กพร้อมกับคังมิเรย์กับสมาชิกกลุ่มเทพสายฟ้าที่ซึ่งคังมิเรย์ไม่ได้เจอมาสักระยะแล้ว การแข่งขันที่เข้มข้นเพื่อคัดเลือกคนหนึ่งพันคนบนโลกกำลังรอเขาอยู่

…หรือก็คือมันควรจะเป็นแบบนั้น

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel