0 Views

บทที่ 142 – MVP คือฉัน (1)

ต้องใช้เวลากว่าห้านาทีถึงคังมิเรย์จะหยุดร้องและตั้งสติได้ เมื่อเธอหยุดร้องเธอถึงได้รู้ตัวว่าเธอพึ่งจะทำอะไรลงไป เธอได้ตกใจออกไปจากอกของยูอิลฮษนก่อนจะก้มหน้าลง

“ฉะ ฉันขอโทษ ขอโทษด้วยนะที่หยาบคาย…”
“มันไม่ใช่เรื่องหยาบคายหรอกแต่… โอ้ เธอก็ออกไปด้วย”
“ชิ”

แม้ว่าคำพูดของคังมิเรย์จะดูสงบ แต่แก้มกับตาของเธอแดงไปแล้ว มันดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้เป็นแบบนั้นนัก ถ้าหากพวกเธออยู่ที่นั่นหนึ่งพันวันจริงๆนี่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

“ฉันคิดว่าฉันจะต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นก่อน ไปที่อื่นกันก่อนเถอะ อ่า เฮ้ ฉันบอกให้ออกไปไง”

ยูอิลฮานได้ยิ้มขมออกมาด้วยความเข้าใจพวกเธอ ถ้าหากว่าเขาไม่อยู่ในวันที่โดดเดี่ยวเขาก็คงจะไม่เข้าใจ

“ใช่เลย”

คังมิเรย์ได้หยักหน้าเล็กๆและเช็ดน้ำตาออกไป จากนั้นเธอก็ไปจัดการดึงนายูนาออกมาจากยูอิลฮาน ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ของเธอที่ไม่ได้ใช้มานานเพื่อติดต่อไปที่ไหนสักแห่ง

“โอ้ย มิเรย์โหดร้ายจัง”
“ช่วยแก้นิสัยที่ชอบไปเกาะติดหนึบกับคนอื่นได้แล้วนะ”

ในเวลาห้านาทีต่อมาก็ได้มีรถลีมูซีนมาถึง ระหว่างที่ยูอิลฮานกำลังตกตะลึงกับฉากที่แปลกๆนี้ คนขับรถก็ได้ลงมาทำความเคารพคังมิเรย์กับนายูนา เลียร่าก็ยังอุทานออกมาเมื่อเห็นคนพวกนี้

[มันน่าทึ่งจริงๆที่พวกเธอยังคงอำนาจเอาไม้แม้ว่าโลกจะเปลื่ยนไปมากแบบนี้ แค่เงินเฉยๆทำไม่ได้นะเนี้ย… อำนาจทางการเมืองมีบางอย่างจริงๆด้วย] (เลียร่า)
[เลียร่า ช่วยรักาาศักดิ์ศรีพื้นฐานของทูตสวรรค์ไว้ด้วย] (เอิลต้า)
[หือ? เมื่อก่อนหน้านี้ฉันคิดฉันเห็นทูตสวรรค์กอดยูอิลฮานร้องหายอยู่เลยนะ เธอหายไปไหนแล้วล่ะ?] (เลียร่า)
[ฉันไม่ได้ร้อง!](เอิลต้า)

ระหว่างที่ทูตสวรรค์ได้เถียงกันอย่างเคยเสมอ คังมิเรย์ก็ได้ดึงสติกลับมามั่นคงแล้ว เธอได้พูดกับยูอิลฮานด้วยรอยยิ้มบางๆ

“เชิญขึ้นเลย”

คังมิเรย์ที่ทำให้ยูอิลฮานตกตะลึงจากรถลีมูซีนนี้ ได้เปิดทำคอมโบต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์หลายลำที่มีผู้ใช้พลังคลาส 2 ป้องกันมันอยู่

“พวกเราจะพาท่านไปเกาหลีเดี๋ยวนี้เลยครับ ท่านหญิงมิเรย์ ท่านหญิงนายูนาก็ด้วย”
“ได้ โอ้ บอกพ่อฉันด้วยตอนนี้ฉันยังไปเจอพ่อไม่ได้”
“เข้าใจแล้ว”

เมื่อได้เห็นผู้ใช้พลังจำนวนมากพยายามจะคุ้มกันคังมิเรย์แะพรรคพวกทั้งบนฟ้าและพื้นดิน ยูอิลฮานก็ได้คิดว่าเงินที่เขามีในมือมันไม่ได้มากนักเลย

มีแค่เงินไม่มีทางที่จะเอาผู้ใช้พลังคลาส 2 มาเป็นลูกน้องได้ จะมีแต่ก็ความภักดีที่ก่อต่อขึ้นมาจากหลายปีเท่านั้นที่จะเป็นไปได้

“นายท่าน มีอะไรที่ไม่สะดวกในระหว่างเราไม่อยู่หรือป่าวคะ?”
“ท่านจักรพรรดิ ผมคิดว่าท่านแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว!”
“แถมท่านก็ยังหล่อขึ้นอีกด้วย ผมคิดผมว่าไล่ตามมามากแล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ายังคงห่างไกลอยู่เลย”

อืมม เขาก็มีลูกน้องที่ภักดีของเขาเองเหมือนกัน

เพียงแค่พวกเขาไม่ใช่มนุษย์เท่านั้นเอง ยังไงยูอิลฮานก็ไม่คิดว่ามันแย่เลย เขาได้ยิ้มออกมา ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นเรื่องดีที่ทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย เขาคิดแบบนี้จริงๆ เขารู้สึกว่าเขาพอใจและได้รับการเติมเต็ม

ทุกๆคนได้มุ่งหน้าไปโซลด้วยกันยกเว้นเฟมิลที่นำหมาป่าที่รออยู่ที่เกตนิวยอร์ก แม้ว่ายูอิลฮานจะรู้สึกเศร้าเล็กๆที่ไม่สามารถจะโชว์ปีกของเขาได้ก็ตาม คนอื่นๆก็ไม่ได้รู้เลยมีก็แต่เลียร่าที่ขำออกมา

เมื่อพวกเขามาถึงโซล กลุ่มของพวกเขาก็ได้มุ่งหน้าไปอพาร์ทเม้นท์ของยูอิลฮาน มันก็ไม่ได้แปลกอะไรในเมื่อทุกๆคนต่างก็เป็นลูกน้องของยูอิลฮานนอกจากทูตสวรรค์

แล้วก็เว้นคังมิเรย์กับนายูนาด้วย

“งั้นเธอก็อยากจะนอนที่นี่สามวันสินะ”

ยูอิลฮานตกใจมากกับคำขอที่กระทันหันของคังมิเรย์ คังมิเรย์ได้พูดเหตุผลออกมาด้วยท่าทีที่รู้สึกผิดมากๆ

“แน่นอนหากคุณไม่สะดวกเราจะไปพักโรงแรมก็ได้ แต่ว่าถ้าฉันจองโรงแรมด้วยชื่อฉัน มันก็เป็นไปได้มากที่พ่อกับพี่ของฉันจะมาหาฉัน… แต่หากเราอยู่ที่นี่ ทั้งสองคนนั้นจะต้องไม่เข้ามายุ่งแน่”

แต่แล้วในมุมมองของยูอิลฮานมันจะเกิดการเข้าใจผิดท่าน่ากลัวเกิดขึ้นได้ไม่ใช่หรอ!?

“มิลล! ไปอาบน้ำกับพี่สาวปะ!”
“ครับ!”
“นายูนา เธอก็ด้วย อย่าไปวุ่นวายเหมือนบ้านตัวเองสิแล้วก็ระวังตรงนั้นด้วย!”

เหตุผลจากคำขอที่กระทันหันของนายูนาก็คือ

สำหรับคังมิเรย์กับนายูนาที่ต่อสู้มาตลอดสองปีเก้าเดือนโดยไม่หยุดพักแล้ว ทั้งร่างกายและจิตใจต่างก็เหนื่อยล้าจนเกินขีดสุดไปแล้ว ที่พวกเธอทนมาได้ตลอดจากการที่เหนื่อยจนตายก็คงต้องขอบคุณเวทย์ฟื้นฟูของนายูนา

ยังไงก็ตามหากว่าพวกเธอกลับไปที่กลุ่มของเธอในตอนนี้ พวกเธอก็จะต้องกลับไปทำงานที่มากล้นอีกครั้ง คังมิเรย์ได้ใช้เหตุผลตัดสินว่าตัวเธอเองจำเป็นต้องพัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในตอนนี้เธอจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อเธอได้พักทั้งกายใจ

“ถึงแม้แบบนั้นฉันก็ได้แต่ขอโทษที่มัน…”
“พ่อครับ พี่สาวมิเรย์เป็นคนใจดีมาก พี่ยูนาก็ด้วย!”

เพียงแค่ยูอิลฮานกำลังจะปฏิเสธ ยูมิลที่อยู่ในแขนของเขาก็ได้พูดมาด้วยตากลมโต

“ถึงแบบนั้น…”
“พ่อ นี่มันไม่ดีแล้วหรอ?”

เมื่อเขากำลังจะปฏิเสธสายตาที่จ้องมาของยูมิล ดวงตาของยูมิลก็เริ่มมีน้ำตาคลอ การโจมตีนี้ได้โดนเข้าที่ใจยูอิลฮานอย่างจัง

“ผมขอเล่นกับพวกพี่สาวอีกนิดไม่ได้หรอ?”
“…ใครสอนเรื่องแบบนี้กับเขากัน?”
“ฉัน ฉัน ฉันเอง! ไม่ใช่ว่ามิลน่ารักมากเลยหรอ? อุ๊ป!”

ยูอิลฮานได้เขกหน้าผากนายูนาทันที ยังไงก็ตามนี่ก็ยังเป็นการอนุญาติให้เธออยู่แล้ว

นายูนาได้ชูสองนิ้วให้กับคังมิเรย์แม้ว่าเธอจะดูเหมือนกำลังจะร้องและคังมิเรย์ก็ยิ้มออกมาเล็กๆ

สัญญาสามวันได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ยูอิลฮานได้บอกสภาพของกิจการบนโลกให้ยูมิลกับคนอื่นๆฟัง แล้วพวกเขาก็เล่าเรื่องราวให้ยูอิลฮานฟัง หลังจากที่ได้ฟังแบบนี้ความประทับใจแรกของยูอิลฮานก็คือ

“งั้นยูอิลฮานก็แบกทุกคนไว้สินะ”
“ผมสู้อย่างหนักเลยครับ”

ถ้าหากไม่ใช่สกิลการปกปิดตัวตนของมิล มันอาจจะจบลงในทันทีที่พวกเขาไปถึงแล้วแน่ สิ่งที่ยิ่งน่าประทับใจกคือสกิลการปกปิดตัวตนของยูมิลได้พัฒนาขึ้นไปเป็นการปกปิดพรรคพวกของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณพวกเขาที่จัดการสังหารในระหว่างที่ทนอยู่ในวันเวลาที่โหดร้าย

ทั้งปาร์ตี้นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นมา… ยูอิลฮานพึงพอใจกับลูกชายของเขาที่ได้ดูแลคนอื่นๆได้ไม่เหมือนกับเขาที่ตัวคนเดียวโดยธรรมชาติ

“พ่อครับ ที่นี่เพิ่งจะผ่านไปสิบวันจริงๆหรอ?”
“ใช่แล้ว ไม่ขาดไม่เกินเลยด้วย”
“เป็นแบบนี้สินะ ดีจังเลย!”
“มันแค่สิบวันเท่านั้น….”

ระหว่างนี้คนที่กลับมาจากต่างโลกได้ตกตะลึงหลักงจากที่ได้รู้ว่าเวลาเพิ่งจะผ่านไปแค่สิบวันในโลกนี้เท่านั้น สิ่งที่ยืนยันความจริงนี้อีกอย่างก็คือสื่อทั้งหมดก็ยังเกี่ยวข้องกับก่อนหน้านี้

จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องดีด้วยที่พวกเขาได้เสริมพลังก่อนหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สอง แม้ว่าจะไม่มีใครที่ตอบได้ว่าทำไมเวลามันถึงไหลไปต่างกันก็ตามที

[นาคิดยังไงล่ะ? นายไม่คิดว่านี่มันเป็นสิ่งที่น่าจะเกี่ยวข้องกับนายอย่างมากจนน่าบังเอิญเลยหรอยูอิลฮาน?] (เลียร่า)

เลียร่าได้พูดออกมา ยูอิลฮานได้ถอนหายใจยาวก่อนที่เขาจะมีปฏิกิริยาเล็กๆ มันน่ารำคาญพอแล้วที่เขาต้องทนทุกเป็นพันปีบนโลกคนเดียว แต่ว่าถ้านี่มันเป็นเพราะเขา เขาจะทำอะไรได้ล่ะ!

“อย่าบอกฉันนะว่าเธอคิดว่าฉันมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้นะ?”
[แต่ว่านี่มันบังเอิญคล้ายกันจนเกินไป…](เลีบร่า)

ใช่แล้ว เขาก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน 10 ปีเป็น 1000 ปี กับ 10 วันเป็น 1000 วัน…. อัตราส่วนนี่มันเกินกว่าที่จะเป็นเรื่องบังเอิญแล้ว!

[ไม่ใช่ว่ามันมีพลังทางสายเลือดในตระกูลยูหรอ?] (เลียร่า)
[แทนที่จะเป็นพลังของพวกยูอิลฮาน ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ของบันทึกที่เชื่อมต่อกับโลกเกิดการเปลื่ยนแปลงก็ได้] (สเปียร่า)
[ฉันรู้น่า…. มันไม่มีทางที่ยูอิลฮานจะเป็นมนุษย์ปกติไปได้ในเมื่อเขามีฉายาระดับจักรวาลแน่] (เอิลต้า)
“ถึงเธอจะมองฉันแบบนั้น ฉันก็ตอบเธอไม่ได้หรอกนะ แล้วก็เอิลต้าเดี๋ยวตามฉันไปที่ดาดฟ้าด้วย”

ในเวลาพันปีที่เขาถูกทิ้งไว้ เลียร่าอธิบายแค่ว่ามันคือความผิดพลาดที่ไม่มีใครรู้ แล้วยูอิลฮานที่ยุ่งกับการใช้ชีวิตอยู่เป็นพันปีก็ไม่ได้สนใจมันมากนะ หรือต่อให้เขาสนใจเขาก็ไม่รู้อะไรอยู่ดี

ยังไงก็ตามยูมิลที่เกิดมาจากมานาของยูอิลฮานได้จบลงด้วยการติดกับในโลกที่ถูกทิ้ง ถ้าหากจะมีอะไรที่ต่างไปจากยูอิลฮานเองมันก็คือจะเป็นการที่ยูมิลไปกับพรรคพวกกับเขาและบันทึกอคาชิคก็เชื่อมต่อเข้ากับที่นั่น

เขาได้กลับมาหลังจากใช้เวลาไปหนึ่งพันวันและในขณะเดียวกันบนโลกที่ยูอิลฮานอยู่ก็เพิ่งผ่านไปแค่สิบวัน เมื่อดูจากสองเหตุการณ์นี้มันจะพูดได้ว่ามันเป็นเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นได้อยู่ แต่ว่ามันมีการเชื่อมโยงระหว่างยูอิลฮานกับตัวยูมิลอยู่ด้วยกันอยู่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเกี่ยวพันกัน

[แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากว่าความผิดพลาดนั่นมันเกี่ยวข้องกับบันทึกของยูอิลฮานล่ะ?] (เลียร่า)
[กลุ่มอื่นๆคงจะต้องการจับตัวเขาไปแน่] (เอิลต้า)
[ตอนนี้มันก็เป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากอิลฮานปลอดภัยอยู่] (เลียร่า)

ยังไงก็ตามหลักฐานมันก็ยังน้อยเกินไปที่จะพิสูจน์ว่ายูอิลฮานเป็นคนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ ในตอนนี้เองเลียร่าก็ปรบมือและพูดขึ้น

[ถ้างั้นนายก็แค่หาหลักฐานเพิ่มก็ได้นี่นา อิลฮาน นายมีลูกก็ได้นี่!](เลียร่า)
[ฉันจะจัดการทางขวานะ] (สเปียร่า)
[ถ้างั้นฉันจะอัดทางซ้าย]

สเปียร่ากับเอิลต้าได้จัดการบังคังจับเลียร่าได้เมื่อเลียร่ากำลังทำท่าทางที่ประหม่าออกมา เธอได้บิดร่างกายไปมาเหมือนกับจะพูดว่า ”เป็นไงล่ะ ฉันเป็นอัจฉริยะไปเลยใช่ไหม?’

ถ้าพวกเธอไม่ทำให้ยูอิลฮานกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเร็วๆล่ะก็มันก็น่ากังวลว่าทูตสวรรค์น่าโง่คนนี้จะทำอะไรที่ผิดข้อต้องห้าม

[ยูอิลฮาน ฉันจะโยนเจ้าโง่นี่ไปลงถังเอง ในเวลาเดียวกันถ้ามีอะไรที่คล้ายๆกันระหว่างครอบครัวของนายก็ช่วยยืนยันด้วย มันอาจจะได้รับคำใบ้อะไรบ้าง] (เอิลต้า)
“ได้เลย ถ้างั้นช่วยเอาเธอไปจัดการด้วยนะ”
“ผมก็อยากจะไปเจอปู่กับย่าเหมือนกัน”
“โอเค งั้นก็ไปกันเลย”

ยูอิลฮานได้มองไปที่คังมิเรย์กับนายูนาที่กำลังเล่นปิงปองกับเอลฟ์แม้ว่าจะผ่านมาสามวันแล้ว

หลังจากที่ปกปิดตัวตนแล้ว เขาก็ได้ใช้ปีกบินไปที่บ้านของเขา พ่อแม่ของเขายังอยู่ในบ้านและยูอิลฮานก็ได้เข้าไปพร้อมกับยูมิล ยูมิลได้ตะโกนออกไปทันทีที่เข้าไปหน้าประตูแม้ว่ายูอิลฮานจะไม่ได้บอกให้เขาทำก็ตาม

“ปู่ครับ ย่าครับ สวัสดีครับ!”
“อิลฮาน ลูกมาแล้ว… โอ้?”
“ไม่ใช่อิลฮานนี่!?”

กว่าที่พ่อแม่ของเขาจะใจเย็นลงมันจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างมากที่จู่ๆก็มีเด็กอายุ 11 ขวบที่หน้าตาเหมือนยูอิลฮานโผล่มา

“พ่อก็ไม่มันใจเรื่องการเกิดจากมานาอะไรแบบนี้นะ แต่ว่านั่นเป็นลูกของลูกใช่ไหม เขาดูเหมือนลูกมาเลยนะ แน่นอนว่าเขาดูหล่อกว่าแกเมื่อตอนอายุเท่ากัน”

ยูยงฮาน พ่อของยูอิลฮานได้ตัดสินออกมาหลังจากสำรวจดูพักหนึ่ง ยูอิลฮานได้เสริมขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“มิลก็เป็นหลานของพ่อด้วย”
“แล้วแม่เด็กล่ะ?”

เป็นแม่ของเขาที่ถามคำถามนี้ออกมา ยูอิลฮานก็ได้ตอบกลับไปตรงๆ

“เธอตายไปก่อนเขาจะเกิดนะครับ ยังไงมังกรก็เกิดจากไข่ด้วยครับ”
“โอ้ลูกรัก ลูกกลายเป็นพ่อม่ายแล้วสินะ แล้วมิลไม่เหงาหรอจ่ะ?”
“แค่มีพ่อก็ไม่เป็นไรแล้วครับ แล้วก็ยังมีพี่สาวคนสวยด้วย!”
“โอ้? พี่สาวคนสวย? มิลจะไม่อธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติมหน่อยหรอจ่ะ?”

แม่ของเขาได้เร่งขึ้นด้วยรอยยิ้มซึ่งต่างไปจากพ่อของเขาที่ตกใจจากเหตุการนี้ ตอนนี้แม่ต่างไปมากๆแล้ว นอกไปจากนี้แม่ยังดูเหมือนว่าจะเด็กลงหลังจากเวลาผ่านไปด้วย

ตอนนี้มันก็ชัดแล้วว่าแม่ของเขาไม่ได้เหมือนพ่อที่อยู่ในคลาส 1 แม่ของเขาได้เพิ่มเลเวลขึ้น! แล้วบางทีเธอก็น่าจะอยู่ในคลาส 2 เป็นอย่างน้อยไปแล้ว

คลาส 2 ที่ในหมู่มนุษยชาติมีเพียง 3% เท่านั้น แม้ว่าเขาจะคิดเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่ว่าถ้าหากเขาจะมีพรสวรรค์ใดๆบางทีนั่นก็น่าจะมาจากแม่ของเขา

ถ้างั้นบางทีแม่ของเขา…? ยูอิลฮานได้ถามออกไปอย่างเป็นกังวลเล็กๆ

“แม่ครับ มีอะไรพิเศษเกิดขึ้นใน ’10’ ที่แม่ไปต่างโลกไหมครับ?”
“ต่างโลกหรอ? อ่า โอ้”

แม่ของเขาได้เอียงหัวก่อนจะหัวเราะออกมา

“ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลนะ แม้ว่ามันจะค่อนข้างดีที่แม่ดูเด็กลงนะ!”

หืมม ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจผิดนะ ยูยงฮานได้หัวเราะกับเธอด้วย

“เธอหมายความว่าอะไรนะ เธอก็แก่แล้วนะ”
“เฮ้ ทุกคนดูเด็กกว่าคุณอย่างน้อยยี่สิบปีในตอนที่ฉันออกไปข้างนอกนะ มีคนพูดเรื่องแย่ๆเกี่ยวกับคุณด้วยแล้วก็ไม่ใช่ฉันนะ”
“โอ้ แม่พูดถูกแล้ว พ่อช่วยเพิ่มเลเวลในตอนที่มันยังง่ายอยู่ดีกว่านะ”
“มันไม่มีอะไรที่ปลอดภัยเรื่องการเพิ่มเลเวลหรอกน่าลูกพ่อ”

หืมม ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แม่ของเขาแหะ และจากที่ดูจากพ่อเขาก็ไม่น่าจะใช่ด้วยเหมือนกัน

ใช่แล้ว แน่นอนว่าการที่แกนเวลาในโลกบิดเบี้ยวไปของยูอิลฮานกับยูมิลมันก็น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ มันไม่มีทางที่บันทึกจะซ่อนอะไรไว้ภายในชายที่ใช้มานาไม่ได้หรอกน่า

“ฟู่”

ในท้ายที่สุดความกังวลก็แค่ความกังวล เขาได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ แม้ว่าเขาจะไม่เคยกังขาที่เขาได้แข็งแกร่งขึ้นจากการที่ได้เวลาเป็นพันปีบนโลก แต่ว่าการไม่ได้คุยกันใครเลยมันก็ทำให้เขาเศร้าเหมือนกัน หากว่าพ่อแม่ของเขาต้องเจอความเจ็บปวดแบบนี้ ถ้างั้นยูอิลฮานก็พบว่ามันน่าเศร้าเช่นกัน

ในตอนนี้เขาได้สงบใจลงแล้ว เขาก็หิวขึ้นมาแล้ว

“แม่ครับ ข้าวล่ะ”
“ข้าว! ข้าว!”

แม้ว่าภายนอกมิลจะดูโตขึ้น แต่มิลก็ยังเด็กอยู่เช่นเดิม เมื่อเขาเลียนแบบยูอิลฮาน แม่ของยูอิลฮานก็ยืนขึ้นด้วยรอยยิ้้ม

“โอเค แม้จะทำงานเลี้ยงมื้อนี้อย่างสุดฝีมือเลย”

จากนั้นแม่ก็ได้เดินไปในครอบตัว แต่แล้วเธอก็หันกลับมาถามขึ้น

“แล้วใครเป็นลูกเขยของแม่ล่ะในหมู่พี่สาวคนสวยนะ? แม่ไม่ว่าหรอกนะถ้าจะมีลูกเขยหลายคนนะ”
“ไม่มีใครทั้งนั้น!”

ยูอิลฮานได้ตะโกนออกมา ถึงแม้ว่าจะมีภาพหน้าของใครบางคนปรากฏขึ้นมา ยูอิลฮานได้ปฏิเสธออกมาและพูดขึ้นอย่างมั่นใจ

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกนี้จะแต่งงานกับลูกชายของแม่!”

ตอนนี้ฉันจะส่งลูกคนนี้ไปออกเรือนยังไงดีนะ? – แม่ของยูอิลฮานได้คิดถึงอนาคตของยูอิลฮานก่อนจะตรงไปในห้องครัว

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel