0 Views

บทที่ 138 – ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกของฉัน! (6)

 

ยูอิลฮานกับเลียร่าได้รีบกลับไปที่โลกผ่านเกตทันที สเปียร่าก็ยังคงรอพวกเขาอยู่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนใต้น้ำ

[เธอน่าจะได้ยินจากเอิลต้าแล้วสินะ] (สเปียร่า)
[ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะรู้แล้วไงล่ะ เร็วเข้าเถอะ!] (เลียร่า)
[ถึงมันจะน่าอาย แต่ว่าต่อให้เรารีบยังไงก็ไม่มีอะไรที่เราทำได้] (สเปียร่า)

มันดูเหมือนว่าสเปียร่าจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ได้มีเหตผลมากกว่าเลียร่าเนื่องจากประสบการณ์ของเธอ แต่ถึงแบบนั้นหมัดของเธอก็กำแน่น นี่มันแสดงให้เห็นว่าภายในใจเธอก็ไม่ได้ต่างไปจากเลียร่านัก!

[เกตถูกปิดไปโดยสมบูรณ์แล้ว มันไม่มีที่กองทัพสวรรค์จะเชื่อมต่อกับที่นั่นที่เป็นโลกที่ถูกทิ้งได้ ตอนนี้เมื่อมาคิดดูแล้ว มันมีความตั้งใจซ่อนเร้นที่แตกต่างกันอยู่ของการกระทำของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายกับกองทัพจรัสแสง] (สเปียร่า)
[เหตุผลอะไรที่พวกมันเข้ามา? นั่นก็เพราะจะลักพาตัวมิลของเราไปงั้นหรอ? เป็นเพราะเขาน่ารักสินะ? ฉันรู้อยู่แล้วในเมื่อเขาน่ารักเกินไป] (เลียร่า)

เลียร่าได้ตะโกนออกมาอย่างโกรธเคืองเต็มที่ ยูอิลฮานได้เขกหัวเธอให้เธอใจเย็นลงไป

“ฉันได้ยินมาว่ามิลเข้าไปเพื่อช่วยคุณมิเรย์ ถ้าเป็นแบบนั้นหมายความว่าเป้าหมายของพวกนั้นมันไม่ใช่มิลแต่เป็นคุณมิเรย์”
[พูดให้ถูกคือนายูนาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับคังมิเรย์ หญิงสาวที่ได้รับพรจากเทพแห่งความงาม] (สเปียร่า)
“อ่อ เข้าใจแล้วเป็นเธอคนนั้น…” (เลียร่า)

เลียร่าได้หรี่ตาลงมา เมื่อเห็นแบบนี้ยูอิลฮานได้ถามออกมา

“เธอคิดว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นอยู่แล้วงั้นหรอ?”
[อืม ก็ใช่แหละ ฉันคิดว่าเธออาจจะเป็นเป้าหมายในสักวัน] (เลียร่า)

เลียร่าหยักไหล่ออกมาขณะที่พูดต่อ

[แล้วก็เป็นเป้าของทุกๆคนเว้นแต่กองทัพสวรรค์] (เลียร่า)
“ผู้หญิงคนนั้นมีพลังที่จะทำลายโลกอะไรแบบนั้นได้งั้นหรอ?”
[ไม่ มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก เธอได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความงาม นั่นมันก็มากพอที่เธอจะถูกเพ็งเล็งแล้ว มันยังเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเฟย์ต้าถึงได้เกาะติดกับเธอรวดเร็วแบบนั้นอีกด้วย] (เลียร่า)
[ใช่แล้ว ถ้าหากเป็นคนที่เล็งเป้ามาที่โลกอยู่ เธอคนนั้นก็จะถูกเพ็งเล็งแน่] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้มองดูทูตสวรรค์สองคนเงียบๆและขอคำอธิบายเพิ่ม บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกเขาได้ยอมรับความจริงที่ไม่อาจจะไปช่วยมิลได้แล้วทำให้เลียร่าได้อธิบายออกมาเศร้าๆ

[…เธอเป็นคนที่ได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความงาม นอกไปจากนี้ผู้นำของกองทัพจรัสแสง กองทัพปีศาจแห่งการทำลาย และสวนอาทิตย์อัสดงต่างก็เป็นผู้ชายกันทั้งนั้น] (เลียร่า)
“หือ?”

เขาได้เข้าใจในสถานการณ์ประมาณหนึ่งหลังจากได้ยินสิ่งนี้ แต่ว่าเข้าก็ไม่อยากจะไปเข้าใจลึกซึ้งถึงขนาดนั้นเมื่อเลียร่าได้ประกาศออกมา

[เธอจะยิ่งสวยงามมากยิ่งขึ้นเมื่อเธอได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงใช่ไหมล่ะ? บางทีเธออาจจะกลายเป็นความงามที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกทั้งมวล ถึงมันจะน่ารำคาญและน่าอาย แต่ว่าเธอจะสวยยิ่งกว่าฉันซะอีก] (เลียร่า)
[มั่นใจได้เลยว่าเธอคนนั้นสวยกว่าเธอแน่เลียร่า ไม่สิบางทีถ้าเป็นเธอที่ได้รับพรที่ไม่ได้ด้อย…] (สเปียร่า)
[ว๊ากกกกก! เงียบไปเลย! เงียบบบบบไปปปปปปป!] (เลียร่า) (TL:เลียร่าได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความรัก)
“ถ้างั้นเจ้าพวกนั้นก็พยายามจะ…”

ยูอิลฮานที่ไม่รู้ว่าทูตสวรรค์ได้ทะเลาะอะไรกัน ได้คิดถึงข้อเท็จจริงเรื่องนายูนา

“…ยกระดับเธอแล้วก็กินเธองั้นสิ?”
[อ่า ใช่แล้ว… ประมาณนั้นแหละ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้แต่รู้สึกสิ้นหวัง

“ให้ตายสิ ฉันตกใจจริงๆที่นี่มันเป็นปัญหาระดับต่ำที่สุดแล้วที่ฉันคิดไว้ในหัว!”
[พวกเราก็ยังคิดว่ามันอาจจะต้องเป็นแบบนี้อยู่ แต่ว่าพวกเราไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ] (เลียร่า)
[ขอโทษนะยูอิลฮาน ฉันรู้สึกผิดที่ทำให้นายต้องมาฟังเรื่องบทหนังเกรด C…] (สเปียร่า)

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกรำคาญหลังจากได้ยินว่าพวกผู้นำของกลุ่มสิ่งมีชีวิตระดับสูงได้ทำการลักพาตัวหญิงสาวคนหนึ่งไปเมื่อเขาเพิ่งจะช่วยโลกพ้นวิกฤติ แถมมิลก็ยังติดไปอีกด้วย!

[พวกเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำแบบนี้ก็เพื่อจะลักพาตัวเธอไป หรือต่อให้เรารู้ก็ไม่ได้มีอะไรมากนักที่เราจะทำได้] (สเปียร่า)

มีแค่เขาหรือป่าวนะที่รู้สึกว่าคำพูดของสเปียร่าดูเย็นชามากนะ? บางทีนี่มันอาจจะเป็นมุมมองของทูตสวรรค์ที่มีต่อมนุษย์เป็นปกติก็ได้ เมื่อยูอิลฮานกำลังคิดแบบนี้เลียร่าก็ตะโกนออกมา

[ที่สำคัญกว่านั้นเลยคือมิล! ฉันไปจัดการเอิลต้าแน่ถ้าเธอไม่ได้พามิลกลับมาอย่างปลอดภัย!] (เลียร่า)
[โลกที่เอิลต้าไปคือโลกที่ถูกทิ้ง พวกเราก็ต้องห่วงความปลอดภัยของเธอเหมือนกัน] (สเปียร่า)

ความกังวลได้เริ่มกัดกินจิตใจยูอิลฮาน

ไม่ใช่ว่าเขาก็รู้จักโลกที่ถูกทิ้งเป็นอย่างดีหรอ? ชั่งเรื่องโลกไคโรที่มนุษย์หมาป่าอยู่ไป ถ้าหากว่าโลกที่เอิลต้าไปได้มีพลังสักครึ่งหนึ่ง ไม่สิ สักหนึ่งในสี่ของดาเรย์ล่ะ? นอกจากนี้พวกเอิลต้าก็ไม่อาจจะหนีมาได้ง่ายๆหากว่านี่มันเป็นแผนการร่วมมือกันของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายกับกองทัพจรัสแสง!

“ฉันคิดว่าฉันน่าจะไปที่นั่นก่อนเลย ฉันจำเป็นต้องได้ข้อมูลมาจากคนที่นั่น!”
[อิลฮาน ฉันเข้าใจว่านายเป็นห่วงนะ ยังไงก็ตามมันมีสิ่งที่เราต้องทำกันก่อนเรื่องนั้น] (สเปียร่า)

จุดที่สเปียร่าชี้ก็คือเกตที่เลียร่ากับยูอิลฮานเพิ่งจะออกมา วังวนสีดำยังคงเชื่อมฟีราต้าเข้ากับโลกอยู่

“ใช่แล้ว พวกเราต้องทำลายมันทิ้ง”

ในเมื่อเขาได้ทำลายรากฐานของจักรวรรดิแลว เขาก็จะไม่มีวันเจอชาวฟีราต้าอีกครั้งแน่เมื่อเขาทำลายเกตไป บางทีเขาอาจจะได้เจอพวกนั้นอีกในการต่อสู้แข่งกัน แต่ว่าในเมื่อแผนของพวกนั้นล้มเหลวไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาก็มีแต่ต้องอัดพวกนั้นอีกครั้ง

ไม่นานนักเกตก็ได้หายไปจากการโจมตีร่วมกันของยูอิลฮาน เลียร่าและสเปียร่า พวกเขาทั้งสามคนในตอนนี้ได้จัดการแก้ไขวิกฤติไปแล้ว จากนั้นก็มุ่งตรงไปสู่นิวยอร์ก

[ตรงนั้นไง! มันดูวุ่นวายเลยทีเดียว!]

ในระหว่างที่ข้ามถนนที่ไม่รู้ชื่อของนิวยอร์กมา เลียร่าก็ได้ชี้นิ้วตะโกนขึ้น เมื่อยูอิลฮานมองตามไปเขาก็ได้เห็นตึกสูงเฉียดฟ้านับสิบล้มพังลงมาเหมือนโดมิโน่

[ฉันก็มองเห็นมนุษย์ด้วย เอาล่ะ มันไม่ได้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้พักจากการที่เกตปิดตัวลงนะ…] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้แต่สงสัย ยูอิลฮานก็ยังรู้เหตุผลเหมือนกัน เกตได้หัดตัวลงไปกลายเป็นลูกบอลขนาดใหญ่สีขี้เถ้า ตรงนั้นมีกลุ่มมอนสเตอร์ที่กำลังเผชิญหน้ากับมนุษย์อยู่

มันไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากเผ่าหมาป่าที่อยู่ใต้คำสั่งเอริเซีย เนื่องจากเอริเซียได้ตามมิลเข้าเกตไป มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเผ่าหมาป่าจะปกป้องที่นี่เอาไว้

“ไปที่นั่นกัน”

ยูอิลฮานได้มุ่งไปที่นั่นที่เป็นสนามรบเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้โดยไม่ลังเลใดๆ เขาได้ถอนการซ่อนตัวออกมาทำให้คนที่กำลังป้องกันที่นี่อยู่หลบไปด้านข้าง

“เขามาแล้ว”
“เป็นเขาจริงๆ ชู่วว จู่ๆเขาก็โผล่มาแบบนี้เสมอเลย”
“แล้วเขาไปทำอะไรมาจนถึงตอนนี้กันล่ะ?”
“เงียบหน่อย เขาอาจจะรู้อะไรก็ได้ บางทีเขาอาจจะทำอะไรกับสถานการณ์นี้ได้”

ยูอิลฮานได้ตรงเข้าไปหาเผ่าหมาป่าโดยไม่สนใจเสียงนินทาใดๆ หมาป่าที่แข็งแกร่งที่สุดได้เข้ามาหายูอิลฮานทันทีด้วยร่างมนุษย์ คนๆนี้เป็นคนที่ได้รับพรจากดวงจันทร์

“สวัสดีขอรับท่านยูอิลฮาน กระผมลิวตินู่”
“อ่า”

เผ่าหมาป่าได้เข้ามาต้อนรับยูอิลฮานอย่างเป็นทางการ ยูอิลฮานได้หยักหน้ารับและเข้าเรื่องหลักทันที

“งั้นบอกฉันทีว่าพวกเขาเข้าไปในเกตที่เหมือนไส้กรอกนี่ได้ยังไง”
“ฟู่”

หลังจากได้ยินคำพูดจากยูอิลฮานลิวตินู่ได้เริ่มถอนหยใจออกมา มันไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นแต่เผ่าหมาป่าทั้งหมดต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วย การถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความโกรธ

เรื่องราวมันได้เริ่มขึ้นสั้นๆและน่าตื่นเต้น

การต่อสู้กับโลกที่ถูกทิ้งนั้นฝั่งมนุษย์ได้เปรียบตั้งแต่เริ่มขึ้น

หมาป่าระดับสูงทั้งสี่พันตัวได้มีเฟมิลที่อยู่คลาส 4 เป็นผู้นำและเอลฟ์ที่ใส่อุปกรณ์ระดับตำนานกับอัจฉริยะจอมเวทย์ที่ปกปิดตัวตนตลอดเวลาแม้จะอยู่คลาส 2 มิล พวกเขาทั้งหมดนี้เป็นตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคืออาวุธประเภทติดตั้งที่ยูอิลฮานฝากเอิลต้าเอามาให้คังมิเรย์เป็นสิ่งที่เจิดจรัสที่สุด

กองพันธมิตรแนวหน้ามีกลุ่มเทพสายฟ้าเป็นศูนย์กลางสอดประสาทจังหวะนำพาการต่อสูให้ไหลไปทำให้มอนสเตอร์คลาส 3 ที่พลั่งพรูกันออกมาจากโลกที่ถูกทิ้งได้ถูกกวาดล้างลงไปทีละตัวและขวัญกำลังใจของฝั่งมนุษย์ก็ได้พุ่งทะลุขีดสุด พวกเขาได้ต่อสู้อย่างสุดพลังโดยที่แทบไม่สูญเสียเลย

มันไม่นานนักที่กองกำลังมอนสเตอร์ได้ยิ่งบ้าคลั่งขึ้น บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่ามีคนทรยศในหมู่ทูตสวรรค์ทางฝั่งนี้ไปบอกถึงสถานการณ์กับทางฝั่งนู้น มันดูเหมือนว่ามันจะเร่งขึ้นให้รุนแรงขึ้นราวกับมอนสเตอรืที่แข็งแกร่งจากอีกโลกได้ถูกนำมารวมกันและทะลวงผ่านเกตมา

ในตอนแรกมนุษย์ตระหนกกับการที่จู่ๆกองกำลังมอนสเตอร์เพิ่มขึ้น แต่ว่าพวกเขาก็ยังรักษาความใจเย็นไว้ได้อยู่ ในจุดนี้อาวุธแบบติดตั้งของยูอิลฮานได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา อาวุธทั้งหมดร่วมไปถึงบาลิสต้าและฉมวกต่างก็มีฟังชั่นในการทำลายตัวเอง

[อิลฮาน ทำไมนายถึงได้เริ่มทำทุกๆอย่างที่มันทำลายตัวเองได้ในตอนที่ฉุกเฉินกันล่ะ?] (เลียร่า)
“ลิวตินู่ พูดต่อไป”

ระเบิดได้เกิดขึ้นไปทั่วและทำลายมอนสเตอร์ไปจนสิ้น! เอริเสียได้ตั้งกลุ่มหมาป่าขึ้นเหมือนอ่อนและพุ่งไปในที่ที่มอนสเตอร์ดูจะอ่อนแอ นี่มันเป็นไปได้เพราะว่าเอริเซียเป็นคนที่ควบคุมหมาป่า

ต้องขอบคุณมนุษย์ที่รู้ว่าพวกหมาป่าอยู่ภายใต้คำสั่งยูอิลฮานและได้ให้ความร่วมมือทำให้พวกเขาสามารถจะจัดการคลื่นมอนสเตอร์คลาส 3 กว่าห้าหมื่นตัวไปได้

“พวกเขาสู้กับมอนสเตอร์คลาส 3 ห้าหมื่่นตัวงั้นหรอ? มนุษย์พัฒนาขึ้นมามากเลยนี่”
“พวกคงจะล้มเหลวแน่หากไม่ได้การควบคุมจากท่าเอริเซียและพลังของเฟมิล โอ้อาวุธของท่านยูอิลฮานก็ด้วยครับ”

ยังไงก็ตามกำลังของฝั่งมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจริงๆ ยูอิลฮานรู้สึกว่าผลจากตัวเขากับแวนการ์ดได้แสดงออกมาแล้ว ยังไงก็ตามจากนั้นหมาป่าได้ถอนหายใจขึ้น

“ในตอนนี้เองท่านยูมิลก็ได้ร่ายเวทย์”
“หือ? ทำไมยูมิลถึงโผล่ออกมาล่ะ?”
“เหตุผลเบื้องหลังของคลื่นมอนสเตอร์ขนาดใหญ่มันไม่ใช่การกวาดล้างมนุษย์ แต่เพื่อสร้างความวุ่นวาย ที่พวกมันสร้างความวุ่นวายขึ้นมาก็เพื่อลักพาตัวนายูนา”

มอนสเตอร์คลาส 4 ที่ได้รับการฝึกซ่อนตัวมาเป็นพิเศษได้พยายามลักพาตัวนายูนา ยังไงก็ตามยูมิลที่เห็นการซ่อนตัวนั่นก่อนได้ร่ายเวทย์หยุดเอาไว้ และเมื่อมันแสดงตัวออกมาแล้ว คังมิเรย์ที่อยู่ใกล้ๆก็ได้รู้ถึงตัวตนของมันและพุ่งเข้าไปหาทันที

มอนสเตอร์คลาส 4 ได้ลักพาตัวนายูนาล้มเหลวเพราะยูมิล ยังไงก็ตามในจุดนี้นายูนากับคังมิเรย์ได้โดนมอนสเตอร์กวาดต้อนจนในที่สุดพวกเธอก็ตกลงไปในเกต

ยังไงก็ตามยูมิลได้คว้าแขนเสื้อคังมิเรย์เอาไว้และเข้าไปกับเธอก่อนที่คนอื่นจะพูดอะไรได้ทัน และเอริเซียที่รูเแบบนั้นได้บอกกับทุกๆคน หมาป่าระดับสูงสุดไม่กี่คนรวมไปถึงเฟมิลได้พุ่งเข้าไปในเกตและเอลฟ์ก็ตามเข้าไป เอิลต้าที่รู้ตัวช้าหน่อยก็ยังรีบตามเข้าไป

“ท่านเอิลต้าได้ทิ้งคำสุดท้ายว่า ‘ชิ ช่วยไม่ได้แล้ว'”
[นั่นฟังดูเหมือนกับว่าเอิลต้าตายแล้ว!] (เลียร่า)

เลียร่าได้ร้องออกมา แต่ว่าในปัจจุบันเธอได้ซ่อนตัวตนจากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอื่นๆนอกจากยูอิลฮานอยู่ดังนั้นมันไม่มีทางที่พวกหมาป่าจะได้ยินเสียงของเธอ

[ถ้างั้นความผิดของเอิลต้าที่ใหญ่ที่สุดคือไม่ดูแลมิลให้ดี] (สเปียร่า)
[แล้วไงต่อ? เกิดอะไรขึ้นกับเกต? ทำไมมันถึงปิดลงล่ะ?] (เลียร่า)

เมื่อยูอิลฮานได้ถามออกไปพวกหมาป่าก็กัดฟันแน่นพูดออกมา

“ฉันมั่นใจว่าเป้าหมาของพวกมันคือนายูนาตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากพวกเธอถูกกวาดต้อนเข้าไปในเกตแล้ว จูๆเกตก็เริ่มหดตัวลงไป พวกทูตสวรรค์ต่างตกใจและมารวมตัวกันที่เกต แต่ว่าสถานการณ์มันเกินกว่ามือพวกเขาแล้ว หนึ่งในพวกเขาบอกเหมือนกับว่าโลกนั่นได้ปิดตัวลงไปโดยสมบูรณ์แล้ว”
[ปิดตัวเองลงไปโดยสมบูรณ์? มันเหมือนกับโลกก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่งั้นหรอ? นี่มันเป็นไปได้ด้วยงั้นหรอ?] (เลียร่า)

เลียร่าได้ถามออกมา ยังไงก็ตามขนาดเธอที่อยู่ในคลาส 6 ยังไม่รู้คำตอบ แล้วใครจะไปรู้กันล่ะ? ทั้งกลุ่มได้ตกลงสู่ความเงียบ ยูอิลฮานได้ถอนหายใจพร้อมพึมพัมออกมา

“ให้ตายสิ ท้ายที่สุดทูตสวรรค์ก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักนิดเลย…”
[โอใช่ แล้วเฟย์ต้าล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?] (เลียร่า)
[ไม่ใช่ว่าฉันบอกไปแล้วหรอ? เธอเป็นคนทรยศ แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าเธอทรยศตั้งแต่แรกหรือมาเปลื่ยนเอากลางทางก็ตาม แต่มันดูเหมือนว่าเอิลต้าได้ฆ่าเธอไปแล้ว] (สเปียร่า)
[อ่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอมันไร้ประโยชน์] (เลียร่า)
“ทูตสวรรค์ไม่ได้ช่วยอะไรสักนิดเลยนี่!”

คำอธิบายสถานการณ์ได้จบลงแล้ว แม้ว่าจะตกใจอยู่พักหนึ่ง มนุษย์กได้เริ่มล่ามอนสเตอร์ทั้งหมดที่หลุดมาบนโลกก่อน และเมื่อยูอิลฮานมาถึงมันก็จบลงแล้ว

“นี่มันแทบจะทำให้ฉันบ้าไปแล้ว”

แม้ว่าเขาจะคิดว่ามันจะอันตรายนิดๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่ายูมิลที่แข็งแกร่งมากๆจะเข้าไปในโลกที่ถูกทิ้งด้วยตัวเอง แม้ว่าตัวยูอิลฮานก็ทำเหมือนกัน เขารู้ถึงอันตรายของมันเป็นอย่างดีเพราะเขาก็เคยเข้าไปมาแล้ว

เขารู้สึกขอบคุณเอริเซีย เขาขอบคุณที่เธอได้ตามเข้าไปเป็นกำลังเสริมให้ยูมิล ถ้าหากไม่ใช่เพราะเธอ ยูอิลฮานก็คงกังวลมากยิ่งกว่านี้อีก ยังไงก็ตามตอนนี้เขาก็กังวลมากพอแล้ว

แล้วก็เอิลต้า เขาให้อภัยเธอไม่ได้ เธอจะต้องชดใช้มแน่เมื่อเธอกลับมา และดังนั้นเขาก็ต้องการให้เธอกลับมาอย่างปลอดภัย

ยูอิลฮานที่จิตใจสับสนได้มองไปที่บอลสีขี้เถ้าที่มีพลังเวทย์ของเกตเหลืออยู่ และพูดออกมา

“เลียร่าช่วยทำอะไรซักอย่างที”
[ฉันทำอะไรไม่ได้] (เลียร่า)
“ถ้าเธอเปิดมันได้ ฉันจะยอมทำทุกๆอย่างที่ฉันทำได้เลย”
[…โอเค ฉันจะพยายาม แต่ช่วยรักษาสัญญาด้วยนะ] (เลียร่า)

เลียร่าได้กลืนน้ำลายและหยิบเอาหอกออกมาจากอก สเปียร่าเขกหัวเธอเพื่อให้เธอใจเย็นลงไป

[มันไม่มีอะไรที่เธอทำได้หรอ มันมีแต่จะเสียแรงเปล่า] (สเปียร่า)
[แต่อิลฮานบอกว่า!] (เลียร่า)
[มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะมีอะไรท่มันเป็นไปได้ มันก็คงเป็นการออกมาจากข้างในโลกนั่น] (สเปียร่า)

ออกมาจากข้างในโลกนั่น? ในโลกที่มีทั้งอิทธิพลของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายและกองทัพจรัสแสงงั้นหรอ? ด้วยตัวมิลเองน่ะนะ? ยูอิลฮานได้ยิ้มขมๆ

ความรู้สึกไร้พลังได้ปกคลุมร่างของเขา เขาเพลิงจะจัดการกวาดล้างฟีราต้ามา แต่ว่าในตอนนี้มันกลับเป็นแบบนี้…

เขาไม่น่าให้พวกมิลมาที่นี่เลย ถ้าเขาให้พวกมิลรออยู่ที่บ้านเขา ถ้างั้นเรื่องแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้น มันเป็นความผิดของยูอิลฮานที่ส่งพวกเขามาในที่อันตรายแบบนี้ การตัดสินใจที่พลาดของเขามันทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้น

และเมื่อเขาสรุปได้แบบนี้ จิตใจของเขาที่เก็บไว้ได้ดีแม้ว่าจะอยู่ในฟีราต้าก็ได้พังทลายลงไป แม้ว่ายูอิลฮานได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่สิ้นสุดจากการข้ามผ่านวิกฤติและอันตรายด้วยตัวเอง แต่ว่าเมื่อคิดว่าเขาต้องเสียคนสำคัญไปเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดมันได้ทำให้จิตใจของเขาถึงขีดสุดในทันที

ปากของเขาได้พึมพัมออกมาอัตโนมัติอย่างไร้พลัง

“โอ้… นี่มันไม่เข้าท่าเลย…”

สเปียร่ากับเลียร่าได้รีบจับตัวเขาไว้ไม่ให้ล้มลงไปกับพื้น ถ้านี่เป็นที่บ้านก็คงจะไม่เป็นไร แต่ว่าที่นี่เป็นที่ที่หัวหน้าหลายๆกลุ่มต่างก็มองมาที่เขา มันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่จะแสดงด้านที่อ่อนแอของเขาออกมา

[อิลฮาน ให้พวกหมาป่ารออยู่ที่นี่แล้วก็กลับบ้านไปนอนก่อนเถอะ ฉันก็เป็นห่วงมิลมากเหมือนกัน แต่ว่าฉันห่วงนายมากกว่าอีก ในวันนี้นายกดดันตัวเองมามากพอแล้ว ดังนั้นไปพักก่อนเถอะ ไวค่อยคิดเรื่องนี้หลังจากนั้นโอเคนะ?] (เลียร่า)
[เธอพูดถูกแล้วยูอิลฮาน ฉันจะเฝ้าดูที่นี่เอง ดังนั้นไปพักกับเลียร่าเถอะ] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว เขาได้มองไปรอบๆ ทุกๆคนกำลังมองเขาอยู่ สถานการณ์ในตอนนี้มันยุ่งเหยิงมาก สงครามได้จบลงก่อนเวลา และพวกเขาก็กำลังรอให้คนมาจบทุกอย่างนี่

“ที่นี่จะเป็นหน้าที่หมาป่าคุ้มกันเอง”

ยูอิลฮานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หมดพลัง

“ต่อให้เกตเปิดขึ้นอีกครั้ง ฉันจะป้องกันที่นี่เอง ดังนั้นการต่อสู้มันจบลงแล้ว กลับไปที่บ้านเถอะ เตรียมตัวไว้สำหรับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สอง”

ทุกๆคนได้ถอนหายใจออกมา ถึงแม้ว่ายูอิลฮานจะไม่ได้เป็นผู้ปกครองพวกเขา แต่พวกเขาทุกคนก็เชื่อคำพูดของยูอิลฮาน ถึงมันจะสั้นแต่ก็เป็นการต่อสู้ที่รุนแรง มันได้จบลงและผู้คนที่ปกป้องโลกได้แยกกันไปหลังจากเคารพกันและกัน

แม้แต่มิเชล สมิธสันก็ยังกลับบ้านไปแต่โดยดี และยูอิลฮานก็ยังได้เห็นว่าเขามีอารมณ์มากทีเดียวเกี่ยวกับคังมิเรย์ที่หายไป บางทีมันอาจจะถูกก็ได้ที่จะพูดว่าเขารู้สึกเห็นใจกันเนื่องจากพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่เหมือนๆกัน

[ยูอิลฮานไปพักเถอะ ปล่อยที่นี่ให้เป็นหมาที่ฉันแล้วก็พวกหมาป่านี่เอง] (สเปียร่า)
“เธออยากจะให้ฉันไว้ใจเธองั้นสินะ?”

ยูอิลฮานหัวเราะขึ้นมากับคำพูดของสเปียร่าและกระซิบกับลิวตินู่ให้ดูแลที่นี่ ลิวตินู่ได้หยักหน้าอยางตั้งใจและกลับไปรวมกับพวกหมาป่า

นี่เป็นอย่างสุดท้ายแล้ว ยูอิลฮานได้กลับไปที่กับเกาหลีกับเลียร่าและเขาได้จัดการอุปกรณ์ของเขาและอาบน้ำก่อนที่จะไปนอนหลับลงไป

ยังไงก็ตามในทันทีที่เขาหลับสนิทข้อความสีเขียวก็ปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องราวกับมันรอให้เขาหลับอยู่

[ยูมิลได้กลายเป็นเลเวล 100 ยูมิลได้วิวัฒนาการไปเป็นมังกรเร้นลับแรกรุ่น]
[พลังของมังกรหนุ่งได้สอดประสานแข็.แกร่งขึ้นกับผู้ทำพันธสัญญา พัฒนาการของยูมิลและมันทำให้สามารถจะใช้งานมังกรโลหิตได้!]
[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 23 จากการพัฒนาของลูกน้อง]
[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 25 จากการพัฒนาของลูกน้อง]
[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 28 จากการพัฒนาของลูกน้อง]

นี่เป็นปาฏิหาริย์ที่ไม่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ แต่ว่าน่าเสียดายที่ยูอิลฮานหลับลงไปแล้วและเขาก็ไม่ได้เห็นข้อความพวกนี้เลย

ยังไงก็ตามมันก็โชคดีที่พายุข้อมูลพวกนี้เป็นแค่การเริ่มต้นการพัฒนาที่แท้จริงเท่านั้น แม้อย่างนั้นก็มีเพียงแค่ยูมิลกับพรรคพวกเท่านั้นที่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกที่ถูกทิ้ง

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel