0 Views

บทที่ 136 – ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกของฉัน! (4)

 

เมื่อยูอิลฮานได้โจมตีร่างกายของสัตว์ปีศาจได้สำเร็จไปประมาณสามสิบครั้งก็เหลืออัศวินเพียงแค่หนึ่งพันเจ็ดร้อยคน ส่วนพวกที่เหลือต่างก็ตายไปจากการถูกสัตว์ปีศาจกินไปหมดแล้ว

[ก๊าซซซซซซ!]
“เยี่ยม ตอนนี้มันขยับไม่ได้แม้แต่นิดแล้ว”

อย่างแรกเลยสัตว์ปีศาจได้พยายามจะไปทำลายเมืองหลวงหลังจากจัดการยูอิลฮานกับอัศวินไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าในตอนนี้การเคลื่อนไหวของมันแทบจะถูกปิดกั้นไปโดยสมบูรณ์จากฉมวกที่รัดพันร่างของมันอยู่

ยังไงก็ตามตอนนี้ไม่มีฉมวกให้ปาอีกแล้วเนื่องจากฉมวกทั้งหมดได้พังลงไป! ในตอนนี้มันถึงเวลาที่จะเชื่อมั่นในอัศวินที่คุ้มกันเสาที่เชื่อมต่อกับฉมวกและเริ่มขั้นต่อไปแล้ว

“จับมันเอาไว้ด้วยทุกอย่างที่พวกเรามี! พวกเราจะต้องปกป้องจักรวรรดิ!”
“โอ้วววววว!”
“สัตว์ปีศาจมันขยับไม่ได้แล้ว! อัศวิน แสดงพลังใจออกมาเลย!”
“โอ้วววว!”

ต่อหน้าภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่อย่างมากนี่มันดูเหมือนว่าจิตใจของพวกเขาจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ อัศวินที่รอดอยู่ทั้งหมดต่างก็ผลักดันตัวเองด้วยคำว่าวีรบุรุษ พวกเขาได้รวมพลังกันเพื่อเอาชนะสัตว์ปีศาจและโจมตีอย่างสุดความสามารถเพื่อจะสร้างความเสียหายแม้เพียงนิดเดียว!

ยูอิลฮานได้พุ่งออกไปในทันทีที่ยืนยันว่าคนพวกนี้ทำหน้าที่ได้ดี

[ก๊าซซซซซซ!]

ความสนใจของสัตว์ปีศาจทั้งหมดต่างก็อยู่ที่ยูอิลฮาน คนที่เอาฉมวกทั้งหมดมาปาใส่ร่างของมัน ในตอนนี้มันน่าจะเกลียดยูอิลฮานเข้าไส้ไปแล้ว

เพราะแบบนี้ยูอิลฮานไม่อาจจะหยุดได้แม้แต่นิดเดียว เสียงร้องของมันที่ไร้ที่สิ้นสุดและเพลิงที่ออกมาจากร่างที่ไม่หยุดลง หางหนาๆของมันที่ยูอิลฮานใช้ฉมวกหยุดเอาไว้ไม่ได้มันเล็งมาที่ตัวเขาแล้ว

“อึก”
[ก๊าซซซซซซ!]

เนื่องจากหางของมันมองเห็นได้อย่างชัดเจนมันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะหลบมัน แต่ปัญหาก็คือไฟกับเสียงร้องของมัน

เพลิงจากร่างของมันเผาอากาศและกลืนกินพื้นที่ ทั้งพิษที่รุนแรงกับคำสาปที่ชั่วร้ายก็ยังหลงเหลืออยู่หลังจากเพลิงผ่านไป อัศวินส่วนมากต่างก็ตายเพราะสิ่งนี้และแม้แต่ยูอิลฮานก็ยังต้องล้มลงไปนานแล้วหากเขาไม่ได้มีการต้านพิษระดับสูงและการต้านทานคำสาประดับสูง

[ก๊าซซซซซซซซซ]
“บ้าเอ้ย”

สิ่งที่อันตรายที่สุดต้องยกให้กับเสียงคำรามของมัน ทุกๆสิ่งที่อยู่ในเส้นทางปากของมันต่างก็ต้องพังทลายลงและเขาก็ไม่อาจจะหลบสิ่งนี้ได้

เวทย์มังกรที่แทบจะไม่มีการเสียเวลาจากการร่ายเวทย์ก็ทรงพลังพอแล้ว แต่ว่าเจ้านี่ในแง่ของพลังทำลายแล้ว การคำรามติดต่อกันของมันทำเหมือนกับการขยับนิ้วเฉยๆเลย

“ชิ”
“โอ้วววววว!”
“อ๊ากกกกก!”

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบมันด้วยแค่การดูการเคลื่อนไหวของมัน เขาจะต้องสัมผัสถึงการสั่นสะเทือนของมานาและคาดเดาในทิศทางที่มันจะโจมตีมาก่อนและเขากระทั่งต้องกระโดดติดต่อันสองครั้งเพื่อหลบมัน

เนื่องจากการกระโดดเขาจะต้องใช้พลังเหนือมนุษย์ทำให้เขาต้องใช้พลังเหนือมนุษย์อยู่ตลอดเวลา และเพื่อทีจะรักษาสถานั้นและฟื้นฟูกล้ามเนื้อของเขา เขาจำเป็นจะต้องใช้การฟื้นฟูเหนือมนุษย์ตลอด โชคดีมากที่เขาได้เตรียมเครื่องดื่มลมหายใจมามาก

[ก๊าซซซซซซซซซ!]

ในบางครั้งยูอิลฮานยกเลิกการมองเห็นในการต่อสู้ แม้ว่าในขณะที่เขากระพริบตา ร่างของเขาก็วิ่งผ่านอากาศไปแล้วและภาพสิ่งต่างๆก็พร่ามัวไม่ว่าเขาจะเปิดตามากแค่ไหน เว้นเสียก็แต่พื้นดิน ท้องฟ้า หิน ต้นไม้ เพลิงและหางยักษ์ของมัน

ในการทำสงครามจิตวิทยากับการหลบ สัมผัสทางมานาของยูอิลฮานกับสกิลการกระโดดของเขาได้พัฒนาขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง แต่ยูอิลฮานต้องทั้งเสียหยาดเหงื่อกับความเจ็บปวดเป็นการแลกเปลื่ยน

“กินนี่ไปซะ!”
[ก๊าซซซซซซซ!]

สัตว์ปีศาจมันไม่เหมือนกับยูอิลฮานที่ขยับตลอดเวลา ยูอิลฮานในตอนนี้กำลังทำ ‘ขั้นต่อไป’ ตามที่เขาประกาศมาก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือการขว้างหอกจากระยะไกล

แม้กระทั่งในตอนนี้หอกกระดูกยักษ์ที่มีน้ำหนักทั้งหมดของช่องเก็บของก็ยังโผล่ขึ้นมาจากท้องฟ้าพุ่งเข้าใส่หลังของสัตว์ปีศาจอย่างรวดเร็วด้วย สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นในทันทีที่ยูอิลฮานได้เห็นว่าร่างของมันอยู่ในระยะกาดควบคุมเก็บของระยะไกลของเขาที่เขาหลบมันได้

[ติดคริติคอล!]
[ก๊าซซซซซซซ!]

มันเหมือนกับว่ามันจะเจ็บมากๆจนมันลืมคำรามออกมาและสะบัดร่างกาย สำหรับยูอิลฮานแล้วนี่คือโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง เขาได้หลบเสาเพลิงสีดำที่ปะทุมาจากร่างของมันและแทงมันลงไป ซึ่งนี่มันประสบความสำเร็จเอามากๆ

[ติดคริติคอล!]

ยูอิลฮานก็อยากจะเทหอกลงมาเป็นร้อยๆอันในครั้งเดียว แต่ว่ามันไม่ใช่แค่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมหอกจำนวนมากในขณะหว่างการหลบการโจมตีเท่านั้น มันยังเป็นไปไม่ได้ที่สัตว์ปีศาจจะได้รับความเสียหายจากหอกที่น้ำหนักถูกกระจายออกไปอีกด้วย

นี่มันเป็นสิ่งที่เขารู้ได้จากการเสียสละของอัศวินนับสิบไป มันจะดีกว่าหากเขาใช้การโจมตีในทุกๆครั้งที่มีโอกาส!

“อ๊ากกกกกก!”
“ย๊ากก เพื่อจักรวรรดิ”

เหล่าอัศวินต่างก็ถูกฆ่าไปตลอดเวลา ทั้งหากของสัตว์ปีศาจหรือไฟหรือเสียงคำรามที่โจมตียูอิลฮานล้มเหลวมันจะกระจายออกไปทุกทิศทางและโดนอัศวินพวกนี้ ในทุกๆครั้งที่สัตว์ปีศาจอารวาด พื้นดินจะสั่นสะเทือน เมฆสายฟ้าจะถูกรวบบนท้องฟ้าและอัศวินก็จะล้มตายลง

ถ้ามันคลั่งไปแม้แต่นิดเดียว บางทีแผ่นดินทั้งแผงก็อาจจะพลิกกลับได้ ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ฉมวกก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจะต้องโจมตีมันให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในขณะที่พื้นยังคงอยู่

[ก๊าซซซซซซ]
“โจมตีมัน! มันกำลังอ่อนแอ!”

 

ยูอิลฮานได้ตะโกนออกมาในขณะที่ลอยไปอีกครั้ง เขาได้ใช้การกระโดดซ้ำๆหลบแส้เพลิงสีดำและพุ่งออกไปหลายกิโลเมตรในทันที ก่อนที่จะหยิบเอาหอกกระดูกออกมาขว้างสุดกำลัง

“แสดงให้มันเห็นถึงเจตจำนงแห่งจักรวรรดิคาดร้าเรา!”
“มาพิสูจน์ความรุ่งโรจน์และพลังของพวกเรากัน!”

ในตอนนี้เองอัศวินที่บ้าคลั่งได้เอาไพท์บังเกอร์ใช้ครั้งเดียวออกมาและพุ่งออกไป

[ก๊าซซซซซซซซ!]
“อ๊ากกกกกกกกกกกก!”
“อว๊ากกกกกกกกกกกกก!”

แน่นอนว่าในคนที่พุ่งออกไปก็มีอัศวินจำนวนมากตายลงไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอัศวินจำนวนมากวิ่งไปต่อและโจมตีใส่ที่เท้าของสัตว์ปีศาจได้สำเร็จ

เนื่องจากว่ายูอิลฮานได้จัดการโหลดไพท์บังเกอร์ให้พวกเขาจนสุดแล้วทำให้ผลมันออกมายอดเยี่ยมมาก

[ก๊าซซซซซซวว!]

สัตว์ปีศาจได้ดิ้นและร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เชือกที่เชื่อมฉมวกกับเสาเขาด้วยกันต่างก็ถูกดึงจนตรึง แต่ว่าเชือกพวกนี้ก็ยังทนได้เป็นอย่างดี

“เกิดอะไรกับอัศวินพวกนีกันนะ? พวกนี้สู้ได้ดีกว่าที่ฉันคิดซะอีก แล้วการโจมตีมันก็ได้ผลมากๆด้วยเหมือนกัน…”

ยูอิลฮานได้หลบเสียงคำรามของสัตว์ปีศาจลงมาบนพื้นและพึมพัมออกมา งั้นนี่มันเป็นไปได้ที่มนุษย์จะบ้าคลั่งไปจนเก่งเมื่ออยู่ต่อหน้าความตายงั้นสินะ? พวกอัศวินหลายๆคนได้ต่อสู้เหนือกว่าศักยภาพของตนไปแล้ว

ในตอนนี้เองสิ่งที่น่าตื่นตกใจยิ่งกว่าได้เกิดขึ้น อัศวินคลาส 2 ส่วนใหญ่ที่มีเลเวลอยู่ที่ 99 ได้พัฒนาไปเป็นคลาส 3

มันดูเหมือนว่าการต่อสู้กับสัตว์ปีศาจจะทำให้พวกเขาได้รับข้อมูลต่างๆมาอย่างมาก แน่นอนว่ายูอิลฮานก็รู้สึกเจ็บปวดมากเหมือนกัน

“โอ้ โอ้ววววว พลัง พลังกำลังเอ่อล้น!”
“ฉันจะต้องสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับจักรวรรดิ!”
“ฉันจะฆ่าแกและขึ้นเป็นฮีโร่”

ความตั้งใจของพวกเขาก็เอ่อล้นรุนแรงมากเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเพลิงของสัตว์ปีศาจจะยังรุนแรงกว่าก็ตาม

“เจ้าสัตว์นี่บ้าไปแล้ว”
“อย่าไปโดนเลือดสีดำที่ออกมาจากร่างของมัน เลือดนั่นมีความเป็นพิษสูง!”

การลดจำนวนของอัศวินก็ไม่ได้หยุดลงเลยและในตอนนี้มีเหลือแค่ประมาณพันกว่าคนเท่านั้น ในหมู่พวกเขา มีหลายคนที่พยายามจะดึงเสาเอาไว้ไม่ให้ถูกดึงออกไป แต่ว่าหลังจากที่เห็นพรรคพวกของพวกเขาได้รับพลังต่อหน้า ดวงตาของพวกเขาก็เริ่มเปลื่ยนไปและเริ่มบ้าคลั่ง

“กินนี่ไปซะ!!!!!!”
“ฉันจะแสดงให้แกได้เห็นถึงพลังของลูกผู้ชายและเจตจำนงแห่งจักรวรรดิ!!!!”

จำนวนของอัศวินที่กล้าหาญพุ่งเข้าไปปะทะกับเพลิงสีดำด้วยอวุธที่ยูอิลฮานได้ให้ไปได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

ในตอนนี้พวกคนที่แต่เดิมไร้ค่าได้พุ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์สัตว์ยักษ์ที่มีเลเวลมากกว่า 260 อย่างไม่เกรงกลัว

“โอ้ววววววว!”
“ตายยยย!!!”

แม้ว่าพลังโจมตีของอัศวินจะไม่ได้มีอะไรที่สำคัญ แต่ว่าเมื่อพลังของพวกเขารวมเข้ากับอาวุธที่ยูอิลฮานสร้างขึ้น พวกเขาก็ไม่อาจจะถูกเมินเฉยได้ นอกไปจากนี้อัศวินยังเข้าโจมตีแทบจะในเวลาเดียวกันอีกด้วย

[ก๊าซซซซซซซซซซ!]

ในที่สุดแล้วสายตาของสัตว์ปีศาจก็ละสายตามาจากยูอิลฮานและพ่นเพลิงออกมาด้วยความโกรธ พิษระดับสูงของเพลิงดูจะเหมือนว่ามันมาจากนรกได้กระจายออกไปนับสิบเส้นและตกลงไปบนพื้น พิษกับคำสาปได้ปกคลุมเหล่าอัศวินเอาไว้

อัศวินนับสิบได้ถูกตัดออกไปจากสนามรบด้วยแค่การโจมตีธรรมดาๆแบบนี้

“เยี่ยม พวกนายทำได้ดีมาก!”

ยังไงก็ตามมันก็ส่งผลให้ยูอิลฮานทำอะไรได้ง่ายขึ้นในเมื่ออัศวินได้ทำให้สัตว์ปีศาจรำคาญ

ยูอิลฮานได้วิ่งไปอย่างขันแข็งโดยที่ไม่ยอมพลาดโอกาสใดๆที่เขาจะแทงหอกไปในร่างมันได้ ทั้งด้วยการควบคุมเก็บของระยะไกล ขว้างหอกตรงๆและถ้าหากเขามีโอกาสที่ดีพอ เขาก็จะพุ่งเข้าไปแทงหอกในระยะประชิดเองเลย

[ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!]

ยังไงก็ตามเพียงแค่เมื่อสัตว์ปีศาจกำลังจะกลายเป็นสิ่งที่คล้ายกับเม็นเพราะหอกกระดูกนับร้อย ในตอนนี้มันก็ดูจะรำคาญเอามากๆจากการโจมตีทุกทิศทางทำให้มันพยายามจะกระโดดขึ้นไปโดยการถีบพื้นดินขณะเดียวกันก็ปล่อยไฟที่รุนแรงออกมาทุกทิศทาง

ฉมวกและเสาที่เชื่อมต่อด้วยกับด้วยเชือกดูจะส่งเสียงที่ไม่น่าพอใจนักออกมาก่อนที่จะถูกดึงขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับอัศวินที่จับเสาเอาไว้

“อ๊ากกกกกกกกกก!”
“อว๊ากกกกกกกก!”

ฉากนี่มันงดงามอย่างแท้จริง เป้าหมายที่มนุษย์ทุกๆคนได้รวมพลังทั้งหมดเพื่อต่อต้านมัน พวกเขาได้ปลดปล่อยตัวเองด้วยการใช้พลังที่เกินขีดจำกัด

[กรรรรรรรรรรรรรรรร!]

เพลิงได้ปรากฏขึ้นมาในทันทีที่สัตว์ปีศาจได้เร่งพลังขึ้นจัดการกวาดล้างอัศวินจำนวนมากไปอีกครั้ง และอัศวินที่รอดอยู่บนฟ้าอย่างบ้าคลั่งก็ไม่สามารถจะสู้ได้อีกหลังจากตกลงมา

[ก๊าซซซซซซซซซ! กรรรรรร!]

ในขณะเดียวกันสัตว์ปีศาจได้คำรามอย่างบ้าคลั่งและเริ่มวิ่งเป็นเส้นตรง เนื่องจากว่ามันได้เสียทั้งเลือดและมานาไปเป็นจำนวนมาก ทั้งร่างก็ถูกแทงด้วยหอกและฉมวกทำให้มันไม่ได้อยู่ในสภาพที่ปกติแล้ว

มันได้สูญเสียสตินึกคิดไปนานแล้วและเป้าหมายของมันคือตรงไปที่เมืองหลวงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเนื่องจากที่นั่นมีจำนวนชีวิตอยู่มากที่สุด

“ฉันจะปล่อยให้มันทำแบบนั้นไม่ได้”

ยูอิลฮานได้ตามติดไปและแทงหอกอันอื่นไปที่ร่างของมัน แต่ว่ามันไม่ได้สนใจยูอิลฮานอีกต่อไปแล้ว ไม่สิ สำนึกคิดของมันได้หายไปหมดแล้วทำให้มันไม่ได้รู้ถึงตัวตนของเขาเลยด้วยซ้ำไป

หรือก็คือในตอนนี้มันเป็นไปได้แล้วที่เขาจะเข้าไปสู่การซ่อนตัวอีกครั้งหนึ่ง

“ถ้างั้น”

ยูอิลฮานได้มองดูหอกกระดูกมังกร ฉมวกกระดูกมังกร ธนูกระดูกและกระสุนกระดูก รวมๆแล้วมันมีจำนวนมากกว่าหนึ่งพันซะอีก

ถ้างั้นการเตรียมการก็น่าจะพอแล้ว

เขาได้หยิบเอาอาวุธอันใหม่ออกมาจากช่องเก็บของ อาวุธที่เขาได้ทุ่มเทเลือดและหยาดเหงื่อไปในบาเรียพร้อมๆกับแส้ ชื่อของมันก็ยิ่งใหญ่เป็นอย่างดี

[ค้อนสายฟ้า’เสียงกังวาล’ ‘ยักษ์’ แห่ง ‘การทำลายล้าง’] (TL: ขอแก้ชื่อจากตอนเก่านะครับ)
[ระดับ – ตำนาน]
[พลังโจมตี – 6,800]
[ความทนทาน – 8,500/8,500]
[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน – นักล่ามังกร]
[ออฟชั่น –
1.เพิ่มโอกาสคริติคอลและพลังโจมตีคริติคอล 60%
2.สามารถขยายขนาดได้เพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า พลังจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
3.สะท้อนกับไอเทมที่ทำจากวัสดุเดียวกันที่ทำค้อนขึ้นมาตามที่ผู้ใช้ต้องการ]
[อาวุธของผู้สร้างแห่งตำนานอาวุธที่จะพัฒนาไปตามข้อมูลที่ผู้ใช้ได้รับ]

ค้อนนี้ไม่ได้มีออฟชั่นที่ดีเด่นอะไรเหมือนแส้ แต่ว่าไม่เพียงแค่พลังโจมตีมันสูงกว่าเกือบ 600 เท่านั้น ออฟชั่นทั้งสามของมันยังมุ่งเน้นไปในที่ใดที่หนึ่งซึ่งมันเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใช้จัดการกับศัตรูขนาดใหญ่!

สิ่งที่ยูอิลฮานชอบที่สุดก็คือออฟชั่นที่สาม ‘เสียงกังวาล’ เขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีออฟชั่นแบบนี้ออกมา แต่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาแบบนี้ได้เกิดขึ้นมาจากการที่เขาปล่อยให้มันเป็นไปตามต้องการตอนที่ทำหัตถกรรมมานา มันเหมือนกับการหว่านแหจับปากแล้วนอนเฉยๆก็ได้ปลามาหลายตัว

สะท้อนกับไอเทมที่ทำขึ้นมาจากวัสดุชนิดดเดียวกันที่ทำกับค้อน มันหมายความว่าอะไรนะหรอ? บางทีมันอาจจะเป็นแบบสิ่งแรกที่เขาคิดขึ้นมาในหัว ยังไงก็ตาม

ยูอิลฮานได้ยกค้อนของเขาขึ้นมาขยายมันขึ้นสิบเท่า จากนั้นเขาได้เรียกเอจิสออกมาและใช้การกระโดดซ้ำๆให้มากที่สุดเท่าที่ทำให้เพื่อที่จะไล่ให้ทันสัตว์ปีศาจที่อยู่ข้างหน้า

ในตอนนี้มันไม่มีอะไรจะต้องลังเลแล้ว ยูอิลฮานได้ใช้พลังเหนือมนุษย์สุดกำลัง ดึงพลังของประกาศเพลิงจนถึงขีดสุดและใส่น้ำหนักลงไปในค้อนให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะควบคุมได้และฟาดลงไปที่หัวของมันสุดพลังของเขา

[ติดคริติคอล!]
[สกิลประกายเพลิงได้กลายเป็นเลเวล 19 พลังของเพลิงได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น]
[ก๊าซซซซซซซซซซซซซ!]

ในทันทีที่การโจมตีของยูอิลฮานระเบิดพลังออกมา สัตว์ปีศาจก็ได้กลิ้งไปกับพื้นด้วยเสียงร้องที่น่ากลัว ยูอิลฮานทำให้มันเจ็บมากๆงั้นหรอ? ใช่แล้ว มันเป็นเพราะแบบนั้นแหละ แม้ว่าสเตตัสของยูอิลฮานจะต่ำ แต่ว่าเขามีอาวุธระดับตำนาานที่สร้างความเสียหายคริติคอลขึ้นนี่นะ

ยังไงก็ตามเหตุผลจริงๆมันไม่ใช่แบบนั้น มันเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเจ้าสัตว์ปีศาจนี่มันกำลังบาดเจ็บเพราะเพลิงสีแดงที่ปกคลุมทั้งร่างของมัน

[ก๊าาา ก๊าซซซซซซซซซซซ!]

เหตุผลที่มันบาดเจ็บก็เพราะหอกทุกเล่ม ฉมวกทุกอัน กระสุนทุกนัดที่ทำมาจากกระดูกมังกรที่เป็นวัสดุเดียวกันกับที่ทำค้อนขึ้นมาได้ทำให้เกิดการสะท้อนกับค้อนและสั่นสะเทือนไปพร้อมๆกันกับอาการบาดเจ็บอย่างหนักของมันในขณะที่ปล่อยเสาประกายเพลิงขึ้น

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel