0 Views

บทที่ 134 – ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกของฉัน! (2)

 

“ฮ่าห์”

อัศวินได้พุ่งออกมาข้างหน้าเหมือนกับต้องการจะป้องกันจักรพรรดิ แต่ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่แม้แต่จะมองไปที่จักพรรดิเลย เขาได้แทงหอกไปในขระที่มองไปทางอัศวิน

หอกของยูอิลฮานที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพันปีกับหมัดของอัศวินที่ได้ผ่านการต่อสู้มาเป็นร้อยปีได้ปะทะเข้าด้วยกัน

ตูม!

หอกของยูอิลฮานกับหมัดของศัตรูได้ปะทะกันจนเกิดเป็นระเบิดขึ้นบนพื้นดิน ยังไงก็ตามคนที่ต้องถอยไปจากการปะทะที่รุนแรงนี้เป็นคนแรกก็คือยูอิลฮาน

“อึก!”
[กรรรรรรร!]

ยูอิลฮานไม่อยากจะเชื่อเลย การโจมตีของศัตรูไม่ได้มีมานามากนักแล้วศัตรูก็ใช้แค่มือเดียวเองด้วย! แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่อาจจะทนได้? จิตใจของเขากำลังสับสน

‘ต้องตั้งใจแล้ว ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาพนี้เขาก็ยังคงเป็นคลาส 4 แลละเขาก็เป็นคนที่มีเลเวลที่สูงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมายกเว้นพวกสิ่งมีชีวิตชั้นสูง มันมีความต่างกันมากกว่าร้อยเลเวลและศัตรูคนนี้ก็ยังได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ขั้นสูงด้วยเหมือนกัน นอกจากเขายังเป็นคนแรกที่มองผ่านการปกปิดตัวตนของฉันได้’

สายตายูอิลฮานได้เปลื่ยนไป ท่ายืนของเขาได้ละเอียดอ่อนมายิ่งขึ้นและหอกของเขาได้บิดทำองศาแปลกๆและเล็งไปที่หัวใจของศัตรู เมื่อวิเคราะห์จากลมหายใจกับมานาแล้ว เขากำลังใส่ทุกๆอย่างไปที่ปลายหอก

แม้ว่าเขาจะบอกว่ามันไม่เป็นไรเพราะมีเกราะอยู่และเขาหนีได้ตลอดเวลา แต่นั่นก็แค่ทำเพื่อให้เลียร่าผ่อนคลายเท่านั้น

ถ้าเขาไม่อาจจะฆ่าอัศวินคนนี้ได้ที่นี่ คนๆนี้ก็จะฟื้นตัวขึ้นมาด้วยซักวิธีหนึ่งและบุกไปที่โลกอีกครั้ง ดังนั้นมันไม่มีทางที่เขาจะปล่อยภัยร้ายแรงต่อโลกนี้ไว้แน่นอน

“แก…! ได้ยังไงกัน? แกมันเป็นแค่คลาส3”

ยังไงก็ตามศัตรูของเขาก็ตกตะลึงเช่นกัน มันดูเหมือนว่าอัศวินคนนี้จะรู้แล้วว่ายูอิลฮานไม่ใช่มือระเบิดธรรมดา แต่เป็นผู้ฝึหอก ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นและบุกไปอีกครั้ง

“ลองกันดูอีกสิ!”
“ฉันจะป้องกันมันเป็นล้านครั้งให้ดู!”
“ขี้โม้”

การปะทะได้เกิดขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะพยายามเพิ่มการเคลื่อนไหวหลอกๆไปที่มือหรอไหล่ แต่ว่ามันดูเหมือนจะไม่ได้ผลกับศัตรูที่เรียนรู้ในศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง ยูอิลฮานก็ยังคงเป็นคนที่ถอยมาหลังจากการปะทะเช่นเดิม

ยังไงก็ตามในคราวนี้เขาได้ประเมินศัตรูเสร็จแล้ว ศัตรูของเขาไม่ได้ซ่อนพลังใดๆไว้เลยจริงๆ

“เข้ามาสิ! การป้องกันของฉันจะไม่มีวันถูกทำลายจากแค่นี้แน่”
“เฮ้”

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาพร้อมจับหอกอีกครั้ง

“นายคิดว่าฉันจะไม่รู้จริงๆหรอที่นายกำลังใช้ความวุ่นวายนี่เรียกกำลังเสริมน่ะ?”

เวทย์ลวงตากับเวทย์ป้องกันได้หายไปแล้วจากการที่ยูอิลฮานได้ใช้ระเบิดทำลายมันดังนั้นไม่ว่าใครก็เข้ามาที่นี่ได้

อัศวินคนนี้ได้คิดถึงสถานการณ์ที่เขาไม่อาจจะกันยูอิลฮานได้และเขาก็วางแผนจะยื้อเวลาการต่อสู้นี้

“อึก…?”

อัศวินได้ริมฝีปากเล็กน้อย ดูเหมือนยูอิลฮานจะพูดถูก ช่วงเวลานี้เองยูอิลฮานได้พุ่งออกไปข้างหน้าอย่างเหมาะเจาะ ในเวลาที่อัศวินเผลอตกใจสั้นๆและพลังหายไปจากร่างแวบหนึ่ง

[เล่นทีเผลอนี่นา] (เลียร่า)
“ให้เรียกฉันว่าผู้เชี่ยวชาญสงครามจิตวิทยา! ฮ่าห์!”

บนหอกของยูอิลฮานได้มีเพลงิม่วงและประกายเพลิงพัวกันกันจนเกิดเป็นเปลวเพลิงที่รุนแรงอยู่ บางทีศัตรูอาจจะรู้ได้ว่าตอนนี้ยูอิลฮานกำลังโจมตีออมาสุดกำลัง แต่มันดูเหมือนว่าอัศวินจะขาดมานา เขาได้รวบรวมพลังทุกๆที่ที่มีในร่างของเขาเตรียมสวนหกลับไป

“ท่านเอลบานิ นี่คือ…!”
“เจ้าสิ่งมีชีวิตต่ำช้านี่ คือมนุษย์จะ…!”

ยูอิลฮานได้รวบรวมมานาทั้งหมดจนแทบจะทำให้แขนระเบิดออกมาและทำให้มันบริสุทธิจนเป็นสิ่งที่มากกว่ามานา! มันเป็นพลังงานที่สวยงามที่ทำให้คนที่มองมาต้องลืมหายใจ

“รับนี่ไป… ย๊ากกก!”

ยังไงก็ตาม โอกาสก็ยังคงเป็นโอกาสอยู่

เพียงแค่ก่อนที่หอกของยูอิลฮานจะปะทะเข้ากับหมัดของศัตรู หอกไร้วิถีของยูอิลฮานก็แทงเข้าไปก่อนฉีกกีะชากคอของเขาออกไป

“อุ๊บ ฮ่าาาห์!”

นี่มันน่าทึ่งจริงๆที่หมัดของเขาไม่ได้สั่นแม้แต่นิดเลย สมแล้วที่เป็นสกิลระดับสูงที่อยู่ในระดับเดียวกันกับหอกไร้วิถี! แล้วก็!

“ย๊ากกก!”
[คริติคอล!]
[สกิลหอกไร้วิถีได้กลายเป็นเลเวล 27 มันเป็นไปได้ที่จะโจมตีได้เร็วขึ้น ลึกลับมากขึ้นและต่อเนื่องขึ้น]
[สกิลการโจมตีคริติคอลได้กลายเป็นเลเวล 51 โอกาสติดคริติคอลเพิ่มมากขึ้น]

ในตอนนี้เองหอกของยูอิลฮานก็ดูจะปะทะเข้ากับหมัดของเขา และยังมีหอกล่องหนที่แทงสร้างรูบนคอรูที่สองของอัศวินด้วยเช่นกัน!

[โอ้พระเจ้า ทั้งสองอย่างแทบจะพร้อมๆกันเลย!?] (เลียร่า)
“ตายไปซะ”

ยูอิลฮานไม่มีทางที่จะรับการโจมตีเต็มกำลังนี้แน่เว้นแต่ว่าเขาจะเป็นพวกมอนสเตอร์ตอนเดียวตามการ์ตูน ยูอิลฮานได้รีบถอยกลับด้วยความกลัวที่จะโดนโจมตีจากพลังที่เหลืออยู่ในหมัดทันที

“อั๊ก อ๊าา….!”

ยังไงก็ตามมันดูเหมือนเขาจะกังวลเกินไป แม้ว่าศัตรูจะพยายามโจมตียูอิลฮานด้วยพลังใจที่เหนือมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่ในทันทีที่การโจมตีที่สองติดคริติคอล ออฟชั่นหอกมังกรแปดหางก็ได้ทำงานให้เกิดหมอกพิษเข้มข้นสูงขึ้นมา

หมอกพิษนี้ต่อให้มีการต้านทานพิษระดับสูงก็ยากที่จะทนได้ และในคราวนี้ศัตรูยังได้สูดดมมันเข้าไปตรงๆทางหลอดลมทำให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนมาก ยังไงก็ตามอัศวินยังคงพึมพัมออกมาแม้ว่าจะตั่วสั่นในสถานการณ์นี้

“ได้ยังไง….”
“นี่น่ะคือมนุษย์!”
“แก ไอ้…”

แม้ว่าจะต้องไอออกมาเป็นเรื่องเพราะการใช้สกิลหอกระดับสูงสองครั้งแทบจะพร้อมๆกัน เขาก็ยังคงเย้ยอัศวินอยู่ ถ้าหากจะแข่งการเยาะเย้ยกันนี่คือโอกาสทองของเขา

ยังไงก็ตามเลียร่าได้รู้ถึงความโกรธลึกๆในคำพูดนั่น เธอได้เห็นถึงความคิดที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั่นจากการอยู่กันเป็นพันปี

“แกจะทำแบบนี้จริงๆสินะ แกจะทำลายปราสาทที่เป็นประวัติศาสตร์ของทั้งโลกและเหยียบย่ำฝันและความฝังทุกๆสิ่งที่ฝูมฝักมาจริงๆสินะ แกจะฆ่าสมาชิกราชวงศ์ และแม้กระที่งคนที่ไม่ได้รู้อะไรเลย”
“…ไม่รู้อะไรเลย? แล้วการที่แกไปถลกหนังคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรล่ะ หืม?”

มันดูเหมือนว่าความอดทนของยูอิลฮานใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว เขาได้ถามอัศวินที่ไอออกมาด้วยรอยยิ้มที่สดใส ในเวลาเดียวกันดวงตาของอัศวินก็สั่นเทาและเงียบลงไป

แน่นอนว่านี่คือเรื่องการบุกรุกโลก มันไม่มีทางที่ราชองค์รักษ์จะไม่รู้ในเมื่อเขาอยู่เคียงข้างจักรพรรดิ

“ถ้านายจะทำให้ฉันยอมรับ ถ้างั้นนายก็ทำเลย เอาสิพูดมาเลย เฮ้ ฉันให้โอกาสนายแล้วนะ”
“นะ นั่นมัน…”
“พูดสิ”

ยูอิลฮานได้พูดออกมาเบาๆ อัศวินได้พูดติดอ่างก่อนจะพูดออกมาในที่สุด

“นั่นมันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชะตาของโลกเรา…”
“โอ้ใช่เลย แน่สิชะตานั่นก็ดูจะแน่นอนแล้วด้วยนะ นับจากนี้ฉันจะทำลายที่นี่ให้หมดเลย”

ยูอิลฮานได้ฉีกยิ้มกว้างออกมา จิตสังกรที่ไม่ได้ปกปิดไว้ได้แสดงออกมาจากคำพูดสั้นๆนี้ เลียร่าที่ดูบทสนทนานี้เงียบๆได้แต่คิดว่า ‘เท่จัง!’ สมกับที่เธอเป็นทูตสวรรค์หมดหวัง

“อะ อั๊ก…!”
“แล้วนาย นายพูดเรื่องมนุษย์ด้วยสินะ แต่ว่านี่มันไม่ขำเลยนะ”

ยูอิลฮานได้ยกหอกมังกรแปดหางของเขาขึ้นมา อัศวินก็จะต้องตายอยู่แล้วหากปล่อยทิ้งเอาไว้จากแผลที่ร้ายแรงบนคอทั้งสองรูและการสูดหมอกพิศไปตรงๆ แต่ว่ามันไม่เข้ากับตัวตนของยูอิลฮานที่จะปล่อยศัตรูเอาไว้เฉยๆ

“นายมันไม่ใช่มนุษย์นี่”

เพลิงม่วงและประกายเพลิงได้ลุกขึ้นมา บางทีสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มากยิ่่งกว่าแค่มานา

“นายมันเป็นเศษสวะที่แย่ยิ่งกว่ามอนสเตอร์”

เมื่อเขาได้ขว้างหอกออกไป หอกก็พุ่งออกไปแทงเข้าที่หัวอัศวิน ประกายเพลิงที่มอบความเจ็บปวดที่มหาศาลได้เผาไหม้อย่างรุนแรงและคร่าชีวิตเขาไปในเวลาต่อมา

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 23,820,226,495]
[คุณได้รับข้อมูลของเอลบานิ ดา ควอราด เลเวล257]

“ว้าว ฉันก็ยังเวลไม่อัพ นี่มันน่าอับอายจริงๆเลย”

อัศวินคนนี้ต้องการคนไปมากแค่ไหนกันถึงได้เลเวลมากจนถึง 257? ยูอิลฮานได้แต่เดาะลิ้นออกมาและเข้าไปหาชายคนสุดท้าย

“วะ ไว้ชีวิตฉันด้วย”

จักรพรรดิได้ตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวัง

“พะ พวกเราต้องการแค่ดันเจี้ยนที่ปลอดภัยกว่าเท่านั้น!”
“นี่มันบ้าอะไรกันล่ะนั่น?”
[อ๊าาา อ่อ… มันเป็นแบบนี้นี่เอง] (เลียร่า)

ยูอิลฮานยังคงไม่เข้าใจซักนิด แต่ดูท่าเลียร่าจะเข้าใจแล้ว

[โลกใบนี้เพิ่งกำลังจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สามใช่ไหมล่ะ? ส่วนโลกก็เพิ่งกำลังจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สอง] (เลียร่า)
“แล้วถ้างั้น?”
[นายก็น่าจะรู้ในขีดจำกัดของวัสดุแห่งกับดักแห่งการทำลายที่สวรรค์ครอบครองอยู่ใช่ไหมล่ะ? ในหมู่ของวัสดุพวกนี้ มีวัสดุที่มีคุณภาพที่ใช้ทำกับดักแห่งการทำลายที่มีความปลอยภัยมากกว่าและกักขังมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าได้ แต่มันมีจำนวนน้อยมากจนไม่พอทั้งโลก ยังไงก็ตามในทุกๆโลกต่างก็ต้องการสิ่งนี้มาอยู่ในมือใช่ไหมล่ะ] (เลียร่า)
“แน่นอนสิ”
[นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมระยะหลังมานี้กองทัพสวรรค์ถึงได้เปิดศึกการแข่งขันระหว่างโลกที่กำลังจะเจอับหายนะครั้งใหญ่ครั้งถัดไป ผู้ชนะก็จะได้รับกับดักแห่งการทำลาย] (เลียร่า)

เพียงแค่เติมคำว่า ‘การแข่งขัน’ มันไม่ได้ทำให้คำที่โหดร้ายอย่าง ‘การต่อสู้’ หายไปหรอกนะ เมื่อได้ยินแบบนี้เขาก็อยากจะถามเรื่องกฏของการต่อสู้หรือสมดุลของพลังระหว่างโลกหรือลิสต์การต่อสู้ แต่เขาก็ไม่มีเวลามาฟังเรื่องแบบนี้

ถ้ามันจะมีสิ่งสำคัญ มันก็คงจะเป็น

“ถ้างั้น เจ้าพวกนี้ได้แอบไปที่โลกจากการช่วยของคนทรยศและกลายเป็นสายลับในการต่อสู้แข่งขันเพื่อทำให้โลกแพ้นะสิ?”
[บิงโก] (เลียร่า)

เข้าใจแล้ว มันไม่ใช่แค่การบุกรุกธรรมดาๆ แต่ว่าในตอนนี้ทุกสิ่งมันชัดเจนมากขึ้นแล้ว

ไม่มีอะไรที่มันจะเปลื่ยนความจริงที่ว่าเจ้าพวกนี้มันเป็นพวกสารเลว แต่ว่าการหาสิ่งที่เจ้าพวกสารเลวพยายามจะทำเจอมันเป็นสิ่งที่ดี

“ถ้างั้นทำไมเธอไม่บอกฉันก่อนล่ะ?”
[มันเป็นสิ่งที่ห้ามจะพูดบอกก่อนล่วงหน้า และคนพวกนี้รู้อยู่แล้วด้วยเพราะว่าพวกเขาเคยได้มีประสบการณ์มาก่อนจากหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สอง และในเมื่อนายได้ยินเรื่องพวกนี้จากเจ้าพวกนั้น การที่ฉันบอกนายก็จะไม่มีปัญหาอะไร ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็ยังไม่คิดว่าโลกจะทำในเรื่องไร้สาระแบบนี้อย่างการต่อสู้แข่งขัน…] (เลียร่า)
“โอเค พอได้แล้ว”

ด้วยแบบนี้เขารู้สึกสดชื่นมากขึ้น ในเมื่อเป็นแบบนี้มันก็ถึงเวลาที่เขาจะจบเรื่องแล้ว เขารู้สึกได้ว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้ที่นี่

“ว๊าาาาา!”

เมื่อยูอิลฮานเข้าไปหาจักรพรรดิพร้อมหอกในมือ เขาก็ตะโกนออกมาอย่างหวาดกลัว

“ถ้าแกฆ่าฉัน จักรวรรดิคาดร้าจะล่มสลาย! แกจะต้องไม่ฆ่าฉัน!”
“โอ้ จริงด้วยสินะ”
“ชะ ใช่แล้ว! สัตว์ปีศาจที่ทำสัญญากับจักรพรรดิจะกลายเป็นบ้าคลั่งจากความโกรธ! ถ้ามันเป็นแบบนี้ทุกๆอย่างจะจบสิ้นลงไป!”
“ยอดเยี่ยมเลย!”

แม้ในตอนที่อุทาน เขาก็ยังเหวี่ยงหอกตัดคอจักรพรรดิโดยไม่ลังเล ยูอิลฮานได้ส่งเสียงขึ้นจมูกขณะมองลงไปดูที่จักรพรรดิที่แสดงความกลัวออกมาจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่ตายไป

“แกพูดเหมือนกับว่าหุ่นยนต์ยักษ์จะออกมาเลยแหละ”
[แล้วถ้ามันเกิดขึ้นจริงล่ะ?] (เลียร่า)
“มันก็คงเป็นกรรมของจักรวรรดินี้”

ประชาชนที่บริสุทธิจะถูกสังารหมู่แค่เพราะจักรพรรดิถูกฆ่างั้นหรอ?

ไม่ว่าจักรวรรดิจะเน่าเฟะและโสมมแค่ไหน มันก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะทำกับผู้คนเหมือนเป็นตัวประกัน หนอนแมลง แน่…

[กรรรรรรรรร!]

ในตอนนี้เองยูอิลฮานก็ได้ยินเสียงคำรามจากที่ไกลออกไปราวกับว่ามันได้ฉีกกระชากความคิดไร้เดียงสาของเขา

ยูอิลฮานได้มองลงไปที่ศพของจักรพรรดิอย่างปวดหัวก่อนจะพึมพัมอย่างไร้สาระออกมา

“ฮ่า ฮ่า ให้ตายสิ”

เจ้าพวกสารเลวนี่มันสารเลวไปจนถึงตอนท้ายเลยจริงๆ

[นายจะทำไงต่อล่ะอิลฮาน?] (เลียร่า)
“ฉันไม่รู้ ถ้าฉันกลับไปที่โลก ฉันจะลองไปที่เพนตากอนดู”
[ได้ ได้เลย ฉันจะไปกับนายด้วย แล้วตอนนี้เอาไง?] (เลียร่า)
“…เอาล่ะ มันก็แน่นอนแล้ว”

ยูอิลฮานได้สูดหายใจลึกๆ เขาจะยินดีมากถ้าพวกสัตว์พวกนั้นมันทำแค่จัดการพวกคนระดับผู้นำของจักรวรรดินี้ แต่ว่าโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นแทบเป็น 0

“ฉันทำให้มันเกิดขึ้นไม่ใช่ว่าฉันควรจะต้องจัดการหรอ?… ฉันไม่อยากให้พวกคนบริสุทธิ์ต้องมาตาย”
[นายยังจะมามีเมตตาในสถานการณ์แบบนี้อีกได้ยังไงกัน…] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้มองเห็นว่าอัศวินที่กำลังเข้ามาใกล้ที่นี่ได้หยุดลงเพราะเสียงร้องนั่น

ยูอิลฮานได้ครุ่นคิดอย่างไร้ประโยชน์ในขณะที่เตรียมการต่อสู้

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel