0 Views

บทที่ 131 – บุก (7)

 

เมื่อเขาเข้ามาในเกต สภาพแวดล้อมก็เปลื่ยนไปเป็นทุ่งหญ้ากว้าง สิ่งที่เป็นส่วนที่น่าประทับใจที่สุดเลยก็คือมีดวงอาทิตย์สองดวงบนท้องฟ้า

เขารู้สึกแปลกนิดๆที่อยู่ๆถูกวาปจากใต้ก้นทะเลขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ว่าในจุดนี้ไม่มีอะไรที่จะทำให้ยูอิลฮานตกใจจริงๆได้แล้ว

ไม่ว่ายังไงที่แห่งนี้ที่เขาอยู่ก็คือบนพื้นดินดังนั้นยูอิลฮานเขาได้เปลื่ยนเกราะที่ใส่อยู่อย่างรวดเร็วโดยที่แทบไม่แสดงเนื้อหนังให้เห็นเลยดังนั้นเลียร่าที่มองดูอยู่ได้แต่เดาะลิ้นออกมา

[นายควรจะโชว์สักหน่อยนะ] (เลียร่า)
“ไม่ว่ายังไงข้างในก็มีเกราะหนังอยู่นี่ ไม่ใช่ว่าฉันเคยบอกไปแล้วหรอ?”

เมื่อยืนยันว่าเกราะทุกๆส่วนใส่ได้ถูกแล้ว เขาก็ได้ผูกเชือกรองเท้าอีกครั้งและมองไปรอบๆ

ข้างหลังเขาก็คือเกตที่เชื่อมต่อกับดันเจี้ยนใต้ทะเลบนโลก นอกจากนี้ยังมีจอมเวทย์ที่จัดการกับเกตอยู่ข้างๆด้วย ไกลออกไปประมาณยี่สิบเมตรจากยูอิลฮาน มีกองพันทหารที่เหมือนกับชุดก่อนหน้านี้ที่ยูิลฮานเพิ่งจัดการไปอยู่ด้วย

นั่นมันก็หมายความว่ายูอิลฮานได้ถอดเปลื่ยนเกราะภายในพริบตาเบื้องหน้าของคนทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าคนพวกนี้ไม่อาจจะเห็นยูอิลฮานได้เนื่องจากเขาอยู่ในสถานะปกปิดตัวตน สถานที่แห่งนี้ยังคงเงียบสนิทดังเดิม

“จากตรงนี้ฉันเห็นกำแพงอยู่ไกลๆด้วยแหละ ที่ตรงนี้น่าจะเป็นสวนภายในปราสาทงั้นหรอ?”
[ไม่ใช่ว่ามันควรจะมิดชิดกว่านี้หน่อยหรอ? ว้าวที่นี่มันสูงมากเลยแหะ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานที่มองดูรอบๆราวกับเขามาเที่ยวได้ประเมินตำแหน่งคร่าวๆก่อนจะยืดร่างกาย ตอนนี้เขาได้เห็นทุกสิ่งที่จำเป็นต้องเห็นแล้ว ที่เหลือก็คือทำให้สิ่งที่ต้องทำ

“จอมเวทย์พวกนี้…”
[นายฆ่าพวกนี้ได้ ฉันสามารถสร้างการเชื่อมต่อใหม่ได้ตราบเท่าที่การเชื่อมต่อเดิมถูกตั้งค่าเอาไว้](เลียร่า)
“เข้าใจแล้ว”

เมื่อยูอิลฮานดีดนิ้วออกมาร่างของจอมเวทย์ก็ได้ระเบิดออกในทันที พูดให้ชัดคือร่างของพวกเขาถูกหอกหนักพันตันบดขยี้ทันที

“อ๊ากกก!”
“บะ บ้าอะไรเนี้ย!”
“ทุกคนใจเเย็นไว้! ฉันบอกให้ใจเย็นไง!”

ความโกลาหลได้ปะทุขึ้นเมื่ออยู่ๆร่างของจอมเวทย์ก็ระเบิดออกมา ความโกลาหลนี้คือคำที่ยูอิลฮานรักมันมากที่สุด เขาจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงเวลาแบบนี้

ในคราวนี้ก็ไม่เว้น

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 6,201,293]
[คุณได้รับค่าประสบการณ์….]
[คุณได้รับ…]

จากการที่ที่นี้มีหลายคนที่อยู่ในคลาส 3 ด้วยทำให้ยูอิลฮานก็ยังหยิบหอกขว้างออกมาสังหารกองทัพไปด้วยซึ่งต่างไปจากตอนที่เขาอยู่ในทะเล

มันไม่ใช่แค่หอกขว้างเท่านั้น ยูอิลฮานยังได้หยิบเอาสิ่งหนึ่งออกมาเมื่อเขาไม่อาจจะใช้หอกขว้างฆ่าบางคนได้ในครั้งเดียว

ยังไงก็ตามสิ่งที่เขาหยิบออกมามันไม่ใช่หอก แต่เป็นแส้ แส้สีดำที่มีที่จับหนังมังกรและมีรวดลายของมังกรสลักไว้

[แส้มังกรดำ’หนาม”หลงไหล”บ้าคลั่ง’]
[ระดับ – ตำนาน]
[พลังโจมตี – 6,200]
[ความทนทาน 7,200/7,200]
[ออฟชั่น –
1.เพิ่มความเร็วโจมตี 40% และทำให้ติดคำสาปแบบสุ่ม: เลือดไหลอย่างมาก เลือดไหล อัมพาติ โอกาตติดคำสาป 100%
2.หากความเชี่ยวชาญแส้มากกว่า 60 จะเกิดบุปผาเพลิงโลหิตขึ้นเมื่อใช้แส้ พลังของเพลิงจะยิ่งแข็งแกร่งตามความเชี่ยวชาญแส้และตามจำนวนเลือดของศัตรูที่ดูดกลืนลงไป
3.เพิ่มการโจมตีด้วยหนามที่ติดกับแส้]
[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน – ความเชี่ยวชาญแส้เลเวล 50 หรือสูงกว่า]
[แส้ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความปรารถนาที่ไม่สิ้นสุดของความปรารถนาในการจู่โจมของผู้สร้าง ถ้าหากว่าจะมีข้อเสียก็คงจะเป็นการที่มันทำให้เหยื่อตายเร็วเกินกว่าจะได้รู้สึกเจ็บปวด]

แม้ว่าคำอธิบายบนอาร์ติแฟคจะฟังดูน่าขนลุกนิดๆและพลังโจมตีมันก็ยังต่ำกว่าหอกมังกรแปดหาง แต่แส้นี้มีความสามารถที่หอกมังกรแปดหางไม่มีอยู่ นั่นมันก็คือออฟชั่นการโจมตีเสริมที่หลากหลายเป็นพิเศษที่จะโจมตีทุกๆอย่างที่อยู่ในระยะของมั

สิ่งที่ยูิลฮานชอบที่สุดก็คือออฟชั่นที่สอง หอกมังกรแปดหางก็มีเพลิงม่วงเหมือนกัน แถมเพลิงม่วงยังแข็งแกร่งกว่าเพลิงโลหิตนิดหน่อบอีกด้วย แต่ว่าแส้มีระยะที่ไกลยิ่งกว่าทำให้มันสามารถจะสร้างความเสียหายได้มากกว่าหอกภายในระยะเวลาที่กำหนด

ยิ่งไปกว่านั้นออฟชั่นที่สองจะได้ฉายแสงอย่างแท้จริงก็เมื่อได้ผสานกับประกายเพลิง มันจะทำให้ประกายเพลิงเผาผลาญพลังชีวิตเพื่อทำให้ระยะกว้างขึ้นและเผาผลาญมานาทำให้แข็งแกร่งขึ้น

ไม่ว่าแส้จะยาวสักแค่ไหนแต่การใช้งานประกายเพลิงของแส้ก็ไม่ได้ทำให้เสียมานาเพิ่มมากขึ้น! และถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยได้เอามาวัดจริงๆ แต่ยูอิลฮานก็น่าจะเป็นคนที่ได้รวบรวมพลังชีวิตมากที่สุดบนโลกใบนี้แล้ว

“ศัตรูต้องยังอยู่ใกล้ๆนี้ อย่าตระหนกแล้วก็ดูแลเส้นทางถอยไว้! เรียกจอมเวทย์ที่ตรวจจับการซ่อนตัวมาด้วย… อ๊ากกกก!”

อัศวินระดับสูงที่กำลังออกคำสั่งอย่างใจเย็นได้ถูกเผาจนตายไปในทันที สิ่งนี้มันเกิดขึ้นในทันทีที่แส้อันรวดเร็วของยูอิลฮานรัดร่างของ

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 14,252,340]

ยูอิลฮานได้ดึงแส้กลับมาก่อนจะฟาดออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว น่าทึ่งที่แส้ไม่ได้สร้างเสียงใดๆเลยในตอนที่ลอยผ่านอากาศและรัดอัศวินระดับสูงคนต่อไป

[ติดคริติคอล!]
“อ๊ากกก!”

การโจมตีแส้ของเขามันประกอบไปด้วยสามขั้นตอนหลักๆ

อย่างแรกคือในตอนที่แส้รัดเป้าหมาย แรงกระแทกกับความคมของเศษเกล็ดมังกรจะทำลายอุปกรณ์ป้องกันของเป้าหมายในทันที ต่อมาเมื่อมันสัมผัสโดนหนามที่แหลมคมจะผุดออกมาเจาะลึกไปในเนื้อเป้าหมาย และท้ายที่สุดเพลิงโลหิตจะดูดเลือดของเป้าหมายและเข้าไปในร่างเป้าหมายผ่านบาดแผลและระเบิดออกมา

[ฟังดูจะเจ็บมากเลยนะ] (เลียร่า)

เลียร่าได้พูดออกมาตรงๆ ใช่แล้ว ไม่ว่ยังไงมันก็น่าจะเจ็บเอามากๆ พวกนั้นกระทั่งไม่อาจจะทนความเจ็บปวดได้และตายไปเอง!

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 16,942,342]

“มะ แม้แต่กัปตันกองทหารแห่งอัศวินเลว์…”
“ระ เราไม่เจอแม้แต่เงาของศัตรูเลย”
“ด้วยพลังของเราทำอะไรไม่ได้เลย”
“ระ ระ เรากำลังต้องชดใช้ที่พยายามจะไปยุ่งกับการต่อสู้ศักดิ์สิทธิ์”

เมื่อกัปตันและหัวหน้ากัปตันแห่งอัศวินได้เริ่มถูกเผากันจนตายไป พวกลูกน้องหลายพันคนได้หมดกำลังใจและเดินไปมาอย่างหมดหวัง

ยังไงก็ตามการโจมตีของแส้แค่เพิ่งเริ่มเท่านั้น ในขณะเดียวกันที่ฝนหอกตกลงมาซ้ำๆ ยูอิลฮานก็วิ่งไปสะบัดแส้ยาวออกไปด้วยพลังของประกายเพลิง แม้ว่าแส้จะยืดออกไปหลายสิบเมตรมันก็ไม่ได้สูญเสียพลังไปเลยขณะที่กวาดผ่านทุกสิ่งในมุมมองของเขา ตัดและเผาอัศวินทั้งหมดไป

“ชะ ช่วยด้วย…!”
“หนี หนีไปจากที่นี้…อ๊ากกกก!”

[คุณได้…]

ปีนใหญ่เรเซอร์จะสร้างฉากแบบนี้ได้ไหมนะ? แส้ของยูอิลฮานได้ยืดออกไปเป็นเส้นตรงเจาะทะลวงทุกสิ่งในสิ่งเท้าและเมื่อยูอิลฮานจะบัดข้อมือเบาๆ แส้ก็จะขยับไปตามการเคลื่อนไหวของเขาและตัดทุกๆสิ่งที่ขวางทาง

การโจมตีเบาๆของยูอิลฮานได้ฆ่าคลาส 2 ไปนับสิ้นในทันที คนบนโลกจะต้องทึ่งแน่หากมาได้เห็นภาพนี้ ไม่สิบางทีทาคากากิ อสุฮะที่เป็นคนใช้แสด้วยกันก็อาจจะโกรธไปเลยพร้อมบอกว่านี่ไม่ใช่แส้ แต่เป็นอาวุธทำลายล้างขนาดใหญ่แทน

ทำไมเป็นแบบนั้นนะหรอ? ก็เพราะไม่เมื่อใดก็ตามที่ยูอิลฮานทำให้เกิดความวุ่นวาย เพลิงจากแส้ก็จะตกกระจายลงไปบนพื้นหญ้าทำให้เกิดไฟขึ้นมา

ในเมื่อที่นี่เป็นที่ที่ไม่ใชาโลกของเขาซึ่งยูอิลฮานก็ไม่จำเป็นต้องสนอะไรด้วยทำให้เขาไม่ต้องระวังในการใช้ไฟเลย นี่มีแต่จะทำให้เขายินดีกับมัน

[คุณได้รับ….]
[สกิลยมทูตได้กลายเป็นเลเวล 34 มันเป็นไปได้ที่จะเสริมความสามารถของคุณถึงขีดสุดที่ 65%]

แม้แต่สกิลยมทูตที่ไม่ได้เพิ่มเลเวลบ่อยนักจากการที่มันเป็นสกิลระดับสูงก็ยังเพิ่มเลเวลขึ้นเช่นกัน แน่นอนว่าด้วยการที่การปกปิดตัวตนของยูอิลฮานไม่ได้หายไปเลยหลังจากมาในโลกนี้ทำให้ความสามารถสกิลยมทูตของเขาที่เสริมพลังขึ้นมาได้ไปถึงขีดสุดทันที

“เพราะว่าที่นี่เป็นฐานหลักของพวกนั้นหรือว่ามันเพราะว่าพวกระดับสูงแค่มารวบตัวที่นี่กัน? ฉันมั่นใจเลยว่ามีคลาส 3 ที่นี่เยอะมาก”
[อิลฮาน ฉันรู้สึกได้ถึงคลาส 4 ที่กำลังใกล้เข้ามาจากที่ใกล้ๆ แล้วก็มีสองคนด้วย!] (เลียร่า)
“แน่สิ มันก็คงจะแปลกแน่หากไม่มีใครสังเกตเห็นถึงเรื่องวุ่นวายที่นี่”

เขาก็ตั้งใจจะทำสิ่งนี้เหมือนกัน ยูอิลฮานไม่อาจจะไปเผาทั้งประเทศตรงๆได้ ดังนั้นเขาต้องทำไงล่ะ? เขาก็ต้องวางใยล่อเหยื่อเข้ามาให้เขาจัดการในระยะของเขาเองไงล่ะ และในเวลาเดียวกันนี้มันก็ยังเป็นเรื่องง่ายที่จะหาเป้าหมายหลักจากการสอบสวนของโอโรจิด้วย

ยังไงก็ตามคลาส 4 สองคนแล้วพวกนี้ก็ไม่ใช่มอนสเตอร์แต่เป็นมนุษย์ที่มักจะมีไม้ตายอยู่เสมอด้วย นี่มันน่าตกใจจริงๆ ตามจริงแล้วเขาคิดว่าจะะได้ฆ่าคลาส 3 เป็นร้อยคนได้ง่ายๆซะอีก นี่มันผิดคาดแล้ว ในเมื่อมันกลายมาเป็นแบบนี้เขามีแต่จะต้องเปลื่ยนแผนใยแมงมุมของเขา

ที่นี่ไม่ใช่โลกที่ถูกทิ้ง ไม่มีศัตรูที่เป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้รับพลังจากการสนับสนุนของทูตสวรรค์และเขาก็ไม่อาจจะใช้ประโยชน์ของอาวุธต่อต้านเผ่ามังกรได้อีกด้วย เขาไม่อาจจะพูดได้เลยว่านี่มันเป็นเรื่องง่าย

สิ่งเดียวที่ยูอิลฮานไว้ใจได้ในตอนนี้ก็คือการโจมตีที่หนักหน่วงจากการสนับสนุนจากการซุ่มโจมตีตอนที่สกิลยมทูตทำงานอยู่ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นกำแพงของคลาส 4 ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะก้าวข้ามได้ง่ายๆ

“ให้ตายสิ ฉันคิดวาจะมาหลังจากฉันกวาดล้างลูกน้องเสร็จแล้วซะอีก”

ยูอิลฮานได้หยุดคิดลงและสะบัดแส้ของเขาออกไปเป็นวงกว้าง เขาสะบัดแส้ออกไปราวกับจะเผาที่นี่ทิ้งให้ราบ

“ไอ้สารเลวเอ้ย!”
“เสียงคนดังมาจากตรงนั้น”

ยูอิลฮานได้อุทานออกมาเงียบๆเมือได้ยินเสียงที่ดังมาจากไกกลๆ ในเวลาเดียวกันแส้ที่สะบัดออกไปของเขาก็ได้จัดการตัดคออัศวินนับสิบไปอย่างเงียบๆ

“ยังไงก็ตามมันดูเหมือนว่าขาของพวกนั้นจะไม่เร็วเท่าเสียงนะ”
[คำของพวกตัวโกงชัดๆ… แน่นอนว่าศัตรูไม่มีทางได้ยินเสียงนายอยู่แล้ว] (เลียร่า)
“เงียบน่า จิตใจที่่อ่อนแอของฉันกำลังบอบช้ำ”
[คนที่ ‘จิตใจอ่อนแอ’ กำลังทำการสังหารหมู่แบบนี้แน่นะ?]
“นั่นแหละ แล้วนี่มันก็แค่แหล่งค่าประสบการณ์”

แม้ว่าจะพูดคุยอยู่ข้อมือของเขาก็ยังคงสะบัดอย่างไม่ลดละ

มันดูเหมือนว่าคลาส 4 ทั้งสองคนที่พุ่งเข้ามาอย่างสุดกำลังอย่างมาก แต่ว่าพวกเขาก็ช้าไปกว่าการล่าของยูอิลฮานอย่างมาก ค่าประสบการณ์ของยูอิลฮานมีแต่จะพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

“อ่า มันจะไปอยู่ในเพลิงนี้ได้ยังไงกัน…!”
“ต้องเป็นนักรบเวทย์แน่ ฉันมั่นใจเลย บ้าเอ้ย คนที่รอดอยู่โต้กลับ”

ที่รอบๆนี้ได้กลายเป็นทะเลเพลิงไปแล้ว เพลิงที่โหมกระหน่ำอย่างไม่สิ้นสุดและกลิ่นควันโชคที่รบกวนทุกคนเว้นแต่ยูอิลฮาน

กองทัพได้เสียพลังของกลุ่มลงไปแล้ว พวกเขาได้กระจายกันออกไปเป็นส่วนๆและพวกเขาก็ถูกฉีกกระฉากทิ้งไปท่ามกลางเปลวเพลิง

“ฉันจะหาแกแล้วฆ่าแกซะ”
“หัวหน้า!”

เมื่อเสียงของหัวหน้าได้เข้ามาใกล้ยูอิลฮาน ผู้รอดชีวิตจากกองทัพก็เหลือศูนย์แล้ว จะมีเหลือก็แกคลื่นเพลิงที่รุนแรงที่โหมกระหน่ำไปทางกำแพงปราสาท มันค่อนข้างน่าประทับใจที่เกตยังคงอยู่ได้

“โอ้พระเจ้า ทั้งกองทัพได้ถูกกำจัดไปแล้ว…”

นี่คือเสียงของหัวหน้าวัยกลางคนที่ได้มาเห็นฉากนี้หลังจากมาถึงไม่นาน งั้นนี่ก็ดูจะเป็นไปไม่ได้สินะที่จะหลอกลวงคลาส 4 ด้วยไฟนะ แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไม่ต้องการอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว

“กำจัดหรอ? พวกเขาเนี้ยนะถูกกำจัด!? มันจะเป็นไปได้ยังไง! พวกเขาจะต้องไปที่โลกแล้วแน่ๆ!”
“ไม่ พวกเขาตายแล้ว! ทั้งหมดเลยนั่นแหละ มันเพราะไอ้สารเลวมนุษย์โลกโง่นั่น”

โอ้ ผู้บุกรุกก็มีระดับที่ต่างกันสินะ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ว่าเขาก็ปฏิบัติกับคนอื่นเหมือนคนโง่ที่จะทำอะไรพวกเขาก็ได้งั้นสิ

ในเมื่อเป็นพวกเหยียดชนชั้นแบบนี้ ยูอิลฮานก็ยิ่งรู้สึกสดชื่น แม้ว่าเขาจะไม่มีความสำนึกก็ตาม แตในที่สุดมันก็ชัดเจนแล้ว

[ชายกลางคนนั่นดูแข็งแกร่งมาก! หือ เขาแข็งแกร่งจริงๆหรอ? ถ้าเขาฝึกซักสามร้อยปีเขาก็จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูงได้เลยไม่ใช่หรอ?] (เลียร่า)
“ไม่หรอก เขาจะต้องตายในวันนี้”

มันดูเหมือนว่าคลาส 4 ทั้งสองคนนี้จะเป็นอาจารย์กับศิษย์ ชายวัยกลางคนอาจจะดูเป็นแบบนั้น แต่ตามที่เลียร่าบอกเขาก็น่าจะอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว

“ฉันจำเป็นต้องฆ่าพวกนี้…”
[มันยากนะ คนที่อายุน้อยนั่นดูจะไม่ใช่ง่ายๆอย่างที่เห็น เขาน่าจะมีเลเวลอย่างน้อยก็ 220 แล้ว](เลียร่า)
“ฉันรู้น่า”

มันเป็นเรื่องยากที่จะฆ่าสองคนนี้ถึงแม้เขาจะใช้การซุ่มโจมตี และเมื่อมันเกิดขึ้นเขาก็จะต้องสู้กับสองคนนี้ ยังไงก็ตามยูอิลฮานกำลังคิดที่จะสู้กับทั้งสองคนนี้ด้วยข้อสรุปที่ฉลาดกว่า

“เลียร่า เธอบอกว่าเกตจะปิดสินะ?”
[ใช่แล้ว เว้นก็แต่ฉันจะเปิดมันหรือไม่ก็ให้จอมเวทย์คลาส 3 สิบคนหรือจอมเวทย์คลาส 4 ร่ายสักสิบนาที มันก็จะยังอยู่] (เลียร่า)
“โอเคเลยยย”

ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นก่อนจะเริ่มพุ่งออกไป ทิศทางที่เขาพุ่งไปก็คือทิศทางที่ทั้งสองคนนั้นมา แน่นอนว่าการปกปิดตัวตนของเขาก็ยังคงอยู่

“ฮัสต้า ลา วิสต้า”

ชายกลางคนกับเด็กหนุ่มได้กัดฟันกรอดในขณะที่ระบายความโกรธลงบนพื้นที่ไร้ความผิด แม้ว่ายูอิลฮานจะเพิ่งวิ่งผ่านพวกเขาไปก็ตาม

“มันต้องยังอยู่นี่ มันกำลังรอให้เราลดการระวังตัวลงในไฟนี่แน่! เราจะต้องหยุดไฟนี่ให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม!”
“ผมเข้าใจแล้วอาจารย์ ผมจะต้องฆ่ามันให้ได้”

เมื่อมองย้อนกับไปเห็นฉากอาจารย์กับศิษย์ร่วมมือกัน ยูอิลฮานได้แต่แสดงความเคารพกับการกระทำที่หลงผิดและโง่เง่าไร้ประโยชน์ของทั้งสองคน

“ใช่แล้ว ใช่เลย ทุ่มความสามารถทั้งหมดไปับที่นั่นแหละ ทุ่มไปจนกว่าจักรวรรดิจะล่มสลายเลย!”

นอกไปจากนี้เขาก็ยังจะต้องบาดเจ็บจากไฟพวกนั้นด้วย

[โอ้ ฉลาดจริงๆ]
“ฉันมันคนมีความสามารถอะนะ”

ยูอิลฮานที่ภูมิใจขึ้นหลังจากถูกยกย่องได้ตั้งใจขยับขาวิ่งเข้าไปโจมตีภายในปราสาทที่ไร้การป้องกันจากทั้งสองคน

มันเป็นเวลากว่ายี่สิบนาที่ที่ทั้งสองคนจะรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ และในเวลานั้นเองทุกๆอย่างที่สำคัญในปราสาทได้ถูกเผาไหม้เป็นเถ้าไปหมดแล้ว

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel