0 Views

บทที่ 129 – บุก (5)

 

หลังจากนั้นไม่นานยูอิลฮานก็ได้มาถึงเวเนซุเอล่า เมืองที่อยู่ภายใต้ท้องฟ้าสีครามกำลังคราคร่ำไปด้วยผู้คนแล้วเขาก็ยังได้ยินเสียงการต่อรองราคาดังวุ่นวายออกมาอีกด้วย แต่ว่ามันกลับให้ความรู้สึกที่แปลกไปบางอย่าง

“มันเป็นแบบนี้ไปแล้ว”
[โอ้พระเจ้า แม่ค้าขายผลไม้นั่น ภรรยาที่กำลังจ่ายตลาดด้วย แล้วก็แม้แต่คนที่กำลังข้ามถนน… พวกเขาทุกคนต่างก็อยู่ในคลาส 2 กันทั้งนะ] (เลียร่า)
[เจ้าพวกนี้กำลังศึกษาก่อนจะทำการบุกรุกงั้นหรอ? มันเหมือนกับว่าเจ้าพวกนี้กำลังพยายามแสดงเป็นความเป็นประเทศออกมาอยู่] (สเปียร่า)

แน่นอนว่าก็มีคนที่ไม่ได้ใช้ผิวหนังของมนุษย์ในการปลอมตัวเช่นกัน คนพวกนี้น่าจะเป็นนักท่องเที่ยวตามปกติ ยังไงก็ตามนักท่องเที่ยวพวกนี้ได้ซือผลไม้ไปจากคนขายผลไม้คลาส 2 โดยที่ไม่ได้สงสัยแม้แต่นิดเลย นี่มันหมายความว่านักท่องเที่ยวไม่ได้สังเกตุเห็นถึงสิ่งที่ผิดปกติเลย

เมื่อได้เห็นฉากๆนี้ยูอิลฮานรู้สึกหวาดหวั่นใจ ความคิดของเขาได้เกือบจะเป็นจริงแล้ว เจ้าพวกนี้มันพยายามที่จะแทรกซึมเข้ามาในโลก!

[แล้วภาษาล่ะ? พวกนั้นกำลังพูดภาษาอะไรอยู่?](เลียร่า)
[อาร์ติแฟค มันเพราะอาร์ติแฟค ที่มันเป็นแบบนี้แสดงว่า… พวกมันไม่ได้วางแผนมาแค่วันสองวันแน่…!] (สเปียร่า)

… ถ้าเขาไม่หยุดเรื่องนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ… เขารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวทันที

ปัญหาคือเวเนซุเอล่าในตอนนี้ได้ตกอยู่ในกกำมือของพวกมันแล้ว เขากระทั่งยังไม่รู้เลยว่าแผนของพวกมันไปจนถึงขั้นไหนกันแล้ว

ถ้าหากจะมีเรื่องดีก็คือพวกมันเลือกไปบุกหมู่เกาะในแอตแลนติก ถ้าพวกมันได้กลืนกันทั้งทวีปอเมริกาใต้ไปแล้ว พวกมันก็คงจะไม่ไปสนใจบุกเกาะเล็กๆพวกนั้นแน่

ยูอิลฮานได้คิดถึงสิ่งที่เขาจะต้องทำเพื่อหยุดการผู้บุกรุกในครั้งนี้ เขาจะฆ่าคนพวกนี้ทั้งหมดที่กลืนกินประเทศยังไงดี…

… ตอนนี้เองเขาก็รู้สึกได้ถึงสิ่งหนึ่ง

“เดี๋ยวนะ ฉันแยกแยะเจ้าพวกนี้ได้?”
[ไม่ใช่เพราะว่าค่าเฉลี่ยเลเวลของคนพวกนี้สูงกว่านักท่องเที่ยวหรอกหรอ?] (เลียร่า)
“ไม่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆแบบนั้น นักท่องเที่ยวก็มีหลายคนที่มีเลเวลสูงเหมือนกัน ฉันทำแบบนี้ได้ยังไง…อ่อ”

เขาได้พบคำตอบของความจริงแล้ว

“นั่นมันก็เพราะว่าฉันได้รับข้อมูลของเจ้าพวกนี้มาในตอนที่ฆ่าพวกนี้นับพันคน”

มันเหมือนกับในตอนที่เขาฆ่ามังกรกับเผ่ามังกรด้วยเหมือนกัน จากการที่เขาได้ฆ่ามันไปเป็นจำนวนมาก ในจุดๆหนึ่งเขาก็จะรู้ได้ถึงชนิดของมังกร ชนิดของพลังที่พวกมันใช้หรือชนิดของจุดอ่อนที่พวกมันมี

ในคราวนี้มันก็เหมือนๆกัน จากการที่เขาได้จัดการคนที่มาบุกไปอย่างต่อเนื่องทำให้เขาเข้าใจได้ถึงเอกลักษ์และความแตกต่างของคนพวกนี้ มันก็เหมือนๆกับการจำแนกชนิดของมอนสเตอร์หรือจำแนกเหยื่อ

ต่อให้พวกนี้จะปลอมแปลงตัวตนแบบพิเศษยังไง พวกนี้ก็ไม่มีทางจะหลอกบันทึกแห่งอคาชิคไปได้

“ถ้ามันเป็นแบบนี้…”

ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมา ในเมื่อมันได้กลายเป็นแบบนี้แล้วช่วงเวลาทั้งหมดที่ลังเลมามันก็ไม่มีค่าอะไรแล้ว เขาเป็นคนที่จะกวาดล้างคนพวกนี้ออกไปได้เพราะเขาเป็นคนที่แยกแยะคนพวกนี้ออก

การกวาดล้างคนบนหมู่ก็ได้นำมาสู่ผลลัพธ์นี้… เขาได้คิดถึงเรื่องนี้ มันดูเหมือนว่าเขาจะค่อนข้างโชคดีมาเสมอเลย

[ฉันไม่เห็นรู้เลยว่ามันจะเป็นไปได้ที่จะแยกแยะคนพวกนี้ด้วยบันทึกอคาชิค] (สเปียร่า)
[เราก็คิดว่าคนพวกนี้ทั้งหมดเหมือนมนุษย์ แล้วก็มันไม่ได้มีโอกาสมากนักที่จะได้ฆ่ามนุษย์เป็นพันคนในครั้งเดียว… โอ้ ฉันไม่ได้จะบอกว่านายแย่นะอิลฮาน!] (เลียร่า)
“ฉันรู้ ไม่เป็นไร”

ยูอิลฮานได้ตัดสินใจไว้นานแล้วว่าจะไม่ถูกแนวคิดเรื่องความดีความชั่วมาควบคุมเขา เขาจะทำแค่การปกป้องตัวเอง ปกป้องความจริงในหัวใจ และเดินไปในเส้นทางที่เขาตั้งเป้าเอาไว้ นี่มันก็ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาทดมาได้เป็นพันปี

เพราะแบบนี้ต่อให้ในสิ่งที่เขาทำมันจะดูเหมือนปีศาจร้าย แต่ยูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจ

“อ๊ากกกกกก!”
“กรี๊ดดดดดด!”
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน?”
“หนี…อ๊ากกกก!”

ตลาดได้ตกสู่ความวุ่นวายเมื่อผู้คนได้เริ่มล้มตายกันไป ทุกๆคนต่างก็วิงอย่างตื่นตระหนกเพื่อเอาตัวรอด แม้แต่เหล่านักท่องเที่ยวก็ตื่นตระหนกเช่นกัน

“กะ เกิดบ้าอะไรขึ้นนี่?”
“ฉันจำได้ ซูซาโนะก็ใช้ของแบบนี้…”
“บ้าเอ้ย ผู้คนกำลังตายกันหมดแล้ว!”

มีคนจำนวนมากหนีไปจากที่แห่งนี้ แต่ว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่จะเร็วไปกว่ายูอิลฮาน ยูอิลฮานได้มอบความตายให้กับคนต่างโลกที่วิ่งวุ่นวายจากระยะไกล

“ช่วยฉันด้วย!”
“อ๊ากกก!”

เมื่อไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ได้ผล พวกคนต่างโลกได้พยายามไปรวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยว แต่ว่าทั้งหมดนี่มันไร้ประโยชน์ หอกของยูอิลฮานได้ฆ่าคนพวกนี้อย่างตรงจุด

มันใช้เวลาไม่ถึง 0.1 วินาทีด้วยซ้ำไปที่หอกที่ปรากฏขึ้นจากท้องฟ้าจะฆ่าศัตรูลงไปถ้าหากว่าศัตรูไม่ได้อยู่ในคลาส 3 ช่วงเลเวลกลางๆแล้วล่ะก็มันก็ไม่มีทางที่จะตอบสนองต่อหอกได้ทัน

“บ้าเอ้ย”

ในจุดนี้พวกต่างโลกได้รู้แล้วว่ามีบางสิ่งผิดปกติไปเนื่องจากพวกมันถูกพบตัวก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไป ในตอนนี้การปลอมแปลงของพวกเขาไร้ความหมายไปแล้ว

“กวาดล้างคนพวกนี้ก่อน!”
“ไปรายงานเบื้องบน!”

พวกต่างโลกได้หยิบเอาอาวุธที่ซ่อนไว้ในส่วนร่างกายออกมาราวกับตกลงกันไว้ก่อนแล้วและจัดการฆ่านักท่องเที่ยว

พวกนี้ค่อนข้างจะโหดร้าย พวกมันพยายามที่จะลบหลักฐานทุกๆอย่างแม้ว่ากำลังจะถูกโจมตีอยู่ก็ตาม บางทีการที่พวกมันซ่อนตัวอยู่แบบนี้ก็อาจจะเพื่อทำแบบนี้ก็ได้

แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว

“อ๊ากกกกก!”
“อั๊ก!”

ถึงแม้ว่ามันจะยากที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของคนทั้งหมดในพื้นที่กว้างนี้ ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วเมื่อไหร่ที่เขามองเห็นใครเขาก็จะขว้างหอกออกไปทันที

นอกไปจากนั้นในจุดนี้นักท่องเที่ยวบางคนก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างแล้วดังนั้นพวกเราจึงเริ่มพยายามขัดขวางไม่ให้พวกคนต่างโลกหนีไป

“เวรเอ้ย เป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน…!”
“หาศัตรูเร็ว! ถ้าข่าวลือกระจายออกไปก่อนแผนจะสำเร็จ เราได้จบแน่!”

ผู้รอดชีวิตทั้งหมดต่างก็เคลื่อนไหวไปทั่วอย่างวุ่นวาย บางคนค้นหาศัตรู บางคนรายงานเบื้องบน บางคนก็หลบหนีไปจากหายนะครั้งนี้

และมีคนหนึ่งที่จัดการคนชั่วเหล่านี้ทั้งหมด

[ในนาทีเดียวตายไปพันกว่าคนแล้ว] (เลียร่า)
[ดูท่าจะไม่ใช่ประเทศเดียวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่นี้มันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีพลังยึดครองทั้งโลก]
“ตอนนี้มาเริ่มกันเลย”

ยูอิลฮานได้ใช้เวลาจัดการกวาดล้างเมืองหลวงเป็นเวลาสองชั่วโมง ในตอนที่เขาจัดการพวกคนต่างโลกอยู่ในจุดหนึ่งพวกมันก็ยังไม่ได้สื่อสารกันเองและทำหน้าที่ของตัวเองในที่เดิมต่อไป สำหรับยูอิลฮานแล้วนี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ

เขาได้จัดการใช้หอกฆ่าพวกนี้และเก็บศพเข้ามาในช่องเก็บของก่อนจะไปต่อ เขาได้ทำแบบนี้ซ้ำกันไปเรื่อยๆเหมือนกันในตอนตีเหล็กทำอุปกรณ์

ภาพนี้มันดูเหมือนจะเป็นเครื่องจักรสังหารมากกว่ามนุษย์ซะอีก นี่คือการสังหารหมู่ที่ไร้มนุษยธรรมและไร้ความรู้สึกที่น่าหวาดกลัวอย่างมาก

แม้แต่สเปียร่าที่สนใจแต่ความสามารถของเขา แต่ไม่ได้สนใจถึงสิ่งที่ยูอิลฮานคิดก็รู้สึกอึดอัดใจเล็กๆ ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่จะเปลื่ยนสีหน้าใดๆและทำแบบเดิมซ้ำไปเรื่อยๆ

ในขณะเดียวกันผู้คนบนโลกที่รอดอยู่ก็ได้พยายามจะอัพโหลดสิ่งต่างๆลงไปในอินเทอร์เน็ตพร้อมๆกันหลบหนีไปจากโศกนาฏกรรมที่เกิดจากยูอิลฮาน แต่ว่าน่าเสียดายที่ว่าอินเทอร์เน็ตในเวเนซุเอล่าได้ล่มลงไปแล้ว มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะอัปโหลดอะไรลงไปได้

“บ้าเอ้ย! นี่เป็นข่าวสำคัญเรื่องซูซาโนะได้ทำการสังหารหมู่คนในเวเนซุเอล่าเลยนะ!”
“เวร ฉันจะตองบอกเรื่องนี้ในคนบนโลกได้รู้!”

จริงๆแล้วคนพวกนี้ควรจะแค่หนีไปในเวลาที่ยังหนีได้อยู่ แต่ว่าพวกเขาต่างก็หมดหวังไปแล้ว สเปียร่าได้หยักหน้าอย่างจริงจังเมื่อมองดูคนพวกนี้

[ฉันรู้แล้วว่าอินเทอร์เน็ตมันสิ้นเปลืองเวลาชีวิตจริงๆด้วย] (สเปียร่า)
[ฮ่า! มันก็ดีสำหรับพวกเขานะ] (เลียร่า)
“เฮ้ มันจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพวกทูตสวรรค์จากอินเทอร์เน็ตใช่ไหม? พูดมาเถอะฉันจะไม่ขำหรอกน่า”

ทูตสวรรค์ได้ปิดปากเงียบลงไป ยูอิลฮานก็ได้แต่ยอมแพ้และทำการ ‘กวาดล้าง’ ต่อไป

[อ๊ากกกกก!]
[แก! ชาวโลก! เป็นแก!]

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือมอนสเตอร์การที่จะเหลือ ‘ความคิด’ ไว้มันมีไม่บ่อยนัก แต่ว่าจากการที่ยูอิลฮานได้จัดการฆ่าไปจำนวนมากทำให้เขาได้รับความคิดมามากเช่นเดียวกัน

ในตอนที่ยูอิลฮานวางแผนฆ่าคนจากต่างโลกที่มาบนโลกทั้งหมด เขาก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้มากนัก แต่ว่าหลังจากที่เราไม่อาจจะหารากฐานของคนพวกนี้ได้แม้ว่าจะกวาดล้างไปหลายเมืองในเวเนซุเอล่าแล้วก็ตาม ทำให้เขาได้มาหยุดคิดเล็กน้อย

“ฉันน่าจะสอบปากคำจากสักคนก่อน”

สถานที่ที่ยูอิลฮานอยู่ในตอนนี้คือรัฐใหญ่สุดของเวเนซุเอล่า จนถึงตอนนี้เขาได้จัดการฆ่าคนจากต่างโลกเกือบทั้งหมดในเมืองไปแล้ว

ถ้าหากว่าเขาหาทางเชื่อมต่อต่างโลกในเวเนซุเอล่าไม่เจอ เขาก็จะต้องไปกายอานา บราซิล หรือไม่ก็โคลัมเบีย แต่ว่าเขาไม่อยากจะคิดให้สถานการณ์เป็นแบบนั้นเลยจริงๆ

ไม่เพียงแค่มันจะหมายความว่าความเสียหายได้กระจายออกไปไกลเท่านั้น แต่ว่ามันยังมีความเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนต่างโลกหลุดรอดไปได้ก็มากขึ้นเช่นกัน

เพราะแบบนี้ในตอนนี้เขาจำเป็นต้องไปในสถานที่ที่เจาะจงเลย

[สอบปากคำ? นายจะไปสอบปากคำยังไงกัน?] (เลียร่า)
[เป็นพลังยมทูตงั้นหรอ? ฉันไม่คิดเลยว่านายจะเป็นยมทูตที่ปกครองและควบคุมวิญญาณ] (สเปียร่า)

โอ้ พวกยมทูตเป็นแบบนี้สินะ แต่มันก็ควรจะพูดว่าของฉันจะเป็นยมทูตที่รุนแรงกว่าที่จะเผาพลังชีวิตเพื่อสร้างเพลิงที่หาได้ยากแทน แม้อย่างนั้นฉันก็ได้เรียนรู้การเอนชานท์วิญญาณมาจากวิญญาณที่กลายพันธ์ของเรต้า คาร์อิฮ่าก็ตาม แต่ว่ามันก็แค่นั้นแหละ

“งั้นเธอก็ยังไม่รู้งั้นสิ สกิลมันเป็นเพียงแค่การตกผลึกของความสามารถมนุษย์เท่านั้นเอง”
[แน่นอนว่าฉันก็รู้ ถึงตัวฉันจะดูเป็นแบบนี้แต่ฉันมีชีวิตมาหลายชั่วอา… @#$#%!] (เลียร่า)

เลียร่าได้ปิดปากของเธอลงทันทีหลังจากพลั้งปากออกมา ยังไงก็ตามในตอนที่ยูอิลฮานแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร สเปียร่าก็ได้พูดคำที่โหดร้ายออกมา

[หลายชั่วอายุ? ไม่ใช่ว่าเธอจะบอกว่าสิบชั่วอายุหรอกหรอ?] (สเปียร่า)
[ไม่ นั่นมันไม่ใช่! มันไม่ใช่เลยสักนิด] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้หันกลับไปสนใจในสิ่งที่ต้องทำต่อโดยไม่ไปสนใจในสงครามเล็กๆระหว่างสองทูตสวรรค์

[พวกเราไม่มีอะไรจะพูดกับแก!]
[พวกเราเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นแผนที่ยอดเยี่ยมได้เริ่มดำเนินการไปแล้วดังนั้นคนแบบแกจะไม่มีทางหยุดมันได้!]

เขาก็ไม่คิดอะไรไม่ว่าความคิดนี่จะพูดอะไร ยูอิลฮานเพียงลำพังไม่อาจจะทำอะไรความคิดพวกนี้ได้ ดังนั้นเขาได้หยิบเอาหอกมังกรแปดหางออกมาจากช่องเก็บของแทน

“โอโรจิ”
[กรรรรร!]
“ถึงเวลาอาหารแล้ว อย่างแรกเลยกินพวกนี้ทั้งหมดแล้วก็เหลือไว้สักยี่สิบคนพอ”
[กรรรรรรรรรรรรร!]

การสอบปากคำของวิญญาณได้เริ่มขึ้นแบบนี้

[นายไม่คิดว่านายควรจะเรียกสิ่งนี้ว่า ‘การล่า’ มากกว่าหรอ?] (เลียร่า)
[งั้นความคิดพวกนี้ก็มีโลกของตัวเอง นี่มัน…] (สเปียร่า)

บางส่วนของความคิดที่มาพร้อมพลังชีวิตที่มีความดื้นรั้น พวกมันทั้งหมดได้ถูกโอโรจิกินลงไปและเมื่อเห็นแบบนี้ ส่วนที่เหลือต่างก็ ‘ตกใจ’และ ‘กลัว’ ในความตายครั้งที่สองแม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวความคิดก็ตาม พวกมันได้รีบให้ข้อมูลออกมาทันที

ยูอิลฮานได้มีประสบการณ์ในการรวบรวมข้อมูลสำคัญจากข้อความนับไม่ถ้วนมาแล้ว เขาได้หยิบเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและเติมเต็มเศษเสี้ยวความจริงขึ้น

“งั้นพวกนายก็มาจากฟีราต้า”
[นั่นนนนแหละ]

ยูอิลฮานได้มองไปที่เลียร่ากับสเปียร่าพร้อมคำพูดนี้ ทั้งสองคนได้หยักหน้าออกมา พวกเธอคงจะต้องคิดถึงทูตสวรรค์ที่ทำงานในฟีราต้าอยู่ แนนอนพวกนั้นไม่ได้ทำสัญญากับทูตสวรรค์ใดๆบนโลก การลงโทษจะต้องมาถึงหลังจากนี้

“แผนนี้ได้ถูกวางแผนขึ้นจากจักรวรรดิฟีราต้า มา คาดร้าในตอนที่คนบนโลกได้ข้ามไปที่ฟีราต้า แล้วมันก็เป็นไปได้ว่าหลังจากที่กองทัพจรัสแสงได้ทำสัญญากับพวกนี้”
[ชะ ใช่แล้ว!]
“ที่พวกนายระวังแบบนี้ก็เพราะพวกนายเปิดเกตได้แค่แห่งเดียวและเทกำลังมาจากเวเนซุเอล่าและเกราะใกล้ๆก่อนก็เพราะพวกนายจะวางรากฐานก่อนที่คนบนโลกที่สนในกับโลกที่ถูกทิ้งจะรู้ตัวสินะ”
[นะ นั่นแหละครับ! มันเพิ่งจะผ่านมา 3 วันนับตั้งแต่ที่แผนการได้เริ่มดำเนินการบนโลก พวกเราไม่ได้ไปในดินแดนอื่นๆนอกไปจากเวเนซุเอล่าเลย…! หากอัศวินคลาส 2 จัดการที่นี่ได้สำเร็จจากนั้นทหารคลาส 1 ก็จะข้ามมาและจะเอาผิวหนังของคนที่เวเนซุเอล่ามาใส่ นี่แหละคือแผน!]

ตอนนี้เขาได้รับคำตอบมาในทันทีที่ถามออกไปเหมือนกับถามกับสิริ ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาและยืนยันสิ่งสุดท้าย

“แล้ว ดันเจี้ยนนั่นอยู่ที่ไหน?”
[สถานที่ที่จะไม่ถูกใครพบเจอ ในเวลาเดียวกันก็ต้องเป็ฯที่ที่ใกล้เคียงกับการมาเวเนซุเอล่าและเกาะใกล้ๆด้วย…มันก็คือดันเจี้ยนใต้ดินที่อยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรแอตแลนติก]

ยูอิลฮานได้มองไปที่สเปียร่าและยิ้มออกมา

“เห็นการทำนายอนาคตของฉันยังล่ะ?”
[…มนุษย์นี่เริ่มน่ารำคาญแล้วนะ…] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้จัดการใช้เวลาอีกสองชั่วโมงจัดการกวาดล้างพวกที่หลบซ่อนอยู่ในเวเนซุเอล่าอีกและไปค้นหาประเทศเล็กๆใกล้ๆอีก แต่ว่าเขาก็ไม่เจอใครอีกแล้วจริงๆ

ถึงแม้ว่าเขาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแต่เวเนซุเอล่าก็ได้ล่มสลายลงไปแล้ว ยูอิลฮานช่วยคนไว้ไม่ทัน เพราะแบบนี้เขาจึงจำเป็นต้องป้องกันในกรณีที่เลวร้ายไปกว่าเดิม

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าพวกคนต่างโลกจะใช้วิธีการไหนสื่อสารกับฐานหลัก แต่เนื่องจากเวลาได้ผ่านไปสักพักแล้วจากการสังหารหมู่ ทางฐานหลักก็น่าจะเรียกกำลังเสริมหรือทำอะไรสักอย่างแล้ว

เมื่อพวกมันได้รู้ว่ายูอิลฮานได้สังหารหมู่พวกมันไปแล้วมันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ในตอนนี้เขาจะต้องเคลื่อนไหวแล้ว

ดีล่ะ นี่มันเริ่มขึ้นแล้ว

ในตอนนี้มันถึงเวลาที่จะกวาดล้างฐานของพวกมันแล้ว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel