0 Views

บทที่ 126 – บุก (2)

คำประกาศจากสิ่งมีชีวิตระดับสูงของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายและการเชื่อมต่อโลกอื่นอีกแห่งหลังจากแห่งล่าสุดเพียงไม่นานเป็นตัวพิสูจน์ในเรื่องนี้

ยูอิลฮานได้ไปปรึกษาเรื่องนี้กับคังมิเรย์ ด้วยเพราะตัวเธอมีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้ใช้พลังบนโลก

นอกไปจากนี้จากประสบการร์ที่พวกเขาทุกคนได้เจอเข้ากับมอนสเตอร์จากไคโรจำนวนมหาศาลทำให้ผู้ใช้พลังทุกคนได้ยอมรับที่จะรับมือหากมีสิ่งแบบนี้เกิดขึ้นอีก นอกจากนี้การที่พวกเขาเข้ามาช่วยก็ทำให้พวกเขาได้รับสิทธิในการซื้ออาวุธระดับสูงกว่ามาตราฐานจากแวนการ์ดได้อีกด้วย

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็เป็นกังวลในเรื่องนี้ เขาไม่ชอบในสถานการณ์ที่มนุษย์ทุกคนต่างก็มุ่งไปในเหตุการณ์เหตุการณ์เดียว

สถานการณ์แบบนี้ที่ผู้ใช้พลังทั้งหมดพุ่งไปรวมในเหตุการณ์พวกนั้นมันเหมือนกับหมาที่วิ่งไล่คาบกระดูก

“ในระหว่างที่เรากำลังสนใจกับโลกที่ถูกทิ้ง ไม่ใช่ว่ามีคนอื่นที่วางแผนจะทำอะไรอีกงั้นหรอ?”
[จากสิ่งที่นายพูดมาคือนายคิดว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายสามารถจะเชื่อมต่อโลกเข้ากับโลกที่ถูกทิ้งได้ตามต้องการงั้นหรอ?]
“ฉันไม่คิดว่าพวกนั้นจะทำแบบนั้นได้ สิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือพวกนั้นมีพลังที่จำกัดกว่า หรือจะให้พูดชัดๆเลยก็คือพลังในการ ‘การเปิดประตู'”

ยกตัวอย่างก็คือบางทีพวกนั้นอาจะสามารถใช้การ ‘เปิดประตู’ เพื่อถ่วงเวลาหรือเร่งเวลาในการเชื่อมต่อได้ หรือบางทีพวกมันก็อาจจะรู้ล่วงหน้าได้การเชื่อมต่อจะเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่

[นั่นมันน่ากลัวมากเลยนะ] (เอิลต้า)
[แต่ว่านี่มันก็ฟังดูมีเหตุผลเหมือนกัน ถึงแม้ว่ามันจะน่ากลัวที่จะพูดแบบนี้ แต่ว่าผู้ปกครองกองทัพปีศาจแห่งการทำลายมีพลังที่น่าทึ่งอยู่จริงๆ] (เลียร่า)
“มีเพียงแค่เฉพาะว่าศัตรูของเรามี ‘การเปิดประตู’ เท่านั้นที่จะเป็นไปได้ที่จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่ม ‘การเปิดประตู’ จะมีค่าเพียงแค่ภายในเงื่อนไขเดียวเท่านั้น”

สเปียร่าได้ตอบกลับไป น้ำเสียงของเธอในตอนนี้เริ่มมีความร้อนใจแล้วด้วยเช่นกัน

[เงื่อนไขที่ว่าสายลับต้องส่งข้อมูลสำคัญไปแบบตลอดเวลา] (สเปียร่า)
“ใช่แล้ว แล้วก็สายลับนั่นจะต้องเข้าใจในสถานการณ์ของคนที่มีความสามารถได้รวมถึงตัวฉันด้วย”

ใช่แล้ว ถ้าหากว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายไม่ได้รู้ถึงสถานการณ์ของผู้ใช้พลังของโลก ถ้างั้นพวกมันก็คงไม่อาจจะทำการแบบใจเย็นได้แน่ และศักยภาพของสายลับก็ได้แสดงออกมาต่อหน้ายูอิลฮานเป็นอย่างดี

ยูอิลฮานได้ประกาศออกมาอย่างใจเย็นต่อหน้าทูตสวรรค์ทั้งสามตน

“สายลับก็คือในกลุ่มทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ที่เกาะติดอยู่กับผู้ใช้พลัง และฉันขอบอกไว้เลยว่ามีมากกว่า 1 แน่”
[พวกเราก็คิดไว้เหมือนกัน ยังไงก็ตามฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกนั้นจะไปร่วมมือกับกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย] (สเปียร่า)
[เป้าหมายของพวกนั้นคืออะไรกันล่ะ? ความเชื่อของกองทัพแห่งการทำลายมีแต่ ‘การทำลาย’ นี่มันน่าจะเป็นไปได้เลยที่กองทัพแห่งจรัสแสงที่ทรยศจะไปร่วมมือกับพวกนั้น!แล้วก็ทำไมกองทัพปีศาจแห่งการทำลายถึงต้องมาทำตามความต้องการของพวกนั้นด้วย!] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้แต่สับสนและพูดคำพูดที่ไม่จำเป็นออกมา ยูอิลฮานได้แต่ยิ้มแห้งๆให้เธอใจเย็นลง

“ทั้งหมดนี่ก็แค่การคาดคะเนของฉัน มันยังมีจุดที่ผิดปกติอยู่อีกมาก อย่าเชื่อคำพูดฉันแบบไม่สงสัย ไว้ความจริงเปิดเผยออกมาเธอค่อยหาเหตุผลก็ยังไม่สายไปหรอก”
[แต่ฉันก็คิดว่าคำพูดของนายถูกแล้วนะ] (สเปียร่า)
[ฉันก็ไม่สงสัยสักนิดเลย ฉันเชื่อ 100%] (เอิลต้า)
[มาถึงจุดนี้แล้วฉันสงสัยว่าโลกนี้มันหมุนตามคำพูดของอิลฮานหรือยังไงกันนะ] (เลียร่า)
“เยี่ยม ถ้างั้นก็เคลื่อนไหวภายใต้การคาดคะเนนี้ล่ะกัน”

นอกจากเรื่องทั้งหมดนี่อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งได้รับการยืนยันแล้ว

“ไม่ว่าใครจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มันก็จะต้องเป็นกลุ่มที่คอยชี้นำเจตนาของโลกที่ถูกทิ้ง และเป้าหมายของฉันก็คือค้นหาสิ่งนั้นและทำลายมันซะ”
[นั่นมันหมายความว่านายจะไม่ไปป้องกันการเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทิ้ง นี่มันดูอันตรายมากนะ] (สเปียร่า)
[ถ้าหากมันพลาดจะย้อนอะไรไม่ได้เลยนะ] (เอิลต้า)
“ไม่เป็นไร ในตอนอยู่ในบาเรีย ฉันได้เตรียมบางอย่างเอาไว้แล้วในกรณีที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น… เพราะแบบนี้เอิลต้าทำไมไม่ช่วยส่งของให้ฉันหน่อยล่ะ?”

หืม ส่งของ เอิลต้าได้รู้สึกถึงคนที่ทำให้สิ่งมีชีวิตระดับสูงต้องกังวลด้วยคำพูดเดียวได้ แต่ว่าเธอก็แค่หยักหน้าให้ยูอิลฮานด้วยรอยยิ้ม

เอิลต้าได้รับเอา ‘ไอเทมที่หลากหลาย’ หนึ่งในสิบของที่อยู่ในช่องเก็บของของยูอิลฮานมา และบินออกไป เนื่องจากยูอิลฮานได้บอกให้เธอเคลื่อนไหวเป็นความลลับโดยไม่ให้ทูตสวรรค์คนอื่นตรวจเจอไปแล้ว ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว

จากนั้นยูอิลฮานก็ไปปลุกเอริเซียให้เธอไปพาหมาป่าที่แข็งแกร่งที่มีเลเวลมากกว่า 180 มาที่โลก

ถึงแม้ว่าเขาได้รับความเสี่ยงด้วย แต่สถานการณ์นี้ก็ยังเป็นโอกาสดีที่พวกหมาป่าจะได้รับการยอมรับจากโลก ยิ่งไปกว่านั้นพวกหมาป่าก็ยังไม่อาจจะขัดคำสั่งยูอิลฮานได้ด้วย ดังนั้นหากเขาสั่งอะไรพวกหมาป่าก็ต้องทำ

เอริเสียที่รู้ถึงความจริงเรื่องนี้ได้แสดงท่าทางผิดหวังอยู่แวบหนึ่ง แต่เธอก็ยังยอมรับคำสั่งและจากไป

เนื่องจากว่าเธอได้กรงเล็บระดับยูนีคที่ยูอิลฮานทำให้ไปติดให้กับกองกำลังหมาป่าของเธอด้วยทำให้กองทัพที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเธอจะต้องนำความสำเร็จมาได้ไม่มากก็น้อยแน่

ท้ายที่สุดยูอิลฮานก็ไปปลุกเอลฟ์ขึ้นมา หลังจากอธิบายสถานการณ์แล้วเขาก็ออกคำสั่งออกไป

“พวกนายก็จะต้องไปสู้ด้วย ซ่อนตัวตนให้ดีด้วยแล้วก็ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งสำคัญสุดคือความปลอดภัยนะ ตอนที่พวกนายเข้าสนามรบให้ไปหาเอิลต้าและถอยในทันทีที่สถานการณ์อันตราย”
“ตราบเท่าที่มีอาร์ติแฟคที่ท่านจักรพรรดิมอบให้ผม ผมก็มั่นใจว่าต่อให้เจอพวกคลาส 4 ผมก็เอาตัวรอดได้”
“อย่ามั่นใจจนเกินไปล่ะ”
“ครับ!”

ยูอิลฮานได้ให้คำสั่งกับเอลฟ์แล้วและหลังจากเขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในท้ายที่สุดเขาก็มองลงไปสบตากับมิลที่อยู่บนพื้น

“มิลอยากจะทำอะไรล่ะ?”
“ผมอยากสู้แล้วก็แกร่งขึ้นครับ”

ยูมิลก็คงอยู่ในโหมดของตัวเอกตามนิยายเสมอ ถ้าเป็นปกติยูอิลฮานก็คงจะหัวเราะออกมาและเข้าไปกอดเขา แต่ว่าตอนนี้ต่างไปนิดหน่อย ยูอิลฮานไม่อาจจะอยู่กับมิลในสนามรบได้

“ที่นั่นพ่อจะไม่อาจอยู่ปกป้องลูกได้นะ แน่นอนว่าถึงแม้ว่าพ่อจะไม่อยู่ที่นั่นก็จะมีโอกาสอีกมากที่ลูกจะต้องสูง… แต่ว่าลูกอยากจะไปสู้จริงๆนะ?”
“ครับ! ผมอยากจะแกร่งขึ้น!”

เขาก็คิดเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องออกมาแบบนี้ ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ตัดสินใจปล่อยพวกนี้เอาไว้ในสถานการณ์นี้เพราะเขาในพรสวรรค์ของเอลฟ์ เอิลต้า และที่สำคัญที่สุดคือลูกของเขาเอง

“ก็ดีแล้ว ยังไงก็ตามอย่าเข้าไปมีส่วนร่วมกับเหตุกาณณ์ที่อาจจะอันตรายต่อชีวิตลูกนะ แล้วก็ปกปิดตัวตนเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ สัญญากับพ่อนะ?”
“ได้ครับ ผมสัญญา”

ยูมิลได้สัญญากับยูอิลฮานด้วยรอยยิ้มที่สดใส แต่ยูอิลฮานก็ยังกังวลอยู่ดังนั้นเขาเลยใส่หมวกกระดูกมังกรลงบนหัวของมิลและใส่ที่ป้องกันอกที่จากกระดูกมังกรด้วย จากนั้นเขาก็มอบลมหายใจให้มิลและมานาโพชั่นที่เหลืออยู่ด้วย

[แล้วนายทำหมวก แต่ทำไมนายไม่ทำเกราะล่ะ ทำไมถึงทำแค่ที่ป้องกันอก?] (สเปียร่า)
“อีกไม่นานมิลก็จะเลื่อนไปคลาส 3 แล้วดังนั้นมันจะเจ็บปวดถ้าเขาใส่เกราะแค่่แปปเดียว หมวกนั่นฉันได้ทำจากการคำนวนการพัฒนาของเขาแล้ว”
[ฉันไม่เข้าใจเลยว่านายรักลูกหรือไม่รักลูกกันแน่] (สเปียร่า)

ความสนใจของเอลฟ์ได้มารวมกันเป็นหนึ่งหลังจากที่ได้เห็นยูอิลฮานเอาของหลายอย่างให้กับมิล

“พวกเราก็จะปกป้องท่านมิลด้วยชีวิตเรา!”
“ต่อให้ฉันต้องสละวิญญาณ ฉันก็จะต้องปกป้ององค์ชายให้ได้!”

แน่นอนว่ายูอิลฮานได้ตอบกลับพวกนี้เป็นพิเศษเช่นเดียวกัน

“เงียบไปเลย พวกนายทุกคนจะต้องรอดกลับมา อย่าได้คิดจะตายเข้าใจนะ?”
“ครับ!”
“พ่อ ผมจะไปแล้วนะ!”
“โอเคมิล ระวังตัวด้วย”

แล้วแบบนี้เมื่อเอลฟ์กับมิลจากไป ความเงียบก็ได้มาถึงในทันที และไม่นานนักเลียร่าก็พูดออกมา

[ในตอนนี้ที่ความคิดนายออกมา มันไม่มีทางที่นายจะเคลื่อนไหวโดยไม่มั่นใจใช่ไหม?] (เลียร่า)
“ฉันก็ไม่ได้มั่นใจไปทั้งหมดหรอก แต่ถึงแบบนั้นฉันก็พอจะรู้ว่าพวกมันมีเป้าหมายอะไร”
[นั่นก็ไม่ใช่ ‘ความเชื่อมั่น’ หรอกหรอ?] (สเปียร่า)

จริงๆแล้วยูอิลฮานได้คาดเอาไว้นานแล้วถึงเรื่องที่กองทัพแห่งการทำลายกับกองทัพจรัสแสงได้พยายามรวมกลุ่มกัน

ไม่ใช่ว่าในหมู่โลกที่ถูกทิ้งที่ยูอิลฮานได้ประสบว่าก็มีเบาะแสบางอย่างอยู่หรอกหรอ?

[…อ่า ฉันเพิ่งจะนึกเอาได้ ในตอนที่คนทรยศคนแรกแสดงตัวออกมาก็คือตอนที่เขากำลังพากองทัพมาจากต่างโลกโดยมีจอมเวทย์คลาส 4 ช่วย! ฉันลืมเรื่องนี้ไปเลย!] (เลียร่า)
“นึกออกแล้วสินะ”

ความลับนี้ยูอิลฮานก็ยังลืมไปอยู่ช่วงหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็คิดว่ามันไม่เป็นไรเนื่องจากเขานึกขึ้นได้ก่อนสายเกินไป

“จอมเวทย์นั่นได้พูดบางอย่างเกี่ยวกับการพิชิตโลกด้วยสงคราม ฉันคิดว่ามันจบลงในตอนที่ฆ่าจอมเวทย์แล้ว แต่แล้วสิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้คืออะไรล่ะ?”
[ชี้นำความสนใจของทุกคนไปที่โลกที่ถูกทิ้ง และซ่อนประตูสำคัญที่เชื่อมต่ออยู่เอาไว้แล้วเรียกกองทัพมาจากต่างโลกใช่ไหม?]
“ถูกแล้ว”

ในขณะที่มนุษย์มนุษย์กำลังทุ่มเทต่อสู้กับกองทัพมอนสเตอร์ที่เล็งแต่การทำลายโดยไม่สนสิ่งใด กองทัพจากต่างโลกก็จะเข้ามาตลบหลังพิชิตโลกตามเป้าหมายของพวกมัน

ถ้ามันเป็นแบบนั้น ทั้งกองทัพปีศาจแห่งการทำลายก็จะทำเป้าหมายในการทำลายโลกสำเร็จและกองทัพจรัสแสงก็จะทำเป้าหมายในการเรียกกองกำลังอื่นมาที่โลกสำเร็จเช่นกัน

[ดังนั้นมันจะต้องมีการเชื่อมต่อกับโลกอยู่อีกแน่นอน กองทัพจรัสแสงต้องการที่จะให้กองทัพจากต่างโลกปกครองโลกใบนี้] (เลียร่า)
[ถ้าอย่างนั้นทำไมล่ะ? ในตอนที่เขาทรมาน ฆ่าคนทรยศ ฉันก็ไม่อาจหาเหตุผลได้เลย ทำไมพวกมันถึงต้องการจะให้ต่างโลกพิชิตโลกนี้ล่ะ? พวกนั้นกำลังจะเล่นเป็นพระเจ้างั้นหรอ?] (สเปียร่า)

คำตอบก็คือไม่รู้ ทำไมเธอถึงได้ถามยูอิลฮานล่ะทั้งๆที่เธอไปทรมานคนทรยศยังไม่ได้คำตอบเลย…ยูอิลฮานได้หยักไหล่่และตอบกลับมา

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันกังวล สิ่งที่สำคัญคือฉันจำเป็นต้องทำลายพวกมันก็ที่พวกมันจะกลืนกินโลกไป”
[นายคิดว่าที่ไหนล่ะ? ถ้าไม่งั้นเราก็ต้องหากันทั้งโลกเลย] (เลียร่า)
“ที่ในใจที่คิดไว้งั้นหรอ? ก็มีอยู่”

ยูอิลฮานได้เปิดจอโทรศัพท์ที่เขาดูอยู่พักหนึ่ง มีข้อความที่เขียนถึงการทำลายเมืองเล็กๆอยู่ภายในจอ แต่ในข้อความนี้ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นเลย

มีคนจำนวนมากที่สนใจในข่าวบันเทิงและข่าวของโลกที่ถูกทิ้งที่น่าจะถูกกระจายผ่านทางทูตสวรรค์ซะมากกว่า นี่มันยิ่งน่าสงสัยมากขึ้น

มีเนื้อหาที่เป็นคำพูดของคังมิเรย์อยู่ด้วย ถ้าหากว่าศัตรูต้องการจะบุกโลก ยูอิลฮานก็คิดว่านี่คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วเนื่องจากวามีมอนสเตอร์ปรากฏอยู่ทั่วและมีโลกที่ถูกทิ้งหลายแห่งปรากฏขึ้นบนโลก

[อย่าบอกนะว่าการล่มสลายของประเทศเล็กๆมีส่วนเกี่ยวนะ?] (เลียร่า)
“ถ้ามันไม่ใช่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ฉันทำได้แค่หวังว่าอินเทอร์เน็ตจะให้คำตอบที่ถูกเท่านั้น”

ยังไงก็ตามเขาก็ได้นึกไปถึงในตอนที่เขากับเอิลต้าเดินทางไปทั่วโซลในขณะที่ดูโทรศัพท์เพื่อคนหาที่ที่มีมอนสเตอร์

ในเวลานี้ก็ด้วยยูอิลฮานกำลังใช้วิธีเดียวกันหาคำตอบ เขาจะช่วยคนได้ในที่ที่เขาไปถึงได้เท่านั้น

และเขาก็หวังว่าในครั้งนี้มันก็จะเกิดขึ้นเหมือนในครั้งนั้น


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel