0 Views

บทที่ 125 – บุก (1)

 

แม้ว่าจะทำเกราะเสร็จออกมาแล้วการตีเหล็กของยูอิลฮานก็ไม่ได้หยุดลง ยังไงก็ตามเนื่องจากเขาได้ทำในทุกสิ่งที่ต้องการแล้วทำให้เวลาที่เขาจะใช้ไปกับการตีเหล็กลดลงไปมาก ถ้าแบบนี้มันก็คงจะดีถ้าเขาเอาเวลาพวกนี้ไปฝึกหอกสะบั้นจักรวาล แต่ว่าเขาไม่ได้ทำแบบนั้น

“เยี่ยม ฉันจะต้องเชี่ยวชาญมันในห้าชั่วโมง”
[ถึงแบบนั้นนี่มันก็ดูไม่เท่เลย…] (เลียร่า)

สิ่งที่เขาใช้เวลาไปก็คือฝึกการ ‘สับเปลื่ยน’ สับเปลื่ยนเกราะที่เขากำลังใส่อยู่กับอันที่อยู่ในช่องเก็บของ ในตอนนี้เขามีทั้งเกราะที่ป้องกันไฟและเกราะที่ป้องกันน้ำแล้ว การสับเปลื่ยนในตอนนี้คือเทคนิคที่สำคัญ

แน่นอนว่าจนถึงตอนนี้เขาได้สับเปลื่ยนอาวุธหรือเรียกอาวุธหลายๆอันออกมาในระหว่างการต่อสู้แล้ว แต่ว่าการสับเปลื่ยนอาวุธใช้แค่สองมือ แต่การสับเปลื่ยนเกราะนั้นใช้ทั้งร่างกายซึ่งมันยากมากๆ

ถ้าหากว่าการเคลื่อนไหวร่างกายของยูอิลฮานคลาดเคลื่อนไปนิดเดียว งั้นมันจะมีแค่เกราะที่เขาใส่อยู่เท่านั้นที่เข้าไปในช่องเก็บของและตัวเขาก็จะเปลือยเปล่า

[ถ้านายถอดเสื้อออกมันจะไม่ดีกว่าหรอ?] (เลียร่า)
“ไม่ มันจะนำมาซึ้งการปวดร้าวทั้งกายใจ เพื่อที่จะป้องกันสถานการณ์ที่น่าอึดอัดฉันจะใส่เกราะหนังพืนฐานไว้ข้างในและใส่เกราะเต็มตัวไว้ข้างนอก”

ถ้าหากเป็นหญิงสาวเปลือยไม่ว่าชายใดก็ยินดี แต่คงจะไม่มีใครจะยินดีแน่หากยูอิลฮานเปลือย ถึงแม้ว่าโลกจะไม่ได้ทำอะไรให้เขา แต่เขาก็ไม่อยากจะทำร้ายโลกเหมือนกัน

“ทุกวันนี้ พาวเวอร์เรนเจอร์ก็ยังถูกขัดในระหว่างแปลงร่างเหมือนกัน”
[การเปลื่ยนเสื้อก็นับเป็นการแปลงร่างด้วย?] (สเปียร่า)

นี่เป็นเรื่องจริงมาก แต่ยูอิลฮานตัดสินใจไม่ตอบกลับไป

“ในตอนนี้ฉันจะทำมันในขณะที่อยู่เฉยๆ แต่เมื่อไหร่ที่ฉันชินกับมัน ฉันจะฝึกมันจนกว่าที่ฉันจะสับเปลื่ยนในระหว่างวิ่ง กระโดด สับเปลื่ยนอาวุธ ยิงไพท์บังเกอร์ ปักเสาลงบนพื้น ยิงกระสุน ยิงกระสุนในน้ำ และในท้ายที่สุดก็คือในทันทีที่ฉันอยู่ในอากาศ”
[นั่นมันเหนือกว่ามนุษย์ไปแล้ว โอ้ ขอโทษด้วย นายออกจากอาณาเขตของมนุษย์ไปแล้วนี่นา] (เอิลต้า)

แม้ว่าเขาจะเพิ่งเริ่มเรียนรู้มัน เขาก็มองไปถึงการต่อต้านความแปรปวนในพื้นที่ซะแล้ว

จดจำในสถานะของร่างกาย ส่งต่อไปยังสมอง ถอดเกราะของเขาออกและใส่เกราะใหม่เข้ามาในเวลาเดียวกัน แม้ว่านี่จะดูเหมือนทำได้ง่าย แต่ว่ามันจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีความรู้เข้าใจในเชิงพื้นที่อย่างมหาศาลและกระบวนการคิดที่รวดเร็ว

เขาคิดว่านี่จะไม่ได้จบลงแค่การสับเปลื่ยนเกราะอย่างรวดเร็ว การรู้ถึงตัวเองอย่างแม่นยำในรูปแบบของพื้นที่สามมิติจะกลายเป็นตัวช่วยอย่างมากในการใช้ช่องเก็บของของเขาให้มันไม่ต่างไปจากโลกใบเล็กเลย

ถ้าเขาเข้าใจรับรู้ถึงตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ถ้างั้นต่อไปก็จะเป็นวัตถุอื่น จากนั้นก็คนอื่นๆ และจากนั้นก็โลกใบนี้ ถึงตอนนั้นต่อให้ไม่ใช่ฟังก์ชั่นการควบคุมเก็บของระยะไกลของเขา เขาก็น่าจะเอามันมาใช้ประโยชน์ได้

[ยูอิลฮานกำลังยิ้มน่าขนลุก…] (เอิลต้า)
[ชั่งเถอะน่า ฉันชินแล้ว]

สิ่งที่ทูตสวรรค์กำลังคุยกันอยู่มันหยาบคายกับเขามาก แต่เขาก็ไม่สนใจสักนิด

ทุกๆคนกำลังบ่นเรื่องของชีวิตในพื้นที่ของตัวเอง แต่ว่าในตอนนี้จุดจบมันใกล้เข้ามาแล้ว พวกเขาต่างก็ทำให้ดีที่สุดที่จะแข็งแกร่งขึ้นสักนิด ในตอนนี้หายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองใกล้จะมาถึงแล้ว!

ยูอิลฮานก็เช่นเดียวกัน ในตอนนี้เขาก็ยุ่งกับการตีเหล็ก ฝึกสับเปลื่ยน ฝึกหอกสะบั้นจักรวาล กว่าเขาจะเชี่ยวชาญการสับเปลื่ยนเกราะโดยสมบูรณ์ก็มีเวลาเหลือภายในบาเรียไม่ถึง 10 ชั่วโมงแล้ว

ในจุดๆนี้เขาสามารถจะสับเปลื่ยนเกราะได้ในขณะที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงได้แล้ว

“คั๊กๆๆๆๆ”
“พ่อเท่จัง”
[นี่มันไม่ใช่แบบอย่างที่ดีกับเด็กนะ! ถ้ามิลหัวเราะแบบน่ากลัวอย่างนายนายจะรับผิดชอบยังไง?] (เอิลต้า)

แม้แต่ในขณะยูอิลฮานเต้นเขายังสับเปลื่ยนเกราะได้แล้ว ยูอิลฮานจึงตัดสินใจหยุดฝึกการสับเปลื่ยน

ตอนนี้เขาคิดเรื่องอื่นแทนเพื่อที่จะเตรียมยกระดับให้สมบูรณ์แบบมากขึ้นซึ่งนั่นก็คือเครื่องประดับ

อุปกรณ์ของยูอิลฮานที่เป็นเครื่องประดับรวมแล้วมีอยู่สี่อย่างและหากไม่นับรวมกำไลหนังทอง’พายุ”สายฟ้า”รวดเร็ว’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ระดับยูนีค ส่วนที่เหลือต่างก็เป็นระดับต่ำทั้งหมดซึ่งเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูมานาของเขา 10%

จนถึงตอนนี้เมื่อไหร่ที่มานาของเขาจะหมดเขาก็จะใช้มานาโพชั่น แต่ว่ามานาโพชั่นของเขาที่ได้มาจากการฆ่าจอมเวทย์คลาส 4 ก็ใกล้จะหมดลงไปเต็มทีแล้ว ในสถานการณืนี้มานาโพชั่นอย่างเดียวที่เขาเหลือก็คือลมหายใจ ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือความสามารถในการฟื้นฟูมานา

“ตอนนี้ฉันใส่เครื่องประดับได้กี่อันกันนะ?”

เขาได้เปิดกระเป๋าพลาสติกที่เขาได้รวมเอาเศษชิ้นส่วนที่เหลือจากการตีเหล็กและโยนพวกมันลงไปละลายในเพลิงนิรันดร์ในขณะที่ยืนยันเรื่องนี้กับทูตสวรรค์ไปด้วย เลียร่าได้มองดูร่างกายของเขาก่อนจะสรุปออกมา

[มากสุดที่ 5 มั้งนะ? นี่คือเท่าที่นายทนได้] (เลียร่า)
[ไม่ใช่ว่ามากสุดคือ 4 ที่เขาจะทนได้โดยไม่ปะทะกันหรอกหรอ?] (เอิลต้า)
[สำหรับการตัดสินใจของฉันก็ 5 อัน] (สเปียร่า)

เลียร่ากับสเปียร่าบอก 5 ส่วนเอิลต้าบอก 4 ยูอิลฮานได้ตัดสินใจถอดเครื่องประดับอื่นๆนอกจากกำไลหนังทองออกมาและตัดสินใจทำเครื่องประดับเพิ่มอีก 4 อัน

ถ้าหากว่าพลังมันปะทะกัน เขาก็แค่โยนทิ้งไปสักอันหนึ่ง

[ฉันอยากจะเห็นอิลฮานใส่ต่างหู!] (เลียร่า)
[สร้อยคอดีที่สุดแล้วเนื่องจากว่าเวลาใส่เกราะมันจะไม่รบกวนนาย ในเมื่อนายใส่กำไลหนังทองอยู่แล้ว การทำกำไลอีกข้างมันก็เป็นเรื่องดีนะ] (เอิลต้า)

ต่างหูสองข้าง สร้อยคอหนึ่ง กำไลหนึ่ง รวมทั้งหมดก็ห้าอันแล้ว ยังไงก็ตามความคิดเห็นของทูตสวรรค์ไม่ได้จบลงแบบปกติอย่างนี้

[จะไม่เจาะลิ้นสักหน่อยหรอ? แม้ว่าฉันจะชอบการแต่งการแบบสุภาพในปัจจุบันก็ตาม แต่ในอดีต…] (สเปียร่า)
[อ่า ฉันคิดว่าเจาะท้องก็น่าจะเซ็กซี่เหมือนกันนะ] (เลียร่า)
[บนตัวยูอิลฮาน? หืม หืมมม… ฉันคิดว่าริมฝีปากเขามีเสน่ห์ที่สุดนะ เจาะริมฝีปากเป็นไง?] (เอิลต้า)
“นี่ ขอร้องล่ะช่วยไปพูดเรื่องที่เหลือกับพวกหัวหน้าชนเผ่านะ”

ขีดจำกัดจิตใจของยูอิลฮานแค่เจาะหูก็มากพอแล้ว เขาได้จัดการเทโลหะที่ละลายแล้วลงไปในหล่อและให้มันแข็งตัวโดยไม่สนเสียงอะไรจากทูตสวรรค์อีก

จากนั้นเขาก็หยิบเอามีดแกะสลักออกมาและเริ่มจัดการแกะสลักอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเขาได้ทำเครื่องประทับพวกนี้จากกระดูกมังกร เขาจึงทำการแกะสลักมังกรลงไปบนต่างหู สร้อยคอและกำไล

บางทีอาจจะเพราะว่าเขาเคยชินจากการแกะสลักจากการทำกับดักแห่งการทำลายแล้วทำให้การทำงานในครั้งนี้ค่อนข้างเร็ว ต่างหูสองอัน สร้อยคอหนึ่งอันและกำไลของมืออีกหนึ่งอันได้เสร็จแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือการทำหัตถกรรมมานาเท่านั้น

“ฉันคิดว่าฉันควรจะเก็บหินพลังเวทย์คลาส 4 เอาไว้”
[นายยังเหลืออีกประมาณ 20 ก้อนนี่เว้นแต่ว่านายจะใช้มันไปแล้วนะ?] (เอิลต้า)
“พวกมันทั้งหมดจะมีประโยชน์หลังจากนี้ ทั้งหมดเลย”

ยูอิลฮานได้พึมพัมอย่างน่าสงสัยในขณะที่หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 ออกมา เนื่องจากวัสดุคือกระดูกมังกร ขีดจำกัดในการดูดซึมมานาจึงสูงมากๆและเขาได้ใช้หินพลังเวทย์มากกว่า 3 ก้อนต่อหนึ่งเครื่องประดับ

[ต่างหูมังกร ‘คำสาป’ ‘รวดเร็ว’ ‘ป้องกันการทำลาย’ ได้เสร็จสมบูณร์]

เนื่องจากกระดูกมังกรเป็นวัสดุที่มีระดับที่สูงมากและยังมีความเกี่ยวข้องกับหินพลังเวทย์ของเผ่ามังกรอีกทำให้ผลลัพธ์ออกมายอดเยี่ยมมาก

กำไลมีออฟชั่นในการเพิ่มความเร็วการฟื้นฟูมานา 20% และดูดซับการโจมตีเวทย์ของศัตรูเล็กน้อย ส่วนต่างหูทั้งสองข้างก็ยังเป็นเครื่องประดับระดับยูนีคที่มีออฟชั่นที่สุดยอดอย่างเพิ่มการฟื้นฟูมานา 25% และเพิ่มความต้านทานพิษและคำสาป 30%

และในด้านของสร้อยคอคือ ออฟชั่นการฟื้นฟูมานาเพิ่มขึ้น 30% และดูดซับบการโจมตีเวทย์ของศัตรูติดมาด้วย ในจุดนี้เอิลต้าได้สงสัยและแนะนำกับยูอิลฮานออกไป

[ทำไมนายไม่โญนกำไลหนังทองทิ้งไปแล้วทำเครื่องประดับใหม่ล่ะ?] (เอิลต้า)
“ไม่ ฉันยังไม่ยอมแพ้เรื่องพายุคมมีดสายฟ้า”
[นายยังไม่เคยได้ใช้มันสักครั้งเลยนะ…] (เอิลต้า)
[ก็แค่สลัดมันออกมา อย่าฝืนเลย] (เลียร่า)
“…ฉันควรทำแบบนั้นหรอ?”

คำแนะนำของเลียร่าคือสกัดออฟชั่นของมันออกมาด้วยหินพลังเวทย์คลาส 3 และทำการหัตถกรรมมานากับกำไลข้อมือใหม่ที่ทำขึ้นมาจากวัสดุของมังกรซึ่งผลที่ได้ก็น่าพอใจมาก

ผลลัพธ์ที่ออกมาเมื่อเขาสกัดออฟชั่นของกำไลหนังทองและทำหัตถกรรมมานาลงไปในกำไลข้อมือใหม่ที่ทำจากเกล็ดของมังกรที่ใช้เวทย์สายฟ้าพร้อมกับหินพลังเวทย์อีกสองก้อน

[กำไลข้อมือมังกร ‘ความเร็วแสง’ ‘ความพิโรธของเทพสายฟ้า’]
[ระดับ – ตำนาน]
[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน – นักล่ามังกร]
[ความทนทาน – 3,200/3,200]
[ออฟชั่น
1.เก็บมานาด้วยการดูดมานาจากพื้นที่รอบๆและสามารถจะสร้างพายุสายฟ้าขนาดกลางได้โดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง สามารถเก็บมานาได้มากขึ้นสามเท่าและสามารถจะปล่อยมานานั้นทั้งหมดออกมาได้ในครั้งเดียวเพื่อสร้างเป็นพายุขนาดใหญ่ เมื่อถูกเวทย์ของศัตรูโจมตีจะสามารถขโมยมานาจำนวนมากมาเก็บไว้ได้ และถ้าหากเป็นเวทย์สายฟ้าจะเพิ่มการดูดซึมขึ้น 50%
2.ความเร็วการฟื้นฟูมานาเพิ่มขึ้น 40%
3.เพิ่มความเร็วในการเรียกใช้มานา 30%]

ในตอนนี้เขาได้ก้าวเข้าใกล้ความฝันของพายุคมมีดสายฟ้าแล้ว

“โอ้”
[นี่คือสมบัติอีกอันหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมาจากสมบัติของกองทัพสวรรค์…] (เอิลต้า)

ในทันทีที่ยูอิลฮานได้ยืนยันถึงออฟชั่นของกำไรเขา เขาได้จัดการเริ่มทำกำไลอันใหม่ขึ้นอีกทันที แน่นอนว่าเขาได้ใช้เกล็ดของมังกรที่เขาเพิ่งใช้ทำกำไลอันเมื่อตะกี้นี้

“ต่อให้ฉันได้การฟื้นฟูมานากับความเร็วการใช้มานามันก็คือแจ๊คพ็อตแล้ว!”
[แล้วเจตนาจริงๆล่ะ?] (เอิลต้า)
“ตอนนี้มันถึงเวลาสำหรับความฝันของพายุสายฟ้าคู่แล้ว!”

ยูอิลฮานได้แสดงความปรารถนาแบบเด็กออกมาโดยไม่เก็บไว้ ความเร็วของเขาในการทำยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก! ด้วยความฝันที่ตัวเขากวาดมอนสเตอร์ออกไปด้วยพายุสายฟ้า เขาได้ใช้หินพลังเวทย์คลาส 3 ออกไปโดยไม่ห่วงแม้แต่นิด แสงที่ทำให้ตาพร่าได้ปรากฏออกมาทำให้เขาทำนายได้ถึงสิ่งที่ออกมา

แสงได้ลดลงไปและในตอนนี้สายตาของเขาก็มองเห็นกำไลที่ทำเสร็จแล้ววางอยู่ กำไลที่ทรงพลังกว่าอันก่อนหน้า! ข้อความสีเขียวได้ปรากฏขึ้นมาที่ม่านตาของเขา

[กำไรมังกร ‘จ้าวสายฟ้า’ ‘ความสบาย’ ‘ความบ้าคลั่ง’ ได้เสร็จสมบูรณ์]
[กำไรมังกร ‘จ้าวสายฟ้า’ ‘ความสบาย’ ‘ความบ้าคลั่ง’]
[ระดับ – ตำนาน]
[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน – จอมเวทย์สายฟ้าคลาส 3, เวทย์สายฟ้าขั้นสูงเลเวลมากกว่า 60, ค่าสเตตัสพลังเวทย์มากกว่า 350]
[ความทนทาน – 3,800/3,800]
[ออฟชั่น
1.เพิ่มพลังโจมตีและระยะโจมตีของเวทย์สายฟ้า 20%, เพิ่มความต้านทานธาตุสายฟ้า 50%
2.ความเร็วในการฟื้นฟูมานาเพิ่มขึ้น 30% และความเร็วในการร่ายเพิ่มขึ้น 30%
3.สามารถเปลื่ยนและควบคุมมานาให้เป็นสายฟ้าที่มีประสิทธิภาพและความเข้มข้นสูงได้]
[หนึ่งในปาฏิหาริย์ที่ช่างตีเหล็กได้ทำขึ้นบนเส้นทางการเป็นตำนาน มีเพียงแค่ผู้ที่ได้รับการฝึกอย่างสูงส่งในหมูของผู้ใช้สายฟ้าเท่านั้นที่จะดึงพลังของเครื่องประดับนี้ออกมาได้]

‘ความสำเร็จ’ ปัญญาอ่อน นี่มันเป็นของที่ฉันใช้ไม่ได้อีกแล้ว

แม้แต่จอมเวทย์ก็ในทีมยูอิลฮานก็ยังไม่มีเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจอมเวทย์สายฟ้าเลย เขาได้ถามกับเอลฟ์เผื่อที่ว่าจะมีใครในหมู่พวกเอลฟ์ที่เคยเป็นจอมเวทย์แต่ว่ามันดูเหมือนจะไม่มีใครใช้เวทย์สายฟ้าได้เลย

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาอย่างเจ็บปวดและเก็บเอาอาร์ติแฟคนี่ลงช่องเก็บของลงไป ในตอนนี้สิ่งนี้มันไร้ประโยชน์ เขาทำได้แค่ขายมันออกไปให้คังมิเรย์ในราคาที่สูงเท่านั้นเอง

[ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะไม่มีทางชำระนี้ของเธอไปได้ทั้งชีวิตแน่…] (เอิลต้า)
[ในครั้งล่าสุดที่เจอดวงตาของเธอดูปกติดีนะ แต่ว่าถ้าเกิดว่าจู่ๆเธอก็พูดว่า ‘ฉันจะจ่ายคืนด้วยชีวิตทั้งชีวิตของฉัน’ ฉันจะทำยังไงกับเธอคนนั้นดีนะ?] (เลียร่า)
[ในบางครั้งฉันก็ยังสงสัยจริงๆนะว่าเธอยังอยู่ในฐานะทูตสวรรค์ได้ยังไงกันเลียร่า] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้จัดการทำกำไลอีกหลายอันด้วยความหวังที่จะทำให้กำไลมีออฟชั่นที่เหมือนกับในอันแรก แต่ว่าทั้งหมดที่เขาทำขึ้นทั้ง 12 อันต่างมีเป็นของธรรมดาระดับ ‘ยูนีค’ ที่มีออฟชั่นเพิ่มความเร็วการฟื้นฟูมานา 25% และออฟชั่นทั่วไปอื่น

นี่มันหมายความว่าเขาต้องยอมแพ้กับพายุสายฟ้าคู่

“ทำไมกัน ทำไมมมมมมม!”
[อาร์ติแฟคระดับตำนานไม่ได้จะปรากฏออกมาให้เห็นตลอดเวลานะ] (เลียร่า)
[ออฟชั่นการใช้งานแบบพายุสายฟ้ามันไม่ใช่ของธรรมดานะ นี่มันก็เป็นเหตุผลที่เลียร่าแนะนำให้นายสกัดมันออกมาด้วย] (เอิลต้า)
“….ฉันรู้น่า”

ในเมื่อมันมาเป็นแบบนี้แล้วยูอิลฮานได้แต่ตัดสินใจแจกจ่ายกำไลของเขาไปให้ลูกน้องเขาคนล่ะสองอัน แน่นอนลูกน้องเขาต่างก็งุนงงกับการให้ ‘รางวัล’ นี้ของเขา

แม้ว่าออฟชั่นที่สองของกำไลแต่ล่ะอันจะต่างกัน แต่กำไลทั้งหมดต่างก็มีออฟชั่นที่เหมือนกันคือเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูมานา 20% ด้วยผลรวมกันสองอันทำให้ความเร็ซในการฟื้นฟูมานาของลูกน้องยูอิลฮานเพิ่มไปถึง 50% แล้ว

“ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็ควรจะทำเครื่องประดับให้พวกเขาด้วย”

ลูกน้องของยูอิลฮานต่างไปจากเขา พวกลูกน้องเขาใช้เครื่องประดับได้แค่ 4 อันเท่านั้น เมื่อยูอิลฮานถามความต้องการเครื่องประดับจากพวกนั้นแล้ว เขาก็เริ่มทำมันทันที

พวกเอลฟ์ทั้งหมดต่างก็ต้องการต่างหูกับแหวนกันทุกๆคนราวกับพวกเขาคุยกันมาก่อนและเอริเซียได้ขอต่างหูสองข้างเพราะว่าเมื่อเธอกลายร่างเป็นหมาป่าต่างหูก็จะยังอยู่ และยูมิลก็ต้องการต่างหูสองข้างเช่นกัน

หลังจากจัดการสร้างและทำหัตถกรรมมานาเสร็จแล้วก็เหลือเวลาภายในบาเรียเพียงแค่สามนาทีเท่านั้นเอง

“อ่า นี่ก็น่าจะพอแล้ว ตอนนี้ฉันควรจะไปอาบน้ำแล้วก็นอนได้แล้ว”
[นายพูดเหมือนกับเป็นแม่บ้านที่เพิ่งจะทำความสะอาดบ้านเสร็จเลยนะ] (เอิลต้า)

หลังจากยืนยันว่าทำทุกๆอย่างเสร็จหมดแล้ว ยูอิลฮานได้ยกเลิกบาเรียไป โลกได้เริ่มขยับอีกครั้งโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่ายูอิลฮานได้หยุดเวลาไปสองเดือน

“ในวันนี้คือวันพักผ่อนเต็มที่ดังนั้นพวกนายจะทำอะไรที่ต้องการก็ได้ จะนอนหรือไปไหนก็ตามใจเลย ยังไงก็ตามจงจัดการอะไรให้เรียบร้อยด้วยเพราะพรุ่งนี้จะยุ่งมากๆแน่”
“ครับ ท่านจักรพรรดิ”
“ขอบคุณค่ะนายท่าน”

เอลฟ์กับเอริเซียได้ตอบกลับมา

ยังไงก็ตาม ในเมื่อพวกเขาไม่ค่อยรู้อะไรในโลกนี้จะให้พวกเขาไปไหนได้ล่ะ? พวกเขาทั้งหมดต่างก็ตามยูอิลฮานไปนอนกัน ยูอิลฮานได้ออกมาจากตึกของเขาให้ความรู้สึกเหมือนกับแม่เป็ดที่กำลังนำทางลูกเป็ดอยู่ขางหน้า

“อ่า”
“เป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน”

พวกเขาไม่ได้รู้้สึกอะไรในตอนที่อยู่ภายในห้องทำงานที่ซึ่งไม่มีอะไรเปลื่ยนแปลงแม้ว่าเวลาจะขยับแล้ว แต่ว่าในตอนนี้เมื่อพวกเขาออกมา พวกเขาก็รู้สึกแปลกแยกเมื่อในที่สุดก็เห็นมนุษย์ขยับ

“ถ้างั้นเวลาก็ถูกหยุดจริงๆ… สมกับเป็นนายท่าน”
“มันไม่ใช่พลังของฉัน หยุดมองฉันแบบนั้นได้แล้วนี่คือพลังจากอาร์ติแฟค”

เนื่องจากพวกเขาทุกคนต่างก็ไม่ได้เหมือนกับยูอิลฮานที่เคยอยู่ในโลกที่เวลาหยุดลงเป็นพันปีทำให้พวกเขาทุกคนต่างก็รู้สึกอึดอัดกับความต่างเวลาในสองเดือนที่หยุดลง ยูอิลฮานไม่อาจจะเข้าใจพวกนี้ได้และเอียงหัวออกมา และยูมิลที่เป็นเพียงคนเดียวที่ปกติดีในหมู่ลูกน้องของเขาได้เลียนแบบเขาออกมา

“ถ้าพวกนายยอมแพ้ที่จะไปทำความเข้าใจมันจะดีกว่านะ ก็แค่ยอมรับในสิ่งที่เป็นก็พอ”
“ท่านจักรพรรดิน่าทึ่งมาก”

ยูอิลฮานได้พาพวกเขาไปที่อพาร์ทเม้นท์และให้พวกเขานอนลงไป

ยูอิลฮานได้ไปอาบน้ำกับยูมิลและพายูมิลไปเล่นรอบๆอย่างขี้เกลียด เมื่อทูตสวรรค์มาร่วมด้วยพวกเขาก็เล่นเกม PVP กัน จากนั้นเขาก็ปลีกตัวไปท่องเว็บหลังจากปล่อยให้พวกนั้นเล่นกัน

“ถึงแม้ว่ามันจะไม่น่ามีอะไรเกิดขึ้นเนื่องจากเวลาไม่ได้ผ่านไปมากนัก… โอ้ ข่าวล่าสุด เกาะที่ไม่ทราบชื่อในอเมริกาใต้ได้ถูกทำลายลงไปอีกแล้ว แม้ว่านี่จะยังเป็นการทำนายในเมื่อดาวเทียมทุกดวงพังไปแล้วก็ตาม”
[นับแต่นี้มันจะยากขึ้นไปเรื่อยๆจากการที่มอนสเตอร์อารวาดมากขึ้นไป มนุษย์ที่อ่อนแอมีแต่จะตายแม้ว่าพวกเขาจะรวมกันอยู่ นี่มันเป็นสิ่งที่โชคร้าย…. อ่า] (เอิลต้า)

เอิลต้าที่ร่างกายต่างไปจากทูตสวรรค์คนอื่นๆได้พ่ายแพ้อย่างรวดเร็วและเข้ามาหายูอิลฮาน

เพราะว่าเธอไม่ได้เล่นเกมงั้นหรอ? เธอเป็นคนที่รวดเร็วที่สุดในหมู่ของทูตสวรรค์ทั้งสามคนที่รวบรวมข้อมูลมาจากเครือข่ายทูตสวรรค์

[ยูอิลฮาน ฉันคิดว่ามันน่าจะมีการเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทิ้งแห่งอื่นอีกมั้งนะ?] (เอิลต้า)
“อีกแล้วหรอ? พวกนั้นจะไม่ยอมให้ฉันได้มีเวลาพักง่ายๆเลยสินะ”
[หือ? นายพูดถูก! ถ้านับเวลาบนโลกนี่มันยังผ่านไปไม่ถึง 10 วันจากเหตุการที่ไคโรเลย!… โอ้ เวร ฉันแพ้แล้ว]

เลียร่าที่เป็นคนที่สองที่ตอบกลับกลับมาอย่างรวดเร็วจากการรีบดูข่าวจากเครือข่ายทูตสวรรค์ เธอได้พ่ายในเกมแข่งรถกับสเปียร่า ในขณะเดียวกันสเปียร่ายังคงอยู่ในสภาพใจเย็นไม่ว่าเธอจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนและเธอได้เอาชนะเกมมาได้ เธอได้ปิดเกมลงไปและพูดออกมา

[ไม่ใช่ว่านายคาดเอาไว้แล้วหรอ? สิ่งที่กองทัพปีศาจแห่งการทำลายบอกน่าจะไม่ใช่การโกหก ในตอนนี้โลกเปลื่ยนไปแล้ว มันจะง่ายสำหรับนายถ้านายจะคิดว่ามันจะมีเหตุการณ์ขึ้นอีกอย่างน้อยสักสองเหตุการจนกว่าจะถึงหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สอง แน่นอนมันไม่น่าจะมีโลกที่มีพลังในการต่อสู้ที่มหาศาลอย่างดาเรย์แล้ว] (สเปียร่า)
“แล้ว? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองเกิดขึ้นล่ะ?”
[การเชื่อมต่อจะยิ่งมากขึ้นไปอีก เรื่องนี้ไม่ใส่เรื่องที่น่าจะโม้นะ แต่ว่ามีโลกที่ถูกทิ้งมากมายที่สวรรค์ปกป้องไม่ได้] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้พูดออกมาในขระที่ปิดเกมส์ลงไปและวางจอยลงเผื่อว่าเลียร่าจะอยากเล่นอีกครั้ง

ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่ได้ให้คำตอบที่เธอต้องการออกไป

“…. นี่มันมีกลิ่นตุๆนะ”
“พ่อ ผมไม่ได้ตดนะ!”
“ตดของมิลไม่เหม็นหรอก สิ่งที่พ่อหมายถึงว่าเหม็นเป็นอย่างอื่น”

ดวงตาของยูอิลฮานได้เป็นประกายออกมา เอิลต้าคิดว่า ‘สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นแล้ว’ หลังจากเห็นสายตาองเขา ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เขามีสายตาแบบนี้ ยูอิลฮานมักจะพูดอะไรที่ไร้สาระออกมา แต่ว่าเรื่องที่ไร้สาระพวกนี้ต่างก็เป็นจริงเสมอ

“เฮ้ ทูตสวรรค์”

ยูอิลฮานได้ถามออกมาเหมือนคนทรง

“สิ่งมีชีวิตชั้นสูงนี่ทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มด้วยใชไหม?”


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel