0 Views

บทที่ 118 – ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (2)

 

“แล้วยังไงนะ? ทูตสวรรค์ที่ชื่อว่าสเปียร่าจะมาทำพันธะสัญญากับฉันงั้นหรอ?”
[ใช่แล้ว] (เลียร่า)

เลียร่าได้ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่สิ้นหวังในขณะที่กินเนื้อมังกรลงไป ใบหน้าที่เดี๋ยวสดใสเดี๋ยวหดหู่ของเธอได้เกิดขึ้นมาซ้ำไปซ้ำมาน่ารักเป็นอย่างมาก และแบบนี้เขาก็เลยให้เธออีกชิ้นหนึ่งทำให้ใบหน้ของเธอสดใสขึ้นมาก่อนจะดำมืดอีกครั้ง นี่มันน่ารักจริงๆเลย

[แล้วก็ดูเหมือนว่าเธอจะลงมาพร้อมกับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ให้นายด้วย เธออยากจะให้การเล่นสงครามครั้งนี้จบลงงั้นหรอ? … แต่เดี๋ยวนะ ทำไมนายถึงยังเอาเนื้อมาให้ฉันอีกล่ะ?] (เลียร่า)
“เพราะเธอน่ารัก”
[งั้นก็ช่วยไม่ได้ อ๊าาา] (เลียร่า)

เลียร่าได้หยุดคิดแล้วมาตัดสินใจกินแต่เนื้อแทน เนื้อนี่มันอร่อยมากอยู่แล้วแต่ว่าเมื่อเธอถูกบอกว่าน่ารัก มันก็ไม่มีทางที่เธอจะไม่กินอยู่แล้ว

“เอาไวน์ด้วยสิ เธอก็มีการต้านทานพิษระดับสูงใช่ไหม?”
[ใช่แล้ว] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้หยิบเอาแก้วน้ำที่ทำจากกระดูกมังกรขึ้นมาเทลมหายใจลงไป เขาได้ขึ้นรูปแก้วด้วยไฟและเสริมด้วยรายละเอียดลงๆลงไปจนกระทั่งฝังอัญมณีรอบๆด้วยดังนั้นมันจึงสวยงามเป็นอย่างมากเมื่อเทลมหายใจลงไป

“ท่านจักรพรรดิ มีให้พวกเราไหมครับ?”
“ฉันอยากจะให้พวกนายด้วยแหละแต่ว่าพวกนายยังไม่มีการต้านทานพิษระดับสูง ถ้าพวกนายดื่มไปพวกนายจะตายเพราะพิษของมัน”
“ให้ตายสิ!”

เมื่อได้เห็นเลียร่ากับยูอิลฮานดื่มฉลองกัน พวกเอลฟ์ก็ได้คิดอย่างจริงจังว่าจะต้องได้รับการต้านทานพิษระดับสูงไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ตาม แต่ว่าแรงบรรดาลใจเหล่านั้นก็มีเพียงแค่ในระยะสั้นๆ หลังจากที่พวกเชาได้กินเนื้อมังกรไปพวกเขาก็ได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นไป พวกเอลฟ์คิดกระทั่งว่าเนื้อนี่อาจจะช่วยโลกได้เลย

“แล้วก็นะ ทูตสวรรค์ที่ชื่อว่าสเปียร่าน่ะเชื่อใจได้ปะ?”

หลังจากดื่มไปสักพัก ยูอิลฮานด้ถามเกี่ยวกับสเปียร่าเนื่องจากว่าดูแลอารมณ์ของเลียร่าดีขึ้น เลียร่าก็ได้ตอบกลับมาตรงๆ

[ถ้าไม่ใช่เพราะเธอก็คงมีทูตสวรรค์หลายคนที่ตายไปแล้ว เธอทำหน้าที่มาอย่างยาวนาน เธอเป็นคนตรงๆ เธอได้อยู่ในแนวหน้าฆ่าพวกทรยศ… และนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงได้ถูกเกลียดโดยกลุ่มฝั่งอื่นๆด้วย ถ้าหากว่าสเปียร่ามาอยู่ร่วมกับเรามันก็จะมีความเป็นไปได้ที่ฝั่งต่างๆจะเล็งมาที่พวกเรามากขึ้น] (เลียร่า)
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้อีกที่เราจะได้รับอันตรายมากยิ่งไปกว่านี้”
[เป็นวิธีคิดที่ดีนี่] (???)

ในตอนนี้เองได้มีเสียงตอบกลับมาจากคนอื่นนอกไปจากเลียร่า

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เจอเข้ากับทูตสวรรค์ผมสีแดงร้อนแรงที่มัดเป็นหางม้าเอาไว้ มันไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอเป็นใคร

“ฮ่าห์”

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมาดื่มจนหมดแก้ว

“เจ้าพวกทูตสวรรค์พวกนี้มาบุกรุกทรัพย์สินของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาติตลอดเลยนะ”
[ชื่อของฉันคือสเปียร่า มนุษย์ยูอิลฮานยินดีที่ได้เจอนะ มันดูเหมือนว่านายจะมีพรสวรรค์ที่จะจัดการในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นและทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลก] (สเปียร่า)
“ใช่แล้ว ให้ตายสิ ฉันขอบคุณมากกกกนะที่สวรรค์ได้มอบพรสวรรค์นี่ให้กับฉัน”

นอกไปจากนี้หญิงสาวคนนี้ได้เลือกการโต้เถียงในทันทีที่มาถึง

[ฉันก็ม่ได้จะดูถูกนายนะ นายเป็นคนจัดการเหตุการณ์ทั้งหมดที่พวกเราได้ตัดสินใจไปว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับคนบนโลกและนี่มันน่ายกย่องมากๆ ฉันกระทั่งสงสัยอยากรู้จักตัวนายจากแค่การคุยกับเอิลต้าและเลียร่าในทุกๆครั้งที่พวกเธอมาที่สวรรค์ แต่ว่านี่มันเป็นโอกาสดีฉันเลยมาด้วยตัวเอง] (สเปียร่า)
“โอกาสดี?”
[เนื่องจากสงครามแห่งกำแพงแห่งความโกลาหลได้จบลงไปไม่นานก่อนหน้านี้และเราก็ได้รับชัยชนะมาอย่างท่วมท้นทำให้เราไม่จำเป็ต้องไปกังวลเรื่องนั้นอีกซักพัก นอกไปจากนี้ฉันก็ค่อนข้างจะอิสระแล้วหลังจากที่ใช้ชีวิตมายาวนานโดยไม่ได้หยุดพัก แล้วก็เร็วๆนี้จำนวนของทูตสวรรค์ที่นายทำพันธะสัญญาก็ไเพิ่มขึ้นหลังจากนายได้รับคลาส 3…] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้หยุดพูดลงและสูดกลิ่นบางอย่าง

[ในทันทีที่ฉันลงมานายก็ทำให้ฉันตกใจมากเลยทีเดียว กลิ่นนี่มันอะไรกัน? ทั้งเนื้อแล้วก็ไวน์นั่นต่างก็มีความหลากหลายที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อนเลย] (สเปียร่า)
“เลียร่า เธอคนนี้เป็นอะไรกันเนี้ย? เธอคิดจะปล้นเนื้อกับไวน์ไปจากฉันในทันทีที่เราเจอกันเลยนะ”
[อย่างที่เห็นน่ะ เธอเป็นนักเลงโต] (เลียร่า)

สเปียร่าได้เหล่มองมาที่เลียร่าแต่แล้วเธอก็แค่ฮึดฮัดออกมา แม้ว่าเลียร่าจะเลื่อนคลาสมาในขั้นเดียวกันแล้วแต่สเปียร่าก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเธอ เลียร่าไม่ได้สนอะไรเพราะว่านี่ก็เป็นบุคลิกของเธออยู่แล้ว

เมื่อเห็นทูตสวรรค์ทั้งสองคนเขม้นกัน ยูอิลฮานก็เขกหัวของเลียร่าและพูดออกมา

“นั่งลง แล้วเธอก็กินดื่มได้เหมือนกัน”
[มันไม่เป็นไรแน่นะ?] (สเปียร่า)
“ถ้าฉันทำพันธสัญญากับเธองั้นพลังในฐานะของคู่หูทูตสวรรค์ก็จะเพิ่มขึ้นใช่ไหมล่ะ? ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องร่วมมือกันอยู่แล้ว ฉันก็ไม่อยากจะให้เธออารมณ์เสียเพราะฉันไม่ให้เธอดื่มไวน์หรอกนะ”
[หืม… ฉันคิดว่านายจะวางรากฐานได้เร็วเกินไปนิดนะ แต่ว่าก็ดีมาก] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้นั่งลงและหยิบแก้วไวน์มา ด้วยจำนวนคนดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นนี่ยิ่งทำให้เอลฟ์รู้สึกถูกทิ้งมากขึ้นในทันที

[จริงๆแล้วมีทูตสวรรค์อยู่หลายคนที่อยากจะทำพันธสัญญากับนาย มีบางคนที่อยากจะรู้จะหน้าเนื่องจากตัวตนนายแทบจะได้รับการรับประกันว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงในอนาคต ขฯะเดียวกันก็ยังมีคนอยากที่จะรู้จักกับโลกใบเล็กๆที่สร้างการเปลื่ยนแปลงมากมายรวมไปถึงตัวนายที่แข็งแกร่งที่สุดเช่นกัน ต่อให้จะเสี่ยงที่จะถูกทำให้ลายก็ตาม] (สเปียร่า)
“พวกแปลกๆนั่น”
[ฉันก็สนใจในตัวนายด้วย นอกไปจากนี้ฉันอยากจะให้ความช่วยเหลือนายในการเผชิญหน้ากับคนทรยศของกองทัพสวรรค์] (สเปียร่า)

เพียงแค่ยูอิลฮานกำลังจะปล่อยผ่านไปเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นเพราะเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่พึ่งพาอะไรจากทูตสวรรค์อีก สเปียร่าจึงพูดต่อทันที

[ดูเหมือนว่านายจะไม่คาดหวังอะไรเลยนะ]
“แน่นอนสิ เลียร่ากับเอิลต้าได้ให้ความช่วยเหลืออยากมากับฉันมาจนตนตอนนี้ พวกเขาช่วยปลอบใจฉันที่สันโดด และทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นในโลกที่ถูกทิ้ง นอกไปจากนี้ฉันยังคาดหวังอะไรมากมายจากเธอด้วย ถ้าเธอมีความกล้าที่จะเล่น โอ-เอ็ก กับคนสันโดดอย่างฉัน พวกเราก็น่าจะใกล้ชิดกันมากขึ้นอีก
[ฉันกำลังพูดถึงความช่วยเหลือพื้นฐานที่มากขึ้น ถ้าหากนายได้ฟังสิ่งที่ฉันบอกความคิดนายจะต่างไปแน่ ฉันรับประกันเลย]

สเปียร่าได้พูดออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เมื่อยูอิลฮานมองมาที่เลียร่า เธอก็ส่ายหัวออกมาและตอบกลับ

[ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่แย่] (เลียร่า)
[ฉันได้ยินมาว่านายเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้หลายชนิด และยังได้ยินว่านายกระทั่งอัพเกรดความเชี่ยวชาญหอกขึ้นด้วย] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้พูดออกมาโดยไม่สนใจเลียร่า มันค่อนข้างจะฉับพลันแต่ยูอิลฮานก็พูดออกไปตามน้ำ

“ใช่แล้ว แต่ว่าฉันได้ปล่อยเอาไว้ก่อนเพราะว่าเงื่อนไขการเติบเต็มการวิวัฒนาการมันยาก หรือต่อให้มันพัฒนาขึ้นมาก็จะเป็นปัญหาด้วย”
[แน่นอนอยู่แล้ว ในตอนนี้นายก็คงจะต้องยุ่งยากกับหอกมากๆแน่] (สเปียร่า)

ใช่แล้ว ในตอนนี้แค่หอกไร้วิถีก็ตรึงมือยูอิลฮานแล้ว

แน่นอนว่าถึงแม้ว่าความยากในการเติบเต็มเงื่อนไขของการพัฒนาสกิลที่ให้กับเขามันจะมากแต่ก็ยังเป็นไปได้ เงื่อนไขมันไม่ได้ยากเหมือนกับการฆ่าให้ฆ่าคลาส 4 ในครั้งเดียว แล้วถ้าหากว่ามันเป็นคลาส 3 เขาก็มั่นใจว่าจะเติมเต็มเงื่อนไขทั้งหมดนี้ได้หลังจากที่ทำอาวุธระดับตำนาน

ยังไงก็ตามถ้้าหากว่าเขาวิวัฒนาการมันจะเป็นยังไงล่ะ? ความเชี่ยวชาญสกิลหอกที่เขาพัฒนามายังคงอยู่ในระดับตำ และหากว่าเขาพยายามจะเรียนอย่างอื่นอีก งั้นเขาจะไม่กลายเป็นคนที่มีสกิลหลากหลายแต่ไม่เชี่ยวชาญอะไรเลยงั้นหรอ

เพราะแบบนี้ยูอิลฮานจึงวางแผนที่จะไปพัฒนาสกิลอื่นๆหลังจากที่ฝึกฝนหอกไร้วิถีจนถึงระดับหนึ่ง

ยังไงก็ตามสเปียร่าก็ค่อนข้างจะแปลกใจกับเรื่องในครั้งนี้

[ถ้างั้นนายก็รู้เกี่ยวกับการวิวัฒนาการแบบฟิวชั่นสินะ?] (สเปียร่า)
“ใช่แล้ว”

ในหมู่สกิลที่ยูอิลฮานมีอยู่ การยิงเป็นสกิลที่เป็นไปได้มากที่สุดที่จะวิวัฒนาในอนาคต และสกิลการขางก็เป็นสกิลที่ไม่อาจจะวิวัฒนาการขึ้นได้เพียงลำพัง และเมื่อสกิลการขว้างจะวิวัฒนาการ เขาก็ได้รับการแจ้งเตือนถึงการวิวัฒนาการฟิวชั่นกับสกิลการยิง

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็คือสกิลความแม่นยำสัมบูรณ์ มันคือสกิลที่เป็นสกิลสนับสนุนให้กับช่องเก็บของของยูอิลฮานจนโกงเป็นอย่างมาก

[ถ้านายรู้อยู่แล้วถ้างั้นเรื่องนี้มันจะเร็วขึ้น ถ้างั้นฉันจะถามนายนะ นายคิดว่าสกิลที่วิวัฒนาการเพียงลำพังได้ทำได้เพียงวิวัฒนการเพียงลำพังงั้นหรอ? มันจะเป็นไปไม่ได้เลยหรอที่สกิลพวกนั้นจะวิวัฒนาการผสมนะ?] (สเปียร่า)

ได้มีประกายสายความคิดผุดขึ้นในหัวยูอิลฮษนทันที ยังไงก็ตามเขาก็พยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำให้ตัวเองใจเย็นลงไป ยูอิลฮานได้ถามออกมา

[มันมีสกิลที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะวิวัฒนาการ ในเวลาเดียวกันก็มีสกิลที่วิวัฒนาการได้แค่การวิวัฒนาการแบบฟิวชั่นและก็ยังมีแบบที่วิวัฒนาการแบบเดียวๆ ถ้าแบบนี้งั้นมันก็จะไม่แปลกอะไรที่จะมีสกิลที่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการวิวัฒนาการทั้งสองแบบอยู่ด้วยกัน ที่นายไม่รู้เรื่องนี้ก็เพราะในการแจ้งเตือนมันไม่มีบอกยังไงล่ะ]

เมื่อได้ยินแบบนี้ยูอิลฮานได้รีบตรวจดูสเตตัสเขาทันที แต่แม้ว่าเขาจะดูข้อมูลการวิวัฒนาการสกิลยังไงมันก็ไม่มีอธิบายถึงเรื่องการวิวัฒนการผสมเลย

[นี่มันเป็นเพราะว่าสิ่งที่บันทึกแห่งอคาชิคจะบอกคุณถึงเส้นทางของคุณที่ดีที่สุดที่คุณทำได้ในตอนนี บันทึกแห่งอคาชิคก็ยังเป็นเครื่องนำต่างที่แปลกๆ มันจะบอกคุณถึงเส้นทางที่สั้นที่สุดที่คุณจะไปได้ แต่จะไม่บอกถึงเส้นทางที่คุณไปไม่ได้ในพลังปัจจุบัน นายยังไม่ได้เติมเต็มเงื่อนไขในการวิวัฒนาการ] (สเปียร่า)
“เงื่อนไขในการวิวัฒนาการ เธอจะบอกว่า…”

ยูอิลฮานได้ยอมรับมันในทันที สกิลการขว้างของเขาจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะวิวัฒนการผสมหากไม่มีสกิลารขว้าง แล้วความเชี่ยวชาญหอกล่ะ? หากว่าเขาไม่ได้เชี่ยวชาญในการปกปิดตัวตนถ้างั้นมันก็คงจะกลายเป็นเทคนิคหอกอื่นที่ต่างไปจากเทคนิคหอกไร้วิถีอย่างสมบูรณ์แน่

สิ่งที่สเปียร่าพูดในตอนนี้มันก็ยังคล้ายกัน

[ฉันก็ยังไม่เคยรู้เรื่องนี้!] (เลียร่า)

เลียร่าโกรธแล้ว!

[เธอน่าจะบอกฉันก่อนนะ!]
[เลียร่า ศิลปะการต่อสู้ที่เธอได้ฝึกจนถึงเลเวลสูงสุดมีแค่หอกและการต่อสู้ระยะประชิดของเธอดังนั้นมันไม่มีประโยชน์อะไรที่บอกเธอไป มันเป็นการยากที่จะได้เจอกับสิ่งมีชีวิตที่ผิดแปลกที่เชี่ยวชาญในอาวุธต่างๆมากมาย] (สเปียร่า)

‘สิ่งมีชีวิตที่ผิดแปลกที่เชี่ยวชาญในอาวุธต่างๆ’ ยูอิลฮานได้ถามออกมาด้วยตาเป็นประกาย

“แน่นอนว่าพื้นฐานของการวิวัฒนาการสกิลที่เธอกำลังพูดถึงน่าจะเป็นหอกใช่ไหม?”
[มันเป็นเรื่องปกติที่ฉันจะไม่สอนสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากหอกที่นายตั้งสมาธิกับมัน]

สเปียร่าได้เรียกหอกยาวสวยงามสีขาวขึ้นมาและหยักหน้าตอบกลับ

แน่นอนว่าวิชาหอกของยูอิลฮานได้วิวัฒนาการไปเป็นหอกไร้วิถีแล้ว แต่ยังไงก็ตามมันไม่ได้หมายความว่าความเชี่ยวชาญหอกแต่เดิมเขาจะหายไป มันยังคงมีอยู่ในเลเวลสูงสุด เพียงก็แค่มันไม่อาจจะวิวัฒนาการได้อีกในอนาคตและไม่อาจจะวิวัฒนาเพียงลำพังไปเป็นสกิลอื่นนอกเหนือหอกไร้วิถีได้

และสกิลการพักผ่อน สกิลการปกปิดตัวตน สกิลการยิง สกิลการขว้าง ทั้งหมดนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน

ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยหากมันวิวัฒนาการแบบฟิวชั่นกับสกิลอื่น เพราะแบบนี้แม้ว่าสกิลมันจะจบทีการวิวัฒนาการแบบผสมแล้ว แต่ว่ามันก็ยังสามารถวิวัฒนาการแบบเดี่ยวๆเพียงลำพังได้ หากเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้เสียอะไรเลยด้วย

“แล้ว? เงื่อนไขอะไรที่ฉันจำเป็นต้องเติมเต็มเพื่อให้สามารถทำการวิวัฒนาการฟิวชั่นได้? ฉันจำเป็นต้องทำอะไร? เธอรู้ใช่ไหมว่ามันจะไร้ความหมายกับฉันหากว่ามันใช่เวลานานใช่ไหม?”
[นั่นคือ] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้หยุดการถามของยูอิลฮานด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ในขณะที่ยูอิลฮานจ้องมองไปที่เธอ เธอก็ได้หยิบเอาชิ้นเนื้อมังกรบนเตาย่างใส่ลงไปในปากของเธอ

[งั่ม งั่ม… บางทีฉันจะบอกนายถ้านายทำพันธสัญญากับฉัน งั่ม งั่ม] (สเปียร่า)
“พวกเราตกลง”

ต่อให้สัญมันต้องทำให้ยูอิลฮานเป็นสาวน้อยเวทมนตร์เขาก็ยอมรับหากว่าจะได้รู้เงื่อนงำในการวิวัฒนาการผสมของเทคนิคหอก

[ตัดสินใจได้ดี ต่อให้นายไม่ได้ฝึกสกิลในตอนนี้มันก็จะกลายเป็นประโยชน์ในอนาคตอย่างแน่นอน] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้กลืนเนื้อลงและจิบลมหายไปไปในขณะที่อธิบายออกมาก่อนที่จะยื่นมือหายูอิลฮาน ในตอนนี้เลียร่าได้มองฉากๆนี้ด้วยใบหน้าบึ้งตึงยูอิลฮานก็จับมือของเธอ

[ฝากตัวด้วยนะยูอิลฮาน] (สเปียร่า)
“นั่นเป็นสิ่งที่ฉันจะพูด”

ในตอนนี้เองการเชื่อมต่อระหว่างยูอิลฮานกับสเปียร่าได้ก่อตัวขึ้นและพลังในฐานะของคู่หูทูตสวรรค์ก็ได้เพิ่มขึ้นมา

[คุณได้ทำพันธสัญญากับหัวหน้าทูตสวรรค์สเปียร่า! การปกป้องของทูตสวรรค์กับการสนับสนุนของทูตสวรรค์ได้เพิ่มพลังขึ้น!]
[เมื่อต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตระดับสูงมันจะเป็นไปได้ที่จะใช้งานการสนับสนุนของทูตสวรรค์ต่อให้คุณไม่ได้อยู่ในโลกที่ถูกทิ้ง]

“ฮ่าๆ จริงๆแล้วนี่คือ…”

เมื่่อได้มองดูข้อความที่อัพเดตขึ้นมานี้ ยูอิลฮานก็ได้หัวเราะออกมาอย่างไร้สาระ

“ทำไมฉันถึงรู้สึกกังวลทั้งๆที่ได้ผลประโยชน์นี้มากันเนี้ย?”

ในตอนนี้เปิดใช้งานการสนับสนุนของทูตสวรรค์ได้เมื่อสู้กับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงงั้นหรอ? มันรู้สึกเหมือนอีกเดี๋ยวมันจะเกิดขึ้นจริงๆเลยแหะ!

เดี๋ยวนะ กองทัพปีศาจแห่งการทำลายจะปล่อยให้พวกหน้าใหม่ของพวกมันนอนเฉยๆโดยไม่คิดช่วยอะไรเลยหรอ? แค่เพราะพวกนั้นต้องการจับยูอิลฮานเนี้ยนะ!?

ไม่สิ เดี๋ยวก่อน ที่โลกวุ่นวายเพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมานี่ ยูอิลฮานได้ตัดสินใจที่จะฝึกสกิลยมทูตในขณะที่จัดการดูแลชีวิตของเขาเล็กน้อย

[ถ้างั้นฉันจะพูดแล้วนะ] (สเปียร่า)

สเปียร่าที่รู้สึกดีขึ้นในตอนนี้เพราะการทำพันธสัญญาได้พูดออกมา

[เพื่อที่จะเรียนมัน การฟิวชั่นสกิลหอกของฉัน ‘หอกสะบั้นจักรวาล’ ฉันได้เรียนมันหลังจากที่ฉันได้รับคลาสหก มา ] (สเปียร่า)
“เดี๋ยวนะ หลังจากได้ยินชื่อนั่นฉันก็ไม่อยากจะเรียนมันแล้ว!”
[หือ? เธอจะสอนหอกสะบั้นจักรวาลให้กับเขา!? สอนฉันด้วย ฉันก็อยากจะเรียนมัน!] (เลียร่า)
“ตรงไหนกันที่มันน่าอิจฉาน่ะ!?”

มันก็เป็นการพัฒนาเทคนิคอาวุธเหมือนๆกัน แต่ว่าทำไมมันถึงมีชื่อเด็กน้อยแบบนั้นกันนะ! ชื่อมันเหมือนกับถูกเด็กประถมตั้งขึ้นมาเลย+

[ชื่อนี้ฉันได้ตั้งมันขึ้นมาหลังจากคิดอย่างตั้งใจมากแล้ว นายก็น่าจะยังสามารถให้ชื่อของหอกของนายสร้างขึ้นได้เหมือนกันนี่นา?] (สเปียร่า)

เขาได้ตรวจสอบดู และมันดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ที่จะเปลื่ยนชื่อไปตามที่เขาต้องการ ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ปล่อยเอาไว้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าโม้นักแต่ว่าเขาไม่มั่นใจในการตั้งชื่อจริงๆ

ถ้าหากว่ามันจะมีอะไรที่แย่กว่า ‘หอกสะบั้นจักรวาล’ มา งั้นเขาเลือกไม่ยุ่งกับมันดีกว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นหากว่ามีคนอื่นเชี่ยวชาญทั้งเทคนิคหอกและการปกปิดตัวตนได้เรียนในเทคนิคหอกของยูอิลฮานและนำมาล้อเขา?

[ยังไงก็ตามการจะเรียนหอกสะบั้นจักรวาล นายจำเป็นต้องเชี่ยวชาญเทคนิคหอก การต่อสู้ระยะประชิด ความเชี่ยวชาญดาบ ความเชี่ยวชาญอาวุธไร้คม แล้วก็] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้เสริมขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

[ความเชี่ยวชาญแส้ เป็นพื้นฐาน]

เธอได้พูดออกมาด้วยใบหน้าประมาณว่า: นายจะพัฒนาสกิลได้แน่นอนและมันจะต้องเป็นตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่กับนาย แต่อย่างแรกนายจำเป็นต้องเชี่ยวชาญแส้!มันน่าจะยาก เอ๋!

ยูอิลฮานได้พูดมาว่า ‘โอ้’ และหยิบเอาแส้ออกมาจากช่องเก็บของ เมื่อคิดย้อนไปแล้วถึงแม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์ในการทำแส้ขึ้นมาหลังจากหายนะครั้งใหญ่ แต่ว่าเขาก็ไม่เคยใช้เองเลยสักครั้ง นี่มันก็เพราะว่าเขาไม่มีโอกาส

ยังไงก็ตามมันไม่ได้หมายความว่าเขาใช้มันไม่ได้

ยูอิลฮานได้เหวี่ยงแส้เบาๆ สำหรับบันทึกอคาชิคที่ได้รู้ถึงความสามารถของเขานี่ก็พอแล้ว

[คุณได้ปลุกพลัง ความเชี่ยวชาญแส้เลเวลสูงสุด ถ้าหากว่าคุณเติมเต็มเงื่อนไขการวิวัฒนาการได้มันจะเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปสู่ระดับใหม่]
[ในตอนนี้เป็นไปได้ที่จะวิวัฒนาการฟิวชั่นความเชี่ยวชาญหอก ยังไงก็ตามในด้านบันทึกและข้อมูลเชิงลึกของคุณยังขาดอยู่ดังนั้นหากไม่มีระดับการฝึกที่ลึกซึ้งมันทำให้ยากที่จะกำหนดเกณฑ์การวิวัฒนาการ]

ยูอิลฮานได้หันไปมองสเปียร่าด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของเธอก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว และเลียร่าก็ได้ดื่มไวน์ลงไปราวกับว่าเธอมันเป็นของเธอ แน่นอนว่าเอลฟ์็ยังคงกินเนื้อมังกรอยู่

“เอาล่ะ ถ้างั้นตอนนี้ก็สอนฉันได้แล้ว”
[ชิ ช่วยไม่ได้….] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้หยักหน้าด้วยท่าทางเซ็งๆ

หัวหน้าทูตสวรรค์สเปียร่า เธอได้อยู่ในจุดที่เสียเปรียบในการทำสัญญาตั้งแต่วันแรกแล้ว…

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ