0 Views

บทที่ 112 – ฉันคือเจ้าของชีวิตของฉัน (4)

 

“กะ เกิดบ้าอะไรขึ้นกัน?”

กองกำลังที่อยู่แนวได้ตะโกนออกมาอย่างตกใจ

“ชายคนนั้นเป็นมอนสเตอร์ใช่ไหม?”
“มอนสเตอร์กำลังถอยกลับไปแล้วหรอ?”

ในเวลาเดียวกันกับที่ชายผมดำได้ก้มหัวคำนับกับพื้น มอนสเตอร์ก็ได้หยุดการโจมตีและมารวมตัวกนที่ชายคนนั้น มันเป็นภาพที่แตกต่างไปจากเมือครู่ที่พวกมอนสเตอร์วิ่งเข้ามาโดยไม่มีความกลัวอย่างสิ้นเชิง

ผู้คนบนโลกก็ไม่ได้ทำแบบว่านี่คือ ‘โอกาสฆ่า!’ และทำอะไรที่โง่ๆแบบนั้น แต่ว่าด้วยความกังวลในตัวชายคนนั้นนั้นพวกเขาก็ยังคงตั้งท่าระวังอยู่

มันไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่าออร่าของชายคนนี้แข็งแกร่งมากๆ เพราะแบบนั้นแทนที่จะไปโจมตีทำให้ชายคนนั้นโกรธ พวกเขาได้ตัดสินใจรอดูสถานการณ์ไปอีกนิด เยี่ยม เลือกได้ดี – ยูอิลฮานได้หยัาหน้าชม

“พวกเขาไม่ได้มีเจตนาใดๆที่จะบุกโลกนี้! มันเป็นเพราะว่านี่คือความพยายามสุดท้ายของพวกเราเนื่องจากเราถูกศัตรูของเราขับไล่มา ดังนั้นขอร้องล่ะ! โปรดยกโทษให้เผ่าพันธ์ของผมโดยการเอาชีวิตผมไปแทน!”

ในขณะเดียวกันชายคนนั้นก็ยังตะโกนออกมาในจุดเดิม แต่ว่าก็มีแค่ยูอิลฮานที่เข้าใจสิ่งที่เข้าพูดได้

ไม่สิ นี่มันเป็นบางสิ่งที่มีเพียงยูอิลฮานที่จำเป็นต้องเขาใจ

ยูอิลฮานที่อยู่บนท้องฟ้ากับมิลในอ้อมแขน แต่ว่าเมื่อชายคนนั้นพูดประโยคที่สองจบ เขาได้กระโดดอีกครั้งไปทางพื้นและลงยืนบนพื้นเบื้องหลังหอกยักษ์ที่เขาปาลงบนพื้นพร้อมยกเลิกการปกปิดตัวตน

“โว้ว!”
“เป็นซูซาโนะจริงๆ”
“….แต่ว่าในแขนซูซาโนะเป็นใครกัน?”

ยูมิลได้พยายามจะปกปิดตัวตนอีกครั้งด้วยความอายที่ถูกสายตาของคนแปลกหน้ามากมายจ้องมา แต่ว่ายูอิลฮานได้เอาผ้ามาห่มไว้และเอาเขาไว้ในอ้อมแขน จากนั้นเขาก็หันไปเผชิญหน้ากับชายผมดำ

“ฉันคิดว่านายเข้าใจบางอย่างผิดอยู่”

ยูอิลฮานไดตอบกลับไปด้วยภาษาที่เขาเพิ่งจะเรียนมาด้วยสกิลภาษาขั้นสูงสุด

“ลูกชายของฉันเป็นมังกรแน่นอน แต่ว่าเขาก็อ่อนแอกว่านายมากในตอนนี้ ดังนั้นฉันไม่คิดว่าคำขอพวกนั้นมันจะมีความหมายนะ”
“คุณ…. อะไร….?”

ในที่สุดชายคนนั้นก็ได้เงยหน้าขึ้นมา เบื้องหน้าเขาเป็นชายที่สูงใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยชุดเกราะที่มีกลิ่นอายเป็นมนุษย์แน่นอน และอีกคนที่ดูเหมือนมนุษย์แต่ว่ามีกลิ่นที่เหมือนกับมังกร

“….ลูกชายเป็นมังกร? มนุษย์? เป็นพ่อ?”
“ใช่แล้ว”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปในขณะที่ทำให้ยูมิลที่อายอยู่ใจเย็นลง

“เป็นไปได้ยังไง….”

ชายผมดำได้มึนงงไปโดยที่ปากอ้าข้าง ในขณะเดียวกันมอนสเตอร์จำนวนของมอนสเตอร์โดยที่มีหมาป่าเป็นหลักได้ออกมาจากเกตเพิ่มขึ้น

เนื่องจากว่าพื้นที่ถูกจำกัดไว้อยู่ทำให้มันได้เล็กลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกมอนสเตอร์ต้องพยายามยันตัวเองไม่ให้ถูกดันไปชนรั้วไฟฟ้า เมื่อนั้นชายผมดำได้พยายามจะเอารั้วออกแต่ยูอิลฮานได้หยุดเขาเอาไว้

“อธิบายสถานการณ์มา”
“ถ้าพวกเราไม่เอารั้วออกก่อน….”
“ได้ งั้นฉันจะให้พื้นที่นาย”

เมื่อยืนยันแล้วว่าคนข้างหลังอยู่ห่างพอ ยูอิลฮานได้โบกมือของเขาทำให้มีหอกยักษ์นับสิบได้หายไปทันที!

ชายคนนี้ได้อ้าปากค้างกับเทคนิคที่เหลือเชื่อ เมื่อยูอิลฮานโบกมืออีกครั้งหนึ่งหอกที่ถูกเก็บไปได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

หอกขนาดยักษ์ได้ปรากฏขึ้นมาปักลงไปบนพื้นเป็นวงกลมอีกวงพร้อมกับเสียงดันสนั่น แต่ว่าหากจะมีอะไรที่ต่างไปจากคราวที่แล้วก็คงเป็นขนาดความกว้างที่มันมากขึ้นและรั้วสายฟ้าก็ได้หายไป

ยังไงก็ตามพลังสายฟ้ายังคงอยู่ ดังนั้นถ้าหากว่ามีใครแบบจักรพรรดินียิงสายฟ้ามาถ้างั้นรั้วสายฟ้าก็จะปรากฏขึ้น

นอกไปจากนี้ยังมีหอกเล่มใหม่ที่ปรากฏมาทำให้ระยะห่างของหอกไม่ไกลกันเกินไป มันถึงขนาดยากที่จะหลบหลีกระหว่างหอก ยังไงก็ตามหากมอนสเตอร์กระโดดขึ้นมันจะออกมาได้แน่ แต่ยูอิลฮานจะไม่มีวันปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้

มันเป็นเรื่องปกติแล้วที่ชายคนนี้ต้องตกตะลึงและทึ่งกับฉากๆนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นสิ่งมีชีวิตในคลาส 4 แต่ว่าเขาได้พัฒนาได้ด้านร่างกายกายภาพดังนั้นเขาจึงไร้เดียงสากับเรื่องเวทย์

“มนุษย์ที่สามารถจะใช้เวทย์มิติระดับสูงได้!?”
“ฉันไม่ใช่พ่อมังกรแค่ในนามนะ”

ผู้สันโดดได้เรียนรู้ในการโอ้อวดแล้ว เอิลต้าที่ขนาดเท่าฝ่ามือได้ถอนหายใจถามออกมา

[นายไปเรียนรู้อะไรแบบนี้มาจากไหนกัน?] (เอิลต้า)
“เรียนจากอนิเมะ”

ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะโม้กับชายคนนั้น แต่สิ่งที่เขาใช้มันก็แค่ออฟชั่นของช่องเก็บของของเขาเท่านั้นเอง

อย่างแรกเขาได้เก็บหอกกลับไปด้วยออฟชั่นการเก็บของระยะไกล จากนั้นก็ใช้ออฟชั่นเดิมเรียกหอกออกมาเหนือพื้นหนึ่งเมตร

ในเวลานั้นเองเขาก็ใช้ออฟชั่นการถ่ายโอนและควบคุมน้ำหนักเพิ่มน้ำหนักลงไปในหอกแต่ละเล่มอย่างล่ะ 100 ตัน ดังนั้นมันจึงเป็นปกติที่หอกจะปักแน่นลงไปในพื้นดิน

“…..”

หลังจากที่มองไปที่ยูอิลฮานชายคนนี้ดูจะลังเล ยังไงก็ตามในท้ายที่สุดแล้วดูเขาจะตัดสินใจได้ทำให้เขาหยักหน้ารับและก้มหัวเขกลงพื้นอีกครั้งหนึ่ง

“มันไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นมังกรหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่สำคัญก็คือพลังที่คุณครอบครองอยู่ ได้โปรดช่วยเราด้วย ต่อให้เราสู้กับคุณที่นี่มันก็มีแต่จะเป็นประโยชน์กับพวกนั้น!”
“หืม”

ในตอนที่ยูอิลฮานได้ยินแบบนั้นเขาได้ยิ้มเยาะออกมาโดยที่ไม่มีใครนอกไปจากเอิลต้ากับเลียร่าที่เห็นได้เนื่องจากเขาใส่หมวกอยู่

ทุกๆอย่างมันเป็นไปตามแผนของยูอิลฮาน ในทันทีที่ชายคนนี้ได้ปรากฏตัวออกมาและก้มหัวลง ยูอิลฮานก็ได้คิดไว้แล้วว่าสถานการณ์มันอาจจะออกมาเป็นแบบนี้หากว่าเขาได้แสดงด้านที่แข็งแกร่งออกไป

ออร่าของยูอิลฮานโดยพื้นฐานแล้วไม่ได้แข็งแกร่งนัก อย่างน้อยก็ในสายตาของพวกคลาส 4 ที่เป็นแบบนี้ ถ้านั้นชายคนนี้ก็ควรจะยืนขึ้นและฉีกกระชากยูอิลฮานด้วยมือตัวเองในทันที แต่ว่าเขากลับไม่ทำแบบนั้น

ทำไมกันล่ะ? นั่นมันก็เพราะว่าเขามีบางอย่างที่ต้องการจะปกป้อง มันเป็นความคิดโดยพื้นฐานของผู้ที่ต้องการหาความช่วยเหลืออะไรก็ตามที่เป็นไปได้

ยูอิลฮานได้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงหัวใจที่แน่วแน่ของเขา

“นั่นมันเป็นเหตุผลให้ฉันพูด….”

ยูอิลฮานได้เข้าไปหาชายคนนั้น หมาป่ารอบๆได้จ้องมาที่เขา แต่ว่าเมื่อชายคนนี้ได้ส่ายหัวออกมา พวกหมาป่าได้ถอยไปในทันที มอนสเตอร์ที่นี่มีวิธีการสื่อสารและลำดับชั้นที่ชัดเจน นี่มันเป็นสัญญาณที่ดีเลย

ยูอิลฮานได้แสดงการกระทำหนึ่งในขณะที่ถูกจ้องมองจากทั้งมนุษย์และมอนสเตอร์ที่นี่

เขาได้ให้ชายคนนั้นยืนขึ้นมา

“อธิบายสถานการณ์มา ถ้าหากว่ามันดีกับฉันแล้วก็ที่แห่งนี้ งั้นฉันจะร่วมมือด้วย ฉันยังจะชวนมนุษย์คนอื่นให้ช่วยแทนนายด้วย”

ที่ยูอิลฮานทำแบบนี้ได้เนื่องจากเขาได้โยนความคิดที่ว่ามอนสเตอร์ทุกตัวเป็นศัตรูไปหลังจากที่ร่วมมือกับมังกรแล้ว ชายคนนี้ดูจะเชื่อในความจริงใจของยูอิลฮานในขณะที่หยักหน้าถอนหายใจออกมา จากนั้นเขาก็ได้เริ่มอธิบาย

“โลกของพวกเราถูกเรียกว่าไคโร เมื่อสองสามร้อยปีก่อนมนุษย์กับเผ่าหมาป่าเราได้รักษาสมดุลซึ่งกันและกัน พวกเราได้พัฒนาไปพร้อมๆกันและต่อสู้กันเอง”

เผ่าหมาป่า หรือก็คือสิ่งที่ชายคนนี้กับหมาป่าเรียก งั้นพวกเขาก็จะวิวัฒนาการมาในรูปแบบของมนุษย์เมื่อกลายมาเป็นคลาส 4 งั้นสิ? เมื่อยูอิลฮานกำลังคิดอยู่นั้นเองเลียร่าได้พูดขึ้นจากด้านหลังเขา

[ฉันรู้เรื่องที่ไคโร มันไม่ได้นานนักหลังจากที่เกิดหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 พวกมอนสเตอร์หมาป่าได้สืบพันธ์กันด้วยความเร็วอย่างมากและกำจัดมนุษย์ออกไป แน่นอนว่าพวกเราก็ได้ถอยออกมาจากที่แห่งนั้น] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เริ่มครุ่นคิดอีกครั้งหลังจากได้ยินคำอธิบายจากเลียร่า เขาได้รู้สึกว่าเหมือนกับเขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน และสิ่งที่ชายคนนี้พูดต่อมาทำให้สิ่งที่ยูอิลฮานคิดนั้นกลายเป็นจริง

“หายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองได้เกิดขึ้น และได้มีสองสามอาณานิคมที่ได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกเราได้กลายเป็นแข็งแกร่งขึ้น และจำนวนมากขึ้น เนื่องจากว่าสมดุลได้เกิดเอนเอียงทำให้เกิดสงครามขึ้นมา พวกเราได้กำจัดมนุษย์ออกไปและโลกก็ได้กลายเป็นของเผ่าหมาป่าเรา ฉันคิดว่าสงครามมันจะจบลงแบบนี้และเป็นเวลาแห่งความสงบสุข”
“แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอ?”
“หัวหน้าอาณานิคมที่ได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องต่างก็มีแผนการของตัวเอง พวกเขาได้โจมตีราชวงศ์หมาป่าดั้งเดิมเราและองหญิง…..”
“โอ้ โอเค”

หากว่าได้ไปลองหยิบหนังสือนิยายแฟนตาซีสุ่มๆมาซักสองสามเล่มอย่างน้อยก็จะมีเรื่องแบบนี้ มันดูเหมือนละครน้ำเน่าจริงๆเลย…. ในขณะที่ยูอิลฮานได้หาวอย่างเบื่อหน่ายก็ได้มีองค์ประกอบใหม่เสริมเข้ามาแล้ว

“ในที่สุดพวกเราก็ได้รู้ พวกนั้นเป็นเผ่าหมาป่าแต่ก็ไม่ใช่เผ่าหมาป่าในเวลาเดียวกัน”
“อ่องั้นพวกเขาก็มีกลุ่มปีศาจแห่งการทำลายที่เป็นกองกำลังระดับสูงอยู่เบื้องหลังสินะ”

ชายคนนี้ได้เงียบไปทันที มันดูเหมือนว่ายูอิลฮานจะพูดได้ตรงจุดอย่างจัง

“ดะ ได้ไงกัน…..”
“เอาล่ะ เข้าใจแล้ว ฉันจะเชื่อนาย”

เมื่อมีกองทัพปีศาจแห่งการทำลายเข้ามาความน่าเชื่อถือของข้อมูลจึงพุ่งสูงขึ้น

สิ่งมีชีวิตระดับสูงที่เขาได้เจอในดาเรย์ เธราก้าได้พูดเอาไว้ว่ายูอิลฮานจะต้องมีโอกาสได้เจอกับกองทัพปีศาจแห่งการทำลายอีกหลายครั้งอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันจะเป็นตอนไหน แต่ว่าตอนนี้มันก็มาถึงแล้ว ยูอิลฮานไม่มีทางเลือกอื่นนอกไปจากฆ่าพวกมันให้หมด อย่างแรกเขาได้ตรวจสอบในรายละเอียดที่มีอยู่อย่างรวดเร็ว

“ถ้างั้นเผ่าหมาป่าก็ได้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายงั้นสิ? ฝ่ายกองทัพปีศาจแห่งการทำลายที่พยายามจะโค่นล้มราชวงศ์และยึดอำนาจกับฝ่ายพวกนายที่ต้องการจะปกป้องราชวงศ์”
“ใช่แล้ว ยังไงก็ตามฝ่ายพวกเราอ่อนแอกว่า!”
“แต่ว่าเนื่องจากว่าพวกนายได้ยืนยันถึงการเชื่อมต่อกับโลกอื่นทำให้ฝ่ายกองทัพปีศาจแห่งการทำลายต้องการที่จะบุกโลกในขณะที่ขับไล่พวกนายใช่ไหม?”
“คะ… คุณพูดได้ถูกเลย แล้วพวกเราก็ต้องเสียสละไปอย่างมากในระหว่างนี้! พวกมันได้ผลักดันพวกเราผ่านเกตุเพื่อที่จะลดกำลังทั้งฝั่งโลกกับฝั่งพวกเรา จากนั้นพวกมันก็จะมายึดโลกด้วยพลังของพวกมันที่เต็มที่…. คุณรู้ทั้งหมดนี่ได้ยังไงกัน?”

ชายคนนี้ได้ตะโกนออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ยูอิลฮานอยากจะตอบกลับไปว่า “ฉันไม่ใช่พ่อมังกรแค่ในนามนะ” ออกไปอีก แต่แล้วเขาก็เลือกที่จะหัวเราะออกมาแทน

เจ้านี่โกหกได้แย่มา ดวงตาของชายคนนี้ได้สั่นไหวเหมือนกับจะคลั่งไป พวกนั้นได้กดดันให้เผ่าหมาป่าผ่านเกตงั้นหรอ? นี่มันโกหกทั้งนั้น ใช่แล้ว เจ้าพวกนี้เสียเปรียบด้านจำนวนทำให้พยายามจะหนีมาที่นี่ต่างหากล่ะ

อย่างแรกพวกเขาได้รู้ว่าที่นี่ปลอดภัยจากหน่วยสอดแนม และหากว่าพวกเขาตัดสินว่าฝั่งนี้อ่อนแอกว่า งั้นพวกเขาก็จะกวาดล้างมนุษย์และเตรียมตัวสู้กลับ

ไม่สิ เมื่อคิดมากไปกว่านี้แล้วมันไม่ใช่แค่นั้น มันมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีสงครามสามฝั่งระหว่างเผ่าหมาป่า กองทัพปีศาจแห่งการทำลาย และโลก

ถ้าหากว่าเผ่าหมาป่ากระจายตัวไปบนโลก ถ้างั้นพวกผู้ทรยศในกองทัพปีศาจแห่งการทำลายก็จะขอมนุษย์ล่าแค่หมาป่าดีๆงั้นหรอ? แล้วมนุษย์จะปล่อยให้มอนสเตอร์อยู่อย่างอิสระในเมืองงั้นหรอ?

ไม่มีทางอยู่แล้ว

มันเป็นเรื่องปกติที่โลกจะต้องอยู่ในความโกลาหลและเผ่าหมาป่าก็จะสามารถซ่อนสมาชิกในราชวงศ์ของพวกเขาและแม้กระทั่งหาโอกาสสวนกลับไป มันมีเพียงแค่ฝั่งเดียวเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการรบสามฝั่ง

แผนของพวกเขาสมบูรณ์แบบมาก แต่ว่าด้วยบางอย่างทำให้หน่วยสอดแนมของพวกเขาได้ถูกกวาดล้างไปในทันทีที่ผ่านเกตมา แม้กระทั่งพวกคลาส 3 ที่เป็นระดับสูงก็ยังถูกกวาดล้างออกไป ในทันทีที่พวกเขาคิดได้ว่าแผนล้มเหลวไปแล้ว เวทย์มังกรก็ได้รอยเข้าไปในเกต

ดังนั้นพวกเขาก็เลยคิดได้ว่าเกิดบางอย่างขึ้น นี่มันเป็นเหตุผลที่ทำให้มนุษย์หมาป่าระดับสูงคนนี้โผล่ออกมาและก้มหัวลง พูดจาโกหกว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ พยายามที่จะลดความผิดบาปลงไป

หลังจากได้ถามถึงระดับกองกำลังของเผ่าหมาป่าทั้งสองฝั่งและกองทัพปีศาจแห่งการทำลายแล้ว เขาก็ได้ยืนยันถึงสิ่งสุดท้าย

“ฉันอยากจะถามเอาไว้เฉยๆนะ แต่ว่าได้มีกลุ่มสวนอาทิตย์อัสดงกำลังช่วยพวกนายหรืออะไรแบบนี้ไหม?”
“นะ นั่นมันกลุ่มแบบไหนกัน?”

ชายหมาป่านี่ได้โกหกออกมาด้วยใบ่หน้าที่บอกว่าเขาไม่รู้จริงๆ ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาโดยไม่พูดอะไรและส่ายหัวออกมา

สวนอาทิตย์อัสดงก็ยังคาดเดาความคิดไม่ได้อยู่เหมือนเดิม ยูอิลฮานได้คิดว่าพวกนี้มันเป็นพวกโง่อย่างสมบูรณ์ ช่วยแค่นิดๆหน่อยๆและไม่ช่วยให้หมด

“เยี่ยม ฉันจะอธิบายสถานการณ์นี้กับมนุษย์ นายเรียกทหารของนายมาที่นี่เลย โอ้ นายชื่ออะไรนะ?”
“อ่า ขอบคุณครับ! ผมเป็นหัวหน้าองครักษ์เผ่าหมาป่าเฟมิลครับ!”

ยูอิลฮานได้ส่งเสียงฮึดฮัดขึ้นจมูกเมื่อเห็นเฟมิลถอนหายใจโลกอก ยูอิลฮานได้สะบัดมือของเขา ทำให้วงกลมที่ล้อมอยู่หายไปอย่างสิ้นเชิง

“พ่อเท่จัง”
“ใช่แล้ว ลูกก็จะโตมาเป็นชายที่ดีได้เหมือนกัน”
“ครับ”
[ดูหนังหน้าของชายคนนี้สิ….] (เอิลต้า)
[มีอะไรแปลงั้นหรอ? เขาเท่ที่สุดในโลกอยู่แล้ว] (เลียร่า)
[อ่า ใช่ เขาเป็นแบบนั้นแน่นอน มีความรักนี่ดีเนอะ] (เอิลต้า)

ยูมิลได้ประทับใจพ่อของเขาที่พูดคุยกับมอนสเตอร์คลาส 4 อย่างมั่นใจ เขาพยายามที่จะมุดอ้อมอกของยูอิลฮานอีกครั้ง แต่แล้วหัวเขาก็ชนเขากับเกราะอีกรอบหนึ่ง ยูอิลฮษนได้กอดยูมิลในท่าที่สบายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในขณะที่เดินกลับไปหามนุษย์

ความกลัว ความชื่นชม ความเคารพ ความเกลียดชัง อารมณ์ที่หลากหลายนี้ได้ตรงมาที่ตัวเขา

สิ่งที่มีมามากที่สุดก็คือความชื่นชน แม้ว่าจะเป็นมนุษย์โลกเหมือนกัน แต่เขาได้ทำให้มอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าเขาคุกเข่าลงต่อหน้าพูดคุยกัน มนุษย์ไม่อาจจะเอาตัวเองไปเทียบยูอิลฮานได้เลย

แน่นอนว่ายังมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง

“แก ซูซาโนะ! พวกเราจะ [email protected]#!%[email protected]#!”
“ชู่วว เป็นคนที่ไร้ยางอายอะไรแบบนี้”

มิเชล สมิธสันที่ไดก้าวเข้ามาข้างหน้าอย่างกล้าหาญได้ถูกหัวหน้าตระกูลคนอื่นลากกลับไป

“พวกเราขอคำอธิบายหน่อยได้ไหมค่ะ?”

ได้มีผู้หญิงที่ดวงตากระจ่างชัดไม่ได้ลืมในตำแหน่งแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่น่าตกตะลึงแค่ไหนก็ตามถามขึ้นมา

“ดี ฉันจะอธิบายให้ฟัง”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับมาด้วยภาษาอังกฤษที่ไม่ด้อยไปกว่าเธอเลย

“ก่อนอื่นมีอยู่สิ่งหนึ่ง ฉันอยากจะเปลื่ยน ‘ลำดับความสำคัญ ในการล่ามอนสเตอร์ แต่พวกคุณคิดยังไงล่ะ?’

ยูอิลฮานไม่ได้เชื่อในตัวมอนสเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งกองทัพปีศาจแห่งการทำลายจะน่ารำคาญหรือเจ้าสารเลวที่ดูถูกสติปัญญาของมนุษย์โลก พวกมันต่างก็เป็นศัตรูที่เขาจะต้องกำจัดทิ้งในสายตาของยูอิลฮาน

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ