0 Views

บทที่ 113 – ฉันคือเจ้าของชีวิตของฉัน (5)

 

ผู้คนได้ยอมรับในคำอธิบายของยูอิลฮานแล้วผ่อนคลายออกมา แทนที่จะเรียกว่ายอมรับมันควรจะเป็นพวกเขาได้ตัดสินใจว่าการใช้ประโยชน์จากพวกมอนสเตอร์ที่คิดจะใช้ประโยชน์จากพวกเขามันดีกว่าที่จะสู้กลับไปอย่างไร้ประโยชน์

“นี่มันคือเรื่องที่ใหญ่มาก ต่อให้เรารวมผู้ใช้พลังทั้งหมดในโลกมามันก็ยังไม่พอ พวกคุณเข้าใจคำพูดของฉันใช่ไหม?”

ยูอิลฮานได้แสดงความคิดเห็นออกไปให้กับพันธมิตรแห่งแนวหน้าและตระกูลอื่นๆที่พยายามจะสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาผ่านสถานการณ์แบบนี้ ทุกๆคนได้รู้ถึงความหนักหนาของสถานการณ์ได้ทันทีที่ซูซาโนะได้มาถามความคิดเห็นของพวกเขาแทนที่จะไปรับมือทุกๆอย่างด้วยตัวเองแล้ว พวกเขาได้หยักหน้ารับออกมา

“พวกเราไม่ได้มีเวลามากนัก ดังนั้นช่วยแสดงความคิดเห็นของพวกคุณถึงการเตรียมตัวรับมือกับศัตรูของเราอย่างมีประสิทธิภาพด้วย”
“ผมคิดว่าคุณไม่ใช่มนุษย์ซะอีก แต่ว่าในตอนนี้ที่คุณมาถามพวกเราในระดับเดียวกันนี่มันแปลกมากเลยทีเดียว”

หัวหน้าตระกูลคาริน่า มาเลเทสต้าแห่งมาเกียไม่ได้ดูจะมีความเป็นศัตรูกับซูซาโนะเหมือนมิเชล สมิธสันแห่งอัศวินโลหะ เธอได้หยักไหล่พูดออกมาและเสริมต่อไป

“สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการจำกัดขอบเขตของสนามรบ ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สึกผิดกับหัวหน้าตระกูลเทพสายฟ้าก็ตาม แต่ว่ามันมีความจำเป็นที่จะแยกโดดเดี่ยวพื้นที่ว่างเปล่ากว้างออกไปเพื่อที่จะไม่ให้ความเสียหากระจายออกไปข้างนอกแม้ว่าศัตรูจะหนีออกไปจากแนวรบเราก็ตาม ถ้าศัตรูได้ถอยกลับไปในภูเขาหรืออะไรแบบนี้มันจะยิ่งแย่ลงไป”

เมื่อยูอิลฮานได้ยินแบบนี้เขาได้หันไปมองคังมิเรย์ เธอได้หยักหน้าอย่างมั่นใจในขณะที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“มันน่าจะเป็นไปได้ ฉันจะใช้ทุกๆการสนับสนุนที่ฉันใช้ได้ ยังไงก็ตามฉันก็อยากจะได้รับความช่วยเหลือจากประเทศอื่นด้วย การแยกโดดเดี่ยวทางพื้นที่มันไม่ได้มีความหมายอะไรที่มากนัก เราจำเป็นต้องมีผู้ใช้พลังด้วย ผู้ใช้พลังที่มากพอที่จะล้อมกรอบทั้งโซล”
“นี่มันก็ไม่น่าจะมีไอโง่คนไหนที่ไม่ยอมส่งผู้ใช้พลังมาอยู่แล้วคุณคังมิเรย์ แน่นอนว่าฉันก็ขอรับประกันเลยว่าชาวอังกฤษเราจะมาแน่นอน”

เป็นมิเชล สมิธสัน ถึงแม้ว่าเขาจะดูเหมือนคนโง่ในตอนที่ถูกแย่งฆ่ามอนสเตอร์ที่เขาไม่มีความสามารถฆ่าได้ไป แต่อย่างน้อยก็ดูเขาจะมีเหตุผลบ้าง มันเป็นเรื่องน่าขำที่เขายังคงจ้องไปที่ยูอิลฮานอยู่ แต่ยูอิลก็ประเมินคำพ๔ดเขาต่อไปโดยไม่สนใจ

“พวกเราควรจะสร้างสภาพแวดล้อมสนามรบด้วย ถึงแม้ว่าเราจะรวมพื้นที่กว้างได้แต่มันยังไม่พอ ดังนั้นพวกเราต้องรีบแล้ง นอกไปจากนี้ยังมีอุปสรรคที่ขว้างทางมากเกินไป”
“การอพยพประชาชนเสร็จสิ้นยัง? โอ้ ถ้ามันเป็นไปได้ฉันก็อยากที่จะรู้ถึงจุดอ่อนของหมาป่าอย่างน้อยสักจุดหนึ่ง”
“ฉันคิดว่ามันไม่ได้ผลหรอก แต่ว่าหากใช้การโจมตีที่ใช้น้ำหนักช่วยต่อให้เป็นคลาส 3 ก็ใช้ได้ผลดี อย่างน้อยก็เลเวล 130 ลงไปแหละ เนื่องจากว่าเราต้องจัดการตึกอาคารอยู่แล้ว ฉันไม่คิดว่าการติดตั้งระเบิดไว้ในอาคารสูงมันจะเป็นความคิดที่แย่หรอกนะ”

คนส่วนใหญ่ที่นี่ต่างก็มีตัวแทนอยู่แล้วดังนั้นพวกเขาจึงมีวิธีรับมือตอบโต้ที่สมบูรณ์แบบกันทั้งนั้น ภายใต้เงื่อนไขที่พวกเขาต้องร่วมมือกับมอนสเตอร์เพื่อต่อสู้กับศัตรูที่เป็นมอนสเตอร์อีกฝั่งหนึ่งพวกเขาได้เริ่มคิดหาวิธีลดความเสียหายให้น้อยที่สุดและได้รับชัยชนะกลับคืนมา

ผู้คนไม่ได้จบแค่คำพูด จากตอนนี้ได้มีหลายๆข้อเสนอได้รับการยอมรับแล้ว พวกเขาได้เริ่มทำตามข้อเสนอทีละอย่างไป สถานการณ์นี้ได้ถูกบอกต่อออกไปทั่วโลก แม้กระทั่งผู้ใช้พลังฝั่งที่เฝ้ามองอยู่และแม้กระที่งทหารก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

“แต่ถ้างั้น”

คังฮาจินได้ถามกับยูอิลฮาน

“คุณจะทำอะไร? ถึงแม้ว่ามันจะน่าอายสำหรับเราก็ตาม แต่ว่าพวกเราจำเป็นต้องสรุปเทคนิคใหม่ๆตามการกระทำของคุณ”
“จากที่ฉันได้ยินมากองกำลังของศัตรูเรามีหนึ่งแสนสามหมื่นตัว มีสามหมื่นตัวที่อยุ่ในคลาส 3 และมีหกตัวที่อยู่ในคลาส 4”

คำตอบของยูอิลฮานได้ทำให้คังฮาจินหมดคำพูดลงไป ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาน้อยๆ ถ้าหากว่าเขาได้บอกถึงจำนวนมังกรคลาส 4 ในดาเรย์ งั้นคังฮาจินคงจะตกตะลึงตายไปแน่

“สำหรับกองกำลังพันธมิตรเรามีประมาณห้าหมื่น มีหมื่นสามที่อยู่ในคลาส 3 และคลาส 4 สองตัวรวมกับองครักษ์ที่นี่แล้ว”
“พระเจ้า”

ผู้คนทั้งหมดที่กำลังวิ่งวุ่นเพื่อรวบรวมยุทธวิธีต่างๆได้ล้มกับที่หลังจากได้ยินถึงความต่างของกำลังรบ

เอาเถอะ กำลังรบของมนุษย์มีมากกว่านั้นมาก แต่ว่าผู้คนที่นี่ต่างก็รู้เป็นอย่างดีถึงความต่างในพลังทำลายระหว่างแต่ล่ะคลาส

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลาส 4 แค่เพียงคนๆเดียวก็พอที่จะนำหายนะมาสู่เขตคันโตแล้ว! และนี่คือเหตุผลข้อใหญ่ที่สุดที่ทำให้มนุษย์หยุดการโจมตีมอนสเตอร์หมาป่าเมื่อพวกมันหยุดลง!

“ฉันจะข้ามไปอีกฝากหนึ่ง”

เพราะแบบนี้คำประกาศของซูซาโนะได้ดูเหมือนกับการที่ชีวิตของพวกเขาได้ถูกช่วยเอาไว้

“เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้พวกคลาส 4 มาที่นี่จากอีกฝากหนึ่ง ฉันได้วางแผนที่จะจัดการพวกมันทั้งหมดด้วยตัวเอง”
“….”

คำประกาศสุดเท่และแสนมั่นใจของเขาทำให้คังฮาจินต้องตื่นเต้น คังมิเรย์ก็ไม่อาจจะได้ยินเสียงเรียกๆต่างๆไปได้พักหนึ่ง แต่ว่านายูนาที่อยู่ข้างๆเธอได้ระเบิดหัวเราะขึ้นเมื่อได้ยินแบบนี้

“เป็นแบบนี้….”

ทาคากากิ อสุฮะหัวหน้าตระกูลจอมเวทย์มังกรได้หยักหน้าอย่างใจเย็นแทนคังฮาจินก่อนที่จะถามออกมา

“แต่ว่าที่คุณบอกว่าคลาส 4 คุณหมายถึงคนๆนั้นด้วย?”
“แน่นอนสิ”

เธอได้ชี้ไปที่หัวหน้าองครักษ์เฟมิล ยูอิลฮานได้พอใจที่เธอได้ชี้ถึงจุดสำคัญได้ในทันทีและหยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“พวกเขาจะไม่มีวันมาที่โลกนี้ได้”

ในตอนที่เขาพูดแบบนี้เฟมิลก็ตะโกนออกมา

“พวกเรามาถึงขีดจำกัดแล้ว พวกนั้นจะเริ่มเข้ามาด้วยแล้ว”
“ถ้างั้นทุกๆคนช่วยเริ่มเลย”

ในทันทีที่ประกาศสั้นๆนี้ยูอิลฮานก็ขยับในทันที อย่างแรกเขาได้ส่งยูมิลใอ้อมแขนเขาให้เลียร่าและถามเธอ

“ถ้าเธอแค่บินไปรอบๆพร้อมกับยูมิลมันจะไม่เป็นไรใช่ไหม?”
[แน่นอน ฉันอยู่ทีคลาส 6 แม้ว่าการแทรกแซงตรงๆจะเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าการปกป้องตัวเองมันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว] (เลียร่า)
“โอเค ถ้างั้นยูมิล”

ยูอิลฮานได้หยักหน้ากับเลียร่าที่พูดออกมาอย่างมั่นใจก่อนจะหันไปมองยูมิล เขาได้เตรียมที่จะยิงเวทย์ได้ตลอดเวลาด้วยสะสมมานาซ้อนทับไว้อย่างมากจากการเลเวลเพิ่มขึ้น

“ไม่ต้องเก็บมานาเอาไว้ ฆ่าพวกมันให้หมดเลย แล้วก็รอพ่ออยู่ที่นี่นะเดี๋ยวพ่อจะกลับมา”
“ครับพ่อ! ผมจะฆ่าพวกมันให้หมดเลย”

นี่คือการพูดคุยกันระหว่างเด็กแรกเกิดที่เกิดมาไม่ถึง 24 ชั่วโมงกับพ่อของเขา

ต่อมาเขาก็ได้มองไปที่พวกเอลฟ์ด้วย พวกเอลฟ์ดูเหมือนจะตามยูอิลฮานไป แต่ว่าเขาได้ส่ายหัวบาๆทำให้พวกเอลฟ์ได้แต่ยอมรับในขณะที่ผิดหวังเล็กๆ มนุษย์ที่อยู่ที่นี่ยังไม่พอ ด้วยอุปกรณ์ระดับตำนานที่พวกเอลฟ์มี การที่พวกเขาอยู่ที่นี่น่าจะช่วยจัดการป้องกันพวกคลาส 3 ได้ดีกว่าไปกับยูอิลฮาน

“ถ้างั้นเอิลต้าไปกันเถอะ”
[ฉันกำลังรอคำนี้อยู่เลย] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้เข้าไปหาเฟมิลพร้อมกับเอิลต้าที่อยู่บนหัวเขา เขาได้มองไปในเกตที่ใกล้ที่สุดที่เป็นไปได้

“นายมากับฉัน”
“คุณจะทำอะไร ผมยัง…”
“นายจำเป็นต้องมาฆ่าหัวหน้าของศัตรูกับฉัน”

ก่อนที่เขาจะได้พพูดจบก็ถูกยูอิลฮานที่ใช้พลังเหนือมนุษย์เตะเขาเข้าไปในเกตแล้ว

“อ๊าาาาาา!”

หลังจากยืนยันว่าเฟมิลได้เข้าไปในเกตแล้ว ยูอิลฮานก็ได้ดีดนิ้วขึ้นมาทำให้หอกสายฟ้าของเขาที่ถูกเก็บกลับไปตกลงมาล้อมรอบเกตอีกครั้งหนึ่ง นี่มันเป็นฉากที่น่าทึ่งมาก

“นี่ก็น่าจะพอ”

ไม่ต้องพูดถึงว่าพอเลยนี่มันใกล้เคียงกับคำว่าเพอร์เฟ็คแล้ว ยูอิลฮานได้อุทานออกมาอย่างประทับใจในผลงานของตัวเอง ก่อนที่จะสงข้อความการใช้งานของรั้วหอกยักษ์ง่ายๆไปให้กับคังมิเรย์ จกานั้นเขาก็ทิ้งร่างเข้าไปในเกต

เบื้องหลังของเกตคือพื้นที่หิมะ

[นะ หนาว!] (เอิลต้า)

มีหิมะตกอยู่ทั่วทุกที่และพื้นที่ราบก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวที่สวยงาม แต่แน่นอนว่ามันก็ยังมีเลือด เนื้อ และกระดูกปนเปื้อนอยู่

“ฉันไม่เห็นหนาวเลยสักนิด”
[ที่นี่คือโลกที่ถูกทิ้ง!] (เอิลต้า)

ถ้างั้นเธออยากจะบอกว่าเธอใช้พลังของทูตสวรรค์ไม่ได้เพราะว่าที่นี่คือโลกที่ถูกทิ้งงั้นหรอ?

ยูอิลฮานได้ตัดสินใจที่จะปล่อยเอิลต้าเอาไว้เมื่อเขาเห็นเธอทำให้ตัวเองหดเล็กลงเพื่อเข้าไปในระหว่างผมของเขาภายในหมวก นี่มันก็น่าจะปลอดภัยกับเธอมากขึ้นเช่นกัน

“เยี่ยมเลย ฉันได้แข็งแกร่งขึ้นแน่ๆ”

เมื่อเข้ามาภายในเกตแล้วเขารู้สึกได้ถึงพลังในร่างของเขา มันไม่ใช่เพียงแค่ว่าการเชื่อมต่อของมานาในโลกนี้ที่สูงเท่านั้น เขายังได้รับการยกระดับพลังขึ้นจากการสนับสนุนของทูตสวรรค์อีกด้วย สเตตัสที่สูงกว่าคนอื่นอยู่แล้วก็ได้ถูกเสริมพลังขึ้นไปอีก ดังนั้นหากวัดดูแล้วแค่ค่าสเตตัสอย่างเดียวของเขาก็ไปอยู่ราวๆเลเวล 200 แล้ว

“เวรล่ะ เจ้านั่นส่งฉันมาที่นี่อีก….!”

ในขณะเดียวกันเฟมิลที่ตกลงมาใกล้ๆได้พึมพัมออกมาในขณะที่กัดฟันแน่นโดยที่ไม่รู้เลยว่ายูอิลฮานได้ตามเขามา รอบๆเกตได้มีหมาป่าคลาส 2 จำนวนนับไม่ถ้วนที่พุ่งตัวเข้าไปในเกต แต่ว่าพวกมันไม่เหมือนเผ่าหมาป่าที่มีขนสีดำ พวกมันทั้งหมดต่างก็มีขนสีแดง ยูอิลฮานได้ยืนยันแล้วว่าเจ้าพวกนี้คือพวกที่เคลื่อนไหวภายใต้กองทัพปีศาจแห่งการทำลาย

เฟมิลก็ยังได้เห็นแบบนี้และมีประกายความบ้าคลั่งภายในสายตาเขา

“กรรรรรรร! แกกล้าเมินฉัน!”

เขาได้คำรามออกมาถึงแม้ว่าจะอยู่ในร่างมนุษย์และโบกมือออกมาทำให้กรงเล็บมานาสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศและแยกหมาป่ารอบๆเป็นชิ้นๆ ยังไงก็ตามไม่ว่าจะมีพวกหมาป่าตายไปเป็นสิบเป็นร้อยก็ตาม พวกมันก็ยังคงเอาแต่มุ่งหน้าไปที่เกต

“นายกลับมาแล้วเฟมิล! ยินดีที่ได้เจอนะ!”
“ไอ้สารเลวอิลเอ็ดก้า!”

พร้อมกันนั้นได้มีคนพุ่งเข้ามาหาเฟมิลเหมือนกับพวกวายร้าย! ในขระที่เฟมิลสู้กับคนๆนั้นอยู่ ยูอิลฮานก็ได้ยกมือขึ้นมาและมองไปรบๆ

“นี่มันสนามรบชัดๆเลย”
[เจ้าหมาป่าพวกนี้ ฉันคิดว่าพวกมันกำลังไล่ล่าหมาป่าดำ] (เอิลต้า)

ตำนวนของหมาป่าดำที่พุ่งผ่านเกตไปมีจำนวนน้อยกว่าสามหมื่นซะอีก มีหมาป่าดำหมาป่าสองหมื่นตัวเหลืออยู่ แต่ว่าหมาป่าแดงได้พยายามป้องกันไม่ให้พวกหมาป่าดำผ่านเกตไปในขณะที่พวกมันผ่านไปเอง

และเขาก็ยังเห็นเผ่าหมาป่าที่มีรูปร่างของมนุษย์ป้องกันพวกมันจากอีกฝั่งหนึ่งได้อีกด้วย หืม นั่นดูเหมือนจะเป็นเผ่าหมาป่าคลาส 4 ตัวที่สองแน่นอน ในจุดๆนี้เฟมิลไม่ได้โกหกเขา

[แต่ว่านะยูอิลฮาน ยังมีบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้ชี้ไปที่จุดหนึ่ง

[เจ้าพวกหมาป่าแดงนี่อยู่ภายใต้กองทัพปีศาจแห่งการทำลายแน่นอนดังนั้นพวกมันก็น่าจะเล็งเป้าไปที่โลก แต่มันไม่ใช่ว่าพวกมันควรจัดลำดับความสำคัญให้ดีก่อนหอ? มันไม่ใช่ว่าตามปกติแล้วมันต้องเล็งไปที่โลกหลังจากกำจัดเผ่าหมาป่าทั้งหมดก่อนหรอ?] (เอิลต้า)
“แน่นอนว่านั่นมันเป็นในแบบปกติ”
[ถ้างั้นแล้วทำไมพวกมันถึงไม่สนใจเผ่าหมาป่าที่อยู่ที่นี่แล้วพยายามที่จะข้ามไปที่โลกล่ะ?] (เอิลต้า)
“เพราะว่าพวกมันต้องการกำจัดเผ่าหมาป่า”
[อย่ามาทำเล่นคำกับฉัน…. โอ้] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้อุทานออกมาเมื่อรู้ตัว จากนั้นเธอก็ได้มองย้อนกลับไปในข้อผิดพลาดที่เธอทำไป

แค่เพราะว่าองครักษ์อยู่ในร่างมนุษย์ มันก็ไม่ได้หมายความว่าราชวงศ์หมาป่าต้องอยู่ในร่างมนุษย์ด้วย

[ถ้างั้นราชวงศ์หมาป่าก็ได้ข้ามไปที่โลกแล้วงั้นสิ?] (เอิลต้า)
“แน่นอนอยู่แล้ว หากไม่ใช่แบบนั้นมันก็ไม่มีทางที่เฟมิลจะโกรธ”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปอย่างสบายๆ คำพูดของเขาถูกต้องแล้ว เฟมิลได้จบลงด้วยการต้องทิ้งเป้าหมายที่เขาปกป้องไว้บนโลกและต้องมาสู้กับศัตรูในขณะที่โกรธจัด

“ว๊ากกกกกกก! สารเลวววววววววว!”
“คุฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ความสิ้นหวังของนายมันทำให้ฉันสนุก! เล่าให้ฉันฟังช้าๆหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน!”

การฆ่าได้เกิดขึ้นอยู่ทั่วทุกที่ หมาป่าสีดำได้ป้องกันหมาป่าสีแดง และหมาป่าสีแดงได้บดขยี้หมาป่าสีดำด้วยจำนวนและศักยภาพที่เหนือกว่า

จากการที่ไม่ค่อยได้เห็นพวกคลาส 4 ของฝั่งหมาป่าแดง มันก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะมองสถานการณ์ในแง่ดีและเลือกเคลื่อนไหวแบบช้าๆ

มีเพียงแค่ตัวเดียว แต่ว่าแค่ตัวเดียวระดับมันก็สูงมากเกินไปแล้ว

“เจ้านี่มันแข็งแกร่งเกินไปสำหรับฉันในตอนนี้ ฉันรู้ว่าฉันควรจะมาที่นี่ ฉันจำเป็นจะต้องเจอกับเจ้านี่หรือคนแบบเจ้านี่ในที่อื่นๆอีก”
[ในตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้เลย แต่ว่าคุณจะไปทำอะไรล่ะ?] (เอิลต้า)
“นั่นแหละ เธอจะได้เห็นมันเดี๋ยวนี้แหละ”

ยูอิลฮานได้เดินออกไปในขณะพึมพัมหัวเราะ

นี่มันน่าตลกจริงๆ ถึงแม้ว่าพื้นที่นี้จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่ว่าการเดินของยูอิลฮานไม่ได้มีร่องรอยเลยแม้แต่นิด นี่คือพลังของจ้าวแห่งการปกปิดตัวตนและผู้สันโดดแห่งจักรวาล!

“ตอนนี้ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”
[ยูอิลฮาน แล้วสิ่งที่นายจะแสดงให้ฉันดูล่ะ] (เอิลต้า)

มีหมาป่าจำนวนมากได้ข้ามไปที่โลกแล้ว แต่ยังไงก็ตามเขาก็ยังกล้าพูดว่าพวกนี้มันเป็นแค่จำนวนเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นหมาป่าแดงหรือดำ พวกมันก็ยังมีจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นตัวบนที่ราบหิมะแห่งนี้ นอกไปจากนี้มันยังมีพวกคลาส 4 อีกแปดตัวที่นี่

“เธอกำลังหมายถึงสิ่งนี้สินะ”

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาด้วยรอยยิ้มที่เหมาะสมกับคำว่า ‘ยมทูต’

“มันไม่มีอะไรนอกไปจากการกวาดล้างที่หมดจด”

ในตอนที่ยูอิลฮานพูดจบได้มีหอกกระดูกมังกรนับร้อยตกลงมาจากท้องฟ้าและสังหารหมาป่าลงไป!


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ