0 Views

บทที่ 111 – ฉันคือเจ้าของชีวิตของฉัน (3)

 

ทุกๆคนได้เตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ที่ยาวนานมาแล้ว แต่ว่าการต่อสู้มันก็ยาวนานมากเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิดกันเอาไว้

[ฉันได้รับรายงานจากเฟย์ต้าแล้ว] (เอิลต้า)

ในขณะที่ยูอิลฮานกำลังกลิ้งไปมาอย่างขึ้เกียจ เอิลต้าที่ไปรีดไถทุกๆอย่างจากเฟย์ต้าได้เริ่มอธิบายออกมา

[วิธีการเชื่อมต่อมันคลล้ายๆกันกับที่ดาเรญ์ ตระกูลเทพสายฟ้าได้รู้ถึงสภาพแวดล้อมที่เปลื่ยนไปในตอนที่พวกเขาออกมา และพวกมอนสเตอร์คลาสสองนับหมื่น กับมอนสเตอร์คลาส 3 นับร้อยได้แบ่งเป็นสองฝั่งต่อสู้กันอยู่]
“ถ้าพวกมันสู้กันเองเราก็ไม่ใช่ธุระของเรา… แต่ว่ามีสัญญาณใดๆของสิ่งมีชีวิตที่ทรงสติปัญญาไหม?”
[จากที่พวกเขาได้เห็นมันไม่มีเลย นี่มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ดาเรย์น่ะเป็นข้อยกเว้นที่พิเศษ] (เอิลต้า)

ถ้าหากว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายกับสวนอาทิตย์อัสดงไม่ได้แทรกแซงดาเรย์ ที่นั่นก็จะไม่ถูกทิ้ง

“เพราะงั้นตระกูลเทพสายฟ้าเลยถอยออกมาหลังจากเห็นการต่อสู้ที่นั่นสินะ?”
[ใช่แล้ว ถอยมาทันทีเลยด้วย นอกไปจากนี้ในตอนที่พวกเขาถอยออกมาก็ได้ถูกพบตัวเข้าและการพังของดันเจี้ยนเลยถูกเร่งขึ้นไป นี่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นหากว่าพวกเขาเชี่ยวชาญการปกปิดตัวตน!] (เอิลต้า)
“ต่อให้เธอจะพูดแบบนั้น แต่มันก็ไม่ได้มีร้านขายของที่จะทำให้ได้สกิลการปกปิดตัวตนในราคา 100 วอนซักหน่อยนี่”

ยูอิลฮานถอนหายใจออกมา เขาคิดไว้แล้วว่าพวกนั้นคงยังสำรวจได้ไม่ดีนัก แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าพวกนั้นจะได้เจอเพียงแค่ยอดเขาน้ำแข็งเท่านั้นเอง

ตระกู,เทพสายฟ้าดูจะคิดแค่ว่าโลกที่ถูกทิ้งจะมีขนาดใหญ่กว่าดันเจี้ยนแค่เล็กน้อย แต่ยูอิลฮานรู้ในความจริงเป็นอย่างดีจากการที่ไปในดาเรย์มา โลกที่ปกคลุมไปด้วยมอนสเตอร์จำนวนมหาศาล

“พวกมันน่าจะอยู่แค่ในโลกของพวกมันสิ ทำไมมันถึงได้เกิดการเชื่อมต่อกับโลก…..”
[สวรรค์ได้ตัดสินใจว่าโลกยังไม่สิ้นสุดลงไป กระทั่งคาดว่ามันอาจจะเกิดการเปลื่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น…] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจอีกครั้งเมื่อเอิลต้าได้รีบพูดเสริมขึ้นมา

[ถ้าหากว่าจะมีโชคดีมันก็คงเป็นเพราะที่โลกนั้นมันไม่เหมือนกับที่ดาเรย์ โลกนั้นได้พังลงหลังจากหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สอง ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วมันจึงไม่น่าจะมีมอนสเตอร์คลาส 4 ได้ในโลกนั้น] (เอิลต้า)
“แต่ว่าขนาดโลกที่เพิ่งจะผ่านหายนะครั้งแรกไปก็ยังมีมอนสเตอร์คลาส 4 โผล่ออกมาได้เลย”

เอิลต้าก็เหนื่อยใจเหมือนกัน แม้ว่ามันจะดูเลวร้ายแต่นั่นมันคือเรื่องจริง ยูอิลฮานได้พูดออกมาในขณะที่ค้นหาเป้าหมายไปรอบๆ

“มันต่างไปจากดาเรย์ ฉันไม่มั่นใจเลยที่จะเอาชนะมอนสเตอร์คลาส 4 ที่ไม่ใช่มังกร”

หอกมังกรแปดหางได้กลายเป็นระดับอีปิคแล้วแน่นอน แต่ยังไงก็ตามระดับที่สูงขึ้นนี่มันก็จะไม่ได้ถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพหากว่าเขาไม่ได้สู้กับมังกร

“สี่ตัว…. ไม่สิ ห้าตัว มันจะต่างกันออกไปตามแต่ศัตรู แต่ว่ามันขีดจำกัดของฉันก็น่าจะแค่นั้น ถ้าหากว่าพวกมันมีเลเวลมากกว่า 230 งั้นฉันก็ทำอะไรไม่ได้อีก”
[นี่มันน่าทึ่งมากแล้ว] (เอิลต้า)
“ฉันแค่หวังให้โลกนั่นมันไม่เหมือนกับที่ดาเรย์”

ความสามารถของเขาจะเพิ่มขึ้น 10% หากว่าสู้เคียงข้างกับยูมิลจากผลของเสียงสะท้อนมนุษย์และมังกร แต่ว่าเขาก็ไม่อาจจะเอาเด็กเลเวล 1 มาในที่ที่อันตรายแบบนี้ได้

เมื่อคิดแบบนี้ยูอิลฮานก็ได้หันไปรอบๆ ตอนนั้นเองเขาก็ได้เห็นเลียร่าที่ยิ้มอย่างแจ่มใส่และยูมิลที่อยู่ในแขนของเธอ ถึงแม้ว่าจะมีคนจำนวนมากที่แข็งแกร่งกว่าเขาที่นี่ แต่ว่าเขาก็ว๋อนตัวอยู่ได้

สิ่งนี้มันน่าทึ่งมากที่มีเขาชำนาญในการปกปิดตัวตนนับตั้งแต่เกิด

“พ่อ!”
“….”

ยูมิลรู้ว่าเป็นยูอิลฮานแม้ว่าเขาจะใส่หมวกอยู่ เขาได้กระโดดมาจากแขนของเลียร่าเข้าหายูอิลฮาน แคร๊ง เสียงของเหล็กได้ดังออกมา แต่ยูมิลยังคงยิ้มอยู่ราวกับไม่ได้เจ็บอะไรเลย เมื่อยูอิลฮานมองไปที่เลียร่าเงียบๆ เธอก็ออกตัวอย่างตระหนก

[เขาบอกว่าเขาอยากจะเจอพ่อของเขา! เขาดูเหมือนจะหนีออกมาเองด้วยแหละ!]
“ถึงแบบนั้นก็เถอะ เธอพาเด็กมาในที่แบบนีได้ยังไง….”

[สกิลการปกปิดตัวตนของยูมิลได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง]
[สกิลการปกปิดตัวตนของยูมิลได้กลายเป็นเลเวล 20]

ยูอิลฮานได้หยุดพูดลงไปและถอนหายใจออกมาหลังจากเห็นข้อความนี้ มันดูเหมือนกับว่าการปกปิดตัวตนของยูมิลจะเพิ่มสูงขึ้นไปในขณะที่เขามาใกล้เขา

นี้มันทรงพลังเกินไปแล้ว! ยูอิลฮานก็อยากจะตะโกนออกไป แต่ว่าเมื่อคิดดีๆแล้วการปกปิดตัวตนของเขามันอยู่ในระดับสูงสุดตั้งแต่ในตอนที่เขาดูสเตตัสครั้งแรก เขาไม่มีสิทธิจะไปหาว่าคนอื่นทรงพลังได้หรอกในด้านนี้

“ใช่แล้ว แครีบๆชำนาญมันซะ แล้วก็ได้รับสกิลที่สูงขึ้นด้วยใช่ไหมล่ะ?”
“ครับ!”

ยูมิลได้ตอบกลับมาอย่างไม่รู้อะไรด้วยรอยยิ้ม เขาได้ค้นหาที่รอบๆเพื่อหาตำแหน่งที่สะดวกสะบาย แน่นอนว่าสกิลการปกปิดตัวตนของเขาก็ยังคงเพิ่มขึ้นอยู่

ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนและกระทั่งมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนรอบๆ การที่ปกปิดตัวตนท่ามกลางทั้งหมดนี้มันไม่มีทางเลยที่การปกปิดตัวตนจะไม่เพิ่มเลเวลขึ้นมา

[พลังสายเลือดนี่น่าทึ่ง….] (เอิลต้า)
“อย่าได้พูดถึงสายเลือด”

เธอแม้ว่าจะตอบกลับไปแบบนั้น ยูอิลฮานก็หยักหน้าอยู่ภายในใจ ด้วยความเร้วแบบนี้เขาคิดว่าเลเวลสกิลน่าจะขึ้นไปถึง 50 ในตอนที่การต่อสู้จบลงไป

“ใช่แล้ว ก็แค่คิดว่ามันเป็นการพัมนาสกิล ดีล่ะ เขาจะปลอดภัยถ้าอยู่กับฉัน”
[ฉันชอบนะ นี่้เป็นทัศนคติที่ดีเลย] (เอิลต้า)

แม้ว่าจะบ่นออกมาแต่ยูอิลฮานก็เปลื่ยนตำแหน่งยูมิลมาในแขนของเขา ยังไงก็ตามเพียงแค่ยูมิลมองไปที่มอนสเตอร์คลาส 2 จำนวนนับไม่ถ้วนที่ออกมาจากเกต เขาก็ได้ถามกับยูอิลฮาน

“พ่อครับ ผมล่าพวกนั้นได้ปะ?”
“ลูก?”
“ครับ!”

นี่มันคือสิ่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย เนื่องจากเลเวลของยูมิลอยู่ที่เลเวลหนึ่งทำให้เขาวางแผนที่จะเพิ่มเลเวลยูมมิลด้วยการฆ่าก็อบลินหรือมอนสเตอร์ที่อ่อนแอในดันเจี้ยนก่อน

จริงสิ เขาคงไร้เดียวสาไปสินะ? มังกรไปล่าก็อบลินเนี้ยน่ะ เขาได้มีสกิลระดับสูงมาตั้งแต่เกิดแล้ว! แต่เดี๋ยวนะ ไม่ เขายังเลเวลหนึ่งเอง

ในเมื่อเขาหาคำตอบเองไม่ได้ซักทียูอิลฮานจึงหันไปขอคำตอบจากเอิลต้าแทน

“เวทย์ระดับกลางต้องใช้มอนสเตอร์คลาส 2 กี่ครั้งถึงจะฆ่ามันได้น่ะ?”
[เวทย์ที่จักรพรรดินีใช้ก็ยังอยู่ในระดับกลางเช่นกัน หากว่าเลเวลผู้ร่ายกับมานาเพียงพอมันก็แน่นอนว่าจะเป็นการฆ่าในทันที…. อย่าได้บอกนะว่ามังกรนี่มีเวทย์ระดับกลางตั้งแต่เกิดน่ะ?] (เอิลต้า)
“เยี่ยมมมม”

สถานที่ในการพัฒนาสกิลได้เปลื่ยนเป็นสถานที่ในการเก็บเลเวลแล้ว

“มิล ถ้าลูกฆ่าพวกมันไม่ได้ในทันทีด้วยเวทย์ของลูก งั้นพวกมันก็จะตายไปเองจากการชนเข้ากับรั้ว ดังนั้นลูกจะต้องฆ่าพวกมันให้ได้ในทันที หรือไม่ลูกก็สร้างบาดแผลที่รุนแรงที่สุดให้กับพวกมันเพื่ออย่างน้อยให้ได้ตำแหน่ง MVP”
“ครับผม!”
“ไม่ต้องเก็บมานาไว้นะ มานาจะกลับคืนมาในตอนที่ลูกเลเวลอัพอยู่แล้ว”
“ครับ!”
“เยี่ยม ถ้างั้นเตรียมตัวเลย”

ยูอิลฮานได้จับมือซ้ายของยูมิลเบาๆและยกเขาขึ้นมา ยูมิลได้ยื่นนิ้วชี้ของเขาออกมาจากมือที่ยูอิลฮานจับไว้ ก่อนที่มานาจะถูกรวบไว้ในนั้นและเปลื่ยนเป็นเวทย์ลม

สมแล้วที่เป็นมังกร เมื่อเทียบกับมนุษย์แล้วระลอกมานากับความเร็วของเวทย์ที่สมบูรณ์ได้เหนือกว่ามากๆ เศษเสี้ยงของพลังเวทย์มังกรคลาส 4 ที่เขาเคยได้ริ้มรสก็ยังมีอยู่ให้เห็น

“ถ้าลูกเลเวลเพิ่มขึ้น นายจำเป็นต้องปกปิดตัวตนให้เร็วเหมือนพ่อนะ”
“ครับ!”

เมื่อเวทย์ลมบนนิ้วของยูมิลหนาแน่นพอที่จะมีรูปแล้วก็มีมอนสเตอร์คลาส 2 ที่เพิ่งจะออกมาจากเกตพอดี

ตอนนี้แหละ! เมื่อยูอิลฮานออกแรงบีบมือที่ยูมิลที่เขาจับอยู่เบาๆ ยูมิลก็ได้ยิงกระสุนลมออกไปทันที หลุมได้ปรากฏขึ้นมาบนหัวของมอนสเตอร์และมันได้ล้มลงไปทั้งแบบนี้

มันได้เกิดขึ้นมาในพริบตาเดียว และมอนสเตอร์ก็ไม่ได้มีเพียงตัวเดียวที่ออกมาจากเกตทำให้ไม่มีใครสังเกตในเรื่องนี้ แต่ปัญหาก็คือสิ่งต่อมาที่เกิดขึ้น

[เลเวลยูมิลได้กลายเป็น 17]
[ยูมิลได้กลายเป็นมังกรทารก]

แสงสว่างแสบต่างได้ส่องออกมาจากร่างกายที่ไม่ได้ปกปิดตัวตนแล้วของยูมิล นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะการเลเวลเพิ่มขึ้น แต่เป็นการวิวัฒนาการ!

แสงมันมีจำนวนมากจนถึงจุดที่แม้แต่มอนสเตอร์ก็ยังมองตรงมาเลย แต่ว่าแสงจำนวนมากนี้ก็มากเกินทำให้ไม่มีใครมองเห็นด้านในเช่นกัน

และเมือแสงได้ลดลงไปก็ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นแล้ว ผู้คนได้แต่งงกับสิ่งที่เกดขึ้นมา แต่ว่าในสถานการณ์นี้พวกเขาไม่อาจจะวิเคราะห์อย่างใจเย็นได้อีก บางคนก็คิดว่าซูซาโนะได้ทำอะไรบางอย่างและบางส่วนก็คิดว่ามีคนใช้เวทย์ผิด

แตความจริงก็คือยูอิลฮานได้การปกปิดตัวตนกับแสงนั่นอีกครั้ง

“ว้าว!”

ยูมิลได้ปรบมืออย่างยินดีกับความรู้สึกแปลกๆที่เขาได้รับ ต้องขอบคุณการวิวัฒนาการนี้ทำให้ยูมิลที่มีร่างกายเหมือนเด็กอายุสองปีได้กลายเป็นเด็กอายุราวๆสี่ห้าปีแล้ว และเสื้อที่เขาใส่อยู่ก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆเช่นกัน

[การได้รับคลาสก็ทำให้ร่างกายของพวกเขาพัฒนาเช่นกันสินะ มังกรนี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าพิศวงจริงๆ] (เอิลต้า)
[อืมมม ก่อนหน้านี้เขาก็น่ารักอยู่แล้วนะ แต่ตอนนี้เขาน่ารักกว่าเดิมซะอีก!] (เลียร่า)
“มานาลูกกลับมาเต็มแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ครับ ล้นเลย!”

มานาของยูมิลมีมากมหาศาลมาอย่างแน่นอน เขาไม่อาจจะเก็บมานาไว้กับตัวเองได้ทำให้เขาใช่มันคลุมผิวหนังของเขาเอาไว้และป้องกันไม่ให้หายไป นี่คือการเป็นจ้าวแห่งมานาของมังกร! เป็นความสามารถที่น่าทึ่งมาก

เมื่อเลเวลอัพจาก 1 ไป 2 จาก 2 ไป 3 จาก 3 ไป 4…. มานาของเขาก็ได้ฟื้นฟูขึ้นมาซ้อนทับกันไปเรื่อยๆจนกระทั่งเลเวล 17 แม้กระทั่งผ่านการวิวัฒนาการก็ตาม!

[เทคนิคนี่มันน่าทึ่งมาก ในตอนที่ฉันทำแบบนี้ได้มันก็นานมามากแล้ว….] (เอิลต้า)
[ฉันยังไม่เคยทำแบบนั้นเลย การเลเวลอัพแบบต่อเนื่องมันก็มีออฟชั่นแบบนี้ด้วย!] (เลียร่า)
[มันไม่ได้มีฟังก์ชั่นแบบนั้นหรอก นั่นมันเป็นการโกง] (เอิลต้า)

ชัดเจนว่ายูอิลฮานก็ทำอะไรกับมานาจำนวนมหาศาลนี้ได้เหมือนกัน ไม่ว่าเขาจะใช้มานาได้แล้ว แต่ว่ามันก็มีขอบเขตที่ต่างกันอยู่

“มานาจำนวนมากพวกนี้ผมใช้มันได้ไหม?”
“แน่นอนสิ”
“ถ้างั้นผมจะฆ่าตัวนั้น”

เป้าหมายของยูมิลได้เล็งไปที่หมาป่าที่เพิ่งจะพุ่งออกมาจากเกต ยูอิลฮานได้มองไปในทันที มันคือมอนสเตอร์ที่มีคลาส 3 ตัวที่มีเลเวลมากกว่า 110

ในที่แห่งนี้นอกเหนือไปจากยูอิลฮานแล้วก็มีแต่พวกหัวหน้าตระกูลพันธมิตรแห่งแนวหน้าเท่านั้นที่จะสู้กับหมาป่านั่นได้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง และพวกหัวหน้าตระกูลก็จำเป็นต้องใช้อาวุธระดับสูงที่ยูอิลฮานขายด้วย

“เขานี่ยังอยู่คลาส 1 อยู่เลยนะ….”
[โอ้ ดูสิใครกันที่พูดคำนั้นออกมา?] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้พูดออกมาอย่างเป็นกังวล แต่แล้วเขาก็ต้องเงียบไปจากคำพูดของเอิลต้า เมื่อคิดย้อนดูแล้วเขาก็ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ไปในตอนที่ยังอยู่คลาส 1 เหมือนกันนี่! แล้วก็อะไรอีกนะ? เขาฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ไปในทันทีตอนที่ทำเควสเลื่อนคลาส 2 นี่

“….นั่นก็จริง”
“ผมฆ่ามันได้”

ในตอนตัวเขาเองเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ว่าเมื่อเป็นยูมิลแล้วเขาคิดว่ามันต่างมากๆ… ในที่สุดแล้วยูอิลฮานก็รู้ตัวเองว่าเขามันแปลก เมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดมาจนถึงตอนนี้แล้วเขารู้ตัวช้าเกินไปมากๆ เลียร่าได้พูดขึ้นมาในขณะที่มองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก

[พ่อกับลูกชั่งเหมือนกันอะไรแบบนี้] (เลียร่า)
“อย่าได้พูดแบบที่แม่ชอบพูดบ่อยๆสิ”

ทั้งพ่อกับลูกต่างก็ไม่ได้มีความสุขเมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้! ยูอิลฮานได้เติมพลังความโกรธขึ้นมาและจับมือยูมิลเบาๆอีกครั้ง

“ใช่แล้วมิล ฆ่าพวกมันกัน”
“ครับ”

ยูมิลได้รวบพลังมานาที่เต็มอยู่ในร่างของเขาและมานาได้วนอยู่ที่ปลายนิ้วชี้ของเขาอีกครั้งหนึ่ง

[สกิลการปกปิดตัวตนของยูมิลกลายเป็นเลเวล 30 พลังของสกิลได้แข็งแกร่งขึ้นเนื่องจากการเพิ่มขึ้นในเสียงสะท้อนระหว่างผู้ขี่]
[สกิลจ้าวแห่งมานาของยูมิลได้กลายเป็นเลเวล 17]

การปกปิดตัวตนทิ้งไว้ในขณะที่รวมมานาในจุดหนึ่งได้ยกระดับพลังของสกิลขึ้นมาอย่างมาก สมแล้วกับที่เป็นทายาทของผู้สันโดษแห่งจักรวาล

ยูมิลได้ควบแน่นมานาเหงื่อออกมาอย่างหนัก บางทีมันอาจจะเป็นเพราะมานามันไม่ใช่ของเขาทำให้กระสินในครั้งนี้มันขึ้นรูปนานกว่าครั้งที่แล้ว แต่ว่ากระสุนเวทย์ในครั้งนี้ก็ทรงพลังกว่ามาก

“เยี่ยมมากมิล ปล่อยเจ้าตัวนั้นไว้ก่อนแล้วไปหาอีกตัวเลย”
“ตัวที่แข็งแกร่งกว่านี้หรอครับ?”
“ใช่ตัวที่แข็งแกร่งกว่านี้”

เจ้าตัวนั้นที่ยูมิลได้เล็งไว้ได้พุ่งเข้าไปชนกับรั้วและอ่อนแอลงจากการโจมตีที่มากมายไปแล้ว ยูอิลฮานได้ชี้ไปที่หมาป่าทมิฬที่ดูแล้วเลเวลน่าจะไปถึง 120 แทน

“ตอนนี้แหละ!”
“ครับ!”

ยูมิลได้สะบัดนิ้วยิงกระสุนออกไป กระสุนได้พุ่งทะลวงหัวของมหาป่าไปอย่างเป็นธรรมชาติและเข้าไปภายในเกตเหมือนกับยังคงเหลือพลังอยู่

ทั้งพ่อและลูกต่างก็เอียงหัวพร้อมๆกัน ยังไงก็ตามเนื่องจากหมาป่าได้ตายทันทีทำให้การปกปิดตัวตนของยูมิลได้หายไปอีกครั้งพร้อมๆกับการระเบิดของเลเวล ยูอิลฮานได้พายูมิลกระโดดขึ้นไปเพื่อปกปิดตัวเองอีกครั้ง
[ยูมิลได้กลายเป็นเลเวล 31]
[สกิลจ้าวแห่งมานาของยูมิลได้กลายเป็นเลเวล 20 เขาในตอนนี้สามารถที่จะขโมยเศษเสี้ยวมานาจากเวทย์ของคนอื่นได้]

ยูมิลได้หัวเราะปรบมือขึ้นทันที คริสตัลมานานับสิ้นได้ปรากฏขึ้นและรอยอยู่รอบเขา

“ผมได้เติมมานาอีกรอบแล้ว!”

เนื่องจากว่าสเตตัสพลังเวทย์ของยูมิลได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆครั้งที่เลเวลเพิ่มขึ้นทำให้เกิดการซ้อนทับของมานาขึ้นอย่างมาก ยูอิลฮานได้คิดว่าเขาอาจจะทำให้ลูกของเขาผ่านไปในคลาส 2 ได้ในวันนี้ด้วยซ้ำไป

ยังไงก็ตามความคาดหวังของเขาก็ได้พังลงไป ในทันนทีที่ยูอิลฮานกับยูมิลได้ลงมาถึงพื้น ชายผมดำที่มีออร่าที่น่ากลัวได้ออกมาจากเกต

“มนุษย์? เขาไม่ใช่มนุษย์”

เมื่อมองดูแล้วคนๆดูเหมือนจะอยู่ในคลาส 4 ในที่สุดสิ่งที่เขาคิดว่าน่าจะมาก็ได้มาถึง ยูอิลฮานได้ยกมือขึ้นเตรียมตัวในทันทีและยูมิลก็ดูจะคิดว่าเขาไม่อาจจะสู้คนๆนั้นได้เลยและเปิดใช้งานการปกปิดตัวตนถึงขีดสุดในขณะที่พยายามจะมุดไปในอกของยูอิลฮานแต่ว่าก็ติดกับเกราะของเขา

ในตอนนี้เอง

“ได้โปรดยกโทษให้เราที่ไม่ได้รู้ถึงตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของท่านมังกรและได้โปรดช่วยเราด้วย!”

เขาได้พ่นคำพูดที่มีเพียงแค่ยูอิลฮานเท่านั้นที่เข้าใจได้ ชายคนนั้นได้คุกเข่าและก้มคำนับในทันที

สถานการณ์ได้เปลื่ยนไปในทางที่ไม่มีใครคาดคิดเลยแม้แต่คนเดียว

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ