0 Views

บทที่ 108 – ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (9)

 

เมื่อได้รู้แบบนี้แล้วยูอิลฮานได้เก็บธนูลงไปในทันทีเนื่องจากว่าพีทยังไม่ถึงคลาส 3 เลย ยูอิลฮานได้รู้สึกพ่ายแพ้ไปพักหนึ่ง แต่แล้วเขาก็ดึงตัวเองกลับมาได้

“ใช่แล้ว มันก็ยังเป็นอาวุธที่ดี”
[ฉันชอบการคิดบวกของนายจริงๆ] (เลียร่า)
“ฉันก็ชอบตัวฉันแบบนี้”
[ช่วยเช็ดน้ำตานายก่อนจะพูดแบบนั้นที] (เอิลต้า)

พลังงานของเขาได้ถูกสูบออกไปแล้ว ยูอิลฮานต้องทำธนูอีกอันหนึ่ง โชคดีที่ในครั้งนี้มันไม่ได้มีช้อจำกัดผู้ใช้งานติดมาด้วยและมันได้จบลงที่ระดับตำนาน แน่นอนว่าพลังของมันไม่ได้ครึ่งของวิถีแห่งยมทูตเลย แต่ว่าสำหรับพีทแล้วมันก็ยังดีมากๆ

“หยุดกันดีกว่านี่มันสายมากแล้ว”

เขาได้ตรวจสอบสภาพองเนื้อและเลือดในถังแล้วก็เติมเลือดลงไปอีกก่อนที่จะทำความสะอาดเครื่องมือที่เหลืออยู่ ยังไงก็ตามเขาก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างจากการที่ดันถังไปไว้ในมุมหนึ่งของที่ทำงานเขา ซึ่งนั่นก็คือพละกำลังเขาสูงมากเกินไป

“หืมม? นี่ฉันยังไม่ได้ใช้พลังเหนือมนุษย์เลยนะ”
[นั่นมันก็เพราะนายได้คลาส 3 มาไง นอกไปจากนี้ก็อย่าลืมด้วยว่าค่าสเตตัสพื้นฐานของนายมันแตกต่างไปจากคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิงเพราะการฝึกฝนมาตลอดของนายไง โอ้แล้วมันก็ยังมีค่าสเตตัสที่ได้เพิ่มมาจากรางวัลของภารกิจสวรรค์ด้วยนะ] (เอิลต้า)

นี่มันคือเรื่องจริง เนื่องจากว่าเขาได้ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองและเลเวลสูงกว่าตัวเองมาเสมอทำให้เขาหลงลืมไปว่าเขาเหนือกว่ามาตราฐาน

[แล้วก็นั่นน่ะ ฉันคิดว่านายจะใช้ศพมังกรทั้งหมดที่นี่] (เอิลต้า)
“คงต้องตรวจสอบสถานการณ์แล้วก็ติดต่อกับตระกูลเทพสายฟ้าก่อน ฉันจะได้ตัดสินใจว่าฉันควรจะทำอุปกรณ์ประเภทไหนแล้วก็มากแค่ไหน ฉันยังต้องตัดสินใจวันเวลาในการขายอุปกรณ์ระดับสูงอีกด้วย”

ถึงแม้ว่าทุกๆอย่างข้างนอกมันจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ว่าเขาก็จะไม่รู้ความเป็นจริงเว้นแต่เขาจะตรวจสอบมันอย่างถูกต้องก่อน หากว่าเป็นตระกูลเทพสายฟ้าที่มักจะอยู่ในแนวหน้าต่อสู้กับมอนสเตอร์เสมอ ถ้างั้นพวกเขาก็น่าจะมอบข้อมูลที่จำเป็นให้กับยูอิลฮานได้

[ฉันคิดว่านายคิดมากเกินไป] (เลียร่า)
[พวกเราจะได้รู้กันในเรืองนั้น] (เอิลต้า)

แม้กระทั่งยูอิลฮานได้กลับมาที่อพาร์ตเมนต์ ยูมิลก็ยังคงหลับอบู่ พวกเอลฟ์ก็หลับเช่นกัน ยังไงก็ตามเมื่อยูอิลฮานได้เริ่มจัดการทำราเมนด้วยเนื้อจำนวนมากพวกเขาก็ได้ตื่นขึ้นมาทันทีและพุ่งตัวออกมาจากห้อง

“กะ กลิ่นนี้คือ!?”
“การที่กลิ่นนี่มันกระตุ้นความต้องการมากขนาดนี้… โลกนี่มัน… โว้ว ท่านองค์จักรพรรดิ!”

สำหรับเอลฟ์ที่เพิ่งจะเริ่มกินเนื้อมาหลังจากกินผักมาทั้งชีวิต กลิ่นรางเมนได้สร้างแรงดึงดูดกับพวกเขาเป็นอย่างมาก นอกไปจากนี้เนื่องจากเขายังไม่ได้ห่วงเนื้อเลยแม้แต่นิดเดียวทำให้ราเมนนี้มันมีพลังร้ายแรงพอๆกับระเบิดลูกหนึ่งได้เลย

“ท่านองค์จักรพรรดิ?”
“ผะ ผมขอโทษครับ! เราหลับไปแบบไม่สนโลกเลย! พวกเราควรที่จะปกป้องท่าน!”

เนื่องจากพวกเขาพึ่งตื่นกันทำให้ใบหน้าของพวกเขาก็ควรที่จะดูไม่ได้เลยสิ แต่ว่าเจ้าพวกนี้…. ก็ยังดูขึ้นกล้องถึงแม้ว่าจะเพิ่งตื่นขึ้นมา ถ้าหากว่ายูอิลฮานไม่ได้ฝึกฝนกับเลียร่า หัวใจเขาคงเต้นแรงจนเป็นบ้าไปแล้ว

“ปกป้องใครกัน? นั่งลงกินข้าวได้แล้ว”
[ฉันไม่ได้อยากจะเห็นเอลฟ์กินราเมน] (เลียร่า)
[เธอจะต้องได้เห็นกระทั่งสิ่งที่มันยิ่งกว่านี้อีกในอนาคตดังนั้นเตรียมใจไว้เลยเลียร่า เธอจะต้องทึ่งแน่] (เอิลต้า)

เนื่องจากว่าพวกเขาไม่ได้กินอะไรมาเลยทั้งวันทำให้พวกเขาได้กินราเมนที่ยูอิลฮานให้มาอย่างเอร็ดอร่อย แน่นอนยูอิลฮานไม่ได้ทำแค่ดู แต่เขาก็ยังใช้งานสกิลการปกครองและทำให้พวกเอลฟ์กลายมาเป็นลูกน้องพร้อมตรวจสอบดูสเตตัสของพวกเขา

“หืม พวกเขาดีทีเดียว”

สเตตัสของพวกเอลฟ์ได้ยอดเยี่ยมจากปกติอย่างไม่น่าเชื่อสมแล้วกับที่เป็นเอลฟ์ที่สุดยอดในหมู่ผู้รอดชีวิต ที่มันเป็นแบบนี้เนื่องจากว่าเขาได้เอาอัจฉริยะมาจากเผ่าเอลฟ์ทั้งเผ่าหรอกหรอ? มันไม่ใช่แค่นั้น นอกจากสกิลจำนวนมากด้วยแล้วพวกเขายังมีความเชี่ยวชาญและชำนาญสูงมากๆเนื่องจากช่วงชีวิตที่ยาวนานของพวกเขา ยูอิลฮานได้ประเมินพวกเขาต่ำไป

แถมยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาต้องตกใจนั่นก็คือ

“เยี่ยมเลย พวกนายทั้งหมดต่างก็มีสกิลการชำแหละ”
“แค่กๆ ครับ”

บางทีอาจจะเพราะเขาตอบกลับในตอนที่กำลังกินราเมนอยู่ทำให้จิลต้องไอออกมา สำหรับพวกเขาที่ต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดแล้ว สกิลการรวบรวมและชำแหละมันเป็นสิ่งที่จำเป็น ในที่สุดแล้วทูตสวรรค์ก็ได้รู้ถึงความตั้งใจของยูอิลฮาน

[นายกำลังจะให้พวกเขาไปชำแหละศพมังกรพวกนั้น?] (เลียร่า)
[ไม่ใช่ว่าใครก็ได้นะที่จะชำแหละศพเผ่ามังกรคลาส 3 ได้นะ!] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานไม่ได้สนใจพวกเธอเลย

“มันมีสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องทำหลังจากกินเสร็จ แน่นอนว่าฉันก็จะสอนพวกนายอย่างเข้มข้นด้วยดังนั้นเตรียมตัวไว้ให้ดี”
“พวกเราพร้อมสำหรับทุกอย่างครับ!”

พีทได้ตอบกลับมาอย่างมั่นใจ แต่ว่าถ้าพวกเขาได้ยินสิ่งที่ต้องทำแล้วพวกเขาจะยังมั่นใจได้ไหมนะ? โอ้ ถ้าหากว่าฉันให้ราววัลพวกเขาที่ฉันได้เตรียมมาแล้วหลังจากเขาทำงานเสร็จ ถ้างั้นพวกเขาก็คงร้องไห้ออกมาอย่างยินดีแน่

“แล้วก็เลียร่า ส่งมิลมาให้ฉัน”
[นี่] (เลียร่า)

เลียร่าได้ส่งยูมิลจากอ้อมแขนของเธอให้กับยูอิลฮาน เอลฟ์ที่มัวแต่ยุ่งกับการกินราเมนมาตลอดในที่สุดพวกเขาก็สังเกตุเห็นยูมิลหลังจากยูมิลได้อยู่ในอ้อมแขนของยูอิลฮาน

“เด็กนั่นเป็นใครหรอครับ? เขาดูหล่อมาเลย”
“เขาดูคล้ายกับองค์จักรพรรดิเลย นั่นใช่น้องชายหรือป่าวค่ะ?”
“เขาเป็นลูกของฉัน โอ้ แล้วเขาก็เป็นมังกรเหมือนกัน”

พวกเอลฟ์ได้เงียบลงไปกับการตอบกลับของยูอิลฮาน ยังไงก็ตามมันคงน่าเบื่อหากว่ายูอิลฮานอธิบายทุกอย่างออกไปทำให้เขาพูดออกมาสั้นๆ

“เขาเป็นทายาทของมังกรที่ได้ช่วยชีวิตพวกนายและซ่อนพวกนายเอาไว้ดังนั้นอย่าได้เกลียดเขา”
“นะ แน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แบบนั้น เขาก็เป็นลูกขององค์จักรพรรดิ พวกเราจะไป….”

เอลฟ์สาวฟีเรียได้ตอบกลับมาอย่างว้าวุ่น ในตอนนี้เองยูมิลได้ตื่นขึ้นมาจากการหลับเพราะเสียงรบกวน

“ตื่นแล้วหรอ?”
“ครับ โอ้พ่อ! แล้วก็พี่สาวคนสวยด้วยแล้ว….?”

ยูมิลได้มองดูยูอิลฮาน เลียร่ากับเอิลต้าด้วยรอยยิ้ม แต่ว่าเขาได้ร้องออกมาในตอนที่เขาได้ยืนยันถึงสาวตาที่จ้องมาของสี่เอลฟ์และพุ่งตัวออกไปหลบอยู่ข้างหลังยูอิลฮาน เขาได้จับแผนหลังของยูอิลฮานแน่น

“พ่อครับ คนพวกนี้เป็นใครครับ?”
“พวกเขาเป็ฯลูกน้องของฉัน พวกเขาต่างก็เป็นคนดีไม่ต้องกลัวหรอก พวกเขาไม่กัดนายแน่”
[อย่าได้อธิบายเรื่องเอลฟ์เหมือนกับสัตว์ป่าสิ!] (เอิลต้า)

เด็กคนนี้เพิ่งจะเกิดมาในวันนี้เท่านั้น มันไม่มีทางเลยที่เด็กที่เกิดมายังไม่ถึง 6 ชมใ จะไปทักทายกับคนอื่นได้แค่เพราะคนพวกนั้นอยู่กับพ่อของเขา

ยังไงก็ตามการแสดงออกของยูมิลมันอยู่นอกเหนือกว่าที่ยูอิลฮานจินตนาการเอาไว้

“วิธีที่พวกเขามองมาที่ผมมันน่ากลัว ผมยังอ่อนแออยู่!”
“….”
“ผมอาย ผมต้องแอบแล้ว”

จากนั้นเขาก็ได้เปิดการใช้งานสกิลปกปิดตัวตนด้วยพลังเวทย์ของเขา และเขาก็ได้ซ่อนตัวตนไปจากสายตาของเอลฟ์อย่างน่าทึ่งแม้ว่าสกิลจะมีเลเวลแค่ 1 ก็ตาม

“อะ องค์ชายไปไหนแลว?”
“เป็นแบบนี้ได้ยังไง? เมื่อกี่เขาก็อยู่ตรงนั้นนี่!”
“….”

[สกิลการปกปิดตัวตนของยูมิลได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง]
[สกิลการปกปิดตัวตนของยูมิลได้กลายเป็นเลเวล 10 เนื่องจากความเชื่อมโยงกับคนขี่ เขาสามารถจะยืมพลังการปกปิดตัวตนของผู้ขี่ได้เมื่ออยู่ใกล้กับผู้ขี่]

ปากของยูอิลฮานได้อ้ากว้างออกมา ทูตสวรรค์ก็เป็นเช่นเดียวกัน

ยูมิลยังคงฝังใบหน้าที่เขินอายของเขาอยู่ที่หลังของยูอิลฮาน

[อิลฮาน….] (เลียร่า)
“อย่าได้พูดอะไรนะ”

เลียร่ากำลังจะพูดบางอย่างออกมา แต่ว่ายูอิลฮานได้หยุดเธอเอาไว้ นี่มันก็เพราะว่าเขารู้เรื่องนี้ดีกว่าใครๆ

ยูมิล เจ้าหมอนี่มันถอดแบบมาจากยูอิลฮานอย่างแท้จริง มันไม่ใช่แค่ความสามารถเขา แต่ว่าบุคลิกและแม้กระทั่งบพรสวรรค์ของเขาก็ได้ทำให้เขากลายเป็นผู้สันโดดอย่างแท้จริง

[นี่มันเป็นสิ่งที่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่มีการปกปิดตัวตนแบบติดตัวก็ตาม] (เลียร่า)
“กรอด”

เมื่อมองดูยูมิลที่ใช้งานการปกปิดตัวตนในขณะที่ฝังใบหน้าไว้กับหลังของเขา ยูอิลฮานก็รู้สึกได้ถึงสิ่งที่อธิบายออกมาได้ยาก แต่แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเอายูมิลออกมาและกอดเขาเอาไว้

การปกปิดตัวตนของเขาได้ถูกบังคับถอดออกไปและในที่สุดเอลฟ์ก็ได้มองเห็นเขาอีกครั้ง ยูมิลได้ตระหนักได้ถึงสิ่งนี้และดิ้นไปมาพยายามจะออกไปจากอ้อมกอดของยูอิลฮาน

“ผมอยากจะซ่อนตัวอื่นครั้ง”
“นายซ่อนตัวก็เพราะว่านายอายกับความอ่อนแอของนายใช่ไหม?”
“คะ ครับ….”

ถ้าหากว่ามันจะมีอะไรที่แตกต่างระหว่างพวกเขามันก็คงจะเป็นเรื่องนี้

หากว่ายูอิลฮานปฏิเสธในทุกๆคนในโลกเพราะเขาต้องการอยู่คนเดียว งั้นยูมิลก็ต้องการจะซ่อนตัวก็เพราะว่าเขาอายกับความอ่อนแอของตัวเอง ความภาคภูมิใจของมังกรได้ถูกแสดงออกมาอย่างแปลกประหลาดหลังจากได้มีพลังของยูอิลฮาน

ยังไงก็ตามภายในความคิดของยูอิลฮานนี่มันไม่ใช่สิ่งที่แย่

“ถ้างั้นนายก็แค่แข็งแกร่งขึ้นซะ”
“แต่ว่าผมยังอ่อนแอดังนั้นผมต้องซ่อน”
“โอเค แต่ถึงแบบนั้นคนพวกนี้ก็เป็นลูกน้องของฉันดังนั้นมันไม่เป็นไร พวกเขาจะไม่หัวเราะนายหรืออะไรแน่”

ยูอิลฮานได้หันไปมองเอลฟ์พร้อมกับพูดคำพวกนี้ออกมา และพวกเอลฟ์ที่อ่านสถานการณ์ออกก็ได้ยอมรับทันทีและโค้งให้กับยูมิล ยูมิลก็ยังคงอย่างจะซ่อนตัวอยู่ราวกับว่าเขาไม่อาจจะใจเย็นได้เลย แต่ว่าในเมื่อเขาซ่อนตัวจากจ้าวแห่งการปกปิดตัวตนไม่ได้ เขาเลยตัดสินใจเชื่อฟังยูอิลฮาน

“ถ้างั้นผมจะอดทน”
“ใช่แล้ว ในตอนฝึกนายก็ไม่ต้องซ่อนด้วยนะ”
“ครับ”

ยูมิลได้หยักหน้า ลูกของยูอิลฮานได้เรียนรู้ที่จะก้าวออกมาสำเร็จแล้ว

ยูอิลฮานได้ยืนยันกับเอลฟ์ที่กำลังมองดูสถานการณ์นี้ทึ่งๆอยู่

“กินกันเสร็จยัง”
“ยังครับ!”

เอลฟ์ได้รีบทำความสะอาดถ้วยโดยไม่เหลืออาหารไว้แม้แต่หยดเดียวทันที การประเมินของยูอิลฮานได้เพิ่มขึ้นมา

หลังจากทำความสะอาดถ้วยแล้วยูอิลฮานก็ได้พาพวกเขาไปที่ทำงานอีกครั้ง ยังไงก็ตามเขาให้เลียร่าดูแลยูมิลและให้พวกเขาอยู่ที่บ้านเนื่องจากว่าเขาไม่อาจจะพายูมิลไปดูการชำแหละเผ่าพันธ์ตัวเองได้

“โว้ว ไฟในเตานั่นมันอะไร?”
“ที่นี่ลึกลับมากๆ มันมีการป้องกันด้วยเวทย์ของทูตสวรรค์”
“น่าสนใจ”

ยูอิลฮานได้เอาศพของเผ่ามังกรจำนวนหนึ่งออกมา

“นับจากนี้ไปพวกนายจะต้องชำแหละศพพวกนี้กับฉัน”
“เผ่ามังกร? พวกเราจะทำให้ดีที่สุด!”

เมื่อฟีเรียตอบกลับมา ยูอิลฮานได้เสริมขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“พวกมันทั้งสามหมื่นตัว”
“…”
“…”
“…”
“พวกเราจะทำให้ดีที่สุด”

มีเพียงแค่ฟีเรียเท่านั้นที่ตอบกลับมา นี่มันก็เข้าใจได้เนื่องจากเลเวลสกิลการชำแหละของเธอสูงกว่าคนอื่นๆทั้งหมด บางทีมันก็อาจจะเพราะว่าอาชีพของเธอคือโจรที่มักจะใช้มีดสั้นเป็นอาวุธ

“จากนั้นเขาจะฝึกกัน 3 ชั่วโมง ยังไงก็ตามจงใช้พลังของพวกนายทั้งหมดในการชำแหละซะ มันจะไม่มีการฝึกหรือการล่าจนกว่าจะชำแหละเสร็จ”
“เป็นงี้ไปได้ไงกัน!”
“ยังไงก็ตามหากพวกนายทำสำเร็จฉันจะให้อุปกรณ์ที่ฉันทำขึ้นมากับพวกนาย ของพวกนั้นยอดเยี่ยมมากๆด้วย”

ในตอนที่ยูอิลฮานได้พูดแบบนี้ออกมา ดวงตาของเอลฟ์ก็ได้เปลื่ยนไป พวกเขาก็ยังรู้ว่าอุปกรณ์ที่ยูอิลฮานได้มอบให้กับเอลฟ์ยังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด ยังไงก็ตามพวกเขาจะได้อาวุธที่ดีเพียงแค่ถูกใช้แรงงานง่ายๆ? ความภักดีที่ถึงขีดสุดได้เพิ่มทะลุเพดานขึ้นไปอีก

“พวกเราจะจัดการศพทั้งหมดให้ได้แน่นอน”
“เยี่ยมมาก ฉันชอบไฟแบบนี้”

การสอนชำแหละของยูอิลฮานนั้นเข็มงวดมาก ยังไงก็ตามภายใต้ไฟแห่งการทำงานที่ลุกโชนของพวกเอลฟ์ทำให้สกิลการขำแหละของพวกเขาพัฒนาขึ้นไปอย่างต่อเนื่องและเมื่อพวกเขาได้จัดการทำการซ้อมเผ่ามังกรหนึ่งพันตัว เลเวลของพวกเขาก็ได้มาถึงจุดที่พวกเขาชำแหละเผ่ามังกรคลาส 3 ได้แล้ว

“เยี่ยม พวกนายก็แค่ต้องทำแบบนี้”
“ครับท่าน!”

หลังจากเอาศพเผ่ามังกรออกมาให้พวกเอลฟ์ชำแหละแล้ว ยูอิลฮานก็ได้เริ่มทำงานของเขาเอง นั่นมันก็คือการเสริมพลังวิญญาณที่เขาลากถ่วงเวลามาจนถึงตอนนี้

[กรรรรรรรร!]
“ครับ ครับ ผมจะทำมันเดี๋ยวนี้ลย!”

ยูอิลฮานได้หยิบเอาหอกกระดูกทมิฬยักษ์ออกมา หลังจากขัดหอกแล้วหอกนี้ดูสวยงามมากๆ เขาได้ยืนยันแล้วว่าหอกจะไม่ทีหอกที่แข็งแกร่งไปกว่านี้ อย่างน้อยก็กับในการต่อสู้กับเผ่ามังกร

“เสริมพลังวิญญาณ”

สกิลคลาสยมทูตที่เรต้ามีอยู่ นี่มันวินาทีที่สกิลที่ทำลายสมดุลได้หากว่าใช้มันถูกต้องได้ถูกเปิดใช้งานขึ้นบนโลก

[กรรรรรรรรรรรร!]

โอโรจิได้รู้ว่ายูอิลฮานพยายามจะเอาความคิดของมันออกไปด้านนอกและได้คำรามออกมาอย่างยินดี

ถ้าหากว่าเขาแค่เอาความคิดมันออกมาเฉยๆงั้นความคิดมันจะแตกออกไปในทันัที แต่ว่ายูอิลฮานได้มีร่างใหม่ไว้ให้สำหรับมันแล้วนั่นก็คือหอกกระดูกทมิฬยักษ์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นร่างกายของมัน แต่ในตอนนี้มันดีกว่าเดิมแล้ว

การเสริมพลังวิญญาณ โชคดีมากๆที่มันคล้ายกับหัตถกรรมมานาที่ซึ่งเขาได้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งกับมัน

มันคือการทำให้อาวุธที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วได้ไปในขอบเขตใหม่ด้วยการเสริมเศษเสี้ยววิญญาณลงไปในอาวุธให้กลมกลืนสมบูรณ์แบบ การปลดปล่อยความคิดของมันให้เป็นอิสระผ่านทางอาวุธเพื่อที่จะยกระดับศักยภาพของอาวุธให้ถึงขีดสุด

หอกกระดูกทมิฬยักษ์กับโอโรจิได้รวมเขาด้วยกันอย่างดีแน่นอน ความคิดของโอโรจิได้เข้าไปในหอกโดยไม่ลังเลใดๆและในตอนนี้เองหอกกระดูกทมิฬยักษ์ได้บิดไปมาราวกับมันมีชีวิตและเปลื่ยนรูปแบบไป

ตัวหอกได้ยาวขึ้นและสีบนปลายหอกได้เป็นสีม่วงและเปลื่ยนเป็นแหลมคมยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ยังส่งออร่าที่มหาศาลออกมา

[หอกมังกรแปดหางได้เสร็จสมบูรณ์]
[สกิลเสริมพลังวิญญาณได้กลายเป็นเลเวล 13 ในตอนนี้นำเอาพลังของวิญญาณออกมาได้ง่ายมากขึ้น]

“พรืด”
[กรรรรร]

เมื่อยูอิลฮานได้หัวเราะออกมา โอโรจิที่ตอนนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหอกมังกรแปดหางแล้วก็ได้คำรามออกมาราวกับเตือนเขาไม่ให้หัวเราะ

อย่างที่เขาคิดเอาไว้ ตอนนี้เขาได้เข้าใจเล็กน้อยแล้วว่าทำไมหอกมันถึงมีชื่อแบบนี้

ถึงแม้ว่าชื่อของมันจะดูเรียบง่ายจนเหมือนกับออฟชั่นหายไป แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น กลับกันเลยออฟชั่นทั้งสามอย่างมันได้ถูกรวมกันเป็นหนึ่งทำให้เกิดเป็นชื่อเฉพาะของอาร์ติแฟคเองขึ้นมา

หากว่ายูอิลฮานต้องการเขาก็สามารถจะเอาชื่อยาวๆของมันกลับมาได้ แต่ว่าเขาไม่ต้องการแบบนั้น เขาเคารพในความตั้งใจของโอโรจิที่เลือกชื่อแบบนี้และก็ยังมองเห็นออฟชั่นที่รวมอยู่ในชื่ออีกด้วย

[หอกมังกรแปดหาง]
[ระดับ – อีปิค] (TL:ระดับอีปิคจะมีระดับสูงกว่าตำนานนะครับ)
[พลังโจมตี – 7,000]
[ความทนทาน – 15,000/15,000]
[ข้อจำกัดผู้ใช้ – ยมทูตที่มีพลังในการใช้วิญญาณ]
[ออฟชั่น –
1.สามารถใช้งานเพลิงม่วงได้
2.สามารถแยกปลายหอกเป็นแปดอันโจมตีได้
3.ปล่อยพิษออกมาเมื่อโจมตีติดคริติคอล
4.ความสามารถทั้งหมดเพิ่มขึ้นมา 120% เมื่อต่อสู้กับเผ่ามังกร]
[ตัวตนในตำนานได้ถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งด้วยช่างที่ใช้พลังของวิญญาณ หากพลังของช่างในการใช้วิญญาณได้เพิ่มขึ้นและบันทึกถูกสะสมมากยิ่งขึ้นอาวุธจะพัฒนาขึ้นได้อีก]

“เยี่ยม อีปิคชิ้นที่สอง”

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอาวุธนี้ด้วยแค่ความสามารถของช่างตีเหล็กและหัตถกรรมมานา แต่ว่านี่มันก็มีความหมายมากที่เขาได้สัมผัสกับการสร้างหรือยกระดับเป็นอีปิคสองชิ้นด้วยมือตัวเองแล้ว นอกไปจากนี้การที่มันวิวัฒนาการได้อีกก็ทำให้ยูอิลฮานมีความสุข

ถึงแม้ว่าความสามารถในการเสริมพลังของคลาสยมทูตจะได้หายไป แต่ว่านี่มันก็ยังพูดได้ว่านี่คือการปรับปรุงแนวทางพื้นฐานของอาวุธ เขารู้สึกดีกับมันเนื่องจากว่ามันเหมือนกับเขาได้เจอกับแนวทางที่ถูกต้องแล้ว

“ถ้างั้นฉันควรจะส่งข้อความไปหาพวกนั้นดีไหมนะ? พวกนั้นน่าจะกำลังหลับอยู่ในตอนนี้ถ้าหากว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?”
[คุณก็มีแผนที่จะสร้างอาวุธหลังจากส่งข้อความไปหาพวกเขาใช่ไหม?] (เอิลต้า)
“ขอย้ำนะ อย่ามาอ่านความคิดฉัน”

ในตอนนี้มันเกือบจะตีหนึ่งแล้ว ยูอิลฮานได้เลือกส่งข้อความไปหาคังมิเรย์ที่เป็นหัวหน้าตระกูลเทพสายว่าเขาได้กลับมาที่โลกแล้ว

ยังไงก็ตามข้อความของเขาได้ถูกอ่านในทันทีและเขาก็ได้รับสายเรียกเข้า ในทันทีที่ยูอิลฮานได้รับสายอย่างงงๆ เขาก็ได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงออกมานั่นก็คือคังมิเรย์

[คุณยูอิลฮาน]

ยูอิลฮานรู้ได้ทันทีว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

“ขอโทษนะที่ไม่ได้รับสายคุณมาหลายเดือน คุณก็น่าจะรู้จากคุณคังฮาจิน แต่ว่าผมได้ไปที่โลกที่ถูก….”
[นั่นแหละ! โลกที่ถูกทิ้ง!]

เสียงตะโกนที่หาได้ยากของคังมิเรย์ได้ดังออกมา ยูอิลฮานได้แต่กระพริบตาอย่างตกใจ

เพียงแค่เขากำลังคิดที่จะถามกลับไปเพราะเขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงดูตื่นตระหนกแบบนั้น เธอก็พูดออกมา

[วันนี้! เมื่อตะกี้ได้มีการพบกับดันเจี้ยนในเกาหลีที่ได้เชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทิ้ง มันได้มาถึงจุดที่ไม่อาจจะปิดผนึกมันได้อีกแล้ว และมันได้ผสมรวมกับโลกและทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นแล้ว! คุณยูอิลฮาน มันโชคดีที่จริงๆที่คุณไม่ได้กลับมาช้าเกินไป….]

สติของยูอิลฮานได้หลุดออกไปจนเขาไม่ได้ตอบคำถามกลับไปทันที เขาทำได้แต่คิดขึ้นว่า

เฮ้ หรือว่ามันเป็นตัวตนของฉันบนโลกกันนะที่มีปัญหานะ


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ