0 Views

บทที่ 107 – ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (8)

 

ยูอิลฮานได้ยืนยันในจำนวนเนื้อที่อยู่ในเลือดมังกรและหยักหน้า มันดูเหมือนกับว่าเนื้อมังกรไม่สามารถจะกินดิบๆได้จึงต้องทำกระบวนการย่อยในการหมุนวนของมานาผ่านเลือดเป็นศูนย์กลาง

“แม้แต่เนื้อมอนสเตอร์ที่กินไม่ได้ก็อาจจะกินได้หากทำแบบนี้”
[นายกำลังคิดจะเปิดร้านอาหารอะไรแบบนั้นงั้นหรอ?] (เอิลต้า)
“แม่คงจะไม่ชอบแน่หากว่าฉันเปิดร้านอาหารด้วยการไล่ร้านอื่นออกไปนะ ฉันสามารถจะให้การสนับสนุนวัตถุดิบทั้งหมดได้ โอ้ร้านเจ้าของเดิมมันก็เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกันนะ”

ในตอนนั้นเขาคงจะตั้งร้านว่า ‘ดาเรย์’

[นายจะทำแบบนั้นไมได้นะ!] (เอิลต้า)
“ฉันแค่ล้อเล่น อย่าโกรธกันน่า แต่ว่าการกินเนื้อมังกรมันก็ไม่ได้แย่นี่”
[มันยังเต็มไปด้วยมานาอีกด้วย มันอาจแม้กระทั่งใช้แทนโพชั่น…] (เอิลต้า)

สกิลการทำอาหารของยูอิลฮานไม่ได้ถูกพัฒนาในช่วงเวลาพันปีที่หยุดลง

แต่ถึงแบบนั้นมันก็ได้พัฒนาอยางต่อเนื่องเพราะยูอิลฮานได้กินเนื้อและเลือดของมอนสเตอร์ได้หลังจากที่ได้รับการด้านทานพิษระดับสูง และการเอามอนสเตอร์มาทำอาหารก็ได้ให้ค่าประสบการณ์อย่างมาก แต่เขาก็คิดว่าเขายังไม่อาจจะเชี่ยวชาญในสกิลการทำอาหารได้

ยังไงก็ตามในตอนนี้มันไม่เหมือนกัน หากว่าเขาได้เริ่มทำอาหารและกินอาหารจากเนื้อและเลือดมังกร สกิลการทำอาหารของเขาก็อาจจะเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับใหม่ มันน่าสนุก แต่ว่ามันก็เป็นไปได้มากๆที่ยูอิลฮานจะเชี่ยวชาญการทำอาหารผ่านการเอามอนสเตอร์แปลกๆมาทำอาหาร

[นี่มันฟังดูน่ากลัวนะ] (เอิลต้า)
[พ่อครัวที่ดีและเนื้อมังกรนั่นก็ดูยอดเยี่ยมไปเลย] (เลียร่า)

เลียร่าได้พูดถึงเนื้อมังกรออกมาแม้ว่ายูมิลจะอยู่ในอ้อมแขนของเธอ นี่มันเป็นการประชด! เอิลต้าได้คิดกับตัวเธอเองว่าที่เลียร่าพูดถึงต้องไม่ใช่เนื้อของยูมิล

ในขณะที่เธอคิดเรื่องนี้ลับๆกับตัวเอง ยูอิลฮานก็ได้ปล่อยเนื้อมังกรเอาไว้และเริ่มทำงานสิ่่งใหม่อย่างมีชีวิตชีวา ซึ่งแน่นอนว่ามันคือการชำแหละ

ในตอนนี้เขาได้คุ้นชินไปกับการชำแหละมังกรแล้ว ตัวเขาได้แยกส่วนศพมังกรทั้งตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างมากในเวลาแค่ 2 นาทีและแม้กระทั่งเก็บเลือดของมังกรเอาไว้ด้วย

เลียร่าได้ปรบมือออกมาในขณะที่เฝ้าดูราวกับเธอจะคัดลอกเทคนิคเขา แต่ว่าเอิลต้าที่หลุดออกมาจากความคิดนั่นเองได้หันไปถามยูอิลฮานด้วยความกลัว

[ยูอิลฮาน ร่างของเลอซสน่าอยู่ในท่ามกลางศพพวกนั้นด้วยใช่ไหม?]
“ใช่แล้ว ตอนแรกเธออยู่ในร่างนกสีทอง แต่ว่าเมื่อเธอตายเธอก็กลับไปเป็นมังกรอีกครั้งหนึ่ง”

นั่นมันก็เหมือนกันกับคาโรที่ได้กลายร่างเป็นเอลฟ์ได้กลับมาร่างมังกรเมื่อตาย

[ฉันอยากจะพูดว่า….]
“เมื่อมิลโตขึ้น ฉันก็จะเผาเธอ”

ยูอิลฮานได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ

“เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรแบบนั้นงั้นหรอ? ฉันเพิ่งจะประกาศออกไปว่าฉันยอมรับมิลในฐานะลูกของฉันนะ”

ในที่สุดแล้วเอิลต้าก็รู้ตัว คำประกาศของยูอิลฮานไม่ใช่แค่ว่าเขายอมรับอย่างจำนนธรรมดาๆในสถานการณ์เท่านั้น แต่ว่านั่นก็คือขาได้ยอมรับยูมิลในฐานะครอบครัวของเขาจริงๆ

มันอาจจะฟังดูเหมือนกันแต่ว่าในความคิดของยูอิลฮานทั้งสองอย่างนี้ต่างกันออกไปมากๆ

[ในบางครั้งนายก็ทำอะไรที่ไม่ปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเลย….] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้พูดออกมาอย่างคลุมเครือ เธอได้พยายามที่จะเข้าใจการกระทำที่ไม่อาจจะคาดเดาของยูอิลฮานที่ละนิด แต่ว่าเธอก็ตระหนักว่าเธอยังคงอยู่อีกห่างไกลและรู้สึกเศร้า และเธอยิ่งเศร้ามากขึ้นเมื่อได้เห็นเลียร่าที่หัวเราะเธออยู่ข้างๆ

[เธอรู้แบบนี้อยู่แล้วใช่ไหม!?] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้บ่นออกมาด้วยวงแหวนทูตสวรรค์เพื่อที่จะไม่ให้ยูอิลฮานได้ยิน จากนั้นเลียร่าก็ได้ตอบกลับไปด้วยเสียงกระซิบเบาๆ

[นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงได้บอกว่าฉันจะเป็นแม่เลี้ยงของยูมิลไงล่ะ] (เลียร่า)

ใช่แล้ว เลียร่าได้ใช้เวลาอยู่กับยูอิลฮานมาอย่างยาวนานมันไม่ได้เสียเปล่าเลย เธอเหมาะสมแล้วที่ได้รับพรจากเทพแห่งความรับ

แต่ไม่ว่ายังไงยูอิลฮานก็ไม่ได้รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทูตสวรรค์ทั้งสองคนและชำแหละของเขาต่อไป เนื่องจากว่าเขามีศพมังกรไมน้อยกว่า 300 ตัว เขาจึงจะจัดการพวกมันให้เสร็จในวันนี้ แต่ว่าปัญหาหลักก็คือพวกเผ่ามังกรคลาส 3

แม้ว่าเขาจะได้ใช้ซากเหล่านี้ไปที่อาณาจักรเอลฟ์มามาก แต่ว่าเขาก็ยังคงมีศพมันอยู่กว่าสามหมื่นตัว

“ถ้าหากว่าฉันชำแหละตัวล่ะยี่สิบวิ นั่นมันก็จะได้สามตัวในทุกๆนาที”
[ฉันคิดว่ามันดูจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ] (เอิลต้า)
“นี่มันเป็น 180 ตัวต่อชั่วโมง 4,320 ตัวต่อวัน ซึ่งมันจะได้ 43,200 ตัวในสิบวัน หรือก็คือถ้าหากฉันทำแบบนี้ 12 วัน….”
[แล้วนายไม่คิดที่จะนอนแม้แต่วินเดียวเลยงั้นหรอ?] (เลียร่่า)

แม้แต่ในขณะที่ชำแหละมังกรไปโดยไม่พัก ยูอิลฮานก็แย้งออกมา พูดตามตรงแล้วเขาตกใจกับความจริงที่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนโลกมากๆ แต่ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยงั้นหรอ?

แน่นอนว่าหากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆยูอิลฮานก็จะตั้งสมาธิไปกับสิ่งที่เขาต้องกรได้ ยังไงก็ตามมันไม่ใข่ว่าเขาโชคดีเกินไปที่ได้รับศพมังกรมาอย่างมากและแม้กระทั่งรอดมาหลังจากได้เจอกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงหรอกหรอ? ไม่ใช่ว่าในตอนนี้มันต้องมีอะไรซักอย่างที่น่ารำคาญและน่าเหนื่อยหน่ายมากๆเกิดขึ้นหรอกหรอ?

[คนๆนี้มีชีวิตที่ยากลำบากอะไรแบบนี้] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้คำนวนจนเสร็จ จากนั้นอย่างแรกที่เขาจะต้องทำให้สำเร็จคือการชำแหละมังกรที่ทำอยู่ในตอนนี้ให้เสร็จ ทูตสวรรค์ต่างก็เฝ้ามองฉากการชำแหละที่สวยงามเหมือนกับการระบำดาบอยู่ตลอดเวลา

ในเวลา 11 โมงเช้าของเกาหลียูอิลฮานก็ได้ไปที่อพาร์ตเมนต์ในเขตกังนัมที่พวกเอลฟ์อยู่ เมื่อเขาชำแหละและแยกส่วนต่างๆของมังกรคลาส 4 จนเสร็จหมดมันก็ถึงเวลาหกโมงเย็นแล้ว

“มิลยังหลับอยู่อีกหรอ?”
[ใช่ เขากำลังหลับสบายนะ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานที่ได้คิดถึงการที่เด็กร้องไห้พร้อมกับการเปลื่ยนผ้าอ้อมในตอนที่ได้รับไข่มาได้เปลื่ยนทัศนคติไปเป็นดีขึ้นเมื่อเห็นแบบนี้

“ถ้างั้น”

ยูอิลฮานได้เก็บเอาเครื่องมือชำแหละกลับไปและหยิบเอากระดูกกมังกรกับผิวหนังออกมาเล็กน้อย ชิ้นส่วนกระดูกเป็นจุดที่แข็งทนทานและคมของมังกรคาโรวและผิวหนังก็เป็นส่วนที่หนาทนทานที่สุด

[นายจะทำอุปกรณ์ใหม่หรอ?] (เอิลต้า)
“สำหรับพวกเอลฟ์น่ะ แค่ของที่ฉันทำมาเอง 1,527 อันฉันก็ใช้ได้ไม่หมดแล้ว”

เขาจะรู้สึกแย่มากๆแน่หากว่าคนที่ติดตามเขามาได้ตายไปเพราะการที่เขาไม่ได้ทำเครื่องส่วมใส่ดีๆให้ ยูอิลฮานได้มีความคิดแบบนี้แต่ว่าเอิลต้าดูจะไม่เห็นด้วยกับเขา

[เลเวลของพวกเขายังอยู่แค่ 80 เองนะ] (เอิลต้า)
“ในตอนฉันเลเวล 80 ฉันยังใช้ของที่ทำจากโอโรจิเลย”
[นายมันต่างไป!] (เอิลต้า)

เขารู้ถึงสิ่งที่เอิลต้ากังวลเป็นอย่างดี ถ้าหากว่ามีคนที่ใช้อุปกรณ์ที่ดีเกินกว่าความสามารถ คนๆนั้นก็จะพึ่งพาพลังของอุปกรณ์มากเกินไปจนทำให้มันยากที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเอง

เอาเถอะแน่นอนว่าด้วยสุดยอดเทคนิคของยูอิลฮานที่อยู่จุดสูงสุดทำให้เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ แถมเลเวลศิลปะการต่อสู้ของเอลฟ์ก็มีถึง 72 แล้ว นี่มันก็ยังเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นมาจากการมีชีวิตที่ยาวนานของเอลฟ์ แต่ว่าในสายตาของเอิลต้ามันก็ยังไม่พอ

“ฉันสามารถจะยกระดับความสามารถของพวกเขาที่ขาดอยู่ได้”

เนื่องจากว่ายูอิลฮานเชี่ยวชาญในอาวุธทุกๆอย่างและเขาก็ประกาศออกมาทำให้เอิลต้าทำได้แค่บ่นกับตัวเองเท่านั้น

เลียร่าที่เข้าไปอยู่ในโหมดเฝ้าดูนับตั้งแต่แรกนานแล้วโดยไม่คิดจะเข้าไปขัดขว้างใดๆ ด้วยเหตุผลบางอย่างในวันนี้เอิลต้าได้พ่ายแพ้ตลอดเวลา เอิลต้าที่เต็มไปด้วยไฟความคิดได้ย้อนกลับมาและตัดสินใจใหม่ที่จะเฝ้ามองดูยูอิลฮานเงียบๆ

อย่างแรกยูอิลฮานได้ทำเกราะหนาสำหรับนักดาบใหญ่มิเรย์และนักรบโล่จิล

ขั้นตอนแรกเขาได้ทำเกราะหนังอย่างง่ายๆไว้ด้านในก่อนที่จะทำเกราะแบบเต็มตัวด้วยกระดูกของมังกรและเกล็ดที่ผ่านกระบวนการต่างๆมาแล้ว ทั้งหมดนี้ได้เปลื่ยนวัสดุให้กลายเป็นเกราะที่แข็งแกร่งทนทานเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นเขาก็ได้หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 3 บางส่วนออกมาทำหัตถกรรมมานาและเกราะทั้งสองอันก็ได้กลายเป็นระดับตำนานทั้งคู่

[…] (เอิลต้า)
[ไม่ใช่ว่าเวลาแบบนี้มันจะต้องเป็นของระดับอีปิคที่ออกมาหรอกหรอ?] (เลียร่า)
[แม้กระทั่งทูตสวรรค์แนวหน้าก็ยังต้องการของระดับตำนาน….!] (เอิลต้า)

แน่นอนว่าถึงแม้ว่าจะเป็นระดับตำนานเหมือนๆกันแต่มันก็จะมีข้อแตกต่างที่ใหญ่มากๆตามแต่ระดับของวัสดุที่เอามาใช้สร้างและผลของมานาหัตถกรรม แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดเกราะระดับตำนานที่ยูอิลฮานสร้างขึ้นมันก็อยู่ในระดับบนๆแน่นอน

“เยี่ยม เจ้านี่มันเสร็จแล้ว”

จากนั้นเขาก็ได้ทำชุดหนังไว้ให้สำหรับนักธนูพีทและโจมฟีเรีย เขาได้ออกตรงส่วนข้อต่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวกและทำให้มันแนบชิดกับผิวหนัง แต่ว่าเขาก็ยังทำให้ส่วนที่ป้องกันในส่วนที่อันตรายเอาไว้ด้วยเช่นกันด้วยการใช้เกล็ดของมังกร

เนื่องจากว่าระดับของพวกนี้ได้จบลงที่ยูนีคเนื่องจากว่ามันมีการตัดเย็บอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย แต่ว่ายูอิลฮานได้พยายามที่สุดแล้วทำให้เขาทำอะไรกับมันไม่ได้อีก

“ตามด้วยดาบใหญ่ มีดสั้นสองเล่ม โล่ แล้วก็….”

ธนู เขามีความมั่นใจในสิ่งนี้ เนื่องจากว่าเขาได้ชำนาญมากขึ้นในตอนที่ได้ทำบาลิสต้าและเพราะหนังยางยักษ์ที่สร้างมาจากเส้นเอ็นท์ของคาโรได้กลายเป็นหนังยางยักษ์อันใหม่ที่ดีกว่าที่ทำขึ้นมาจากของโอโรจิ

ยูอิลฮานก็ยังสงสัยว่าทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้และในไม่ช้าเขาก็รู้ได้ว่ามันเป็นเพราะการวิวัฒนาการของเพลิงนิรันดร์อีกขั้นหนึ่งหลังจากได้กินเปลือกไข่มังกรที่ยูมิลเกิดมาลงไป บางทีเพราะแบบนี้ทำให้ทุกๆอย่างที่ทำขึ้นจากชิ้นส่วนของมังกรดียิ่งขึ้นไป

“ความลับนี่….”

ยังไงก็ตามเพลิงนิรันดร์ก็ทำเพียงแค่โหมไฟออกมาเหมือนกับแลบลิ้นราวกับว่ามันรู้ตัวว่ามันทำผิด ยูอิลฮานก็ได้แต่เหนื่อยใจหากว่าเขาไปโกรธกับสิ่งที่พูดไม่ได้ดังนั้นเขาจึงทำเพียงแต่ทำงานของเขาต่อไปและคิดว่านั่นมันดีแล้ว

บางทีอาจจะเพราะการที่เพลิงนิรันดร์ได้กินเปลือกไข่ไปมันคุ้มค่าทำให้ทั้งดาบใหญ่ มีดสั้น และแม้กระทั่งโล่ก็อยู่ในระดับตำนานกันทั้งนั้น

ยูอิลฮานที่เป็นคนทำไอเทมนี้ขึ้นมาก็มีความสุขมากแล้วเพียงแค่มองดูมัน จากนั้นเขาก็เริ่มสร้างธนูจากเกล็ดที่มีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นผสมกับหนังยางยักษ์จากคาโร

[เป็นธนูที่สวยงามอะไรแบบนี้] (เลียร่า)
[ยูอิลฮาน นายกำลังพยายามทำให้ดีที่สุดเพราะว่าพีทบอกว่าเขาชอบนายใช่ไหม] (เอิลต้า)
“ฉันเท่าเทียม”

พวกเอลฟ์ทั้งหมดต่างก็เป็นลูกน้องที่ตามเขามาที่นี่ ยูอิลฮานได้ตั้งใจสุดฝีมือเพื่อสร้างธนูให้พีท เขาจะอายมากหากว่าธนูมีระดับเพียงแค่ยูนีคในเมื่อเกราะมันก็มีระดับที่ยูนีคไปแล้ว

เพียงแค่ใช้เกล็ดจากมังกรคำสาปและเอ็นท์ของมัน ธนูก็ได้เสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาสองชั่วโมง ธนูและสายธนูได้ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกมันจะหายไปหากถูกโยนเข้าไปในความมืดและมันยังให้ความรู้สึกสวยงามจนน่าตกใจ มันถึงจุดที่แม้แต่ยูอิลฮานที่เป็นคนทำมันขึ้นมายังอทานออกมาเมื่อมองมัน

“ไม่ใช่ว่าฉันทำมันดีเกินไปหรอ? มันมีระดับตำนานถึงแม้ว่าฉันยังไม่ได้ทำการหัตถกรรมมานาเลย”
[ถ้างั้นก็แค่มอบให้เขาไปทั้งแบบนี้] (เอิลต้า)
“…ไม่”

นี่มันคือวินาทีที่ไฟความปรารถนาของผู้สร้างได้ถูกจุดขึ้นมา ความปรารถนาที่เขาต้องการที่จะสามารถสร้างอาร์ติแฟคในระดับของยูนีคได้ด้วยพลังของตัวเองเพียงอย่างเดียว

[ยูอิลฮาน?] (เอิลต้า)
“ยอดเยี่ยม”

เขาได้จัดการทำมันต่อโดยไม่ลังเล ยูอิลฮานได้หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 ที่คาโรได้ทิ้งเอาไว้โดยไม่ลังเล หินพลังเวทย์ที่มีพลังของมังกรคำสาป หินพลังเวทย์ที่เต็มไปด้วยออร่าคำสาปที่อันตรายที่ซึ่งมันทำให้เป็นไปไม่ได้ที่เลยจะจับต้องมันหากว่าไม่มีสกิลการต้านทานคำสาประดับสูง

“ฉันจะต้องทำมันให้ดีที่สุด”

ยูอิลฮานได้จับหินพลังเวทย์ขึ้นมาในอีกมือ และอีกมือหนึ่งก็จับธนูเอาไว้พร้อมกลับตาลง จากนั้นเขาก็คิดขึ้น

‘สิ่งสำคัญของธนูคืออะไร?’

ความยืดหยุ่นของสายธนูและความโค้งงอของคันธนู? ถ้าหากว่ามันแข็งเกินไปยูอิลฮานก็อาจจะดึงมันได้ แต่ว่าพีทจะทำไมได้ต่อให้เขาใช้สองมือก็ตาม ถ้างั้นความทาทานล่ะ? มังกรจะต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการทำลายสิ่งนี้ ฟังก์ชันของอาวุธมันสมบูรณ์แล้ว ถ้างั้นอะไรล่ะ? อะไรที่จะทำให้มันสมบูรณ์แบบไปมากกว่านี้

ไม่สิ ไม่ใช่เลย ทั้งหมดนั่นมันผิดไปหมด

“ถ้างั้นก็สิ่งนี้”

การตรัสรู้ได้มาจากจุดที่คาดไม่ถึงมาก่อนโดยสิ้นเชิง

จนกระทั่งถึงตอนนี้ยูอิลฮานได้ทำผิดมาตลอด หัตถกรรมมานาไม่ได้จำเป็นต้องทำเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ขาดไปของไอเทมตลอด! ในฐานะผู้สร้างเขาจะคิดแบบนั้นไปได้ยังไงกัน?

การตีเหล็กและหัตถกรรมมานามันก็เหมือนกัน แต่มันก็แตกต่างกันไปในเวลาเดียวกัน เขาได้ตั้งสมาธิกับการสร้างไอเทมที่ไม่เคยมีใครคาดขึ้นด้วยการผสมกันระหว่างกระบวนการทั้งสองอย่างที่สมบูรณ์แบบ

ธนูมันสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เขาได้สร้างไอเทมชิ้นนี้ขึ้นด้วยการใช้วัสดุที่ดีที่สุดที่เขามีในฐานะของช่างตีเหล็ก ในตอนนี้เขากำลังจะทำอาร์ติแฟคที่สมบูรณ์แบบขึ้นด้วยหินพลังเวทย์ที่ทรงพลังมากๆแต่ไม่ใช่ในฐานะช่างตีเหล็กแต่เป็นนักหัตถกรรมมานา

เพราะแบบนี้

ทำอย่างที่ต้องการไปเลย

แสงได้ปรากฏขึ้นมา แสงสีดำได้ปรากฏขึ้นมาครอบคลุมธนู หินพลังเวทย์ ยูอิลฮานและทั่วทั้งที่ทำงานของเขา แสงได้มหาศาลมากจนถึงจุดที่อาจจะปกคลุมทั้งโลกได้ชั่วขณะหนึ่ง

[วิถีแห่งยมทูตได้เสร็จสมบูรณ์]
[สกิลหัตถกรรมมานาได้กลายเป็นเลเวล 50 คุณสามารถจากสร้างพลังของวัสดุในการทำหัตถกรรมมานาได้ง่ายยิ่งขึ้น]

เสร็จแล้ว – ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมา เขาได้เปิดดวงตาชองเขาขึ้นมามองเห็นธนูสีดำที่เหลืออยู่ในอ้อมแขนของเขา พลังเวทย์ทีไหลเวียนอยู่ภายในได้สร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบในตัวเองและเหนือไปกว่าสิ่งอื่นใดมันมีเพียงครึ่งหนึ่งจากที่มีอยู่

“นี่มันน่าเสียดาย”

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆกับการที่ผลงานชิ้นเองได้ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าเขา ในขณะนั้นเขาก็นึกย้อนกลับไปถึงอุปกรณ์ที่เขาได้ทำมาจนถึงตอนนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาร์ติแฟคที่เขาเพิ่งจะทำมาล่าสุดนี้

“เอจีสจะต้องการเป็นแบบนี้ถ้าหากว่าไปอีกก้าวหนึ่งอีก แต่ว่าฉันยังไม่อาจจะหาความรู้สึกที่ถูกต้องได้นัก”
[ยังไงก็ตามมันยังมีพื้นที่สำหรับพัฒนาอยู่ เอจิสก็จะกลายมาเป็นแบบนี้ในไม่ช้า] (เอิลต้า)
[สวยงามจริงๆ แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะมอบสิ่งๆนี้ไปให้กับเอลฟ์ธรรมดาๆ….!]

ทั้งทูตสวรรค์และมนุษย์ต่างก็มั่นใจโดยไม่จำเป็นต้องตรวจดูรายละเอียดของไอเทมเลย อาร์ติแฟคนี้คือไอเทมที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่ยูอิลฮานได้สร้างขึ้นมา และมันยังมีแนวโน้มว่าจะเป็นแบบนี้อีกต่อไปในอนาคตด้วย

นี่มันก็เพราะว่าพวกเขารู้กันเป็นอย่างดีว่าสิ่งๆนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในทุกๆวันที่แค่มีวัสดุ หินพลังเวทย์กับความสามารถของช่างตีก็จะทำได้ มันยังมีปัจจัยอื่นๆออกไปทั้งแรงบรรดาลใจและสภาพร่างกายที่สมบูรณ์แบบที่ทำให้เกิดความเป็นไปได้แบบนี้ขึ้น

“ถ้าได้ความคิดของคาโรมาด้วยมันจะสมบูรณ์แบบยิ่งไปอีก”
[นั่นมันเป็นไปไม่ได้ นายเพิ่งจะเรียนการเสริมพลังวิญญาณและเหนือไปกว่านั่นเอลฟ์นั่นก็ไม่อาจจะทนกับความคิดของมังกรนั่นได้]
“ไม่ ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้น ความคิดของคาโรได้ถูกโอโรจิกินไปแล้ว”
[…]

เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้ว เขาก็ไม่ได้ย้ายความคิดของโอโรจิไปที่หอกกระดูกทมิฬ ยูอิลฮานได้กำหนดการนี้ขึ้นมาในใจและจับผลงานชิ้นเอกของเขาขึ้นมาเบาๆ

[วิถีแห่งยมทูต]
[ระดับ – อีปีค]
[พลังโจมตี – 7,400]
[ความทนทาน – 12,500/12,500]
[ข้อจำกัดผู้ใช้ – นักธนูคลาส 3, พละกำลังและความคล่องแคล่วเหนือกว่า 250]
[ออฟชั่น –
1.ลูกธนูทั้งหมดจะมีพลังของคำสาปที่แข็งแกร่ง
2.ความแม่นยำสัมบูรณ์
3.เมื่อโจมตีศัตรูตัวเดิมเป็นครั้งที่สามจะเกิดคริติคอล 100%
4.ควบคุมความตายด้วยการทำให้พวกที่ถูกฆ่ากลายเป็นอันเดต หลังจากเวทย์หมดลงมันจะหายไปเองพร้อมกับศพ]
[ช่างตีเหล็กที่มีความสามารถที่บิดเบี้ยวและได้ล้มบันทึกทั้งหมดผ่านสิ่งมีชีวิตของเขาทำให้เกิดเป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้ อาร์ติแฟคที่สมบูรณ์ที่เหมาะกับฮีโร่ในตำนานและจะเป็นสิ่งที่จะถูกบันทึกลงไปในประวัติศาสตร์โลก]

สุดยอดอาวุธได้กำเนิดขึ้นมาจริงๆแล้ว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ