0 Views

บทที่ 104 – ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (5)

“…”
“นั่นใครกัน แม้ว่าเธอจะหลับอยู่แต่ก็ส่งแรงกดดันที่มหาศาลออกมา”
“ดูปีกนั่นสิ เธอเป็นกองทัพสวรรค์”
“คนที่ทอดทิ้งพวกเรา”
“พูดตรงๆลย ฉันไม่อาจจะทำให้ตัวเองชอบคนพวกนี้ได้”
“พวกนายทั้งหมดเงียบก่อน”
“ครับ/ค่ะ”

คนที่นอนหลับไม่ได้ซ่อนแรงกดดันของเธอเอาไว้เหมือนกับเอิลต้าที่อยู่บนหัวของเขา แม้แต่เอลฟ์ก็ยังสังเกตุเห็นคนที่นอนอยู่ได้อย่างชัดเจน

ยูอิลฮานได้พบว่าสถานการณ์นี้นไร้สาระเอามากๆและดังนั้นเขาก็เลยได้ตรวจสอบใบหน้าของเธออยู่สองสามครั้ง

“…เธอไม่เป็นไรสินะ”

แม้ว่าเธอจะได้สวยมากยิ่งกว่าที่เขาจำได้ คลาสย่อยคู่หูทูตสวรรค์ที่เธอได้ให้เขามามันได้บอกกับเขาว่าเธอคือคนที่ทำพันธสัญญากับเขาอย่างชัดเจน

คนๆนี้คือลิต้า

คนที่เขาถามหากำลังนอนหลับอยู่แบบนี้ถึงแม้ว่าเธอจะทำให้คนอื่นเป็นกังวลมากๆ เพราะแบบนี้ทำให้เขาวางแผนขึ้นมาว่าเขาควรจะลงโทษ….

เฮ้อ

… ทำงั้นไม่ได้ ดังนั้นยูอิลฮานได้จบลงด้วยการสัมผัสที่ปีกของเธอทำให้ทำให้ปีกบนไหล่ของเธอหดตัวลงไปในร่างกายของเธอก่อนจะเอาผ้าห่มมาคลุมตัวเธอ

“….นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้เห็นองค์จักรพรรดิมีสายตาเป็นสุภาพบุรุษ”
“นี่เป็นคนรักขององค์จักรพรรดิ? การที่ท่านดึงดูดสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้แบบนี้ ท่านสมกับเป็นจักรพรรดิของเราจริงๆเลย”
“จิล ท่านองค์จักรพรรดิยังโสด เขาต้องโสด ดังนั้นหุบปากซะ”

ในตอนนี้ที่เธออยู่ในท่าที่สบายขึ้น ลิต้าก็ได้แสดงท่าผ่อนคลายออกมา

แม้กระทั่งใบหน้าของยูอิลฮานก็ผ่อนคลายขึ้นหลังจากมองดูภาพลักษณะของเธอที่เหมือนกับพี่สาวของเขามากกว่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูง

ไม่ว่าจะยังไงก็ตามเขาได้รู้สึกว่ามันโชคดีแล้วที่ลิต้าสบายดี จากนั้นเขาก็หันหน้าออกมาและเห็นเอลฟ์ที่จ้องมองเขาอยู่

“อะไร ทำไม?”
“ไม่มีอะไรครับ/ค่ะ”

เอลฟ์ทั้งสี่ดูคล้ายกับเด็กแอบทำผิดปฏิเสธความจริงและส่ายหัวออกมา ยูอิลฮานได้ส่งเสียงฮึดฮัดออกมาก่อนที่จะออกไปจากห้องและปิดประตู จากนั้นก็อธิบายกับพวกเอลฟ์

“นี่มันก็ไม่ใช่ความลับอะไรมาก ฉันได้ทำพันธสัญญากับทูตสวรรค์และทีหลายครั้งที่ฉันที่ฉันต้องไปไหนมาไหนกับพวกเธอ การกวาดล้างพวกเผ่ามังกรในดาเรย์ก็ยังได้รับการช่วยจากทูตสวรรค์อีกด้วย ดังนั้นฉันอยากจะให้พวกนายลืมความหมองใจกับพวกเธอ อย่างคนก็กับคนที่อยู่กับฉัน”
“ถ้านั่นเป็นคำสั่งขององค์จักรพรรดิ ถ้างั้นพวกเราก็จะปฏิบัติตาม”
“เธอคงงไม่ใช่คู่เดทสินะ สินะ?”
“อย่าได้ซ้ำแผลคนอื่นแบบนั้นสิ”

อย่างแรกยูอิลฮานได้อธิบายถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ในอพาร์ตเมนให้ยูอิลฮานฟัง แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้เข้าใจในวิถีชีวิตสมัยใหม่ แต่ว่าพวกเขาได้ข้ามรายละเอียดต่างๆไปและพูดว่า ‘มันคืออาร์ติแฟคดังนั้นทำตามที่ฉันบอก’ ซึ่งพวกเขาก็ได้ยอมรับมันอย่างเชื่อฟัง

“ผู้หญิงทั้งสองคนควรจะอยู่ห้องนี้ ส่วนผู้ชายอีกสองคนก็ห้องนี้ ถึงแม้ว่าในตอนนี้มันจะไม่มีเตียงแต่เดี๋ยวฉันจะสั่งมาให้ แน่นอนถ้าหากพวกนายอยากจะพาใครมาฉันก็จะให้ห้องแยก แค่นี้แหละมีอะไรจะถามไหม?”

นักธนูพีทได้ยกมือขึ้นมาทันที เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามผิวสีขาวและผมสีบลอนด์ที่ดูเหมือนจะสะท้อนกับแสงแดดในยามเช้า

“ไม่ว่ายังไงผมจะอยู่กับท่านจักรพรรดิตลอดไป”
“ฉันไม่อยากจะได้ยินคำนั้นจากผู้ชาย ต่อไป

ในตอนนี้โจรสวบฟีเรียร์ได้พูดออกมาเบาๆแต่ว่ามั่นใจ เธอมีรูปร่างที่ตัวเล็กเล็กน้อยแต่ว่าผมสีดำกับดวงตาที่เย็นชาของเธอมันมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก

“ฉันอยากจะฝีกกับท่านจักรพรรดิ”
“ไว้ทีหลัง ต่อไป”
“นั่นแหละครับท่าน!”

มันไม่มีอะไรที่พวกเขาอยากจะรู้เลยหรอถึงแม้ว่าพวกเขาจะมาต่างโลกเนี้ยนะ? พวกเอลฟ์ดูจะไม่สนใจอะไรเลยนอกเหนือไปจากตัวเขาเองและการต่อสู้

จริงสิ มันก็ไม่เป็นไรนี้หากว่าพวกเขาพอใจกับเรื่องแบบนี้ ในเมื่อเขาได้พาเอลฟ์พวกนี้มาที่โลก มันก็คงจะเป็นเรื่องดีหากว่าเขาทำให้พวกเธอแข็งแกร่งขึ้น เมื่อคิดได้แบบนี้ยูอิลฮานก็ได้ตัดสินใจไปอาบน้ำก่อน ยังไงก็ตามเพียงแค่เขาโยนเสื้อออกไปมันก็มีสิ่งหนึ่งที่เขาคิดขึ้นมา

‘มาลองคิดดูแล้ว เจ้าพวกนั้นยังไม่มีแม้กระทั่งเสื้อเลยนะ’

แม้อย่างนั้นนั่นก็ไม่่ใช่แค่สิ่งเดียวที่เขาควรจะเป็นห่วง สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือภาพลักษณ์ของพวกเอลฟ์ เนื่องจากว่าพวกเขาไม่อาจจะอยู่กับอยู่อิลฮานได้ตลอดเวลา ดังนั้นมันก็จะมีเวลาที่พวกเขาจะต้องทำเพียงลำพัง แต่ตราบใดที่พวกเขายังเป็นเอลฟ์มันก็ยังมีปัญหาในการซ่อนหูของพวกเขา

“ฉันน่าจะขอเอิลต้าให้เอาอาร์ติแฟคที่ใช้ซ่อนหูมาด้วยนะ”
[ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องการมัน ดังนั้นฉันก็เลยเอามาอาร์ติแฟคที่มีทั้งฟังก์ชั่นแปลภาษากับฟังก์ชั่นแปลงบางส่วนของร่างกายมา มันจะไม่มีสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำใดๆที่จะมองผ่านไปได้]

ยูอิลฮานได้หันไปในขณะที่ถอดกางเกงออกมา อย่างที่คิดเอาไว้เอิลต้าได้อยู่ตรงนั้น

[นายเห็นแล้วใช่ไหม?]
“ฉันเห็นแล้ว เธอล่ะ?”
[ฉันก็เจอเธอแล้ว]

เมื่อทั้งคู่ได้คุยกันจบก็ถอนหายใจออกมา ยูอิลฮานได้เทน้ำลงไปในอ่างและแช่ตัวเองลงไป และเอิลต้าได้แปลงร่างเหลือขนาดเท่าฝ่ามือและนั่งลงไปที่มุมของอ่าง

[ในตอนนี้สงครามได้จบลงไปแล้ว พวกเรายังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กำแพงแห่งความโกลาหลจะเปิดขึ้นมาอีก แต่เราก็บอกได้ว่าเราได้ผ่านจุดอันตรายมาแล้ว]
“นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมลิต้ามาอยู่ที่นี่สินะ”
[ตอนนี้ไม่ใช่ลิต้า แต่เป็นเลียร่าแล้ว เธอได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว]

งั้นนี่แสดงว่าชื่อของทูตสวรรค์จะเปลื่ยนไปเมื่อพวกเธอเลื่อนตำแหน่ง ในขณะที่ยูอิลฮานอยู่สึกแปลกๆกับตรรกะแบบนี้ เอิลต้าก็แตะน้ำในอ่างและพูดต่อไป

[ความสำเร็จของเธอมันยิ่งใหญ่มา แม้อย่างนั่นเธอก็บ้าบิ่นตั้งแต่เริ่มเลย ดูเหมือนว่าเธอจะหายไปในระหว่างทางและปรากกฏตัวออกมาหลังจากได้ถอนรากถอนโคนส่วนหนึ่งของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายไปส่วนหนึ่ง และนั่นมันก็เป็นจุดจบ แม้แต่สเปียร่าที่เป็นคนเลื่อนขั้นให้เธอก็ยังตกตะลึงเลย]
“นั่นมันเป็นความสำเร็จที่น่ากลัวอยู่นี่”
[แม้แต่ในด้านเวลามันก็บังเอิญมากทีเดียว สงครามที่นั่นได้จบลงเมื่อห้าชั่วโมงก่อน เลียร่าไม่ได้รายงานใครและตรงดิ่งกลับมาที่นี่ทันทีหลังจากที่กำแพงแห่งความโกลาหลปิดตัวลง คุณก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น]
“ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ”

ยูอิลฮานได้ขำขึ้นก่อนจะตอบกลับมา

“เธอน่าจะเหนื่อยเอามากๆ ลิต้า ไม่สิ เลียร่าได้รู้ว่าเตียงของฉันคือเตียงที่ดีที่สุดบนโลก มันได้ถูกปรับแต่งมาจากการคิดคำนวณและตรวจสอบดูแลจากฉันผู้ที่เป็นจ้าวแห่งการพักผ่อน

เอิลต้าไม่เคยหงุดหงิดกับการที่ใช้พลังบนโลกไม่ได้เท่านี้มาก่อนเลย หากว่าเขาสามารถอัดเขาได้นะ! ยังไงก็ตามเธอก็ไม่สามารถจะเถียงอะไรได้ ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียง…

[…ใช่แล้ว ดังนั้นก็ดูแลเธอให้มากๆนะ]

…พูดแบบนี้ออกมา

หลังจากได้อาบน้ำจนสดชื่นไม่นานเขาก็ลุกออกมาจากอ่างในห้องน้ำ จากนั้นเขาก็ใส่เสื้อตัวใหม่และเอาเสื้อไปให้เอลฟ์ทั้งสี่คนที่ยืนอยู่กลางห้องอย่างไม่สนใจอะไรถึงแม้ว่าเขาจะมอบห้องให้พวกเขาไปแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็ได้ไปซื้อชุดชั้นในและเสื้อมาจากร้ายค้าใกล้ๆ และแจกจ่ายให้พวกเขาพร้อมกับต่างหูที่ได้รับมาจากเอิลต้า

“โอ้ เสื้อผ้าพวกนี้ใส่สบายจัง”
“ชุดชั้นในมันเล็กเกินไป ท่านจักรพรรดิทั้งหน้าอกกับสะโพกของฉันแน่นไปหมด….”
“งั้นเดี๋ยวฉันจะไปซื้อให้ใหม่ทีหลังนะ”

ในตอนนี้พวกเอลฟ์ดูไม่ต่างไปจากชาวโลกแล้วหลังจากที่ได้ใส่เสื้อของคนบนโลกและใส่อาร์ติแฟคต่างหู นอกไปจากนี้พวกเขาก็ยังดูดีมากๆ

เยี่ยม ในตอนนี้เรื่องเร่งด่วนได้ถูกแก้ไปแล้ว มันยังมีงานอีกเป็นภูเขาให้เขาต้องทำ แต่ก่อนหน้านั้นมันยังมีสิ่งอื่นอีกที่เขาต้องทำก่อนจะไปเริ่มทำงานหนักอีกครั้งหนึ่ง

“ดีล่ะ ถ้างั้นพวกนายก็ไปพักได้แล้ว”
“แล้วท่านจักรพรรดิล่ะ?”
“ฉันกำลังจะไปนอน”
“ถ้างั้นเราจะไปนอนกับท่าน”
“พวกนายก็ไปหลับกันเองสิ”

ยูอิลฮานได้ประกาศออกไปอย่างชัดเจนและกลับไปที่ห้องของเขา นั่งลงอยู่ถัดไปจากเลียร่าที่กำลังนอนหลับอยู่ในท่าที่เหมาะสมแล้ว เขาคิดได้คิดถึงในตอนที่เลียร่าหลับอยู่ข้างๆเขาก่อนที่เธอจะถูกลากไปที่กำแพงแห่งความโกลาหล

[นายกำลังจะนอนข้างๆเธอ?]
“มันดูเหมือนว่าฉันจะปลุกเธอไม่ได้แน่ๆ แล้วก็มันยังไม่ดูเหมือนว่าเธอจะคิดอะไรจากสิ่งที่ฉันเห็นครั้งล่าสุด”

เธอไม่คิดอะไรดังนั้นเขาก็เลยปลอดภัย! – ถ้าหากว่าเลียร่าได้มายินสิ่งนี้เธอก็คงจะไม่รู้ว่าจะยิ้มหรือร้องไห้กันแน่ ด้วยความเห็นแบบนี้ยูอิลฮานได้ปิดตาของเขาลงไป เอิลต้าได้พบว่ามันไร้สาระเอามากๆและเถียงออกมา

[ใช่สิ… การทำแบบนั้นมันจะเป็นการให้รางวัลที่ดีที่สุดกับเธอ]
“Zzz”

เอิลต้าได้ตะโกนออกมาโดยหวังให้ยูอิลฮานได้ยิน แต่ว่าเขาได้หลับลงไปแล้วในเวลาเพียงแค่ 1.5 วินาทีและไม่ได้ยิน

[เฮ้!]

ในขณะเดียวกันเอิลต้ากระทั่งสงสัยว่ายูอิลฮานตั้งใจจะทำแบบนี้ทั้งๆที่รู้ในความรู้สึกของทั้งสองสาวที่มีต่อเขา แต่เมื่อเห็นมนุษย์และทูตสวรรค์ชั้นสูงได้หลับสบายไปแล้ว เธอก็ได้ง่วงขึ้นมาและเธอก็ยังหลับลงไปข้างๆหัวของยูอิลฮาน

คนแรกที่ตื่นขึ้นมาเลยคือเอิลต้าคนที่เหนื่อยน้อยที่สุดแล้ว

”แม้ว่าฉันจะให้พลังกับยูอิลฮานจากสกิลการสนับสนุนของทูตสวรรค์แต่ว่าจนกระทั่งตอนจบฉันก็ยังไม่ได้ใช้วิธีสุดท้าย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ถูกแล้วที่มันไม่มีสถานการณ์ที่ทำให้ฉันจำเป็นต้องใช้มันก็ตามที”

มันไม่มีความจำเป็นต้องจะต้องใช้สกิลการสนับสนุนของทูตสวรรค์ในรูปแบบของสกิลใช้งานในตอนที่สู้กับมังกรตัวอื่นๆและเธราก้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เขาจะเอาชนะได้เลย

เมื่อมาคิดถึงเรื่องของมังกรเธราก้าแล้วมันเป็นปาฏิหาริย์จริงๆที่มีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอยู่และเลอซิสน่าก็ได้ช่วยยูอิลฮานเอาไว้

‘พวกเราจะเลี้ยงเด็กให้ดี’

ในฐานะของศัตรูแล้วมังกรทั้งน่ากลัวและน่ารำคาญ แต่ว่าหากมังกรอยู่ในฝั่งของมนุษย์แล้วมันก็จะเป็นตัวที่ทำให้อุ่นใจมากขึ้นได้กลายเท่า เมื่อคิดถึงไข่แล้วมันก็น่าจะยังอยู่ในกระเป๋าสะพายของยูอิลฮาน เอิลต้าได้หยักหน้าของเธอ

”ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้วรางวัลยังไม่ได้ถูกส่งให้เขาเลย

เมื่อยูอิลฮานได้รางวัลเขาจะต้องตกใจแน่ เอิลต้ได้คิดฉากแบบนี้ขึ้นและแอบหัวเราะกับตัวเอง ในตอนนั้นเองเธอก็ได้พบกับหอกหนาและยาวอยู่ถัดไปจากเตียง

[หือ?]

ปลายหอกที่คมมากๆและตัวหอกที่ทำขึ้นมาจากโลหะที่ระบุไม่ได้ มันได้แสดงออกมาว่าเป็นอาร์ติแฟคในระดับสูงอย่างชัดเจน ยังไงก็ตามมันไม่ใช่สิ่งที่ยูอิลฮานทำขึ้นมา มันขาดความละเอียดอ่อนบางอย่างที่ทำขึ้นจากยูอิลฮาน

นอกไปจากนี้ออร่าสีชมพูที่หนาแน่นรอบๆหอกนั่นมันอะไรกัน? มันไม่ใช่มานาปกติแน่และมันก็ไม่ใช่พลังธาตุที่ทำขึ้นมาจากหินพลังเวทย์พิเศษ ดังนั้นนั่นมันคือ….

แตะ

ในวินาทีที่เอิลต้าได้สัมผัสกับหอก มือที่ละเอียดอ่อนไร้ที่ติก็ได้ยื่นออกมาจากเตียงคว้าเอาหอกไปก่อน เจ้าของมือนั่นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกเหนือไปจากเลียร่าที่มองดูเอิลต้าด้วยสายตาที่น่ากลัว

[อย่าแตะมัน!] (เลียร่า)
[เลียร่า… ฉันเห็นมันแล้ว] (เอิลต้า)
[อึก] (เลียร่า)

เอิลต้าได้ถอนหายใจออกมาในขณะที่มองดูเลียร่าที่สะดุ้งหันหน้าไปทางอื่น

[เธอได้รับบันทึกพรของพระเจ้ามาได้ยังไงกันถึงแม้ว่าเธอจะเป็นทูตของพระเจ้าก็ตาม] (เอิลต้า)
[แต่ว่าฉันเกือบจะตายไป ฉันไม่รู้ไม่สน]

เลียร่าได้ตะโกนออกมาอย่างไร้ยางอายโดยไม่ทำการอ้างใดๆ ก่อนหน้าดวงตาของเธอเป็นสีน้ำตาลปนม่วง แต่ว่าในตอนนี้เธอได้รับพรของพระเจ้า ดวงตาของเธอได้มีแสงสีแดงที่ดูไม่เหมือนจริงเหมือนกับทับทิมสีแดง

เอิลต้าก็ได้ถามออกมา ใบหน้าของเธอก็ยังแดงเล็กน้อย

[ไม่ใช่ว่าเธออายหรอนะ?] (เอิลต้า)
[อายอะไรกัน? ฉันภูมิใจ] (เลียร่า)

ทูตสวรรค์จะกลายเป็นน่าสงสารเมื่อตกอยู่ในความรัก… เอิลต้าแค่หัวเราะออกมาอย่างตกตะลึงและยืนยันถึงข้อมูลของหอก

[หอกเหล็กกล้านิรันดร์ที่ถูกอวยพรโดยเทพแห่งความรัก]
[ระดับ – อีปิค]
[พลังโจมตี – 7,500]
[ออฟชั่น – ออฟชั่นทั้งหมดจะแสดงผลออกมาตราบเท่าที่ความรักยังคงอยู่
1.ความสามารถทั้งหมดเพิ่มขึ้น 40%
2.กลืนกินมานาเพื่อสร้างคลืนขนาดใหญ่ในทุกๆครั้งที่ติดคริติคอล
3.จะไม่ถูกโจมตีคริติคอลตราบเท่าที่ถือหอกเล่นนี้และโอกาสหลบหลีเพิ่มขึ้นอย่างมาก
4.ความสามารถทั้งหมดเพิ่มขึ้นอีก 30% ในการต่อสู้เพื่อที่จะปกป้องคนรัก]
[ข้อจำกัดการผู้ใช้งาน – คนที่ได้รับพรจากเทพแห่งความรัก]
[เศษซากของดาบที่ถูกเก็บเอาไว้เพื่อพิสูจน์ในความรักจากพรของเทพเจ้าและกลายมาเป็นหอก มันจะวิวัฒนาการตามการพัฒนาความรักของผู้ใช้]

ใช่แล้ว เลียร่าสามารถจะหนีมาจากช่วงอันตรายได้ก็เพราะเธอได้รับพรจากเทพแห่งความรักในช่วงวิกฤติเป็นตาย

[กรี๊ดดดดดดดดดด!] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้กระอักเลือดออกมา เธอรู้สึกได้เลยว่าทั้งมือและเท้าของเธอได้สั่นเพียงแค่ได้อ่านในความสามารถของอาร์ติแฟค! มันเป็นอาวุธที่วิเศษไปจนถึงคำอธิบายของมัน

เลียร่าได้กอดหอกมองูเอิลต้าที่เป็นแบบนี้และพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

[มันคือดาบที่ถูกทำขึ้นจายูอิลฮานในตอนแรกสุดเลย แม้ว่าตอนนี้มันจะกลายเป็นหอกแล้วก็ตาม] (เลียร่า)
[เธอซ่อนสิ่งนี้เอาไว้เป็นความลับ!? เพียงแค่อ่านข้อมูลของมันมันก็มีพลังในการโจมตีหัวใจของผู้คนได้เลยแน่นอน] (เอิลต้า)
[แม้ว่ามันจะไม่มีฟังก์ชั่นแบบ….]

ในขณะที่ทูตสวรรค์กำลังคุยกันเอง ยูอิลฮานก็ได้ตื่นขึ้นมาจากการที่ข้อความสีเขียวที่ปรากฏอยู่ในม่านตาของเขา

[คุณได้บรรลุหนึ่งในเงื่อนไขของการได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็ก คุณจะได้รับพรเมื่อคุณเติมเต็มเงื่อนไขอื่นๆ]

“อะไรเนี้ย!?”

เขาเพียงจะเติมเต็มอะไรบางอย่างไป! ยูอิลฮานที่ตื่นขึ้นจากการหลับได้มองเห็นเอิลต้าจิ๋วที่มีอยู่บนท้องฟ้าและเลียร่าที่กอดหอกที่ส่งออร่าที่ทรงพลังออกมาเอาไว้

[โอ้] (เลียร่า)

ตาของเธอได้เบิกกว้างเมื่อเห็นยูอิลฮานที่ตื่นขึ้นมา แต่ว่าในที่สุดแล้วเธอก็ยิ้มออกมาอย่างสดใส่เหมือนกับดอกไม้บานและพูดขึ้น

[อิลฮาน ฉันกลับมาแล้ว] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้หัวเราะแห้งๆและตอบกลับไปเมื่อได้ยินเลียร่าพูดออกมา

“ใช่แล้ว เอาหอกนั่นมาให้ฉันดูหน่อยสิ”

นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ยูอิลฮานได้พยายามฝืนพูดออกมาแทนคำว่า ‘ยินดีต้อนรับกลับ’ เนื่องจากว่าเขารู้สึกว่ามันอาจจะมีบางอย่างจบลงไปหากเขาพูดแบบนั้น


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ