0 Views

บทที่ 101 – ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (2)

 

[มันดูเหมือนว่าฉันจะเข้าใจได้บ้างแล้วในสิ่งที่มังกรนั่นคิด แต่ในสถานการณ์นี่ฉันไม่อาจจะเข้าใจได้เลยซักนิด]
“จริงดิ? ฉันไม่เห็นเคยเข้าใจพวกนั้นเลย”

ในขณะที่เอิลต้ามองไปที่ไข่ทองคำที่เลอซิสน่าได้ทิ้งเอาไว้ ยูอิลฮานก็เข้าไปหยิบจดหมายขึ้นมา เหตุผลที่เธอให้ยูอิลฮานมาที่นี่และไข่ทองคำที่ถูกทิ้งเอาไว้จะต้องถูกอธิบายภายในจดหมายนี้

น่าแปลกใจที่จดหมายก็ยังถูกเขียนด้วยภาษาอังกฤษ

“ถ้าหากคุณได้อ่านจดหมายนี้นั่นก็หมายความว่าฉันได้ตายไปแล้ว ฉันเชื่อว่าคุณจะรักษาสัญญาและกลับมาที่นี่”
[นี่มันคือจดหมาย?]
“ฉันได้ทำตามความต้องการของสวนอาทิตย์อัสดง แต่ว่าฉันก็จะชักนำความตายมาหาตัวเองในซักวัน เมื่อเทียบกับน้ำหนักที่พวกเขาให้มาแล้ว บ่าของฉันมันเล็กเกินไป พรรคพวคของฉันมีเพียงน้อยนิดและอันตรายมันมากยิ่งกว่า”
[ไข่นี่มันจะฟักได้หรอ?]

ยูอิลฮานได้หันไปหาเอิลต้าที่มองดูไข่อย่างเบื่อๆและเริ่มพูดกับเขา นี่มันน่ารำคาญมากๆ แต่ว่าเขาก็อดกลั้นเอาไว้และอ่านจดหมายต่อไป

“ถ้าหากว่าจะมีอะไรที่ฉันเป็นกังวลมันก็คงจะเป็นลูกของฉันที่อีกไม่นานก็จะเกิดขึ้นมา ไม่ว่ามังกรจะเป็นเผ่าพันธ์ที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน พลังนั้นมันก็จะต้องผ่านการสะสมมานานปีและด้วยบันทึกอีกจำนวนมาก ดังนั้นฉันก็เลยเป็นห่วงกับการที่จะทิ้งลูกของฉันเอาไว้เพียงลำพัง นอกไปจากนี้ฉันก็ยังคิดว่าลูกของฉันก็อาจจะกลายเป็นอะไรที่คล้ายกับทหารปีศาจแห่งการทำลายมันก็ยังทำให้จิตใจฉันว้าวุ่น”
[เธอเป็นมังกรที่มีความเป็นแม่มากแบบนี้เลย]
“ยังไงก็ตามถ้าเป็นคุณ ฉันเชื่อใจคุณได้ คุณผู้ที่ไม่ได้รับผลจากทุกสิ่งอย่าง เป็นอิสระในขณะที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง เป็นสิ่งมีชีวิตที่ส่องประกายมากยิ่งกว่าพวกเราที่เป็นมังกร ฉันจะไม่กังวลเลยหากว่าลูกของฉันได้เติบโตขึ้นมาเป็นแบบคุณ ดังนั้นฉันขอร้องคุณ ได้โปรดดูแลลูกของฉันด้วย”

ปากของเอิลต้าได้เบิกกว้างขึ้นมา ปีกของเธอกระพืออย่างรุนแรง

[นายเป็นหนี้อะไรผู้หญิงคนนี้กัน? เธอนี่ไร้ยางอายจริงๆเลยที่ขอให้คุณดูแลลูกของเธอ นี่มันทำให้ผู้ชายคนหนึ่งไม่อาจจะออกเดทได้ไปทั้งชีวิตเลยนะ ชีวิตของคุณพ่อยังโสดงั้นหรอ? แม้แต่สวรรค์ก็ไม่มีวันให้อภัยเธอ ฉันก็จะไม่ให้อภัยมันด้วย!]
“เฮ้ เงียบน่า เธอทำให้ฉันลำคาญแล้วนะ นอกจากนี้เธอก็ได้เห็นความจริงเรื่องหนึ่งต่อหน้าแล้วนี่”

เธอได้ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ แค่นี้มันก็มากพอแล้ว

ยูอิลฮานผู้ที่ไม่เคยลืมความข้องใจกับคนอื่นๆที่ซึ่งเหมาะสมกับการอยู่คนเดียว แต่ว่าเขาก็ยังอ่อนไหวต่อสิงที่เขาได้รับมาด้วยเช่นกัน

พูดตามตรงแล้วเขาไม่มีความมั่นใจในการดูแลเด็กเลย แต่ว่าจะให้เขาเมินคำขอของคนที่เสียสละตัวเองเพื่อเขาก็ไม่มีทางแน่ แต่เขาก็ไม่มั่นใจอยู่ดี

“ลูกของฉันจะกลายเป็นมังกรเต็มวัยในเลเวล 200 ในตอนนั้นลูกของฉันก็อาจจะกลายเป็นตัวช่วยของคุณได้ในอนาคตก็ได้ ฉันรู้ว่าคำขอของฉันมันไร้ยางอาย แต่ว่าฉันก็หวังว่าคุณจะรักเด็กคนนี้”
[ฮึ่ม อย่างน้อยเธอก็รู้ตัวดีว่ามมันไร้ยางอาย]
“สำหรับมังกรวัยทารกแล้วแหล่งพลังไฟที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งที่จำเป็น พลังนี้มันจะสนับสนุนมังกรในระหว่างเติบโตและมันจะยังมีผลต่ออนาคตการเติบโตด้วย ดังนั้นโปรดจำเรื่องนี้เอาไว้”

เมื่อได้อ่านมาถึงจุดนี้ยูอิลฮานก็หยุดลง เอิลต้าได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่ามันจบลงแค่นี้ ตอนนั้นเองยูอิลฮานก็เจอเข้ากับข้อความเล็กๆใต้จดหมาย

“ถ้าหากว่าคุณมีพลัง คุณช่วยดูเอลฟ์สักนิดได้ไหม?”
[เป็นจดหมายที่เต็มไปด้วยคำขอจริงๆเลย….]

มาถึงจุดนี้แล้วมันน่าแปลกใจมาก จดหมายนี่มันเต็มไปด้วยข้อความในจุดที่เธออาจจะรู้ว่าเธอจะต้องตายในขณะที่เข้าช่วยยูอิลฮาน ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็หยักหน้าโดยไม่คิดอะไรมาก

“เอาล่ะ ฉันจะทำเท่าที่ทำได้ ฉันก็ยังคิดว่ามันจะสบายใจกว่ากับการที่ฉันไปดูแลคนที่มีเหตุผลมากกว่ามอนสเตอร์ นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งที่ฉันได้มาจาเรต้าด้วย”
[ฉันไม่เข้าใจสิงที่นายคิดจริงๆเลย]
“ฮือ ตอนนี้อย่ามาตกหลุมรักฉันนะ”
[อะ… อ่า]

ยูอิลฮานได้รู้สึกดีนิดๆหลังจากได้เห็นปฏิกิริยาที่เขาอยากจะเห็นจากเอิลต้า จากนั้นก็เก็บเอาไข่ทองคำลงไปในกระเป๋า ถ้าหากว่าเป็นกระเป๋าสะพายมันจะไม่เป็นไรต่อให้ยูอิลฮานกลิ้งตัวกับพื้น พุ่งไปบนท้องฟ้า วิ่งวนอยู่ในดันเจี้ยนก็ตามที

เขาก็ยังคิดว่าจะหาส่งมาดูแลเจ้านี่ด้วย ประกายเพลิง เพลิงม่วง ประกายเพลิงผสมเพลิงม่วง หรือว่าเพลิงนิรันดร์ ถึงแม้ว่าตัวเขาในตอนนี้จะคิดเอนเอียงไปทางเพลิงนิรันดร์อยู่ก็ตาม….

[ก็แค่ผสมมันทั้งหมดนั่นแหละ]
“โอ้ จริงด้วย ดีจริงๆเลย”
[คุณจะเอาจริงดิ?]

ยังไงก็ตามก่อนที่เขาจะกลับไปโลก มันก็ยังเหลืออีกหลายสิ่งที่ต้องทำบนดาเรย์

ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานวงเวทย์ สิ่งที่เขาค้นหาคือไข่มังกร เขาคิดว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายอาจจะทิ้งไข่เอาไว้บ้างแบบเลอซิสน่า

[ผู้คนกลายเป็นคนละเอียดอ่อน…]
“แต่ว่าก็ไม่มีเลย มันดูเหมือนว่าจะมีลูกมังกรเหลือแค่ตัวสุดท้ายแล้ว”

มันโชคดีจริงๆที่เป็นแบบนี้ เขาไม่อาจจะฆ่าพวกมันได้เพียงแค่เพราะอยู่ฝั่งกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย หรือไม่ก็เขาไม่อยากจะเลี้ยงลูกมังกรจำนวนมาก

หลังจากเขาได้กำจัดความกังวลออกไปหมดแล้ว เขาก็ได้เริ่มค้นหาเอลฟ์ที่รอดอยู่ มีเอลฟ์ทั้งหมดอยู่ 1,527 คนซึ่งมันเยอะจนน่าตกใจ

“บางทีมันอาจจะเป็นไปได้ที่จะสร้างชุมชนขึ้นมาใหม่”
[แล้วตอนนี้นายจะทำอะไร?]
“ก่อนอื่นเลยฉันจะจัดการกวาดล้างเผ่ามังกรที่เหลืออยู่ จากนั้น… ฉันก็น่าจะรวมพวกเอลฟ์มาด้วยกัน”

คำตอบของยูอิลฮานมันง่ายมากๆ เอิลต้าก็ไม่ได้ถามต่อว่ายังไงเนื่องจากว่าเธอมั่นใจว่าเธอจะต้อผิดหวังแน่หากว่าเธอได้ยินคำตอบ

หลังจากนั้น 3 ชม. 37 นาที ยูอิลฮานก็ได้รวบรวมเอลฟ์ทั้งหมด 1,527 มาอยู่ในป่าโล่ง จำนวนรอยฟกช้ำของพวกเขาแต่ล่ะคนต่างก็มีอยู่ตามระดับความต่อต้าน

“กะ เกิดบ้าอะไรขึ้น?”
“แล้วสวนอาทิตย์อัสดงล่ะ? พวกเขาทั้งหมดแพ้แล้วหรอ?”
“เวรเอ้ย พวกเราเอลฟ์ทั้งหมดจะตายแน่….!”

เบื้องหน้าเหล่าเอลฟ์ที่กำลังสิ้นหวังนี้ ยูอิลฮานได้ประกาศออกมาอย่างเมินเฉย

“มังกรทั้งหมดตายไปแล้ว”

ไม่มีเสียงตอบกลับมา มันเป็นเรื่องโหดร้ายเกินไปที่จะยอมรับในเรื่องตลกแบบนี้และมันไม่สมเหตุสมผลจนเกินไป ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้หยักไหล่และย้ำขึ้นอีก

“มังกรทั้งหมดตายไปแล้ว ทั้งพวกของสวนอาทิตย์อัสดงและกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย พวกนั้นทั้งหมดตายไปแล้ว”
“คะ ใครทำกัน?”
“ฉันไง”
“พรืดดด”

ยูอิลฮานได้หลุดออกมาโดยไม่อาจจะกลั้นขำได้อีกต่อไป ในเวลาแค่สามนาทีพวกเขาก็สามารถมองมาที่ยูอิลฮานด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“ขอบคุณที่ฆ่ามังกรเพื่อพวกเรานะ”
“มันไม่ใช่เพื่อพวกนาย มันเพื่อโลกของฉัน”
“ถึงแบบนั้นก็ขอบคุณจริงๆ”

ยูอิลฮานได้พูดต่อทันที

“โลกนี้ก็ยังคงวุ่นวายอยู่ แต่ว่าอย่างน้อยพวกนายก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป ฉันจะบอกพวกนายถึงที่ที่มีมอนสเตอร์ที่อ่อนแออยู่ ดังนั้นจงมีชีวิตรอดแล้วแข็งแกร่งขึ้นซะ”
“ครับ!!!”

เอลฟ์ได้ตอบกลับมาอย่างกล้าหาญ ยังไงก็ตามก็ยังเมีเอลฟ์ที่กล้าหาญยิ่งกว่า

“ยังไงก็ตาม คะ คุณรู้ถึงที่อยู่ของมอนสเตอร์ได้ยังไง?”
“ทำให้เจ้านั่นเงียบซะ!”
“อย่าได้เถียงนะ!”

การอบรมของยูอิลฮานในเวลาสามนาทีมันได้ผลอย่างมากจนทำให้พวกเขาดูแลกันเอง

“ฉันจะบอกให้รู้นะ”

ยูอิลฮานได้ยื่นมือออกมาเพื่อหยุดพวกนั้นและตอบคำถามในขณะที่ใช้วงเวทย์เบาๆ

“มันก็เพราะว่าเจ้าของของวงเวทยจักรวรรดิเอลฟ์คือฉัน โอ้ ฉันไม่คิดจะยกให้ใครหรอกนะเก็บความคิดนั่นไว้เล”

จริงๆแล้วเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าจะต้องทำยังไง

“วงเวทย์….?”
“โอ้ พระเจ้ามันเป็นความความจริง”

ยังไงก็ตามแค่เมื่อยูอิลฮานได้พูดจบ การแสดงออกของเหล่าเอลฟ์ก็เปลื่ยนแปลงไป ก่อนหน้านี้การแสดงออกของพวกเขาก็คือมองยูอิลฮานเป็นผู้เหนือกว่าทั้งกำลังและความกลัว แต่ว่าในตอนนี้มันเหมือนกับว่ากำลังมองฮีโร่คนใหม่ที่ศรัทธาซะมากกว่า

เมื่อคิดย้อนกลับไปในตอนที่เขาได้เจอเอลฟ์เป็นครั้งแรก พวกนั้นก็มีการแสดงออกที่คล้ายๆกันแบบนี้ในตอนที่เขาบอกว่าเขาได้ใช้วงเวทย์ ตามที่เขาจำได้พวกนั้นได้เชื่อฟังในทันทีซึ่งมันน่าประหลาดใจ

ยูอิลฮานไม่ได้คิดย้อนกลับไปมากนัก แต่เขากำลังมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันดูเหมือนว่ามันยังไม่ใช่สิ่งที่ชัดเจนนัก

“มนุษย์ควบคุมวงเวทย์ของจักรวรรดิได้ยังไงกัน?”
“ฉันเคยเจอมนุษย์คนนี้มาก่อนครั้งที่แล้วเขาบอกกับเราว่าเขาได้เอาชนะฮีโร่คนก่อนเรต้าคาร์อิฮ่าห์”
“มีการสืบทอดกันด้วยหรอ? ฉันคิดว่ามันจบลงแล้วซะอีก”
“วงเวทย์ได้ส่องแสงออกมาแน่นอน”

ไม่สิ ปฏิกิริยาที่พวกนี้แสดงออกมามันมีแต่ยิ่งมากขึ้นไปอีก นี่มันมากยิ่งกว่าที่เขาคิดซะอีก

“ทำไมนายถึงปล่อยเขาไปหลังถึงแม้จะได้รู้แบบนั้น”
“เพราะเขาเป็นมนุษย์”
“มันไม่ใช่ว่าเขาจะพึ่งเขาได้ตลอดไป”
“นายไม่ได้ยินที่เขาบอกว่าเขาฆ่ามังกรทั้งหมดหรอ? เรื่องการเป็นมนุษย์มันสำคัญอะไร”
“นั่นมันก็จริง แต่ว่า”
“ใช่แล้ว เขาเหมาะสม”

เอลฟ์ดูจะไปกระซิบกันเองและในที่สุดพวกเขาก็สร้างเป็นวงกลมขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นด้วยการยืนของเอลฟ์ทั้ง 1,527 คนขึ้นมาเมื่อยูอิลฮานได้ถามหนึ่งในนั้นว่าเขากำลังทำอะไร คนๆนั้นก็ได้หยักหน้าอย่างเคารพและพูดขึ้น

“พวกเรากำลังคุยกันเรื่องที่จะปฏิบัติกับท่าน ถึงแม้ว่ามันอาจจะทำให้ท่านรำคาญ แต่ได้โปรดรออีกเดี๋ยวหนึ่ง”

ทัศนคติของพวกนี้ก็ยังต่างออกไป พวกนี้ได้เคารพและเชื่อใจเขาอย่างไม่่น่าเชื่อราวกับว่าพวกเขาไม่เคยถูกอัดโดยยูอิลฮานมาก่อน! ยูอิลฮานได้ร้สึกสั่นไหวแปลกๆ สัมผัสของเขาที่ได้รับการฝึกมาเป็นเวลาหลายปีผ่านทั้งหนังสือและประสบการณ์กำลังร้องเตือนเขา

คลื่นใหญ่ที่ไม่อาจจะต้านทานกำลังพัดเข้ามา

“พวกเราสรุปได้แล้ว”
“จริงดิ”
“ใช่แล้วครับท่างองค์จักรพรรดิ”

เมื่อเขาได้เงยหน้ามากับความรู้สึกแปลกๆ พวกเอลฟ์ก็ได้คุกเข่าลงเบื้องหน้ายูอิลฮาน เอลฟ์คนอื่นๆที่เหลือก็ได้ทำตามนั้นเช่นกัน

“ท่านองค์จักรพรรดิ”
“แม้ว่ามันจะมีความขัดแย้งอยู่เพราะท่านเป็นมนุษย์ แต่พวกเราก็ได้สรุปแล้วว่าเราทำได้เพียงยอมรับท่านในฐานะจักรพรรดิของเขา เนื่องจากท่านเป็นคนขับไล่มังกรออกไปจากดินแดนนี้”
“….”

เหงื่อเย็นได้ไหลออกมาจากหน้าผากของยูอิลฮานทันที หากว่าเจ้าพวกนี้มันหยิบอาวุธมันจะง่ายกว่านี้้อีก แต่แล้วนี่มันอะไรกัน? เอิลต้าที่ได้เห็นดวงตาที่สั่นไหวของเขาได้กระซิบยูอิลฮาน

[มันดูเหมือนจะไม่ใช่ว่าจักรพรรดิของเอลฟ์จะกลายเป็นเจ้าของวงเวทย์ แต่มันเป็นเจ้าของวงเวทย์จะกลายเป็นจักรพรรดิ บางทีในตอนที่เรต้าบอกว่าเธอจะพัฒนาทวีปดาเรย์มันก็เป็นเพราะว่าเธอรู้ว่าเธอจะกลายเป็นจักรพรรดิ]
“ฉันไม่เหมือนเธอนะ ฉันไม่มีความสุขกับเรื่องแบบนี้เลยสัดนิด แม้แต่เศษเสี้ยวก็ไม่มี”

บางทีพวกเอลฟ์ทั้งหมดนี่อาจจะพยายามยื้อให้ยูอิลฮานอยู่ที่นี่ด้วยการเรียกว่าเขาว่าจักรพรรดิก็ได้ เพียงแค่เขาจินตนาการถึงมันเขาก็กลัวแล้ว ยูอิลฮานได้พูดออกมาสั่นๆ

“ฉันจะไม่เป็นจักรพรรดิของพวกนาย”
“แต่ท่านคือจักรพรรดิของเรา”
“ไม่”
“ท่านจักรพรรดิ”

ยูอิลฮานได้อัดพวกเอลฟ์อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่ามันก็ไม่มีอะไรเปลื่ยน จริงๆแล้วมีบางคนที่ยินดีที่บอกว่าได้เป็นที่รองฝ่ามือของจักรพรรดิด้วยนี่มันทำให้ยูอิลฮานต้องตัวสั่นและหยุดลง มันดููเหมือนว่าภาพลักษณ์ของมนุษย์จะไม่สำคัญกับพวกนี้อีกต่อไปแล้ว

“ฉันบอกว่าฉันจะไม่เป็นไง”
“แต่พวกเราได้ตัดสินใจแล้ว นอกเหนือไปจากคุณจะไม่มีใครอีกที่เป็นจักรพรรดิของเรา”
“ถึงแม้ว่าฉันจะทิ้งที่นี่แล้วกลับไปที่โลกฉันน่ะนะ?”
“ถึงแบบนั้นท่านก็คือจักรพรรดิของเราเพียงคนเดียว”

พวกเอลฟ์ดูจะไม่เปลื่ยนการตัดสินใจเลนต่อให้พวกเขาตายไป ยูอิลฮานก็ยังยอมแพ้และยอมรับกับข้อตกลงนี้

“ถ้างั้นฉันเรียกฉันว่าจักรพรรดิหรืออะไรก็ตามใจเลย ฉันไม่สนแล้ว”
“ครับท่านจักรพรรดิ”

เนื่องจากว่าพวกนี้เรียกเขาว่าท่านจักรพรรดิหลายต่อหลายครั้ง มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับกำลังแสดงหนังราชวงศ์อยู่ ยังไงก็ตามถ้าหากว่าจะมีอะไรต่างก็คงเป็นจักรพรรดิในหนังมีจักรวรรดิเป็นของตัวเองและยูอิลฮานมีเพียงผู้ลี้ภัยเอลฟ์แค่1,527 คนเท่านั้นที่นับถือเขา

ยังไงก็ตามมันก็ไม่ได้เป็นความรู้สึกที่เขาสนใจเนื่องจากเขาเป็นคนที่โดดเดี่ยวมาทั้งชีวิต ยูอิลฮานได้เหลือบตาและตัดสินใจ

“…หากฉันกลับไปเร็วก็ไม่มีอะไรทำ งั้นฉันควรจะช่วยดูพวกเราซักสัปดาห์ดีไหม? มันยังเป็นความรู้สึกแย่แน่หากว่าพวกเขาถูกมอนสเตอร์กวาดล้างออกไปหลังจากฉันได้ทำทั้งหมดนี่ และมอนสเตอร์พวกนี้ก็ยังจะต้องลงมาบนโลก มันจะดีกว่าที่ฉันจะป้องกันการตายของคนพวกนี้”

นี่มีเหตุผลมาก แต่ว่ามันดูต่างเมื่อเขาเป็นคนพูดออกมา เอิลต้าได้หรี่ตาและถามขึ้น

[มันไม่ใช่ว่าคุณรู้สึกดีนิดๆกับสถานการณ์นี้หรอ?]

เอิลต้าได้เมินเสียงของเธอและเรียกเหล่าเอลฟ์

“ทุกคนมารวมกัน”
“ครับท่าน!”

ทหารหน้าใหม่ผู้ที่เพิ่งจะถูกแต่งตั้งเร็วแบบนี้ได้ไงกัน? เอลฟ์ทั้งหมดได้เคลื่อนไหวตามคำสั่งของยูอิลฮาน

อย่างแรกอยู่ยูอิลฮานได้แบ่งตามคลาสของพวกเรา เขาเริ่มจากการแยกคลาสแรกกับคลาสสองออกมา จากนั้นก็แบ่งการโจมตีระยะประชิด ระยะไกล นักบวช และคลาสที่ไม่ใช่การต่อสู้”

“ฉันจะช่วยพวกนายเป็นเวลาสิบวัน”
[เฮ้ นั่นมันเพิ่มมา 3 วันนะ]
“เป็นเกียรติมากครับท่านจักรพรรดิ”
“3 วันคือก่อนการสอน”

ยูอิลฮานเริ่มจากการมองหาและพาเอลฟ์ไปในที่ที่เหมาะที่สุดในการต่อสู้กับมอนสเตอร์และเริ่มสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ขึ้นมา

ไม่เพียงแต่เขาจะได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์และหนังสือภูมิศาสตร์มาจำนวนมากเท่านั้น เขายังอ่านแม้กระทั่งหนังสือฮวงจุ้ยที่จะเรียกสถานที่ที่ใครก็ยกนิ้วให้ด้วย ซึ่งมันเป็นซากจักรวรรดิเก่า

หลังจากนั้นเขาก็ได้แบ่งคลาสที่ไม่ใช่สายต่อสู้ออกไปหลายๆหน้าที่และสั่งให้พวกเขาเก็บผักผลไม้มาทำเป็นอาหาร และสร้างบ้านที่พักอาศัย ซึ่งนี่ทำให้เกิดรากฐานจักรวรรดิเอลฟ์ขึ้นมาใหม่

หลังจากนั้นก็เหลือพวกคลาสสายต่อสู้ ยูอิลฮานได้พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มโดยไม่เว้นแม้แต่พวกระยะประชิด ระยะไกลหรือแม้กระทั่งนักบวชก็ตาม

“มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกในขณะที่ฉันเรียนเกี่ยวกับการต่อสู้ นั่นก็คือการที่ได้สู้จริงจะดีที่สุด”

ไม่มีเอลฟ์คนไหนที่สามารถจะแย้งคำพูดแสนหน้ากลัวนี้ได แต่ก็มีเอลฟ์นักบวชคนหนึ่งที่ถามยูอิลฮาน

“ผมเป็นนักบวชที่ใช้พลังของพระเจ้า ผมจำเป็นต้องเรียนการต่อสู้ด้วยหรอ?”
“ถ้าหากว่านักรบทั้งหมดที่ปกป้องนายตายไป งั้นใครจะเป็นคนต่อไปที่ต้องสู้ล่ะ?”
“ผะ ผมครับ!”
“เยี่ยม มันเป็นเรื่องดีที่นายเข้าใจ”

ยูอิลฮานอาจจะไม่รู้ตัวว่าเขาได้รับการฝึกสอนที่ถูกต้องในเรื่องสงครามมาจากการที่ถูกลิต้าสั่งสอนมาเป็นเวลานาน ในก่อนหน้านี้ที่เขาไม่รู้เลยเนื่องจากเขาไม่มีโอกาสได้สอนใครเนื่องจากอยู่ลำพัง แต่ในที่สุดเขาก็รู้ถึงมันเพราะเอลฟ์เหล่านี้

“อ๊ากกกก”
“อ๊กกกกกกกก”
“จำเหงื่อทุกหยดและเลือดทุกหยดที่ไหลลงมาบนสนามรบให้ดี!”
[พวกเราเลือดไหลกันจะตายหมดแล้วนะ!?]

นี่มันโ๙คดีงั้นหรอ? มันดูเหมือนว่าที่พวกเขารอดมาได้จนถึงตอนนี้เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดต่างก็มีพรสวรรค์กันทั้งนั้น บางคนก็มีพรสวรรค์ที่พิเศษซึ่งทำให้ยูอิลฮานต้องทึ่ง

“ถ้าหากว่าทุกคนบนโลกเป็นแบบนี้จะดีแค่ไหนกันนะ”
“อ๊าาาาาากกกกกก”

ยูอิลฮานที่ได้หมกหมุ่นไปกับการสอนเอลฟ์ได้เพิ่มระยะเวลาการสอนไปอีกห้าวัน เอลฟ์ทำได้แต่เพียงร้องออกมามากยิ่งขึ้นอีก แต่ว่าพวกเขาก็ไม่อาจจะเถียงอะไรได้เนื่องจากว่าพวกเขาพัฒนาขึ้นจริงๆ

เมื่อการสอนได้จบลงไป ยูอิลฮานก็แบ่งเอลฟ์สาต่อสู้เป็นปาร์ตี้และส่งพวกเอลฟ์ไปในพื้นที่ที่มีมอนสเตอร์ที่อ่อนแอกว่าพวกเขาอยู่ด้วยการใช้วงเวทย์

แม้ว่าเขาจะบอกให้พวกเอลฟ์ฝึกให้เก่งผ่านการต่อสู แต่พวกเขาก็ขาดอุปกรณ์

“ฉันจะทำอุปกรณ์ให้ก่อนที่ฉันจะจากไป”
[นายนี่ทำสิ่งต่างๆให้พวกเขามาเหลือเกินนะ โอ้ ไม่สิ ท่านจักรพรรดิ]
“เงียบน่า นี่มันน่าสนุก มันเหมือนกับฉันกำลังเล่นเกม sim city เลยนะ”

การอยู่ของยูอิลฮานบนต่างโลกได้ค่อยๆขยายเวลาไปทีละนิดๆเพราะแบบนี้


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 3 แล้วครับ