0 Views

บทที่ 3 ดาราแห่งความเบี่ยงเบน “ปีศาจผมแดง”

 

 

ทุ่งหญ้าที่สวยงามในช่วงเวลากลางคืน

 

แนวแถบทางช้างเผือก มันคล้ายริบบิ้นที่ถูกยืดยาวออกไป ท้องฟ้ายามค่ำคืนนี้ช่างสดใส ดวงดาวกระพิบดั่งอัญมนีที่ต้องแสงสว่าง ในหมู่พวกมันหลายดวงๆนั้น มีความกระจางใสจนเห็นได้ชัด ดวงดาวเหล่านี้แต่ละดวงมีรัศมีของแสงเป็นของตนเอง แต่ทว่ามันก็มีบางส่วนที่เปล่งแสงสีแดงออกมา ซึ่งตรงข้ามกันกับดวงอื่นๆ

 

“หยิงเม่ย ดวงดาวแปลกๆพวกนี้ 108ดวงดาวแห่งชะตา เธอพูดเกี่ยวกับมันได้ไหม?” ซูฉิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าขณะที่มีความรู้สึกกลัวและชื่นชมไปพร้อมกัน

 

ยังไงซะ ชื่อจริงของเธอก็คือ หลินหยิงเม่ย หลินชงเป็นเพียงแค่ชื่อใช้สำหรับต่อสู้เท่านั้น นี้แหละถึงจะเป็นซูฉิง ใครที่คุ้นเคยจนน้ำเกือบล้นปลิ่ม ที่สิ่งที่คุ้นเคยนั้นก็เหมือนการปลอบใจ อย่างน้อยๆในตอนนี้เขาไม่ต้องการเรียก หลินชงว่าหลินชง…

 

เอนกายลงบนก้อนหิน หลินหยิงเม่ยขมวดคิ้ว เธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะตอบคำถามโง่ๆของเขา

 

“หยิงเม่ย ความหมายของดวงดาวสีแดงคืออะไร?”

 

ซูฉิงไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับโลกนี้อย่างสมบรูณ์ และก็ไม่สะทกสทาน กับทัศนคติที่ไม่ชอบของหลินหยิงเม่ยที่มีต่อเขา

 

“ดาวเหล่านั้นเรียกว่าดาราสีเลือด พวกเขาเป็นตัวแทนของดาราที่ลงนามพัธะสัญญาเสร็จแล้วเรียบร้อย” ในขณะที่เขามองเธอด้วยดวงตากึ่งปิดกึ่งเปิด เธอก็ตอบออกมาอย่างเงียบๆ

 

ซูฉิงนั่งนับอย่างเงียบๆ อย่างน้อยก็มีถึงสารทสิบสามดวงที่เป็นสีแดง

 

“ดาราสีเลือดอันไหนเป็นของเรา”

 

ซูฉิงถาม

 

หลินเหยิงเม่ยเงยหน้าขึ้นและค้นหาอย่างจริงจังอยู่ชั่วครู่ และก็ไออย่างเปิ่นๆ เธอไม่มีทางรู้ได้เลยมันคืออันไหน

 

“ถ้าเอาตามที่เธอบอกฉัน การต่อสู้ของดาราเริ่มต้นตั่งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็มีเพียงสามสิบกว่าสัญญาเท่านั้นที่ลงนาม ประสิทธิภาพพันธะมันดูเหมือนจะแย่มาก”

 

“นายท่าน ท่านจำเป็นต้องรู้ว่าพันธะพวกนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก!”

 

หลินหยิงเม่ยขดคิ้วลงเมื่อฟังโทนเสียงอันเฉยเมยของซูฉิง ราวกับว่าการลงนามพันธะสัญญาณเป็นเรื่องที่ธรรมดาๆ

 

ในความเป็นจริง ดาราศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลาที่นานมากในการมองดูผู้ควบคุมดาราของพวกเธอ เรื่องเหล่านี้มันเกี่ยวพันธ์ถึงชะตาชีวิตที่เหลือทั้งหมดของพวกเธออีกด้วย และแน่นอนพวกเธอก็จะไม่ปฏิบัติมันเป็นขอไปที

 

ผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งก็จะได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะกับผู้บ่มเพาะที่ครอบครองอาวุธและศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งแล้วด้วย บางคนก็เลือกศักยภาพแฝงเร้นที่มีมาแต่กำเนิด นั้นเป็นเหตุผลที่ทำไมถึงมีคำกล่าวในภูเขาทวีปเหลียง “เพื่อที่จะทำพันธะสัญญากับดาราศักดิ์สิทธิ์ อย่างแรกจำเป็นต้องพิชิตเธอ”

 

แน่นอน ว่ายังมีประเภทที่ดาราศักดิ์สิทธิ์เกิดตกหลุมรักและทำสัญญากับคนธรรมดาสามัญ แต่โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมีโอกาสเล็กน้อยมาก นอกจากนี้ในตอนท้ายของการต่อสู้ดารา คู่สามีภรรยาเหล่านี้เป็นคู่ที่เสียชีวิตก่อนคนอื่นและเป็นเช่นนี้อยู่บ่อยๆ

 

ได้ยินเรื่องนี้ ซูฉิงถอนหายใจ ดาราศักดิ์สิทธิ์พวกนี้ค่อนข้างจริงจังมาก

 

“เธอกลัวที่ฉันจะฉุดเธอตกต่ำลงหรือไม่?” ซูฉิงขมวดคิ้ว “มันสามารถยกเลิกสัญญาได้ไหม?”

 

หลินหยิงทันใดนั้นเธอเปิดตาของเธอขึ้นและมองไปที่ซูฉิงอย่างแปลกประหลาด “นายท่าน กำลังพูดถึงเกี่ยวกับอะไร?”

 

“ถ้าหากผู้ควบคุมดารามีความสำคัญต่ออัศวินดารามากนัก ฉันที่ไม่รู้อะไรเลย ฉันคงไม่สามารถช่วยเธอได้ การเลิกสัญญาไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉัน” ซูฉิงตอบด้วยความสัจจริง เดิมทีเขามาจากโลกที่ทันสมัย ประเภทสัญญาแบบนี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาจริงๆ

 

อย่างไรก็ตาม หลินหยิงเม่ย ด้วยคำพูดของซูฉิงทำให้เกิดพายลูกใหญ่เดือดดาลขึ้นในใจของเธอ ภูเขาทวีปเหลียงเต็มไปด้วยนักบ่มเพาะนับไม่ถ้วนที่เตรียมใช้แผนการไร้ยางอายเหลือคณานับ เพื่อที่จะพยายามลงนามพันธะสัญญากับดาราศักดิ์สิทธิ์

 

เพื่อที่จะสามารถทำสัญญากับดาราศักดิ์สิทธิ์หลินชงผู้เกรียงไกร่ได้ มันเป็นสิ่งที่ผู้บ่มเพาะดาราในทวีปนี้ไม่กล้าแม้แต่จะใฝ่ฝันถึง

 

แต่เมื่อเห็นซูฉิงที่พูดออกมาอย่างจริงใจไม่มีและไม่มีร่องรอยของการหลอกลวง  ความรู้สึกที่เย็นชาของหลินหยิงเม่ยก็เริ่มที่จะอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเสียงของเสียงก็ยังคงดูดุดัน

 

“นายท่าน เรื่องนี้ท่ากำลังดูถูหลินชง พันธะเป็นเรื่องของโชคชะตา สำหรับส่วนที่เหลือของชีวิตของข้า ข้าจะอุทิศตัวเพื่อปกป้องท่าน ถึงแม้จะต้องตายก็ยอม!”

 

“คำพูดของเธอมันทำให้ฉันรู้สึกดี แต่ฉันไม่สามารถอดทนได้!” สำหรับดีหรือไม่ดีนั้นไม่เกี่ยว ซูฉิงซึ่งเป็นคนสำคัญของกองทัพอากาศ การซ้อนหลังหญิงสาวมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ “จะดีกว่าถ้าเธอสอนฉันได้ว่าฉันจะปกป้องตัวเองได้อย่างไร”

 

หลินหยิงเม่ยพยักหน้าเบากับคำพูดของเขา แม้ว่าหยิงเม่ยจะเสียใจมากกว่าหนึ่งครั้งที่ได้ทำพันธะสัญญากับคนแปลกหน้านี้ เจ้านายของของเธอดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ แต่วันหนึ่งเขาเองก็จะสามารถควบคุมตัวเธอได้อย่างแท้จริง ดาราเกรียงไกร

 

“ข้ารับใช้ของท่านเข้าใจแล้ว!”

 

 

ม้าสีขาวที่กำลังวิ่งจู่ๆ ก็หยุดลง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังม้ามองไปที่เนินเขาลึก ที่อยู่ในระยะไกล ดวงตาของเขามันได้แอบซ่อนความคิดอันลึกลับเอาไว้ ทางด้านหลังของเขา หญิงสาวผมแดงยิ้มเย้ยหยัน

 

“ร่องรอยยังคงสดใหม่ พวกเขาไม่ควรอยู่ไกลจากนี้”

 

“ชิงเอ๋อ ดาราที่ทำเช่นนี้ เจ้าคิดว่าอัศวินดาราตนนี้เป็นของใคร?”

 

ชินฮัว สงสัย

 

“ไม่ว่าเธอจะเป็นดาราของใคร ข้าก็จะเผามันให้ถึงจุดที่แม้แต่ขี้เถาก็ไม่อาจเหลืออยู่”

 

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง

 

“นายท่านกลัวได้ด้วยหรือ?”

 

ชินฮัวตอบด้วยความดูถูก “มีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ ทำไมอัศวินดาราถึงประกาศ การลงนามของพวกเขาที่บริเวณภูเขารกร้างศักดิ์สิทธิ์? การต่อสู้ของดาราได้เริ่มขึ้นแล้ว อัศวินดาราที่อ่อนแอ่ทุกตนควรรักษาความละเอียดรอบครอบให้มากขณะที่ค่อยๆเก็บความแข็งแกร่งของตน”

 

“นายท่านกำลังคิดว่าอัศวินดาราตนนี้บางที่อาจเป็นวิญญาณระดับสวรรค์?”

 

ชิงเอ๋อ ยิ้มอย่างเหี้ยโหด

 

“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ยิ่งดี การดูดซับวิญญาณระดับสวรรค์จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อพลังดาราของนายท่าน”

 

“งั้นเพื่อความระมัดระวัง เราจะใช่กลยุทธ์ย่างก้าวฟีนิกช์ในทันทีเมื่อพบเจอพวกนั้น และอย่าเสียเวลาไปกับคำพูด”

 

“ฮ่าๆๆ”

 

หญิงสาวผมแดงหัวเราะเสียงดังเป็นคำตอบ

 

***

 

หลังจากเดินทางข้ามที่ลาบลุ่มของภูเขารกร้างศักดิ์สิทธิ์มเป็นเวลา10วัน ในที่สุดซูฉิงและหลินหยิงเม่ยก็สามารถเห็นภาพของภูเขาที่กลิ้งเลื้อยเหมือนมังกรที่เผ้ารอบางอย่าง ภูเขาที่มีลักษณะพิเศษนี้เรียกว่า “รากไม้เหล็กยักษ์” ต้นไม้เหล่านี้แข็งคล้ายเหล็ก เขาหุ้มภูเขาทั้งภูเขาเหมือนเกราะ สิ่งนี้ทำให้ซูฉิงรู้สึกเหมือนกับว่าภูเขานั้นเป็นป้อมปราการที่ไม่อาจจะสามารถเข้าถึงได้ เป็นภูเขาที่ดูคล้ายกำแพงที่แข็งแกร่ง หนึ่งในห้าภูเขาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเหลียงเฉิน

 

หลินหยิงเม่ยมาที่เขตบริเวณภูเขารกร้างศํกดิ์สิทธิ์ โดยมีเป้าหมายในการค้นหาวัตุบางอย่างเช่น “ของที่ตกทอดคมมีดทราย” เมื่อนำมันทำแปลงเป็นอาวุธ มันจะเพิ่มความเหนียวและความแข็งแกร่งของอาวุธขึ้น แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ที่น่าตื่นตกใจอย่างทำพันธะสัญญาเกิดขึ้น ในระหว่างเดินทางมาที่นี่ ซูฉิงผู้ที่ไม่มีแผนการอะไรอย่างจริงจังเพราะเพิ่งมาถึงทวีปเหลียงเฉินแห่งนี้ เขาจะยินดีมากกว่าที่จะติดตามเธอไปในเส้นทางที่เธอจะพาไป

 

และในขณะเดียวกันที่พวกเขากำลังเตรียมที่จะขึ้นไปบนภูเขา เสียงกรีดร้องของลูกไฟขนาดใหญ่ก็ส่งมา

 

ซูฉิงรวบรวมพลังดาราของเขาไว้ที่ปลายนิ้ว และยิงแสงสีฟ้า ขว้างการโจมตีของลูกบอลไฟ

 

“การหาพวกเจ้าทั้งสองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”

 

ชายและหญิงยืนอยู่ในทางของพวกเขา… ขวางเส้นทาง

 

อ้างจากความผันผวนของพลังดาราเป็นหลัก ชายคนนี้ดูไม่ง่ายเลย พลังดาราของเขาอย่างน้อยสุดคงอยู่ในตอนท้ายของระบบละอองดาว ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ซูฉิงได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ่งเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะดารา ผู้ควบคุมการาและพลัง ความสามารถของผู้ควบคุมดาราแบ่งออกเป็นตามระดับเหล่านี้ ขอบเขตละอองดาว ขอบเขตอากาศละอองดาว ขอบเขตทางช้างเผือก ขอบเขตดาวฤกษ์ ขอบเขตลืมเลือน และขอบเขตทำลายล้าง

 

ถือเป็นพลังที่เยอะมากสำหรับบุคคลหนึ่ง ประโยชน์ในการต่อสู้จะมากขึ้นเมื่อพวกเขามีมัน

 

ขณะนี้พลังดาราของซูฉิงอยู่ที่ระดับแรกของละอองดาวเท่านั้น

 

“เราหรือรู้จักกันหรือไม่?”

 

ซูฉิงถามอย่างรอบครอบ

 

 

ชินฮัวเหลือบมองหลินหยิงเม่ยและพยายามประเมิณเธอ

 

หญิงผมแดงพูดออกมาอย่างดุเดือด

 

“ใครจะสามารถจิตนาการได้ว่าจะเป็นอัศวินดาราที่ลงนามแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเราฆ่าพวกเจ้าในตอนนี้จะช่วยพวกเราได้อย่างมาก”

 

“ข้าไม่ต้องการสู้กับน้องสาวตัวน้อย”

 

หลินหยิงเม่ยกล่าวออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

“แกว่าใครเป็นน้องสาวตัวน้อย?”

 

หญิงสาวตะโกน ร่างกายของเธอปลดปล่อยออร่าสีแดงเข้มออกมา มีไฟสีแดงปรากฏจากทั้งผมและดวงตาของเธอ บนหน้าผากของเธอ มีสัญลักษณ์ดาราปรากฏขึ้น ในขณะที่มีดสีแดงเข้มปรากฏอยู่ในมือของเธอ

 

กระบี่แยกออกเป็น9ส่วน แต่ละส่วนล้วนเชื่อมกัน

 

เก้ากระบี่เพลิงจองจำ!

 

“ดาราแห่งความเบี่ยงเบน “ปีศาจผมแดง”?”

 

หลินหยิงเม่ยขมวดคิ้ว