0 Views

        รุ่งสางวันถัดมา

        “หลงจู๊1 มีเข็มสำหรับใช้ในการฝังเข็มหรือไม่ขอรับ?” เสียงนุ่มนวลเรียบนิ่งดังขึ้น หลงจู๊เงยหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มสะอาดสะอ้านปรากฏสู่สายตา

        “มีขอรับ คุณชายโปรดรอสักครู่” ช่างเป็นคุณชายที่หล่อเหลายิ่งนัก ความสุภาพเรียบร้อยทำให้ผู้คนเพียงแค่มองก็รู้สึกดี

        อวิ๋นซูเริ่มคุ้นชินกับใบหน้านี้ของตนแล้ว เซียวฮองเฮามีใบหน้าที่งดงามน่าหลงใหล เป็นที่อิจฉาของสตรีทั้งใต้หล้า แต่หลิ่วอวิ๋นซูมีใบหน้าประเภทที่สุภาพงดงามแลดูสะอาดสะอ้าน ซึ่งทำให้นางสบายใจเป็นอย่างมาก เมื่อไม่มีเงาในอดีต ทุกคราที่ส่องกระจกจะได้ไม่คับแค้นใจจนตาย

        อวี้เอ๋อร์ที่อยู่ข้างกันไม่คุ้นชินยิ่งนักที่ต้องแต่งกายเป็นเด็กรับใช้ของบัณฑิต คุณหนูของตนงดงามอนาคตรุ่งโรจน์แท้ๆ เหตุใดยามออกจากจวนกลับต้องการสวมใส่เสื้อผ้าบุรุษกันเล่า ช่างน่าเสียดายดวงหน้าอันงดงามดั่งดวงจันทรานั่นจริงๆ

        “หลงจู๊ มียาขายหรือไม่?”

        เสียงสดใสไพเราะน่าฟังพร้อมรอยยิ้มบางทำให้อวิ๋นซีและอวี้เอ๋อร์อดทอดสายตามองไปไม่ได้ เพียงแต่การมองครานี้ทำให้รู้สึกว่าทุกสรรพสิ่งอื่นใดพลันไร้สีสัน สิ่งแรกที่ประทับสู่ม่านสายตาคือดวงตาอันแวววาวสุกสกาวคู่นั้น

        นางคิดมาตลอดว่าเซียวอี้เชินเป็นบุรุษรูปงามที่หาได้ยากยิ่งในโลกหล้า แต่คุณชายวัยเยาว์ตรงหน้ากลับทำให้อวิ๋นซีรู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด

        รอยยิ้มของเขาอบอุ่นไร้พิษภัย ใบหน้าขาวสะอาดหมดจด ดวงตาเปล่งประกายราวดวงดารา ริมฝีปากบางยกยิ้มหยอกเย้าทว่าไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่พอใจ จมูกโด่งเป็นสันราวกับถูกสร้างมาอย่างประณีตงดงาม เป็นครั้งแรกที่มีคนสามารถทำให้ความเย้ยหยันและความสุภาพอ่อนโยนดูกลมกลืนเข้าด้วยกันได้

        แม้จะสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายหยาบ ทว่ามิอาจปกปิดความพิเศษบนกายได้ เขาเดินมาข้างกายอวิ๋นซู เมื่อสบตาเข้ากับนางที่แต่งกายเป็นคุณชายน้อยคนหนึ่งก็ส่งยิ้มตามมารยาทมาให้

        ส่วนนางเพียงมองเขาอย่างเฉยชาครู่หนึ่งแล้วจึงถอนสายตากลับมา เบนหน้าไปไม่ตอบสนองสิ่งใด

        “…” นัยน์ตาของเฟิ่งหลิงเจือแววตกตะลึง ยามเมื่อเขาเห็นติ่งหูเล็กขาวของอวิ๋นซูปรากฏสีชมพูจางๆ ก็พลันเข้าใจขึ้นมา

        “คุณชายน้อย ท่านลองดูเข็มอ่อนเหล่านี้ก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่ขอรับ” หลงจู๊เดินยิ้มออกมา เมื่อเห็นคุณชายผู้นั้นก็ส่งรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยสัญญาณบางอย่าง ดูราวกับว่าทั้งสองคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

        อวิ๋นซูเปิดห่อผ้าที่หลงจู๊ส่งให้ ภายในปรากฏให้เห็นเข็มเงินขนาดสั้นยาวไม่เท่ากันวางเรียงอยู่ นางเลือกหยิบมาทดสอบแท่งหนึ่ง จากนั้นจึงจ่ายก้อนเงินออกไปอย่างพออกพอใจและเก็บของในห่ออย่างระมัดระวัง “ขอบคุณขอรับ”

        นางเดินออกมานอกร้านแต่กลับพบว่าอวี้เอ๋อร์ไม่ได้ตามมา หันกายไปมองจึงได้เห็นว่าผู้ที่แต่งกายเป็นเด็กรับใช้ของบัณฑิตกำลังจ้องมองชายแปลกหน้าอย่างหลงใหล

        “พวกเรากลับกันเถิด”

        ในที่สุดเสียงนี้ก็ทำให้อวี้เอ๋อร์ได้สติ ใบหน้าของนางพลันแดงเรื่อ รีบตามคุณหนูของตนออกมา

        “โธ่ คุณชาย ยานี้มิอาจทานบ่อยๆ มิเช่นนั้นท่านจะป่วยเข้าจริงๆ นะขอรับ!”

        “หลงจู๊วางใจเถิด ตัวข้ารู้ขีดจำกัดดี”

        เสียงสนทนาดังแว่วมาเบาๆ จากด้านหลัง อวิ๋นซูมองอวี๋เอ๋อร์ที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวข้างกาย “ทำไม คิดถึงบุรุษโฉมงามเมื่อครู่นี้อยู่หรือ?”

        “โธ่ คุณหนู…” ใบหน้าของอวี้เอ๋อร์แดงเรื่อ จะอย่างไรนางก็ไม่เคยพบเคยเห็นบุรุษรูปงามเช่นนั้นมาก่อน

        รอยยิ้มบนในหน้าของอวิ๋นซูเจือแววเย็นชาอยู่หลายส่วน ต่อให้งดงามก็มิอาจต้านทานกาลเวลาได้ มิอาจชะล้างความบาดหมางในใจได้ เพียงพริบตาเดียวก็ถูกทอดทิ้ง นี่คือประสบการณ์อันเจ็บปวดในชีวิตเดิมของนาง

        “แย่เล้ว! นั่นฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ!” อวี้เอ๋อร์รีบดึงนางให้หยุดเดิน

        หน้าถนนของจวนโหว กลุ่มคนดูยิ่งใหญ่เกรียงไกรหยุดยืนอยู่หน้าประตูอย่างเคร่งขรึมทรงอำนาจ สตรีวัยเยาว์ใบหน้างดงามบริสุทธิ์ดั่งหยกกำลังประคองสตรีชราผู้สวมใส่ชุดสีน้ำตาลนางหนึ่ง

        มองจากมุมของอวิ๋นซู สามารถมองเห็นใบหน้าอันแข็งทื่อซีดขาวและนิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่งของฮูหยินผู้เฒ่าได้พอดิบพอดี

        ใจนางสั่นสะท้าน ส่วนอวี้เอ๋อร์ที่อยู่ข้างกายร้อนรนจนทนไม่ไหว “คุณหนู พวกเรารีบกลับกันเถิดเจ้าค่ะ หากฮูหยินรู้ว่าพวกเราออกนอกจวนโหวคงไม่ดีแน่!”

        ทว่าอวิ๋นซูกลับไม่ขยับ เพียงยกยิ้มเป็นนัยว่าให้รออีกสักครู่ จนกระทั่งคนทั้งหมดเข้าไปในจวนนางจึงเดินออกมาจากในตรอกอย่างไม่รีบไม่ร้อน “รีบร้อนไปไย ฮูหยินผู้เฒ่าไม่อยากพบข้าเร็วปานนั้นหรอก”

        คนของจวนโหวงมงายเช่นนี้ คงจะรอฤกษ์ยามถึงค่อยกลับมากระมัง หากเป็นไปได้พวกนางคงไม่อยากพบตนเองที่เป็นตัวโชคร้ายเท่าใดนัก แต่อย่างไรมารยาทก็มิอาจละเว้น ดังนั้นจึงไม่ต้องรีบร้อน เพราะพวกนางยังต้องการเวลาเตรียมตัวสักครู่

        เป็นจริงดั่งว่า อวิ๋นซูเดินเข้ามาจากประตูหลัง กระทั่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าจึงเพิ่งจะส่งคนมา

        แม่นมท่าทางเข้มงวดคนหนึ่งพานางเดินไปยังทิศทางของเรือนฮูหยินผู้เฒ่า ไม่มีการพูดจาที่เกินความจำเป็น การแสดงออกที่เหมาะสมเช่นนั้นทำให้นางพอจะรับรู้ได้ถึงความเข้มงวดในการสั่งสอนคนใต้ปกครองของฮูหยินผู้เฒ่า

        เมื่ออวิ๋นซูย่างเท้าเข้ามาภายในห้องโถง พบว่ามีเครื่องหยกและแจกันดอกไม้นานาชนิดวางเรียงราย ขวามือมีเหลยซื่อและอนุภรรยาทั้งสามยืนอยู่ ซ้ายมือเป็นเหล่าพี่น้องของนาง

        “อวิ๋นซูคารวะท่านย่าเจ้าค่ะ”

        การคารวะของนางถูกต้องทุกระเบียบนิ้ว สุภาพเหมาะสม ดูไม่เหมือนเด็กหญิงที่มาจากหมู่บ้านชนบทอย่างที่ใครๆ คาดคิด ความเกลียดชังในใจของฮูหยินผู้เฒ่าพลันลดลงไปหลายส่วน จะอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของสกุลหลิ่วของพวกเขา

        “เพิ่งกลับมาจวนโหว เริ่มคุ้นเคยบ้างแล้วกระมัง”

        “เจ้าค่ะท่านย่า เป็นท่านย่าที่ใส่ใจซูเอ๋อร์ยิ่งนัก”

        เหลยซื่อที่อยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นพลันแย้มยิ้มบนใบหน้า นังเด็กคนนี้นับว่ารู้มารยาท หากนางกล้าพูดเรื่องเมื่อวานกับฮูหยินผู้เฒ่า ตนเองคงจะต้องสั่งสอนนางดีๆ สักครั้ง

        “มานี่ ย่าขอหยกประดับมาจากวัดเทียนฝูมาให้เจ้าเส้นหนึ่ง ลองสวมดูว่าชอบหรือไม่?”

        อวิ๋นซูก้าวเข้าไปอย่างเชื่องช้า ก้มหน้าค้อมกายรับหยกปรับสีเขียวมรกตเส้นนั้น ชีวิตก่อนนางมีฐานะเป็นฮองเฮา ได้เข้าออกวัดต้าหลี่อยู่บ่อยครั้ง ย่อมรู้ประโยชน์ของหยกประดับเช่นนี้เป็นธรรมดา มันเอาไว้ใช้ขับไล่สิ่งชั่วร้าย!

        “ขอบคุณท่านย่าเจ้าค่ะ”

        สายตาตกอยู่ที่นิ้วมืออันคดงอเล็กน้อยของฮูหยินผู้เฒ่า ในใจของอวิ๋นซูเข้าใจแจ่มแจ้ง ไม่ผิดไปจากที่ตนคาดคิดเท่าไรนัก

        “น้องสาว เจ้าต้องรับระวังๆ เสียหน่อยเล่า หยกประดับนี้ทั่วทั้งแคว้นเฉินมีอยู่เพียงเส้นเดียว” ผู้กล่าวคือสตรีที่ใบหน้างดงามดั่งหยก เป็นสตรีอายุน้อยที่นางเห็นตรงหน้าประตูจวน นางแย้มยิ้มเล็กน้อยทว่ามิอาจปกปิดความเหยียดหยามและความรังเกียจในสายตาของนางได้

        “นี่เป็นพี่สาวของเจ้าผู้เกิดจากภรรยาเอก วันหน้าหากมีสิ่งใดไม่เข้าใจก็ถามนางเสียให้มาก” เหลยซื่อยังคงท่าทางภูมิฐานเปี่ยมด้วยจรรยา นางมองไปยังบุตรีของตน ใบหน้าปรากฏความภาคภูมิใจอย่างเก็บงำไว้ไม่อยู่

        นี่คือหลิ่วอวิ๋นฮว๋า บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนชางหรงโหว กิ่งท้อชูช่อไสว งามวิลัยสวยสะพรั่ง2 ช่างสมชื่อตนเหลือเกิน

        “เอาล่ะ ข้าเองก็ล้ามากแล้ว พวกเจ้าออกไปเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าว ทั้งหมดพากันคารวะแล้วถอยหลังออกไป อวิ๋นซูไม่แปลกใจแม้แต่น้อยกับการพบหน้าอันแสนสั้นของครอบครัวในครั้งนี้ เพราะผู้ใดก็ไม่อยากอยู่ร่วมกับตัวโชคร้ายอย่างนางนานเกินไปนัก

        ภายในห้อง อวี้เอ๋อร์มองหยกประดับที่ฮูหยินผู้เฒ่ามอบให้ จ้องจนดวงตาเบิกกว้าง ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนโหวมอบของอย่างใจกว้างถึงเพียงนี้เชียว เกรงว่าหยกทุกเม็ดคงมีค่าไม่น้อยเลยทีเดียว!

        ทว่า อวิ๋นซูที่อยู่ตรงหน้าต่างเห็นข้ารับใช้ผู้หนึ่งกำลังก้มหน้าทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงระเบียง เขาสบเข้ากับสายตาของนางพอดี จึงรีบร้อนวิ่งจากไป

        “อวี้เอ๋อร์ ไปเรียกชุ่ยเอ๋อร์เข้ามา”

****************************

คำอธิบายเพิ่มเติม

1 หลงจู๊ คือคำเรียกผู้ดูแลร้านค้า

2 กิ่งท้อชูช่อไสว งามวิลัยสวยสะพรั่ง มาจากช่วงหนึ่งของบทกวีที่ปรากฏในหนังสือรวมบทกวียุคโบราณ


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “แพทย์หญิงหมื่นพิษ” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5212

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)