0 Views

        เฟิ่งหลิงมองรัชทายาทบนเตียงอย่างตกตะลึง เป็นนางที่ทำผิด ไม่คิดว่าเขาจะช่วยนางปิดบัง ใบหน้าสุภาพนั่นทำให้เฟิ่งหลิงนึกถึงพี่สามที่มักจะให้อภัยนางเสมอ

        “ฝ่าบาททรงไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? คุณหนูเจ็ดเล่า บาดเจ็บที่ใดหรือไม่?”

        ดรุณีน้อยนางนั้นยื่นหลังมือที่ถูกลวกออกมาอย่างระมัดระวัง พบมีรอยแดงดังคาด

        “เช่นนั้นก็ใช้ยาทาเสียหน่อยก็ดี”

        พูดถึงเรื่องใช้ยา เฟิ่งหลิงพลันนึกขึ้นมาได้ จึงแย้มยิ้มอย่างไร้เดียงสา “ข้าจะไปหาพี่สาวซู ใช่แล้ว ยาของฝ่าบาทก็ให้พี่สาวซูต้มให้อีกชุดได้นี่!” พูดจบไม่รอให้บุรุษทั้งสองตอบกลับ ร่างเล็กๆ ก็วิ่งทะยานออกไปแล้ว

        พี่สาวซู? ตงฟางซวี่มองไปยังหลิ่วอวิ๋นเฟิงที่อยู่ข้างๆ อย่างสงสัย อีกฝ่ายยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน นี่ตนไม่ได้พูดนะ อย่างไรเขาก็ไม่สามารถควบคุมปากของผู้อื่นได้ หากท่านแม่จะกล่าวโทษก็โทษเขาไม่ได้

        ยามนี้หลิ่วอวิ๋นเฟิงทำเป็นไม่ได้ยิน เก็บเศษถ้วยบนพื้นท่ามกลางสายตาสงสัยของรัชทายาท

        …

        เฟิ่งหลิงเยี่ยมหน้าเข้าไปตรงประตู ในห้องของอวิ๋นซูไม่มีคนอยู่ แต่บนโต๊ะกลับมีขวดยาวางอยู่มากมาย ในนั้นมีขวดกลมๆ สีแดงที่ดึงดูดความสนใจของนาง

        ร่างกายของนางยังเตี้ยเล็กกว่าสตรีอายุสิบสองปีทั่วไปเล็กน้อย มองไปรอบๆ ครู่หนึ่งจึงเลื่อนเก้าอี้ตัวเล็กมาเหยียบขึ้นไป เมื่อเปิดฝาออกพลันมีกลิ่นแปลกๆ พวยพุ่งออกมา

        “หืม” นี่คืออะไร?!

        ยื่นนิ้วชี้ไปเขี่ยดู ของสีใสข้นเหนียวย้อมอยู่บนนิ้วมือของนนางให้ความรู้สึกเย็นสบายยิ่งนัก

        หรือนี่จะเป็นยาที่พี่ซูเตรียมไว้? นางเม้มปาก นำเนื้อยาข้นเหนียวเหล่านั้นทาไปยังจุดที่โดนลวก ความเย็นกลบซ่อนความเจ็บปวดยิบๆ นั่นไว้ อีกทั้งกลิ่นนี้นางก็ชอบมาก

        หากทามากหน่อย จะหายเร็วขึ้นหรือไม่นะ?

        หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่เมื่อครู่นี้ตามเฟิ่งหลิงมาติดๆ เดินกลับไปกลับมาอยู่นอกเรือนนานแล้ว นางเกลียดชังอวิ๋นซูจากก้นบึ้งของหัวใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเข้าไปในห้องที่อวิ๋นซูพักอยู่เลย ต่อให้ก่อนหน้านี้ตนอยู่ที่นี่ก็ตาม

        หากเข้าไปในห้องของตัวโชคร้ายตนเองอาจจะซวยก็ได้! หลิ่วอวิ๋นฮว๋าคุมอารมณ์ แต่ก็กลัวว่านานไปตัวโชคร้ายผู้นั้นจะกลับมา

        “คุณหนูเจ็ด? คุณหนูเจ็ด?”

        เฟิ่งหลิงที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงคนเรียก นางวางขวดยานั้นอย่างงกๆ เงิ่นๆ แล้ววิ่งออกไป เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ตนเกลียดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็พลันทำหน้าคว่ำ

        “เจ้าเรียกข้าทำไม?!”

        ท่าทางโอหังไร้มารยาทยิ่งกว่าก่อนหน้านี้มากนัก

        หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสูดลมหายใจลึก พยายามทำให้จิตใจอันโกรธแค้นให้สงบลง “คุณหนูเจ็ดรู้สึกเบื่อหรือเจ้าคะ? อวิ๋นฮว๋าเจอสถานที่น่าสนุกอยู่ที่หนึ่ง คุณหนูเจ็ดไปอยากไปดูด้วยกันไหมเจ้าคะ?”

        “ไม่ไป! มีอะไรน่าสนุกกัน แล้วก็ไม่มีสัตว์เล็กๆ ด้วย!”

        “มีเจ้าค่ะ! ที่อวิ๋นฮว๋าเจอเป็นรังกระต่ายน้อยรังหนึ่งเจ้าค่ะ!”

        กระต่ายน้อย? แววตาของฟิ่งหลิงเริ่มสั่นไหว หลิ่วอวิ๋นฮว๋าแย้มยิ้มบนใบหน้า “ก่อนหน้านี้เป็นอวิ๋นฮว๋าที่ทำผิดไปมาก คุณหนูเจ็ดไม่โกรธใช่หรือไม่เจ้าคะ? หากหารังกระต่ายนั่นเจอ คุณหนูเจ็ดให้อภัยอวิ๋นฮว๋าได้หรือไม่เจ้าคะ?”

        ไม่อยากให้อภัยนาง แต่ก็อยากได้รังกระต่าย เฟิ่งหลิงลังเล สุดท้ายจึงตามไปอย่างไม่เต็มใจนัก จะอย่างไรนางก็ไม่ได้ตอบตกลงว่าจะให้อภัยคนคนนี้ จับกระต่ายแล้วก็กลับดีกว่า!

        หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายื่นมือออกไปต้องการจับมือเฟิ่งหลิง คิดไม่ถึงว่านางจะสะบัดออก “ข้าเดินเองได้”

        ความโกรธแค้นในใจยิ่งลึกล้ำ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหยัดกายขึ้นตรง ฝืนยิ้มบนใบหน้าพลางกล่าวออกไป “ทางนี้เจ้าค่ะ”

        นางเหลือบตามองไปยังดรุณีน้อยที่ตามมาเงียบๆ นางเลือกเส้นทางที่ปกติไม่ค่อยมีคนเดิน ซึ่งเป็นทิศทางไปสู่สนามล่าสัตว์

        เดินไปครู่หนึ่ง ความอดทนในใจของเฟิ่งหลิงหายวับไปแล้ว “นานเช่นนี้แล้ว เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่ไหม?”

        “จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะคุณหนูเจ็ด พวกเราต้องเดินกันไปอีกครู่หนึ่ง กระต่ายน้อยไม่อยู่ในสถานที่ที่มีคนเยอะหรอกเจ้าค่ะ”

        เพิ่งจะหว่านล้อมนางไปไม่ทันไรเฟิ่งหลิงก็เปลี่ยนความสนใจแล้ว “ข้าจะไปหาพี่ซู!”

        “เดี๋ยวก่อน คุณหนูเจ็ด น้องหกของข้าอาจจะอยู่ที่นั่นเจ้าค่ะ”

        ได้ยินพี่สามกับพี่สี่กล่าวว่า หลายวันมานี้พี่ซูเก็บสมุนไพรอยู่ในป่านี่นา หรือพี่ซูก็อยู่ที่นั่นด้วย?

        เมื่อครู่หลิ่วอวิ๋นฮว๋าถามพระลูกวัดผู้หนึ่งว่าที่สนามล่าสัตว์จุดใดมีสัตว์ดุร้ายอยู่ค่อนข้างมาก ตอนนี้นางกำลังมุ่งเข้าไปยังทิศทางนั้น

        ทางสายนี้มีพุ่มไม้เตี้ยที่มีหนามแหลมอยู่ มันเกี่ยวกระโปรงนางจนขาด หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพยายามอดทนกับสิ่งเหล่านี้ เมื่อคิดถึงรอยยิ้มที่รัชทายาทยิ้มให้เด็กคนนี้ ความอิจฉาอันลึกล้ำในใจนางก็ยับยั้งเอาไว้ไม่อยู่ เด็กคนนี้สร้างความลำบากให้ตนเองมากมาย ทั้งยังสนิทสนมกับอวิ๋นซู ควรจะสั่งสอนนางเสียหน่อย

        “อยู่ไหนเล่า? เดินมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว! ที่นี่มันที่ไหนกัน?” เฟิ่งหลิงกระซิบ ทว่าสตรีเบื้องหน้าไม่สนใจนาง

        “ข้าจะกลับไปแล้ว!”

        หลิ่วอวิ๋นฮว๋าคงยังไม่สนใจนาง เฟิ่งหลิงหมุนตัวเดินกลับไปหลายก้าว พลันพบว่าตนเองจำทางกลับไม่ได้!

        ดูท่า คงทำได้เพียงตามนางไปให้ตลอดแล้ว

        ยามนี้เอง มีเสียงซู่ๆ ดังขึ้นมาจากในป่า สตรีทั้งสองหยุดเท้าพร้อมกัน

        “อะ อะไร?”

        หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเดินถอยหลังไปแล้วหลายก้าว สายตาของนางตกอยู่บนต้นไม้รูปร่างแปลกประหลาดต้นหนึ่ง รูปร่างลาดเอียงเช่นนี้เหมาะให้ปีนป่ายพอดี หากเป็นสัตว์ป่าดุร้ายอะไรจริง ตนเองก็สามารถหนีขึ้นต้นไม้ให้เร็วที่สุดได้

        “กรร…”

        หมาในสามตัวเดินออกมาจากพงหญ้า คมเขี้ยวอันแหลมคมทำให้นางทั้งสองขนลุก

        เดิมทีคิดอยากจะทิ้งเฟิ่งหลิงไว้ในป่าให้นางตกใจเสียหน่อย พระเหล่านั้นกล่าวว่าปกติสัตว์ป่าไม่ออกมาตอนกลางวัน แต่ที่หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่รู้ก็คือ หมาในสามตัวนี้ออกมาหาอาหารตอนกลางวันเพราะหิวมากเกินไป

        “ชะ ช่วยด้วย” เฟิ่งหลิงรู้ว่าเมื่อเผชิญหน้ากับหมาในไม่ควรจะขยับสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ให้ถอนเท้าวิ่งหนี หลิ่วอวิ๋นฮว๋าปีนไปบนต้นไม้ก่อนแล้ว เบิ่งตามมองหมาในสามตัววิ่งไล่ดรุณีน้อยที่วิ่งจากไปอย่างบ้าคลั่ง

        รอครู่หนึ่ง เมื่อมั่นใจแล้วว่าหมาในพวกนั้นจะไม่กลับมาอีก หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ยกยิ้มเย็น ดูสิว่าวันหน้านางจะยังกล้าหยิ่งผยองอีกหรือไม่ ลมหนาวพัดมา นางลงมาสู่พื้น ไปจากที่บ้าๆ นี่ให้เร็วหน่อยจะดีกว่า มิฉะนั้นหากมีสัตว์ป่าอะไรโผล่มากะทันหันอีกคงไม่ดีแน่

        …

        เหล่านกบนต้นไม้สะดุ้งตกใจ อวิ๋นซูเงยหน้ามองฝูงนกที่บินไป ในใจรู้สึกไม่สงบ

        เมื่อกลับมาจากการเก็บสมุนไพร ก็พบบุรุษสองคนเดินไปเดินมานอกเรือนของนางอย่างเป็นกังวล

        “คุณหนูหก หลิงเอ๋อร์ได้มาหาเจ้าหรือไม่?”

        ใบหน้าของคุณชายเฟิ่งหลิงในวันนี้ขาวซีดมากจนเห็นได้ชัดเจน ต่างกับที่อวิ๋นซูเห็นเมื่อก่อนหน้านี้ยิ่งนัก ทว่าอาจเป็นเพราะตอนนี้มีเพียงเฟิ่งฉีอยู่ข้างกาย เขาจึงไม่คิดปิดบังตนเอง

        “คุณหนูเจ็ดหรือเจ้าคะ?”

        “แย่แล้ว เด็กคนนั้นไม่รู้วิ่งไปไหนแล้ว!” เฟิ่งฉีขมวดคิ้วแน่น อวิ๋นซูพลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าพวกเขาหาคุณหนูเจ็ดไม่เจอ

        นางมองเข้าไปในห้องของตน ประตูที่เดิมทีปิดอยู่ครึ่งหนึ่งตอนนี้กลับเปิดออก นางเดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไร ไม่นาน บุรุษสองคนด้านนอกก็ได้ยินเสียงของนาง “คุณหนูเจ็ดมาที่นี่ก่อนแล้ว!”

        “อะไรนะ? นางอยู่ไหน?”

        แต่เมื่อพวกเขาเข้าไป กลับเห็นเพียงอวิ๋นซูกำลังจ้องขวดยาสีแดงอยู่

        “คุณหนูเจ็ดมาที่นี่จริง แต่ก็ไปแล้วเจ้าค่ะ”

        ภายในห้องมีกลิ่นหอมเข้มข้นฟุ้งกระจาย เนิ่นนานก็ยังไม่จางหายไป

        ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงคุณชายใหญ่เฟิ่งอวี่ดังขึ้น “น้องสาม น้องสี่ เกิดเรื่องแล้ว!”

        “…”

        อีกด้านหนึ่งภายในห้อง

        “คุณหนูรองอย่าได้โทษตัวเองเลย…” รัชทายาทมองสตรีที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น อดไม่ได้ที่จะกล่าวปลอบออกมา

        “อวิ๋นฮว๋า เหตุใดเจ้าจึงได้พาคุณหนูเจ็ดไปที่ที่อันตรายเช่นนั้น?” ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าจริงจังเป็นอย่างยิ่ง หากคุณหนูเจ็ดเกิดเรื่องอะไรขึ้นจะทำอย่างไร

        “คุณหนูเจ็ดบอกว่าชอบกระต่ายน้อย จะให้ข้าพานางไปหาให้ได้ มิใช่ว่าในป่าปลอดภัยมากหรอกหรือเจ้าคะ? อวิ๋นฮว๋าคิดว่าพาคุณหนูเจ็ดไปก็ไม่เป็นไร ไหนเลยจะรู้ว่าจู่ๆ จะมีหมาในโผล่ออกมาสามตัว คุณหนูเจ็ดหวาดกลัวมากเลยวิ่งหนีไป…”

        เหลยซื่อฟังจนอกสั่นขวัญแขวน “อวิ๋นฮว๋า เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่?!” คุณหนูเจ็ดผู้นั้นก็จริงๆ เลย เจออันตรายก็วิ่งหนีเอาตัวรอด ไม่รู้จักร่วมมือกับบุตรีของตนหรือ? พอเกิดเรื่องต้องดูแลกันสิ! ช่างไม่ยุติธรรมเลย!

        หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายื่นมือทั้งสองของตนออกไป ที่ฝ่ามือมีรอยขีดข่วนอยู่หลายรอย

        “น้องสาม เจ้าจะไปไหน?”

        เฟิ่งอวี่ดึงชายที่หันกายเตรียมจะเดินจากไปตรงประตู ยามนี้เฟิ่งหลิงเปลี่ยนท่าทางเป็นอ่อนแออีกครั้ง “ขะ ข้าจะไปหาน้องเจ็ด”

        “ร่างกายของเจ้าไม่สู้ดี รออยู่ที่นี่เถิด น้องสี่พวกเราไปหากัน! หากอยู่ในป่าจริง ไม่นานก็น่าจะหาเจอได้”

        น้องสาม? นัยน์ตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าสั่นไหว คุณชายสามถังยาแห่งจจวนชางติ้งโหวผู้นั้นก็มาหรือ? เสียงที่ได้ยินนั้นน่าฟังมาก เพียงแต่อ่อนแอยิ่งนัก ตอนนี้นางไม่สนใจจะมองใบหน้าที่แท้จริงของคุณชายสามเลย

        หลิ่วอวิ๋นซูที่ยืนยู่หน้าประตูใช้จมูกอันเฉียบคมสูดกลิ่นหอมคุ้นเคยในอากาศเข้าไป จึงมั่นใจว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่ได้พูดโกหก นางไปด้วยกันกับคุณหนูเจ็ดจริงๆ ในขวดยาของตนเองบรรจุเครื่องหอมที่เพิ่งผสมใหม่ไว้ คุณหนูเจ็ดจะต้องทาไปมากแน่จึงได้ทำให้กลิ่นติดหลิ่วอวิ๋นฮว๋าด้วย

        “คุณหนูรองใช้เส้นทางไหน? พวกเราไปหาตามเส้นทางนั้นก็คงหาพบ”

        “ทางที่น้องหกไปเก็บสมุนไพรบ่อยๆ เจ้าค่ะ”

        เก็บสมุนไพร? ประโยคนี้ทำให้รัชทายาทสนใจขึ้นมาบ้าง จึงเพิ่งสังเกตเห็นสตรีวัยเยาวว์ที่ยืนอยู่หน้าประตู เพียงแต่จากตำแหน่งของเขามองเห็นหน้าตาอีกฝ่ายได้ไม่ชัดเจนนัก

        “จริงๆ เลย…” ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปยังเฟิ่งอวี่อย่างขออภัย อีกฝ่ายไม่ได้โกรธที่หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากลับมาคนเดียว ฟังดูแล้ว กลับเป็นน้องเจ็ดของตนที่เจออันตรายก็ทิ้งคุณหนูรองแล้ววิ่งหนีไป เรื่องนี้ก็โทษคุณหนูรองไม่ได้

        “ฮูหยินผู้เฒ่าไม่จำเป็นต้องกังวล พวกเราจะรีบไปตามหา คงไม่มีเรื่องอะไรหรอกขอรับ ข้าขอตัว!”

        “เฟิ่งอวี่ ข้าไปกับเจ้าด้วย!” หลิ่วอวิ๋นเฟิงเดินตามออกไป

        ภายในห้องเหลือเพียงเหลยซื่อสองแม่ลูกและฮูหยินผู้เฒ่า แล้วยังมีรัชทายาทที่เดิมทีต้องการออกไปค้นหาด้วยกันแต่กลับถูกทิ้งเอาไว้

        “ฝ่าบาท อวิ๋นฮว๋าจะทำเช่นไรดีเพคะ…” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเช็ดน้ำตา ท่าทางคนงามน่าสงสารเช่นนั้น ผู้ใดเห็นเป็นต้องหลงรัก

        “คุณหนูหลิ่วอย่าตำหนิตัวเองเกินไป คุณหนูเจ็ดจะต้องกลับมาแน่” ตงฟางซวี่คิดถึงใบหน้าเล็กๆ ที่ดูไร้เดียงสานั่น ใจก็ยิ่งกังวลขึ้นมา อย่าได้เกิดเรื่องอะไรเลยจะดีที่สุด


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “แพทย์หญิงหมื่นพิษ” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5212

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)