0 Views

        ภายในร้านยา เมื่อหลงจู๊เงยหน้าขึ้นก็ต้องพบกับผู้เยาว์รูปงามเดินเข้าประตูมา ใบหน้าของเขาพลันยินดี “คุณชาย ท่านมาแล้ว!”

        อวิ๋นซูมองอาการของเขา แล้วมองปราดไปบนโต๊ะที่สะอาดสะอ้าน “หลงจู๊ ยาแจกไปหมดแล้วหรือขอรับ?”

        “ยาของคุณชายประสิทธิภาพดียิ่ง! มีลูกค้าไม่น้อยชมว่ายาให้ผลดีมาก พวกเขายอมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อยารักษาแผลนี้ ทั้งยังมีสกุลใหญ่สกุลหนึ่งสั่งจองเป็นจำนวนมาก เกรงว่ายาที่คุณชายมีจะไม่พอเสียแล้วขอรับ!”

        หลงจู๊ประหลาดใจยิ่งนัก เมื่อแรกเริ่มเขาคิดว่ายารักษาแผลไม่รู้ที่มาที่ไปนี้จะไม่มีผู้ใดต้องการ แต่คิดไม่ถึงว่าลูกค้าทั้งหลายพอได้ยินว่าไม่คิดเงิน ต่างก็หยิบกลับไปกันหลายห่อ ผลลัพธ์ช่างทำให้เขาทั้งยินดีทั้งตกตะลึง ทุกคนต่างกล่าวชมไม่ขาดปาก และยังต้องการนำกลับไปมากขึ้น

        อวิ๋นซูแย้มยิ้ม “ตอนนี้ข้าไม่มีของอยู่ ผ่านไปอีกหลายวันจะให้คนนำมาส่ง ถึงตอนนั้นค่อยกำหนดราคากับหลงจู๊อีกที”

        “ดี ดียิ่ง! ใช่แล้วคุณชาย มีลูกค้าท่านหนึ่งถามว่าคุณชายยังมียารักษาแผลแบบอื่นอีกหรือไม่? เช่นพวกยาสำหรับใช้กับม้า?”

        สำหรับม้า? ดูท่าคงมิใช่คนธรรมดาทั่วไปแน่ “ย่อมมีแน่นอน”

        “ดีเหลือเกิน! คุณชายท่านนั้นบอกว่าหากมีเท่าไรก็จองเท่านั้น สำหรับเรื่องเงินให้คุณชายกำหนดได้เลยขอรับ” ดวงตาของหลงจู๊เปล่งประกาย อวิ๋นซูได้ฟังก็รู้สึกว่าช่างเป็นลูกค้าที่ใจกว้างเสียจริง เรื่องเงินให้นางกำหนด? มิใช่หมายความว่าเงินมากน้อยเพียงใดก็ไม่เป็นปัญหาหรือ

        “เช่นนั้นก็ดี”

        เมื่อกลับถึงจวนโหว เรือนไผ่ก็เก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว อวี้เอ๋อร์และชุ่ยเอ๋อร์ยุ่งจนมือเป็นระวิง ไม่คิดว่าในจวนโหวจะมีสถานที่ที่ดีขนาดนี้อยู่ ทั่วทั้งเขตเรือนถูกห้อมล้อมไปด้วยป่าไผ่ เจือไปด้วยกลิ่นของหญ้าในอากาศ การตกแต่งของที่นี่งดงามแปลกตา ไม่เสียทีที่เป็นสถานที่ใช้รับรองแขกของจวนโหว

        ตอนนี้เอง เงาร่างงดงามสดใสของผู้หนึ่งปรากฏขึ้นบริเวณซุ้มประตูโค้ง อวิ๋นซูทอดสายตามอง สตรีนางนั้นสบตานาง ก่อนจะค่อยๆ เบนสายตาแล้วเดินจากไป

        “คุณหนู…” อวี้เอ๋อร์เข้ามาทันเห็นเพียงด้านข้างของสตรีนางนั้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย “นั่นอนุห้ามิใช่หรือเจ้าคะ?”

        ตั้งแต่เกิดเรื่องชุ่ยเอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อเหล่าอนุภรรยาในจวนโหวนัก พอเห็นก็มักจะรู้สึกว่าพวกนางกำลังวางแผนร้ายต่อคุณหนูของตนอยู่เสมอ

        อวิ๋นซูแย้มยิ้ม มองสาวใช้ของตนที่มีความระมัดระวังขึ้นไม่น้อยจึงวางใจได้เปลาะหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ว่าเหตุใดอนุห้าจึงมาเดินวนเวียนอยู่หน้าเรือนไผ่ นางเองก็ได้ยินมาไม่น้อย

        อนุห้ามีพื้นเพเป็นบุตรีของครอบครัวชั้นสูงทางเหนือ ทว่าครอบครัวเกิดสูญเสียขึ้นกลางคัน ตอนที่ทั้งครอบครัวเดินทางย้ายถิ่นฐานไปทางใต้ได้พบกับโจรภูเขา โชคดีที่ตอนนั้นได้ชางหรงโหวช่วยไว้ ทว่านอกจากนางแล้ว คนอื่นๆ ในครอบครัวล้วนถูกโจรภูเขาฆ่าตายทั้งหมด

        บางทีอาจเป็นเพราะรูปโฉมอันงดงามของอนุห้า ชางหรงโหวจึงพานางกลับมาที่จวนและให้พักอยู่ที่เรือนไผ่แห่งนี้ ต่อมาจึงได้กลายเป็นอนุห้าของจวนโหวตามสถานการณ์ ช่วงเวลาที่อยู่ในเรือนไผ่นั้น ชางหรงโหวรักถนอนนางยิ่งนัก ในที่สุดครึ่งปีต่อมาก็ตั้งครรภ์ ความรักถนอมที่มีต่ออนุห้าของชางหรงโหวจึงยิ่งลึกล้ำ แต่ใครจะคิดว่าเมื่ออายุครรภ์ได้สามเดือนนางจะประสบอุบัติเหตุสะดุดล้ม ฮูหยินผู้เฒ่าจึงให้คนพานางออกจากเรือนไผ่ สุดท้ายนางจึงแท้งบุตรอยู่ในเรือนที่นางอาศัยอยู่ทุกวันนี้

        ฮูหยินผู้เฒ่าไม่พอใจมาตลอดที่ท่านโหวให้อนุห้าอาศัยอยู่ที่เรือนไผ่ แต่ไหนแต่ไรมาเรือนนี้ใช้สำหรับรับรองแขกคนสำคัญ หากผู้อื่นรู้ว่าเคยมีคนแท้งบุตรที่นี่ จะต้องเป็นการทำลายทัศนียภาพอันงดงามแน่นอน ผ่านไปสามปี อนุห้าก็ยังมิอาจให้กำเนิดบุตรได้อีก ท่านโหวก็ไม่ได้ดีกับนางเฉกเช่นสมัยก่อน ดังนั้นอวิ๋นซูคิดว่าสำหรับอนุห้าแล้ว เรือนไผ่แห่งนี้มีความทรงจำทั้งงดงามทั้งโหดร้ายอยู่

        ตอนที่อวิ๋นซูกำลังคิดใคร่ครวญอยู่นั้น นางเห็นข้ารับใช้ผู้หนึ่งที่สีหน้าแปลกประหลาดแอบตามอนุห้าไป นางรีบเก็บอารมณ์แล้วเดินไปข้างหน้า ชะโงกหัวออกไปอย่างเงียบเชียบ ข้ารับใช้ที่น่าสงสัยผู้นั้นตามหลังอนุห้าไปตลอดจนกระทั่งเลี้ยวหายไปที่มุมหนึ่ง

        ไม่ว่าจะยามใดน้ำในจวนโหวก็มิอาจนิ่งสงบได้เลย ดวงตาของอวิ๋นซูเป็็นประกาย ขอเพียงไม่วุ่นวายกับนาง นางก็จะไม่ยุ่งเรื่องของผู้อื่น

        เพียงแต่อวิ๋นซูตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเดิมทีตนเองก็อยู่ในสายตาของทุกคนในจวนโหว เป็นตัวเรียกปัญหาชั้นดีเลยทีเดียว

        เมื่อกลับมาจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่า เงาร่างงดงามสดใสนั้นก็ได้รออยู่นอกเรือนไผ่นานแล้ว เมื่ออนุห้าเห็นอวิ๋นซูเดินมา ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มที่ดูอึดอัดทว่าเป็นมิตร

        “คุณหนูหก หลายวันมานี้คุ้นชินกับจวนโหวแล้วหรือไม่?”

        “ขอบคุณอี๋เหนียง1 ที่ใส่ใจเจ้าค่ะ โชคดีที่มีท่านย่าดูแล ทั้งอี๋เหนียงหลายท่านก็เมตตา อวิ๋นซูยังมิค่อยเข้าใจมารยาทนัก ทำให้อี๋เหนียงทุกท่านต้องลำบากแล้ว”

        สายตาของอนุห้าเจือแววประหลาดใจ นางได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับคุณหนูหกมามาก เดิมทีนางยังคงลังเลใจ แต่เมื่อคิดว่าชีวิตของตนก็ลำบากเช่นนี้ ยังจะเกิดเรื่องที่แย่กว่านี้ได้อีกหรือ? เมื่อมองไปพบว่าคุณหนูหกมีกิริยามารยาทงดงามเหมาะสมดั่งบุตรีชนชั้นสูง ไม่เหมือนกับเด็กที่เติบโตมาในป่าเขา

        “ข้าไม่มีของดีอะไร จึงได้ทำขนมอบมาเล็กน้อย หากคุณหนูหกไม่รังเกียจก็ลองชิมดูหน่อยเถิด”

        อวิ๋นซูมองไปยังขนมอบหลายถ้วยที่วางเรียงอยู่ในตะกร้าที่นางนำติดตัวมา สายตาอนุห้ากวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่รู้ตัว ราวกับมองหาเงาในอดีต ทำให้อวิ๋นซูยิ่งคาดเดาได้ถึงจุดประสงค์ที่นางมาในวันนี้

        มาเยี่ยมตนเองที่เป็นผู้น้อย ที่แท้คือต้องการมาทบทวนความทรงจำช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่เสียมากกว่า

        เรือนไผ่ในยามปกติจะมีองครักษ์ยืนเฝ้า ผู้ใดก็มิอาจเข้าออกได้ตามใจ ทว่าคราวนี้ตนเองเข้ามาอาศัยอยู่ จึงทำให้อนุห้ามีเหตุผลที่จะมาเดินมาสำรวจที่แห่งนี้

        “ท่านแม่ห้าชอบที่นี่หรือเจ้าคะ?” อวิ๋นซูทำท่าทางไม่รู้เรื่องราวอะไร สีหน้าของอนุห้าพลันแข็งค้าง “เรือนไผ่เป็นที่ที่ดี ฤดูหนาวอบอุ่นฤดูร้อนเย็นสบาย ลูกหกโชคดีจริงๆ ที่ได้รับความรักความโปรดปรานจากฮูหยินผู้เฒ่า”

        น้ำเสียงของนางเจือความขมขื่น ราวกับคิดถึงอะไรบางอย่าง

        อวิ๋นซูแย้มยิ้มบาง “หากท่านแม่ห้าไม่รังเกียจ ก็ให้สาวใช้พาเดินดูรอบๆ เถิดเจ้าค่ะ”

        “ได้จริงหรือ?” อนุห้าประหลาดใจกับความใจกว้างของอวิ๋นซู หากเป็นผู้อื่นจะต้องไม่ยินยอมให้คนแปลกหน้าเดินไปมาในเขตเรือนของตนเองแน่ อย่างไรเสียเด็กคนนี้ก็เพิ่งกลับมาจากชนบท ยังคงไม่ทราบถึงความอำมหิตของใจคน

        อวี้เอ๋อร์ยืนยิ้ม อนุห้าสำรวจผมตนเองเล็กน้อย “เช่นนั้น…ข้าจะไปดูรอบๆ เสียหน่อย ลูกหกกินขนมอบไปก่อนเถิด”

        รอจนสตรีผู้นั้นเดินจากไป อวิ๋นซูจึงหยิบเข็มเงินออกมาเล่มหนึ่งเพื่อใช้ทดสอบพิษในขนมไปหลายชิ้น ในนั้นมีขนมสองชิ้นที่มีพิษปะปนอยู่ อนุห้าจะโง่ขนาดนี้เชียวหรือ? นำขนมที่มีพิษมาส่งให้ด้วยมือตนเอง หากเกิดเรื่องขึ้นจริงต่อให้นางมีกี่ปากก็แก้ต่างไม่ได้

        อวิ๋นซูนึกถึงข้ารับใช้ที่เดินตามหลังอนุห้าอย่างมีพิรุธผู้นั้นก่อนจะเก็บเข็มเงินกลับไป

        เนิ่นนานผ่านไป อนุห้าจับกระโปรงสาวเท้าเข้ามา ลังเลครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวถามยิ้มๆ “ลูกหก ข้าขอขุดหน่อไม้บางส่วนกลับไปได้หรือไม่?”

        “เจ้าค่ะ อวี้เอ๋อร์ ไปขุดหน่อไม้สดๆ ให้อี๋เหนียงมาสักหลายหน่อ แล้วนำชาดีๆ มาด้วย ข้ากับอี๋เหนียงจะทานขนมด้วยกัน”

        ตอนที่อวิ๋นซูกล่าวก็ได้สังเกตสีหน้าของอนุห้าเป็นพิเศษ อีกฝ่ายนั่งลง “ขนมพวกนี้เป็นขนมที่มีชื่อเสียงในบ้านเกิดของข้าเอง โดยเฉพาะชบาเกล็ดหิมะนี้ คุณหนูหกลองชิมดูเถิด?”

        ชบาเกล็ดหิมะ? นั่นเป็นหนึ่งในขนมที่มีพิษอยู่มิใช่หรือ?

*******************

คำอธิบายเพิ่มเติม

1 อี๋เหนียง เป็นคำที่บุตรใช้เรียกอนุภรรยาของบิดา


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “แพทย์หญิงหมื่นพิษ” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5212

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)