0 Views

GMC ตอนที่ 42   รถไฟใต้อันดินลึกลับ

 

 

 

“ซูฮ่าว”

 

“ครับ”

 

“โจวเว้ง”

 

“ครับ”

 

“ไป่หลู่เฟิง”

 

“ครับ”

 

… ..

 

ครูประจำชั้น นำเรียกชื่อ ทีละคนตามลำดับในรายชื่อ แต่ละคนตอบด้วยเสียงที่ดัง

 

ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมากในวันนี้  นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเข้าสู่ชั้นเรียนอัจฉริยะ ตอนนี้มันเป็นช่วงสุดท้าย   ก่อนทุกคนที่จะออกเดินทาง

 

“ดีทุกคนตรงต่อเวลา” ครูประจำชั้นพยักหน้าให้ความพึงพอใจ “เนื่องจากทั้งนักเรียน 100 คนมาที่นี่แล้วงั้นเรามาไปกันเถอะ”

 

หลังจากที่นักเรียนทุกคนเดินเข้าไปในรถบัส  รถบัสก็เริ่มออกเดินทางไปยังตัวเมือง

 

ซูฮ่าว มองผ่านหน้าต่างเพื่อชมทัศนียภาพ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นในใจของเขา ถ้าเป็นเขาเมื่อก่อนเขาอาจจะคิดนี่เป็นเพียงความฝันของเขา  นอกจากการสังเกตนักเรียนคนอื่น ๆ ในรถแล้ว  บางครั้งบางคราวเขาจะจับจ้องไปที่ดวงตาของ เฉินเยวี่ย และพวกเขาทั้งสองจะยิ้มให้กัน

 

แน่นอนว่ามีออร่าบางอย่างที่ไม่พอใจ

 

โดยไม่สนใจ ซุนเหยาเตี้ยน ที่กัดฟันของเขา ซูฮ่าว หันกลับไปมองทัศนียภาพโดยรอบ ชั้นเรียนอัจฉริยะไม่ได้อยู่ในโรงเรียน มันควรจะอยู่ในเขตอื่น    เขามั่นใจมาก

 

อย่างไรก็ตาม ……… ทุกคนประหลาดใจ  รถบัสคันนี้หยุดลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน

 

หากต้องการไปยังชั้นเรียนอันจฉริยะ  คุณต้องใช้รถไฟใต้ดิน

 

โรงเรียนนี้มันอะไรกัน  นักเรียนส่วนใหญ่ที่นี่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย พวกเขาใช้รถสปอร์ตเพื่อเดินทางเล่นรอบ ๆเมือง  พวกเขาจะยินดีนั่งรถไฟใต้ดินที่มีคุณภาพต่ำแบบนี้  โรงเรียนไม่สามารถจ้างรถส่วนตัวได้

 

ถึงจะมีคนพูดแบบนี้  แต่พวกเขายังคงเดินตามครูประจำชั้นนำไปที่ลิฟท์

 

ไม่คาดฝัน ครูพาพวกเขาไปที่มืด  ไปลิฟต์ที่มีคำที่เขียนด้านบน: ลิฟท์สำหรับพนักงาน

 

ครูประจำชั้น  นำนิ้วหัวแม่มือไปที่ประตูลิฟต์: “การยืนยันลายนิ้วมือ   เสร็จสิ้น!”

 

” 33 อันดับแรกเข้าก่อน คนอื่น ๆ รอ” หลังจากที่ครูประจำชั้นกล่าวอย่างเฉยเมย เขาก็นำนักเรียนเข้าลิฟต์ ลิฟท์มีขนาดกว้างขวาง แต่ ซูฮ่าว ก็ยังสงสัยอยู่ตลอดเวลา

 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประหลาดใจมากที่สุดก็คือสถานีรถไฟใต้ดิน เมืองเจียงฮี ตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง ดังนั้นโดยทั่วไปลิฟท์จะมีเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น  แต่คราวนี้ในฐานะครูประชั้นห้องเรียนอัจฉริยะ กลับมีหน้าจอที่พิเศษมีปุ่ม-2

 

ชั้นสอง

 

ที่นี่ยังมีชั้นถัดไปอยู่อีก

 

ในสายตาของฝูงชน ประตูลิฟต์เปิดขึ้น มีสถานีรถไฟใต้ดินอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีสไตล์แตกต่างไปจากปกติ ล้อมรอบด้วยแสงไฟ  สิ่งที่เรียกว่าชั้นสองมีพื้นที่เพียงประมาณ 200 ตารางเมตรซึ่งสามารถรองรับผู้คนได้เพียง 300 คนในเวลาเดียวกัน

 

“สถานที่แห่งนี้ ” ซูฮ่าว มองไปที่ฉากตรงหน้าด้วยความประหลาดใจอย่างมาก ที่ด้านบนของชั้นสองมีหน้าจอสีขาวอ่อนซึ่งดูเหมือนเป็นอุปกรณ์ที่ลึกลับ

 

นักเรียนคนหนึ่งที่อยากรู้ได้ไปสัมผัสมัน เสียงของไฟฟ้าที่ช็อตดังออกมา “สิ่งนี้ดูเหมือนว่าจะปกป้องพื้นที่นี้”

 

ซูฮ่าวยอมแพ้ที่จะสัมผัสและมองไปที่จอ  ที่มีแสงเรืองรางสีเหลืองหนาสองแท่ง

 

“มันน่าสสนใจมากใช่ไหม” โจวเว้งเดินเข้ามาคุยด้วย

 

ซูฮ่าวหัวเราะ “ฉันนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาตลอดหลายปีแล้ว แต่ฉันไม่ยักจะรู้ว่ามีชั้นล่างลงมาอีก มันจะนำไปสู่ที่ไหน ”

 

“เร็ว ๆ นี้ นายจะได้รู้เอง” โจวเว้งพูดด้วยเสียงที่น่าสงสัย

 

ต่อมา  ครูประจำชั้น พานักเรียนทั้งหมดลง เมื่อมองไปที่นาฬิกาของเขา “ไม่เลวยังมีเวลาเหลืออีก 30 วินาที”

 

เหลืออีก 30 วินาที

 

รถไฟกำลังมางั้นเหรอ

 

ทุกคนไม่ได้พูดเพียงรออย่างเงียบ ๆ

 

ประมาณ 30 วินาที  ต่อมามีแสงส่องลงมาที่นั่น ด้วยความเร็วที่มากจนมองไม่ทัน เมื่อแสงมาถึงด้านหน้าทุกคนแล้วมันก็ช้าลง สถานีรถไฟใต้ดินได้รับการเปิดเผยอย่างช้าๆ

 

นักเรียนทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง

 

นี้ไม่ได้เหมือนรถไฟใต้ดินเลย มันเหมือนสัตว์เหล็ก

 

เมื่อเทียบกับลักษณะปกติของสรถไฟใต้ดิน มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การปรากฏตัวของรถไฟใต้ดินนี้มี ขอบและใบมีดที่ชัยื่นออกมาซึ่ง ดูเหมือนจะสามารถฟันคนขาดครึ่งได้

 

หัวของรถไฟใต้ดินได้รับการปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เป็นรูปมอนเตอร์ที่น่ากลัว  ไฟหน้าเป็นคู่ดวงตาที่น่าสะพรึงกลัว มันเป็นการแสดงออกทางสีหน้าที่น่ากลัว  ในขณะที่กระจกหน้ารถเป็นปากที่เปิดอ้ากว้างของมอนเตอร์ที่มีฟันเขี้ยวที่แหลมคม

 

ตู้ของรถไฟใต้ดิน มีเพียงสามตู้เท่านั้น ในแต่ละตู้มี 100 ที่นั่ง

 

“กา  กา!”(ไม่รู้เสียงห่าไร)

 

ปีกหุบตังลงและเผยให้เห็นประตูทางเข้าทั้งสามประตู ทุกคนตกใจมากกับฉากนี้

 

ครูประจำชั้นยิ้ม ก่อนนำทุกคนขึ้นไปบนรถไฟทุกคนมองไปที่มันอีกสักพัก ขณะที่ลังเลใจ พวกเขาเริ่มที่จะปฏิบัติตามครู เมื่อพวกเขาเดินผ่านประตูพวกเขาเร่งความเร็วอย่างเร่งร้อน เนื่องจากพวกเขากังวลว่าประตูจะปิดลงงับพวกเขา

 

หลังจากที่นักเรียนทุกคนเข้ามา

 

ที่ชานชาลาดูเหมือนจะตรวจพบว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่น แสงเริ่มดับลงสถานีรถไฟใต้ดินตกอยู่ในความมืด

 

“ซุม”

 

รถไฟใต้ดินกลายเป็นลำแสงและหายไปทันทีโดยไม่มีร่องรอย

 

ด้วยฉากมืดที่อยู่ข้างนอก ไม่รู้ว่าระยะทางได้ผ่านไปเท่าไหร่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีแสงสว่างขึ้น ขณะเดียวกันรถไฟใต้ดินเริ่มชะลอตัวลงและค่อยๆหยุดลง

 

“กา  กาา!”

 

ปีกเปิดใช้งานอีกครั้ง จากภายในไม่มีสามารถมองเห็นอะไรได้ ดังนั้นนักเรียนทุกคนจึงออกจากรถไฟใต้ดินทีละคน

 

ฉากที่ สะดุดตาทำให้ทุกคนรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

 

เนินเขาสีเขียวและน้ำทะเลที่ใส ชัดเจนว่ามีป่าที่อยู่ไม่ไกลออกไป ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน สำหรับคนที่อยู่แต่ในเมือง เจียงฮี ตั้งแต่ยังเยาว์วัยผู้ซึ่งไม่กล้าที่จะสำรวจนอกกำแพง  ฉากนี้ดูสวยงามมาก

 

นี่คือนอกตัวเมืองหรือไม่

 

เมื่อสังเกตเห็น รูปลักษณ์ที่น่าอัศจรรย์บนใบหน้าของทุกคน ครูประจำชั้กล่าวว่า “ยินดีต้อนรับสู่ การคัดเลือกกลุ่ม”

 

สังเกตเห็นทัศนียภาพ โดยรอบทำให้ซูฮ่าวเองก็ตกใจ

 

เขาเคยออกไปนอกเมืองและฆ่ามอสเตอร์ที่  เขาอาจถูกมองว่าเป็นคนที่มีความเข้าใจในทัศนียภาพภายนอก แต่มันก็แตกต่างไปจากฉากที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้  นี่มันไม่ใช่ในเขตของเมือง เจียงฮี  ความเร็วของรถไฟใต้ดินน่ากลัวมาก พวกเขาอาจจะออกมาห่างไกลจากเมืองเจียงฮี มาก และอาจอยู่ท่ามกลางความป่าเถื่อน

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมพวกเขาถึงใช้รถไฟฟ้าใต้ดินพิเศษชนิดนี้  ถ้าเป็นรถไฟธรรมดาคงไปไม่ได้ถึงครึ่งทางก่อนจะถูกทำลายโดยมอนเตอร์

 

ที่รกร้างว่างเปล่านั่นคือดินแดนของมอนเตอร์

 

การคัดเลือกอัจฉริยะนั้นตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่มอนเตอร์ ความบ้าเช่นนี้มัน

 

“เอาล่ะนักเรียน รถไฟใต้ดินทุกวันเวลาแปดโมงเช้าและหกโมงเย็นจะเดินทางมาที่นี่และกลับ ถ้าคุณอยากกลับไปที่เขตเมือง อย่าพลาดโอกาสนี้ไป “ครูประจำชั้นกล่าวเบา ๆ ” ตอนนี้นี้โปรดติดตามฉัน ฉันมีอุปกรณ์บางอย่างที่จำเป็น  ที่พวกคุณต้องดูไว้และทำความคุ้นเคย”

 

ครูประจำชั้นเดินนำพวกนักเรียนเข้าไปด้านใน ระหว่างทางเขาอธิบายกฎพื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับชั้นเรียนอัจฉริยะ

 

“ก่อนอื่น ฉันมีอะไรให้พวกคุณทั้งหมดรู้   ในกรณีที่มีการเตรียมพร้อมไม่เพียง การออกจากประตูโรงเรียนเกิน 10 เมตร จะมีโอกาสสูงในการพบกับมอนเตอร์  สำหรับระบบการป้องกันแน่นอน ทางโรงเรียนจะไม่สามารถใช้งานเพื่อช่วยคุณได้  ดังนั้นคุณจึงทำได้เพียงอธิษฐานเพื่อโชคของคุณจะดี   ชั้นเรียนอัจฉริยะคือชั้นเรียนที่เรียนฟรี  ตราบเท่าที่คุณทำบทเรียนขั้นพื้นฐานและทำความคุ้นเคยกับการคัดเลือกแล้วคุณก็มีอิสระที่จะย้ายตามที่ตามคุณต้องการ ”

 

“ต่อมาฉันจะพาทุกคนไปรับอุปกรณ์สื่อสาร นี้เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับนักเรียนทุกคนในชั้นเรียนอัจฉริยะ จะมีการบททึกมากมายที่จะช่วยให้คุณเรียนจบได้ ”

 

ครู่ต่อมาครูประจำชั้นพาทุกคนเข้าไปในห้อง  ภายในมีตู้กระจกจำนวนมากที่มีชื่อตรงกันกับชุดนักเรียนและอุปกรณ์สื่อสาร

 

“ตอนนี้ สวมใส่ชุดพวกนี้ซะ”

 

อุปกรณ์สื่อสาร ของห้องเรียนอัจฉริยะก็เหมือนกับของที่อยู่ด้านนอก มองดูสิ่งนี้ ที่ดูเหมือนจะเป็นนาฬิกาข้อมือธรรมดา ๆ  ซูฮ่าว ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้ อย่างไรก็ตาม ซูฮ่าว ก็คิดว่านี่เป็นสิ่งที่หาได้ยากเช่นเดียวกับสมบัติ

 

เมื่อใส่อุปกรณ์สื่อสารลงบนข้อมือข้างซ้ายของเขา  ซูฮ่าวเปิดใช้งานอุปกรณ์หลังจากที่ได้รับการติดตั้งอย่างสบายบนข้อมือของเขา หน้าจอปรากฏขึ้นซึ่งแสดงข้อมูลส่วนบุคคลของเขา

 

“อุปกรณ์สื่อสารเป็นเหมือนไมโครคอมพิวเตอร์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่บ้าง ครั้งต่อไปฉันจะค่อยๆแนะนำวิธีการใช้พวกมัน  แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะต้องบอกตอนนี้! ในอุปกรณ์สื่อสารทุกเครื่องจะมีการติดตั้งโปรแกรมไว้  เราเรียกมันว่าคำสั่งชีวิตและความตาย! ”

 

เมื่อครูประจำชั้นพูดเช่นนั้น จิตใจทุกคนก็เคร่งขึ้น ชื่อนี้ไม่ต้องสงสัยมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีแน่นอน

 

“สิ่งที่เรียกว่าคำสั่งชีวิตและความตายนี้  เป็นความปลอดภัยของนักเรียนชั้นเรียนอันฉริยะ  ไม่ว่าคุณจะเจอกับอันตรายในโรงเรียนหรือนอกโรงเรียนคุณสามารถเปิดใช้ได้  เมื่อเปิดใช้งานทางโรงเรียนจะส่งคนที่จะช่วยเหลือคุณในทันที มันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการช่วยชีวิตคุณ   แต่ … . ทุกคนมีโอกาสเพียง 3 ครั้ง เมื่อมีการใช้คำสั่งครบ 3 ครั้ง อุปกรณ์สื่อสารจะทำลายตัวเอง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคุณจะถูกไล่ออกจากโรงเรียน”

 

ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินคำอธิบายนี้  ไล่ออก การคัดเลือกอัจฉริยะสามารถขับไล่นักเรียนได้

 

“สำหรับวิธีการ  การเปิดใช้งานคุณสามารถตั้งค่าได้ตามความต้องการของคุณในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดใช้งานด้วยเสียง  การเปิดใช้ลายนิ้วมือ   การเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้คุณสามารถตั้งค่าได้จากเมนูระบบ แต่ฉันขอแนะนำว่าคุณไม่ควรที่จะใช้มัน  มิฉะนั้นโอกาส 3 ครั้งของคุณจะถูกใช้จนหมด”

 

ขณะที่เป็นครูประจำชั้น กำลังอธิบายนักเรียนคนหนึ่งยกมือขึ้น “แต่ครูครั้บ เมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย กว่าโรงเรียนจะส่งคนมาหาเรา  เราก็ตายไปนานแล้วละครับ”

 

“มั่นใจได้เพราะโรงเรียนมีการประกันความปลอดภัยของคุณ  นั่นหมายความว่าโรงเรียนสามารถทำได้อย่างแน่นอน”

 

“งั้นเหรอ” นักเรียนพึมพำว่า “งั้นฉันจะลองทำมัน”

 

อุปกรณ์สื่อสารถูกผูกติดกับ DNA ของเจ้าของ  เพื่อให้หน้าจอแสดงผล ยกเว้นกรณีที่เจ้าของอนุญาตให้แชร์หน้าจอแบบสาธารณะ   ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครเห็นหน้าจอได้

 

หลังจากนั้นชั่วขณะหนึ่ง นักเรียนก็ตะโกนว่า “ช่วยด้วย”

 

ในวินาทีต่อมาทุกคนหันกลับมามองเขาเหมือนคนงี่เง่า  นักเรียนคนนั้นดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเรื่องนี้และพูดกับครูด้วยน้ำเสียงที่ไม่พึงประสงค์ว่า “ครู  ฉันเพิ่งสั่งการคำสั่งนี้ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย ”

 

ครูประจำชั้น ยิ้มให้เขา  ในเวลาเดียวกันเขาจ้องที่นักเรียนด้วยสายตาแปลก ๆ

 

นักเรียนรู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ   เมื่อเขามองไปที่สายตาของทุกคนแล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าพวกเขาไม่ได้มองเขา แต่เป็นข้างหลังเขา

 

ร่างกายของเขา  หันไปมอง เขาเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่ข้างหลังเขา

 

“ผี !”

 

 

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย  มีกลุ่มลับ