0 Views

อีรามได้กลับไปยังที่นั้นอีกครั้งหลังจากที่ ไบเอทได้เสียชีวิตลงในทะเลสาบพอสคิน

มันเป็นเพราะความต้องการของไบเอท

<คนที่เข้ามาในสถานที่ของเราและผู้ที่สัมผัสมันได้ ช่วยปกป้องบุคคลผู้นั้นให้เราด้วย>

อีรามรอคอยมา 50 ปีเพื่อตอบสนองความต้องการของเธอ

และถ้าคนที่เข้ามาในสถานที่นั้นได้ และคนที่ทำได้ตามที่ไบเอทบอก เธอวางแผนที่จะทำสัญญาและพาเขาไปที่ทะเลสาบ

เพราะสิ่งของชิ้นสุดท้ายที่ไบเอททิ้งไว้อยู่ที่นั่น

แต่บางทีอาจจะเป็นโชคชะตาที่เล่นตลกหรือพระเจ้าล้อเล่นกับเธอ  คนที่เข้ามาในสถานที่ของไบเอท ได้เรียนรู้เทคนิคการใช้มานาของเรด

เทคนิคมานาของศัตรูที่ฆ่าไบเอท

ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดูดซับน้ำตาของเธอและถ้าไม่ใช่เพราะน้ำเสียงสุดท้ายของไบเอท  อีรามคงกลับสู่โลกของภูติของเธอนานแล้ว

‘ถึงแม้ว่จะไม่พอใจหรือไม่ชอบใจ แต่นี่อาจจะเป็นโชคชะตา’

อีรามตอบสนองความต้องการของไบเอท

เธอเฝ้าดูคนนี้จากที่ใกล ๆ

และนอกจากนั้น เธอต้องการที่จะช่วยเหลือเมื่อชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตราย

แต่คนนี้เอาชนะความยากลำบากด้วยตัวเอง

‘แต่แน่นอนความสามารถในการเอาชนะอันตรายนั้นก็เป็นเพราะหยดน้ำตาของเรา’

มานาที่เอ่อล้นออกมาจากเทคนิคการใช้มานาเฟรมดอร์

ทุกช่วงเวลาที่เกิดอันตราย หยดน้ำตาของอีรามจะทำให้มานาสงบลง

‘แต่คราวนี้มันแตกต่างไป’

ก่อนที่หยดน้ำตาของอีราม ได้แสดงพลังออกมา ความร้อนภายในร่างกายและความร้อนโดยรอบตัวเขาได้ถูกผสมเข้าด้วยกันและระเบิดล้นออกมาซ้ำ

เป็นสถานการณ์ที่ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถทนได้

หากสถานการณ์เช่นนี้ยังคงเกิดขึ้นนานกว่านี้อีกหน่อย เห็นได้ชัดว่าทั้งร่างกายของเขาจะระเบิดหรือฉีกขาดออกไปและตายลงไป

‘เราเคยคิดว่าจะปล่อยให้เขาตายไปเช่นนี้ …… ‘

แต่เธอไม่ต้องการที่จะยุติสิ่งที่ไบเอทปรารถนาครั้งสุดท้ายได้

และนอกจากนั้น

‘ไม่รวมว่าเขากำลังเรียนรู้เทคนิค มานาของเรด เขาก็เป็นคนดีคนนึง’

ผลลัพธ์ที่ได้จากการดูแลเขามาจนถึงตอนนี้ก็คือเขาเป็นมนุษย์ที่คุ้มค่าต่อการช่วยเหลือ

เพราะแบบนี้อีรามจึงเปิดเผยตัวตนออกมา

เธอเทแก่นแท้ของธาตุน้ำลงไปที่หัวของโรอัน

แต่มันไม่ได้อยู่ในระดับที่มนุษย์จะรู้สึกหรือดูดซับได้

มันเป็นที่สุดของที่สุด

มันเป็นน้ำที่สะอาดและเป็นแก่นแท้ของน้ำ

ฟู่

เพลิงที่เกิดจากร่างกายของโรอันได้ส่ายไปมารุนแรง

พวกมันกำลังต่อต้านต่อต้านน้ำของ อีราม

‘เทคนิค มานาของเรดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์’

อีรามส่ายหัวของเธอ หลังจาก รู้สึกถึงแรงผลักไสที่ปลายมือของเธอ

แม้กระทั่งเธอไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเทคนิค มานาเฟรมดอร์

เพียง แต่เธอไม่คิดว่าเทคนิคมานานี้จะมีความแข็งแกร่งมากจนสามารถต่อต้านพลังของราชันภูติได้

“มันเป็นน่ารังเกียจและแข็งแกร่ง”

ใบหน้าของอีรามแข็งกระด้าง

‘แม้แต่เรดก็ถูกกลืนกินด้วยพลังนี้’
หลังจากที่สำเร็จเทคนิคมานานี้ ส่วนลึกของอารมณ์จะรุนแรงขึ้นและจะเป็นพวกเก็บอารมณ์ไม่อยู่และระเบิดออกมา

เหตุผลที่เขามาหา ไบเอทภายในถ้ำของเธอโดยไม่คำนึงถึงการปฏิเสธของเธอก็เป็นเพราะเหตุนี้

อีรามมองไปที่ใบหน้าของโรอัน

“พลังและหยดน้ำตาของเราจะทำให้เทคนิคมานาของเรด สงบลง”

เพียงแต่ความเร็วในการเติบโต ของเทคนิคมานานี้ความเร็วอาจช้าลงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามความร้อนภายในร่างกายของเขาจะไม่ล้นออกมาได้และเขาจะไม่สูญเสียสติสัมปชัญญะไปอีก
“นอกจากนั้น ถ้าหากเขาได้ค้นพบความลับที่เรดและไบเอทได้ตระหนักก่อนที่พวกเขาจะตาย เจ้าจะสามารถบรรลุความแข็งแกร่งที่ไม่สามารถจะจิตนาการได้”

แม้กระทั่งอีรามก็ไม่สามารถจินตนาการถึงความแข็งแกร่งนั้นได้

เพราะเธอควบคุมพลังเพียงอย่างเดียวก็คือแก่นแท้ธาตุน้ำ

‘และนี่คือเหตุผลอีกอย่างนึงที่เธอมาดูแลเขา’

อีรามงอนิ้วของเธอและยกแก่นแท้ธาตุน้ำขึ้น

ฟู่!

เปลวไฟที่แผ่ออกมาจากร่างของโรอันได้ส่ายไปมารุนแรงอีกครั้ง

แต่เนื่องจากความเข้าใจในเทคนิคนี้ยังคงตื้น ทำให้เร็วเกินไปที่จะเอาชนะความแข็งแกร่งของราชันภูติได้

เพลิงถูกดับลงมากยิ่งขึ้น

ซึบบบ

เปลวเพลิงที่อยู่ในลูกกลมสีฟ้าถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกายของโรอัน

เปลวเพลิงที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัวเขาก็เริ่มนิ่งขึ้นและกลับมาที่แหล่งเก็บมานาของเขา

และรูปลักษณ์สีแดงก็ได้กลับมาเป็นแบบเดิม

‘เนื่องจากปริมาณมานาที่ท่วมล้นออกมา ทำให้แหล่งเก็บมานาและเส้นมานาในร่างใหญ่ขึ้นและแกร่งขึ้น’

จากความโชคร้ายได้กลายเป็นความโชคดี

อีราม ยิ้มจางๆออกมา

เธอหยุดเปลวเพลิงด้วยหยดน้ำตาของเธอและแก่นแท้ธาตุน้ำ

หลังจากที่ อีรามได้ใช้พลังของน้ำตาของเธอผสมผสานกับแก่นแท้ธาตุน้ำ

พรึบ!

ร่างกาย โรอันเต็มไปด้วยแก่นแท้ธาตุน้ำในทันที

อีรามรวบรวมแก่นแท้ธาตุน้ำรอบตัวเขาและปกคลุมแหล่งเก็บมานาของโรอันไว้อย่างนุ่มนวล

เธอได้ครอบคลุมมันราวกับผ้าบาง ๆ

‘ถ้าเราทำเช่นนี้แม้ว่าจะมีปะทุของธาตุไฟออกมา มันก็จะไม่ออกมาจากแหล่งเก็บมานาอีก’

อีรามถอนหายใจออกเบาๆและถอนมือออกช้าๆ

ใบหน้าของโรอัน ดูดีขึ้นกว่าตอนแรก

อีราม มองหน้านั้นสักครู่แล้วใช้นิ้วชี้กดลงบนหน้าผากของโรอัน

เธอได้ปลูกฝังสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเข้าไปภายในความทรงจำของโรอัน

ยังไม่ถึงเวลาที่พวกเขาจะพบปะหรือสนทนากัน

“เราหวังว่าเจ้าจะไม่ผิดหวัง  ไบเอท…… ”

เสียงของ อีรามไหลออกมาอย่างนุ่มนวล

ฟิ้ง

ลูกกลมๆสีฟ้าได้หายไป

ในขณะเดียวกัน อีรามก็หายตัวไป

กึก

โรอันค่อยๆร่วงหล่นลงไปบนพื้นช้าๆ

เหมือนกับว่าเขาหลับอยู่

“ผู้บัญชาการ!”

เหล่าทหารจากกองกำลังโรสได้ตะโกนออกมาเป็นเสียงเดียว

การปรากฏตัวของ อีรามได้เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ในสายตาของทหารจึงเห็นว่าลูกกลมสีฟ้าได้ส่องแสงออกมาให้เห็นชั่วขณะหนึ่งแล้วไฟก็หายไป

“ผู้บัญชาการกองกำลังโรอัน!”

ทหารวิ่งไปทาง โรอันด้วยภาพแปลก ๆ

‘ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?’

‘ข้ารู้สึกเหมือนมีคนอยู่ที่นั่น’

เนื่องจากเป็นช่วงสั้น ๆ จริงๆพวกเขาไม่สามารถมองเห็นอีรามได้

อัสตินและเหล่าทหารได้นั่งคุกเข่ารอบๆตัวโรอัน

โรอันนอนเหมือนคนที่ตายแล้ว

เอื้อก

ทุกคนมองเขาด้วยความกังวลใจ

ตอนนั้นเอง

ฟรึบ

โรอันเปิดตาอย่างฉับพลันและลุกขึ้นนั่ง

“ฮ่า!”

เหล่าต่างทหารประหลาดใจและกลืนน้ำลายลงคอ

อย่างไรก็ตาม พวกเขามีความสุขกับความจริงที่ โรอันยังมีชีวิตอยู่และตะโกนออกไปหาโรอัน

“ผู้บัญชาการทหาร! ท่านสบายดีไหม?”

“ไม่เจ็บอะไรนะ?”

พวกเขาต่างมีท่าทีกังวล

และเสียงก็ดังออกมาจากรอบๆ

แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว โรอันยังคงแสดงท่าทางใจลอยและ ดวงตาของเขาก็เหม่อลอยไปด้วย

เขากำลังจดจ่ออยู่กับเสียง อีรามที่ทิ้งไว้ในหัวของเขา

‘หรือว่าหยดน้ำสีเงินนั้นคือหยดน้ำตาของอีราม’

ตอนนั้นเอง ที่ความเย็นได้เกาะกุมร่างกายของเรา ก็อาจจะเกิดจากสิ่งนี้

แม้ว่าความเร็วในการพัฒนาเทคนิคมานาจะชะลอตัว แต่ก็มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น

‘ถ้าเราสามารถปลุกความลึกลับนั้นได้ …… ‘

เขาอาจจะสามารถบรรลุสุดยอดความแข็งแกร่งที่เขาไม่สามารถจินตนาการได้

โรอันหายใจเข้าลึก ๆ

“หัวหน้า!”

“ท่านได้ยินเสียงของผมหรือไม่?”

พวกทหารก็ตะโกนดังขึ้นเมื่อเห็นว่าโรอันไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆ

ตอนนั้นเองโรอันก็ ยิ้มอย่างสดใสและมองไปที่ใบหน้าของทุกคน

“เราสบายดี.”

ในขณะนั้นเองรอยยิ้มก็ได้มาแทนสีหน้ากังวลของเหล่าทหาร

“อา! ดีจริง! ค่อยยังชั่ว!”

พวกเขาต่างถอนหายใจออกมา

โรอันพยายามลุกขึ้นยืน

แล้วก็

ตึง

ร่างกายของได้พุ่งไปด้านหน้าแล้วล้มลงไป

“หัวหน้า!”

เหล่าทหารมองไปที่โรอันด้วยความตกใจ

โรอันมีความรู้สึกสับสน

‘ร่างกายของเรารู้สึกเบามาก’

เขามีความรู้สึกว่ากล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งของเขาดีขึ้น

โรอันลุกขึ้นยืนด้วยความช่วยเหลือของเหล่าทหาร

“ท่านสบายดีมั้ย?”

อัสตินถามอย่างระมัดระวัง

โรอันพยักหน้าและขยับข้อต่อของเขาไปมา

‘ราวกับว่าเราได้เกิดใหม่อีกครั้ง’

รู้สึกเหมือนเขาเพิ่งถอดเกราะหนักออก

โรอัน ตระหนักถึงสถานการณ์ที่เข้ามา

“ขณะที่มานาได้ทะลักเข้าไปสิ่งสกปรกในร่างกายของเราถูกกำจัดออกและกล้ามเนื้อและกระดูกก็แข็งแรงขึ้น”

เขาได้ยินผ่านๆ มาว่าเคยมีบางกรณีที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากความเข้าใจในมานาอย่างลึกซึ้ง

แต่แน่นอนว่าในกรณีของโรอัน ไม่ใช่ความเข้าใจของเขาจะลึกซึ้งมากขึ้น แต่ก็เป็นเพราะการเอ่อล้นของมานา

‘มันเป็นพรจากความโชคร้าย’

โรอันยิ้มขมขื่นและขยับตัว

และสิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือดูแลอารอน

และโชคดีที่อาโรนนอนราบอยู่บนพื้นเขาไม่ได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดของโรอัน

“ผู้บัญชาการกองพลทหาร”

โรอันจับตัวอารอนอย่างระมัดระวังและปลุกเขาให้ตื่นขึ้น

“อืมมม.”

มีเสียงคครางออกมาจากปากของเขา

ดวงตาของอารอนที่ปิดอยู่ได้สั่นเบาๆ

เขาขมวดคิ้วแล้วค่อยๆเปิดตาขึ้น

ไม่นาน เหล่าทหารที่รอดชีวิตก็ได้มารวมตัวกันรอบตัวเขา

“อืมมม โรอันนั้นเอง ”

เสียงที่ดูอ่อนแอ

อารอนพยายามยกไหล่ขึ้น เพื่อพยายามยกส่วนบนของเขาขึ้น

โรอันยื่นมือทั้งสองข้างและช่วยประคองเขา

“ขอบคุณ.”

อารอนยิ้มขมขื่นและยกร่างขึ้น

แล้วเขาก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านหน้าได้

ที่ราบถูกเผาใหม้และเต็มไปด้วยควันดำ

ศพกระจัดกระจายอยู่รอบๆ

‘ใช่ เราตกลงไปในกับดักของไอ้พวกเอสเทล’

อารอนขมวดคิ้ว

หัวของเขาเจ็บราวกับว่ามันจะแตกออก

กองพลที่ 6และที่ 7ได้ไล่ล่ากองทัพหลักของ เอสเทล

แม้ว่าอารอนจริงไม่ชอบความคิดในการไล่ล่า แต่มันเป็นคำสั่งของเบนจามินเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้

และเมื่อสงครามไกล้จะสิ้นสุดลง พวกเขาก็จะแกล้งทำเป็นไล่ตามพวกเขาไป

แต่ถึงอย่างนั้น

“กองทัพที่ในแนวหลังที่เราเผชิญอยู่จริงๆก็ไม่ได้มีมากนัก”

พวกมันประสบความพ่ายแพ้และถอยหลังอย่างต่อเนื่อง

‘ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ …… ‘

แต่งก่อนหน้าเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ กองทัพทางทิศตะวันออกได้ผ่านกับดัก การจู่โจมฉับพลัน และการซุ่มโจมตีอย่างสมบูรณ์

แต่เรื่องที่กองกำลังในแนวหลังที่พบพ่ายแพ้ต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลใด ๆ มันเป็นสถาณการ์ที่น่าสงสัย

อารอนอยากจะหยุดการไล่ล่าในตอนนั้น

อย่างไรก็ตามความคิดของผู้บัญชาการกองพลที่ 6 นั้นแตกต่างกัน

เขามีความมั่นใจเต็มเปลี่ยมในการไล่ล่าและต้องการทำลายล้างพวกมันอย่างสมบูรณ์

ในที่สุดอารอนก็ซ่อนความรู้สึกี่ต้องการจะหยุดไว้และก็ไล่ล่าหลังพวกมันต่อไป

‘ในสถานการณ์ตอนนั้นกองพลที่ 6 ได้ถูกดักซุ่มโจมตี … ‘

อารอนและกองพลที่ 7 เพียงพุ่งเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาได้เท่านั้น

‘และในที่สุดเราก็ตกลงไปในกับดัก’

อารอนกำหมัดของเขาไว้

‘ผู้บัญชาการกองพลที่ 6 เสียชีวิตทันทีที่เขาตกสู่กับดัก’

เขารู้สึกขมขื่น

เนื่องจากผู้บัญชาการที่ไร้ประโยชได้ทำให้เหล่าทหารเสียชีวิตไปมากมาย

เขาหายใจเข้าลึกๆและมองไปที่ โรอัน

“โรอันเกิดอะไรขึ้นกับผู้บัญชาการคนอื่น ๆ ที่อยู่กับเรา? ”

เขาเดาว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น

แต่เขาเลือกที่จะถามโรอันแทน

โรอันหายใจเข้าและตอบด้วยท่าทางสงบ

“พวกเขาทั้งหมดตายแล้ว.”

“อ่า … ..”

เสียงครางออกมาจากปากของอาโรน

ขณะที่พวกเขาถูกขังอยู่ในกำแพงเวทย์มนต์ เกล เมนเดล เหล่าผู้บัญชาการกองกำลังและเหล่าผู้ช่วยได้วิ่งไปหาเขา

พวกเขาปกคลุมเราโดยไม่เว้นช่องว่างให้เปลวเพลิงเข้ามา

คำพูดสุดท้ายของเกลยังอยู่ในหัวของเขาอยู่เลย

<ผู้บัญชาการกองพลทหาร โปรดมีชีวิตอยู่เพื่อนำพาเหล่าทหารต่อไป>

อารอนส่ายหัว

“พวกเขาเสียชีวิตทั้งหมดแล้วสินะ… .. ”

เสียงของเขาสั่นเทา

ดวงตาของเขาร้อนวูบวาบ

“เราเป็นคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ เรามันไร้ประโยชน์……… ”

คำพูดของเขาที่ออกมามีแต่ตำหนิตนเอง

โรอันและคนอื่น ๆ ไม่สามารถพูดอะไรได้ในขณะที่พวกเขาลดศีรษะลง

“เฮ้อ”

อารอนถอนหายใจออกมาพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งออกมา

เขาไม่ได้หลั่งน้ำตาในฐานะผู้บัญชาการกองพล

เป็นน้ำตาที่หลั่งให้กับสหาย

“เราสูญเสียเพิ่อนที่ดีเยี่ยมไป”

อารอนเงยหน้าขึ้นมองไปที่ โรอันและเหล่าทหาร

“พวกเราจะรวบรวมศพของเพื่อนทหาร พวกเราจะไม่ออกจากสถานที่แห่งนี้จนกว่าจะรวบรวมเพื่อนๆของเราได้อย่างสมบูรณ์”

ตอนนี้การไล่ล่าไม่มีความหมายแล้ว
“ครับ. เข้าใจแล้ว.”

โรอัน และคนอื่น ๆ ก็ตอบกลับด้วยเสียงอันดัง

พวกเขาค่อยๆลุกขึ้นและย้ายออกไป

พวกเขาเริ่มรวบรวมศพของเพื่อน ๆ อย่างระมัดะวัง

โรอันคอยช่วยสนับสนุนอารอน

ในขณะที่ร่างกายของเขายังคงไม่ปกติและเขาต้องการที่จะพักผ่อนก็ตาม

ตอนนั้นเอง พวกเขาได้ยินเสียงแตรดังออกมาจากด้านในของหุบเขา

ปรู๊นนนนนนน!

โรอันหยุดเท้าและมองไปที่หุบเขา

ใบหน้าของเขาแสดงความไม่พอใจออกมา

‘เบนจามิน’

คนที่มากับแตรเป็นกองทัพหลักของดินแดนตะวันออก

พวกเขาค่อย ๆ ข้ามที่ราบมา

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็แยกตัวออกไปด้านข้างและเบนจามินก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับผู้บัญชาการทหารหลายคน

“ผู้บัญชาการ เทต”

เบนจามินขี่ม้าเข้ามาช้าๆ

ท่าทางของเขาค่อนข้างตึงเครียด

ความสุข ความโกรธ และความรำคาญ

อารมณ์เหล่านี้มีอยู่ในความรู้สึกของเขา

“จากที่มองนี้คืออะไร?”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการตำหนิ

‘พวกมันตกลงไปในกับดักเหมือนกับที่ข้าคิดไว้’

เบนจามินแทบจะตะโกนอย่างมีความสุข

‘เราต้องถามความรับผิดชอบจากพวกมัน’

เขากำลังวางแผนที่จะตัดผลงานที่สะสมมาของกองพลที่ 7
อารอนได้จัดท่วงท่าของเขาและก้มหัวต่ำ

“ในขณะที่เรากำลังไล่กองทัพ หลักของเอสเทบ กองพลที่ 6 ตกอยู่ในกับดักที่ตั้งขึ้นโดยพวก. …… ”

เมื่อเขาพูดตรงนั้น

“หยุด! เจ้ากำลังกล่าวหาว่ากองพลที่ 6 อยู่ตอนนี้! ข้าได้มอบอำนาจให้ใคร? ”

จากเสียงตำหนิ อารอนลังเลและตอบกลับออกไป

“ผม.”

“ใช่ ข้าได้มอบอำนาจให้อาโรน เทตแห่งกองพลที่ 7 และไม่ใช่กองพลที่ 6 แล้วความผิดพลาดของเจ้า คือกองพลที่ 6 ได้ตกอยู่ในกับดักและทหารของเจ้าก็ได้ถูกกวาดล้าง? ”

“นั้น…..”

อารอนไม่สามารถตอบออกไปได้

ถ้าบองแบบนั้น นี่เป็นความผิดของเขาในขณะที่นำกองกำลังไล่ล่าต่อไป

อย่างไรก็ตาม

ผู้บัญชาการกองพลที่ 6 ไม่ได้ฟังคำสั่งของเรา

คนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นเป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 6

ด้วยเหตุนี้แม้แต่กองทหารที่ 7 ก็ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกกวาดล้าง

ขณะที่อารอนไม่สามารถตอบคำถามเบนจามินได้พูดด้วยเสียงเย้ยหยันออกมา

“ทำไมเจ้าไม่พูด? มันเป็นความผิดของใครรู้ใหม? ”

ในตอนท้ายอารอนตอบด้วยความขมขื่น

“มันเป็นเพราะผม.”

โรอัน ผู้สังเกตอยูด้านข้างได้กำกำปั้นของเขาแน่น

‘เบนจามิน!

เขารู้ว่ามันเป็นลูกหมาที่เห็นแก่ตัวและบ้าอำนาจ

และรู้ว่าเขาไม่ชอบกองพลที่ 7

แต่เขารู้ว่าจะออกมาในรูปแบบนี้

ร่างกายของเขาสั่นไปทั้งตัว

ตอนนั้นเองอารอนคว้ามือ โรอัน

‘ทุกอย่างปกติดี.’

อารอนส่งสายตามาเป็นนัย

โรอันหายใจเข้าและสงบอารมณ์ของเขา

“นอกจากนั้น สถานการณ์ตอนนี้คืออะไร?”

เบนจามินชี้ไปที่ที่ราบ

เหล่าทหารกำลังรวบรวมศพของพันธมิตร

อารอนตอบด้วยความสงบ

“เรากำลังรวบรวมศพของสหายที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้”

“รวบรวมซากศพ? จึ้ก!”

เบนจามินขมวดคิ้วและเดาะลิ้นของเขา

เขากำลังวางแผนที่จะผลักดันให้อารอนจนมุม

“ข้าคิดว่าเจ้าได้ตำสังไล่ล่ากองทัพศัตรูและทำลายพวกมันใช่เหรอ?”

“อย่างไรก็ตามการสูญเสียของพวกเราค่อนข้างรุนแรงและผมก็ตัดสินว่าการไล่ล่าต่อไปไม่มี…… ”

“หยุด!”

เบนจามินตะโกน

ท่าทางของเขาได้เปลี่ยนเป็นดุดัน

เสียงของเขาต่ำลง

“ตัดสิน? การตัดสินทำโดยข้าไม่ใช่เจ้า เจ้าต้องทำตามคำสั่งของข้า! ”

อารอนกำหมัดของเขาไว้

เขาต้องการพูดกลับทันที แต่เขาไม่สามารถทำได้

พวกเขายังอยู่ในช่วงสงครามและสถานที่ที่พวกเขายืนอยู่คือสนามรบ

“ไม่เชื่อฟังคำสั่งนั้นหมายความว่า เจ้ากำลังทำความผิดวินัย นี่จะนำไปสู่การลงโทษตามสถานการณ์”

‘เอาเลย หาข้ออ้างและตะโกนใส่ข้ามา ‘

เบนจามินหรี่ตาและจ้องไปที่อารอน

เขารออารอนพูดสวนกลับ

‘ข้าจะจับมันเข้าคุกทันที’

เป็นกลวิธีที่ทำให้เขาสามารถกำหนดการลงโทษได้อย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตามอารอนทนได้ดีกว่าที่เขาคิด

เบนจามินเลียรริมฝีปากของเขาและส่งคำสั่งออกไปอีก

“หยุดการเก็บซากศพทันทีและไล่กองทัพศัตรูต่อไป.”

“ผู้บัญชาการ”.

อารอนจ้องมองไปที่เบนจามินอย่างแน่วแน่

ดวงตาของเขาบอกเป็นนัยว่าให้เปลี่ยนคำสั่ง

อย่างไรก็ตามความคิดของเบนจามินไม่มีการเปลี่ยนแปลง

“ชิ พวกเราจะไม่มาเสียเวลาสำหรับคนที่ตายอย่างโง่เขลา ”

เขามองไปที่อารอนและพูดต่อ

“เจ้าไม่สามารถทำตามคำสั่งของข้าได้ใช่ใหม?”

นี่เป็นการขุ่มขู่ที่สมบูรณ์

แต่สีหน้าและสายตาของเขาได้บอกว่าเขาจะไม่ทำตามคำสั่งของเบนจามินอย่างแน่นอน

‘เบนจามิน ……’

อารอนกัดฟัน

ถ้าเขาไม่ได้เป็นผู้บัญชาการกองพล เขาคงพุ่งเข้าใส่เบนจามินไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม

‘ถ้าเราทำแบบนี้เราก็จะเอาลูกน้องของเราไปตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายด้วย’

ถ้าเป็นเบนจามิน มันเป็นคนที่เตรียมตัวรอเล่นงานอยู่แล้ว

สุดท้ายแล้วอารอนเลือกที่จะก้มหัวให้

“ครับ เราจะทำตามคุณ …… ”

เมื่อเขาพูดถึงตอนนั้น

โรอัน กำลังมองไปที่สถานการณ์อยู่ด้านข้าง ได้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

“ผู้บัญชาการ”.

ดวงตาดุร้ายและเสียงที่เยือกเย็น

โรอันมองไปที่ดวงตาของเบนจามินอย่างแน่วแน่

“พวกเราไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวได้”