0 Views

ฉิน ซูเหลียน ไม่ใช่คนโลภ ตรงกันข้ามเธอกลับรู็สึกสบายใจมาก

เธอไม่ได้รู้สึกอิจฉาคนที่ได้รับทองแท่งนั้นไป แต่เธอกลับกำลังมีความสุขกับ 20 เหรียญเงินที่ได้รับมา เธอฮัมเพลงอย่างมีความสุขอยู่หลังบ้านของตัวเอง

 

ฟาง เฮ่าเตอ ก็ร่าเริงเช่นกัน ในหัวใจของเขาการที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่งดงามอย่าง ฉิน ซูเหลียน ถือเป็นความสำเร็จหนึ่งในชีวิตของเขาเช่นกัน วันนี้ด้วย ‘ความสามารถ’ ที่เก่งกาจของเธอทำให้พวกเขาได้รับเงิน 20 เหรียญมา

น่าจัดงานฉลองจริงๆเลย ฮ่าฮ่า!

 

ฟาง เฮ่อเตอ รู้สึกว่าตัวเขาเองได้รับโชคดีอย่างต่อเนื่อง เหมือนชีวิตของเขาสดใสขึ้นเรื่อยๆ!

โดยเฉพาะวันนี้

 

เขาเพิ่งเดินเหยียบทอง!

ขณะที่เขากำลังเดินทางกลับบ้าน เขาได้เผลอเตะบางอย่างกระเด็นไป แต่ทันใดนั้นเมื่อเขาเห็นว่ามันเป็นทอง เขาก็รีบวิ่งไปเก็บอย่างหน้ามืดตามัวทันที

“ทอง!” ลูกตาของ ฟาง เฮ่าเตอ เกือบจะถลนออกมาจากเบ้า

เขาหยิบทองแท่งขึ้นมาด้วยท่าทางที่เหมือนเสืออันหิวโหยและถือมันไว้อย่างรื่นรมย์

 

“เห! มันเหมือนกับทองที่ธิดาจากกองตรวจการศักดิสิทธิ์ให้เป็นรางวัลเมื่อวานนี้เลย! หรือเด็กผู้ชายที่อยู่บนเวทีเมื่อวานจะเผลอทำตกไว้ตอนที่กำลังวิ่งหนี?” เมื่อมองไปที่ทองคำแท่งในมือของ ฟาง เฮ่อเตอ  ฉินซู เหลียน รู้สึกประหลาดใจ

 

ฟาง เจิ้งจือ เอาหูแนบกับกำแพง ขณะที่แอบฟังบทสนาอยู่ด้วยความอดทน เขาได้คิดหาวิธีการต่างๆมากมายที่จะมอบทองให้กับแม่ของเขา

สุดท้ายเขาก็เลือกวิธีนี้ มันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ที่สำคัญจะไม่มีหลักฐานมาถึงตัวเขาแน่นอน

แต่ที่เขาไม่ค่อยเข้าใจคือทำไมทั้ง 2 คน ด้านหลังกำแพงนั้นถึงไม่รีบวิ่งกลับบ้านทันที่ที่เจอทองแท่งนั้น? หรือพวกเขาคิดจะเอาไปคืน?!

 

อย่าหันกลับไปทางหมู่บ้านเด็ดขาดนะ!

ถ้าเกิดพ่อแม่ของเขาทำอย่างนั้นขึ้นมาวันนี้เขาคงต้องอาเจียนเป็นเลือดออกมาแน่นอน…

“เราเอาทองไปให้หัวหน้าหมู่บ้านดีไหม เขาน่าจะช่วยสืบหาเจ้าของที่แท้จริงของทองแท่งนี้ได้?” ฟาง เฮ่าเตอ ปรึกษากับ ฉิน ซูเหลียน ในขณะที่มือของเขาโอบอุ้มทองอยู่

 

“โป้ก!”

ฟาง เจิ้งจือ ที่ตอนแรกได้ยินอย่างนั้น รู้สึกอยากเอาหินไปปาใส่หน้าพ่อของเขาสักทีสองที แต่ แม่ของเขา ฉิน ซูเหลียน กลับระเบิดอารมณ์ตบไปที่หัวของ ฟาง เฮ่าเตอ ก่อนที่ ฟาง เจิ้งจือ จะทันทำอะไรเสียอีก

 

“ เจ้าโง่หรือไงกันหา !! นี่มันทองนะ! เราสามารถใช้มันเป็นสินสอดให้ เจิ้งจือ แต่งงานในอนาคตได้เชียวนะ!” ถึงแม้ ฉิน ซูเหลียน จะไม่ได้เป็นคนโลภ แต่เธอก็ไม่ได้โง่พอที่จะปล่อยให้ทองหลุดมือไปได้

แต่ ฟาง เฮ่าเตอ กลับจะเอาทองนี้ไปคืน?

เหมือนเลือดของเธอเริ่มเดือดขึ้นด้วยความโกรธ เธอจำได้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านวางแผนกับตระกูลหลี่ ไม่ยอมใส่ชื่อลูกชายของเธอลงไปในรายชื่อการทดสอบขั้นพื้นฐาน

“เจ้าพูดถูกแล้ว! เราควรเก็บทองนี้ไว้เพื่อการแต่งงานของ เจิ้งจือ ในอนาคต!” ฟาง เฮ่าเตอ ยิ้มออกมาก่อนจะยื่นทองในมือให้กับ ฉิน ซูเหลียน

“ต้องอย่างนี้สิ!” ฉิน ซูเหลียน คว้าทองและรีบเก็บเอาไว้ทันที ทันใดนั้นความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวเธอ “เห! หรือว่าเด็กที่อยู่บนเวทีนั้น จะเป็น ฟาง เจิ้งจือ หรือเปล่านะ?”

ฟาง เจิ้งจือ ที่แอบอยู่หลังเวที เหงื่อแตกขึ้นมาทันที มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรับมือกับแม่ของตัวเอง!

 

เมื่อ ฉิน ซูเหลียน และ ฟาง เฮ่าเตอ เปิดประตูเข้ามาในบ้าน พวกเขาก็เห็น ฟาง เจิ้งจือ หลับอยู่บนเตียงอยู่แล้ว

ทั้งสองมองหน้ากันและยิ้มออกมา ก่อนจะค่อยปิดประตูลงอย่างเบามือ

 

ทันทีที่ทั้งสองคนออกไปจากบ้าน ฟาง เจิ้งจือ ก็เปิดตาขึ้นมาทันที เริ่งทองนั้นไม่มีปัญหาแล้ว แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่กวนใจเขาอยู่

เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงและเปิดหน้าต่างออก มองออกไปบนท้องฟา ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

เป็นข้างั้นหรือที่ไขปริศนาภาพแห่งการสรรค์สร้างได้?

หลังจากคิดอยู่สักพัก เขาตัดสินใจที่จะลองอีกครั้ง

ความรู้ของมนุษย์นั้นไร้ขีดจำกัด หยิน หยาง…..เขาพยายามสัมผัสกับลมปราณรอบๆตัวเขา และหายใจลึกๆ….

แค่คืนเดียว ฟาง เจิ้งจือ ก็สัมผัสได้ถึง ‘จักรวาล’ เขาฟยายามชักนำพลังปราณให้ดูดซับ ‘พลังงานจิตวิญญาน’ …

‘พลังงานจิตวิญญาน’ ที่เขาชักนำเข้ามานั้น คนทั่วไปเรียกมันว่า…. ‘อากาศ’?

เขาหาวิธีต่างๆมากมายแต่ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย….

 

 

“อะไรกัน!! ไก่ขนไฟของข้าหายไปไหนตัวหนึ่ง?!” ในขณะที่ ฟาง เจิ้งจือ ใกล้จะหลับนั้น เสียงตะโกนร้องของเพื่อนบ้านก็ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศที่เงียบสงบลง

แต่ฟาง เจิ้งจือ ไม่คิดสนใจ ดึงผ้าห่มผืนเล็กๆขึ้นมาคลุมตัวและหลับไปในทันที

…..

 

 

10 วันผ่านไป มีทหารมากกว่าสิบคนที่สวมใส่ชุดเกราะได้เดินทางมาที่หมู่บ้าน

ถึงจะมีทหารไม่มาก แต่พวกเขาก็ทำให้ทั่วทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความวุ่นวาย หัวหน้าหมู่บ้าน เรียกรวมตัวชาวบ้านอย่างรวดเร็ว เตรียมจัดอาหารสำหรับให้การต้อนรับเหล่าทหารที่เดินทางมาถึง

พวกเขาจะจัดงานเลี้ยเฉลิมฉลองสำหรับการจัดตั้งหอแห่งเต๋าขึ้น ข่าวการจัดตั้งนี้กระจายไปทั่วทุกหมู่บ้านในละแวกนี้

ตอนนี้ถือว่าหมู่บ้านภูเขาทางใต้นั้นได้รับการคุ้มครองจากกองตรวจการศักดิสิทธิ์แล้ว

ทันใดนั้น รูปสลักไม้ถูกจัดวางไว้ในหอประชุมเก่าของหมู่บ้านภูเขาทางใต้ รูปสลักมีป้ายที่ติดไว้ว่า ‘กองตรวจการศักดิสิทธิ์’

หลังจากสักการะรูปสลักแล้ว ใบหน้าของหัวหน้าหมู่บ้าน เมิ่ง ไป่ เต็มไปด้วยความยินดี ถือกล้องยาสูบขึ้นมาในมือ ปล่อยควันออกมาจากปาก

 

“ทุกๆคน นี่เป็นโชคดียิ่งที่กองตรวจการศักดิสิทธิ์ได้ตั้งหอแห่งเต๋าขึ้นที่หมู่บ้านของพวกเรา จากวันนี้ไป หมู่บ้านของเราจะผลิตบุคคลาการที่เยี่ยมยอดขึ้นมา!”

หลังจากเขากล่าวปราศัยเสร็จแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านได้ถือกล้องยาสูบขึ้นมาอีกครั้ง เขาแนะนำคนสวมชุดคลุมยาวทั้ง 2 คนที่ยืนอยู่ข้างๆเขาด้วยความยินดี

ฟาง เจิ้งจือ คิดว่าการพล่ามของ หัวหน้าหมู่บ้านมันเป็นเรื่องที่เสียเวลามาก โชคดีที่หลังจากพูดเปิดงานแล้ว เขาก็รีบจบการปราศัยให้ไวที่สุด

เห็นได้ชัดว่าการจะเดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ เป็นระยะทางที่ไกลมาก  พวกทหารต่างหิวโหย!

ในที่สุดงานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

โต๊ะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน เต็มไปด้วยชาวบ้านที่กำลังร่วมสนุกกับงานเลี้ยงอยู่ อีกด้านหนึ่ง เมื่อมองไปที่โต๊ะ ฟาง เจิ้งจือ คิดบางอย่างขึ้นมา

 

“ท่านลุงๆ มีคนถามข้าว่าอะไรที่มีขาแต่เดินไม่ได้? ท่านลุงรู้คำตอบไหม?”

เมื่อได้ยินคำถามที่น่าสนใจชาวบ้านก็เริ่มคิดคำตอบ

อะไรที่มีขาแต่เดินไม่ได้?

“ปลาในแม่น้ำงั้นรึ?”

“ผิด! ปลามีหาง แต่ไม่มีขา!”

“….”

 

คำตอบมากมายที่ถูกตอบมา แต่ไม่มีอันไหนที่ถูกต้องเลย ทำให้การถกเถียงของชาวบ้านเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็พยายามหาคำตอบ บางคนก็คิดอย่างจริงจัง

 

ในทางกลับกัน ฟาง เจิ้งจือ….

กำลังกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้!

…..

 

เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง ลานกลางหมู่บ้านก็เริ่มเงียบลง ผู้ชายเริ่มเดินกลับไปที่บ้านของตัวเอง ทิ้งผู้หญิงไว้ที่งานเพื่อล้างจาน

ฟาง เจิ้งจือ อาจจะอายุแค 6 ขวบ แต่เขาถูกจับไปรวมกลุ่มกับพวกผู้ชาย เขาไม่จำเป็นที่จะต้องทำความสะอาด  มันยังไม่เย็นมากนัก เขาจึงเดินเล่นไปรอบๆหมู่บ้าน ด้วยขาสั้นๆของเขา

 

“ฟาง เจิ้งจือ มาเล่นซ่อนหากันเถอะ!”

“ข้ายังไม่อยากเล่น” ฟาง เจิ้งจือ ปฏิเสธคำเชิญชวนของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งที่มีน้ำหมูกไหลออกมาจากจมูกเขาไม่หยุด

 

“ฟาง เจิ้งจือ ไปว่ายน้ำที่แม่น้ำกัน!”

“พี่สาวของเจ้าไม่ไปหรือ?”

“พี่สาวของข้าทำความสะอาดบ้านอยุ่…”

“งั้นข้าไม่ไป!”

“…”

 

ฟาง เจิ้งจือ เหนื่อยจากการเดินรอบหมู่บ้าน เขาเตรียมตัวที่จะกลับบ้านและพักผ่อน

 

ทันทีที่เขาเดินถึงบ้าน เสียง ฉิน ซูเหลียน ที่กำลังโหวกเหวกโวยวายเพราะเรื่องบางอย่างก็ดังออกมา

“พ่อดูนี่สิ! พ่อ! นี่มัน ปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นแล้ว!”