0 Views

        หลังจากเสร็จสิ้นการนวดฝ่าเท้าแล้ว หยางเฉินก็ถอดถุงเท้าเหม็นๆ ทิ้งไป เปลี่ยนมาสวมรองเท้าแตะผ้าฝ้ายแทน และพาตัวเองกลับไปยังสถานที่ประชุมเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ

        เมื่อมาถึงหยางเฉินก็เห็นบอดี้การ์ดที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เห็นได้ชัดว่าทุกคนรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แถมตำรวจยังกักกันไม่ให้ผู้ใดออกจากที่นี่

        หลินรั่วซีเห็นหยางเฉินเดินมาพร้อมรองเท้าเตะกับขากางเกงที่ถูกเลิกขึ้น เหมือนเกษตรกรผู้ชำนาญการในการทำไร่ ดูไม่เหมาะสมกับสถานที่และงานเป็นอย่างยิ่ง เธอก็อยากจะเข้าไปบีบคอหยางเฉินจะใจขาด!

        หลี่มู่หัว และเฉิงซินหลินต่างยิ้มให้หยางเฉินเช่นกัน

        “คุณหยางผมเสียใจจริงๆ ที่ไม่ได้ร่วมสนทนาธุรกิจกับคุณ” หลี่มู่หัวยังคงสุภาพกับหยางเฉิน แม้หยางเฉินจะเป็นเพียงพนักงานเล็กๆ ของอวี้เหล่ยเท่านั้น

        หยางเฉินโบกมือพลางกล่าวว่า

        “คุยไปก็ไม่เข้าใจหรอก ถ้าพวกคุณยังคุยไม่เสร็จผมก็อดกินอาหารเย็นกันพอดี”

        เฉิงซินหลินหันมากล่าวกับหลินรั่วซีว่า

        “รั่วซี พวกเราพูดคุยกันมานานแล้ว เริ่มขั้นตอนเซ็นสัญญากันเลยมั้ย”

        “แล้วคุณหลี่ล่ะคะ?” หลินรั่วซีเอ่ยถามหลี่มู่หัว

        หลี่มู่หัวหัวเราะ “ผมรอคำนี้มานานแล้วครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

         เมื่อบทสนทนาดังกล่าวจบลง ทั้งสามบริษัทก็ลงนามในสัญญาทางธุรกิจที่โต๊ะยาว ผู้ร่วมงานทุกคนต่างยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลางคิดถึงว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งผลกำไรอย่างมหาศาล

        โม่เชี่ยนนีรีบเข้ามาหาหยางเฉินพร้อมรองเท้าหนังคู่ใหม่ที่ไม่รู้ว่าไปหามาจากไหน

        “นายไปหารองเท้าแตะนี้มาได้ยังไงกัน รีบสวมรองเท้าใหม่ เร็วเข้า”

        “ผมเห็นว่าการเซ็นสัญญายังไม่เริ่มสักที ผมเลยไปเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะน่ะครับ”

        หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่ความจริงแล้วที่เขาต้องเปลี่ยนรองเท้าเพราะคู่เก่าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดนั่นเอง

        โม่เชี่ยนนีกรอกตามองหยางเฉินแล้วกล่าวว่า

        “งานยังไม่จบสักหน่อย นายจะรีบไปทำไมหะ!”

        หยางเฉินเกาหัวกล่าวว่า

        “ยังไม่เสร็จอีกเหรอครับ? งานยังไม่เสร็จ ผมก็อดกินข้าว แล้วก็ไม่ได้ไปนอนเตียงนุ่มๆ ที่เสฉวนด้วย”

        “ฉันบอกให้รีบใส่รองเท้า แล้วหยุดพูดไร้สาระได้แล้ว”

        หยางเฉินยอมสวมรองเท้าคู่ใหม่แต่โดยดี และเดินตามโม่เชี่ยนนีไปหาหลินรั่วซี

         ในการเซ็นสัญญาหน้าหนึ่ง ใช้เวลาเกือบ 5 นาที แต่เมื่อผู้บริหารทั้งสามร่วมลงนามในสัญญาเสร็จสิ้นลงแล้ว สัญญาฉบับนี้จึงมีผลบังคับใช้ในทันที

        หลังจากที่เซ็นสัญญาเสร็จสิ้นบริบูรณ์แล้ว สามผู้บริหารก็แย้มยิ้มพลางจับมือกัน ด้วยความยินดี ถึงแม้หยางเฉินจะไม่ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับแวดวงธุรกิจมากนัก แต่ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่า การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่

        หลินรั่วซี หลี่มู่หัว และเฉิงซินหลิน จับมือกันกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า

        “ตามข้อตกลง ก่อน 12:00 น.หรือเที่ยงวันของพรุ่งนี้ ทางบริษัทอวี้เหล่ยจะโอนเงินจำนวนห้าพันล้านหยวน เข้าไปในธนาคารสวิตเซอร์แลนด์”

        “ทางฉางหลินเองก็จะโอนเข้าไป ห้าพันล้านเช่นกัน และเมื่อรวมกับของมู่หยุนอีกสองพันล้านแล้ว ผมคิดว่าด้วยจำนวนเงินทุนขนาดนี้ เราอาจใช้เวลาไม่ถึงหกเดือนก็สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราได้แล้ว” เฉิงซินหลินหัวเราะขึ้นอย่างร่าเริง

        หลี่มู่หัวเองก็กล่าวอย่างมั่นใจว่า

        “ด้วยแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งของทั้งสองบริษัท แม้ห้องแล็บของซูจื้อหงจะล้ำหน้าสักแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะตามเราได้ทันอย่างแน่นอน”

        หลังจากกล่าวจบ ทั้งสามก็บอกลากัน ถือว่าเสร็จสิ้นการลงสามสัญญาธุรกิจ เพื่อการเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่

        อวี้เหล่ยในฐานะเจ้าภาพออกมาเป็นกลุ่มสุดท้าย ภายใต้การนำของโม่เชี่ยนนี หยางเฉินก็มาถึงลานจอดรถ ตามด้วยหลินรั่วซีที่ตามออกมาเป็นคนสุดท้าย

        หลินรั่วซีดูเหมือนเหนื่อยเล็กน้อย เมื่อเดินมาถึงเธอก็พบหยางเฉินและโม่เชี่ยนนีที่กำลังยืนรออยู่ก่อนแล้ว

        “ไปกันเถอะ เชี่ยนนีเธอขับนะ”

        กล่าวจบหลินรั่วซีก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่งตรงเบาะหลังทันที

        นั่นทำให้หยางเฉินต้องเลือกว่าจะนั่งข้างคนขับ หรือว่านั่งเบาะหลังร่วมกับหลินรั่วซี

        ดูเหมือนสาวน้อยจะใช้วิธีบีบบังคับ หยางเฉินไม่อาจทำอย่างไรได้ เขาหันไปสบตากับโม่เชี่ยนนี

        โม่เชี่ยนนียิ้มกะพริบตาบอกว่าเธอไม่เป็นไร

        หยางเฉินจึงเข้าไปนั่งข้างๆ หลินรั่วซีแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า

        “เราจะไปไหนกันต่อ ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก”

        หลินรั่วซีหรี่ตากล่าวว่า

        “ไปรีสอร์ทของฉัน”

        “รีสอร์ท? ไปทำไม?” ในหัวของหยางเฉินเกิดข้อสงสัยมากมาย

        “นอน” หลินรั่วซีพูดขึ้นเพียงสั้นๆ

        โม่เชี่ยนนีขับรถไม่เร็วนัก แม้การจราจรบนท้องถนนจะน้อยเนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ดังนั้นกว่าจะมาถึงรีสอร์ทก็ใช้เวลาไปถึงสี่สิบนาที

        หลังจากลงจากรถ อู๋เยวี่ยเลขาของหลินรั่วซีก็ออกมาต้อนรับพร้อมพนักงานต่างๆ

        “บอสหลิน หัวหน้าโม่ พวกเราจัดเตรียมห้องพักไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” อู๋เยวี่ยยังคงมีท่าทีที่เย็นชาเช่นเดียวกับหลินรั่วซี

        “จัดเตรียมอาหาร และห้องให้หยางเฉินด้วย” หลินรั่วซีกล่าวกับอู๋เยวี่ย

        อู๋เยวี่ยประหลาดใจเล็กน้อย เธอชำเลืองมองหยางเฉิน และไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาที่นี่ แต่เธอก็ยังคงพยักหน้ารับทราบ

        แม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่หลินรั่วซีก็ยังไม่ลืมว่าสามีของเธอยังไม่ได้ทานมื้อเย็น นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

        หลังจากนอนหลับพักผ่อนไปคืนหนึ่ง หยางเฉินก็ตื่นขึ้นมาในห้องพักที่สะอาดสะอ้านของรีสอร์ท

        รีสอร์ทแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากชานเมือง มีทะเลสาบเล็กๆ ล้อมรอบ ภูเขาทิวทัศน์ที่เงียบสงบ

        นั่นทำให้หยางเฉินมีรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ยานพาหนะก็น้อย แขกที่มาพักก็ไม่มาก

        เมื่อหยางเฉินจะกลับไปที่ห้องพัก บริกรมาก็มาหยุดเขาไว้เสียก่อน

        “คุณหยาง บอสหลินเชิญคุณไปรับประทานอาหารเช้าค่ะ”

        หยางเฉินไม่คิดว่าหลินรั่วซี และโม่เชี่ยนนีจะตื่นเช้ากันขนาดนี้ และเมื่อมาถึงห้องอาหาร เขาก็เห็นหญิงสาวทั้งสองนั่งเผชิญหน้า กำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่

        เมื่อเห็นหยางเฉินเข้ามาพวกเธอก็พยักหน้าให้อย่างเรียบง่าย

        หยางเฉินตักข้าวใส่จาน แล้วดึงเก้าอี้นั่งอยู่ตรงกลางของทั้งสองก่อนยิ้มและถามว่า

        “พวกคุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อพักผ่อนจริงๆ ใช่มั้ย”

        “ในฐานะผู้ดูแลโครงการ นายจะได้รับการพิจารณาความดีความชอบ ที่นายได้ไปเล่นอะไรไว้” หลินรั่วซีกล่าว

        “เล่นอะไรงั้นหรือครับ?”

        “นายก็รู้เนื้อหาหลักของสัญญา”

        หยางเฉินพยักหน้า “อวี้เหล่ยและฉางหลินลงทุนคนละห้าพันล้าน ส่วนมู่หยุนลงทุนสองพันล้าน หุ้นที่เราได้รับคือ 65% ส่วนฉางหลินและมู่หยุนได้ 25% และ 20% ตามลำดับ”

        หลินรั่วซียิ้มเหลือบมองไปที่หยางเฉิน

        “หุ้น 65% จากมู่หยุนโดยตรง ฉันไม่รู้ว่านายทำได้อย่างไร แต่นายทำมันได้ยอดเยี่ยมมาก”

        “นี่คือคำชมในฐานะภรรยาหรือเจ้านายล่ะครับ?” หยางเฉินถามยิ้มๆ

        “แตกต่างกันอย่างไร” หลินรั่วซีขมวดคิ้วเธอรู้สึกว่า หยางเฉินพูดจาเล่นลิ้นกับเธอ

        “แน่นอนว่าย่อมแตกต่าง ภรรยาย่อมต้องจูบสามีเป็นรางวัล แต่เจ้านายต้องให้โบนัสพนักงาน” หยางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

        หลินรั่วซีได้ยินดังนั้นก็นั่งหน้าแดงอยู่ตรงข้ามโม่เชี่ยนนี ผู้ชายคนนี้เริ่มที่จะออกลายอีกแล้ว เธอกระแอมไอพร้อมกล่าวว่า” ซูจื้อหงจะมาแล้ว”

        “นี่ จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องได้ยังไง… หืม คุณพูดว่าซูจื้อหง?” หยางเฉินถามต่อว่า “ซูจื้อหง มาที่นี่ได้ยังไงกัน?”

        โดยไม่รอให้หลินรั่วซีตอบ เสียงหัวเราะแสนอร่อยก็ดังขึ้น

        “ฮ่าๆ ๆ คุณหยาง ของสนุกๆ แบบนี้ผมจะพลาดได้ยังไงกันล่ะครับ” ซูจื้อหงในชุดสูทสีขาวเนคไทแดง คล้ายเจ้าชายรูปงามผู้เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ ตามด้วยเหมาฉิวและลูกน้องอีกสามคนปรากฏตัวขึ้นในทันที

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม