0 Views

        ตำแหน่งของไช่เอี๋ยนในตอนนี้อยู่ห่างจากชายผมสั้นประมาณสองเมตร และห่างจากหยางเฉินประมาณหนึ่งเมตร

        ชายผมสั้นปรากฏตัวพร้อมกับปืนเดสเสิร์ทอีเกิ้ลสีเงินล้อกับแสงไฟดูแวววาว เขาสามารถถือปืนนี้ด้วยมือเดียวบ่งบอกพละกำลังแขนของเขาได้เป็นอย่างดี

        สายตาของชายคนนี้จ้องมองไปยังเชือกที่พยุงตัวไช่เอี๋ยนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ แน่นอนว่าถ้าเขายิงเชือกเส้นนี้จนขาด ไช่เอี๋ยนจะต้องตกลงไปข้างล่างกลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลวกองหนึ่งอย่างแน่นวน

        ในขณะที่ไช่เอี๋ยนหมดสิ้นหนทาง จะหนีก็ไม่ได้… จะไปก็ไม่พ้น เสียงโผงผางก็ดังขึ้นจากทางด้านล่าง

        “ปลดเชือกซะ เร็วเข้า!”

        เสียงของหยางเฉินทำให้ไช่เอี๋ยนได้สติ และเมื่อมองลงไปด้านล่างเธอก็เห็นหยางเฉินยื่นแขนออกมานอกหน้าต่างพยายามรอรับเธออยู่

        จากมุมดังกล่าว แม้จะเป็นหญิงสาวตัวเล็กๆ มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะรับเธอไว้ได้ แม้จะเป็นนักยกน้ำหนักระดับโลกก็ตาม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงท่าทางที่ต้องโน้มตัวจากนอกหน้าต่างเช่นนี้

        ไช่เอี๋ยนลังเล เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าเธอทิ้งตัวลงไป อาจทำให้หยางเฉินพลอยตกลงไปกับเธอด้วย แน่นอนว่าหยางเฉินควรจะเข้าใจดี แต่ทำไมเขายังคงไม่ลังเลที่จะทำแบบนี้?

        มีเจตนาร้ายแอบแฝงงั้นหรือ? เขาไม่จำเป็นที่จะต้องทำอะไรสุ่มเสี่ยงแบบนี้!?

        อย่างไรก็ตามไช่เอี๋ยนไม่ต้องการรับความช่วยเหลือเช่นนี้… ไม่ใช่เพราะเธอไม่ถูกชะตากับชายคนนี้ แต่เป็นเพราะเธอไม่ต้องการทำร้ายผู้อื่น

        “ปัง ปัง!”

        กระสุนสองนัดแฉลบกระจกผ่านเชือกไปอย่างฉิวเฉียด ดูเหมือนชายผมสั้นจะตั้งใจยิงให้เชือกขาด แทนที่จะยิงไช่เอี๋ยนโดยตรง

        หยางเฉินเห็นไช่เอี๋ยนยังคงนิ่งเงียบก็ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่างเดือดดาล

        “ทำไมไม่ปลดเชือกออก ขี้ขลาดจริงๆ!”

        “นายพูดว่าอะไรนะ!?” ไช่เอี๋ยนได้ยินดังนั้นก็โกรธจนตัวสั่น

        “ผมบอกว่าคุณขี้ขลาดตาขาว! กลัวคนจะรู้ว่าคุณมีน้ำหนักเกินรูปร่าง!” หยางเฉินตะโกนยุโทสะ

        ไช่เอี๋ยนโกรธจนอกแทบระเบิด ผู้ชายคนนี้อยากตายไปกับเธอหรือยังไงกัน!

        ในขณะที่ชายผมสั้นกำลังเล็งปืนมาที่ร่างของไช่เอี๋ยนโดยตรง เธอก็ปลดเข็มขัดออก และปล่อยร่างตัวเองให้ตกลงไปด้านล่าง!

        ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจฝากชีวิตไว้กับหยางเฉิน!

        อย่างไรก็ตามหยางเฉินกลับรับร่างของไช่เอี๋ยนได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่จะรู้ตัวหยางเฉินก็อุ้มเธอเข้ามาในบันไดหนีไฟแล้ว

        หยางเฉินอุ้มไช่เอี๋ยนค้างไว้อย่างนั้น จนเธอรู้สึกได้ถึงมืออันแข็งแกร่งกำลังบีบสะโพกและก้นของเธอ เธอไม่อาจทำอย่างไรได้ และถึงกับครางออกมา แม้จะรู้ว่าไม่ใช่เวลาก็ตาม…

        “เสียงปืนจะทำให้ทุกคนแห่กันมาที่นี่ คุณลงไปข้างล่างก่อนเถอะ ผมจะหยุดพวกเขาไว้เอง”

        ทันใดนั้นเองเสียงฝีเท้าคนจำนวนมากก็ดังมาจากด้านบน!

        ไช่เอี๋ยนไม่มีเวลาต่อต้านหยางเฉิน เธอถูกหยางเฉินพลักลงไปด้านล่างจนเกือบสะดุดล้มตกบันได

        “ผมรู้คุณฉลาดพอที่จะไม่ลากทุกคนไปตายพร้อมกัน!”

        หยางเฉินกล่าวพลางวิ่งขึ้นบันได เพื่อเข้าปะทะกับชายชุดดำที่เปิดประตูหนีไฟออกมาอย่างเมามัน!

        เมื่อเห็นหยางเฉินซัดชายชุดดำร่วงภายในหมัดเดียว ดวงตาของเธอก็วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้…

        เธอสงสัยว่าทำไมหยางเฉินถึงทำเช่นนี้ แต่เธอก็ยังไม่มีโอกาสได้ถามเขาสักที!?

        เพราะเธอเป็นเพื่อนของหลินรั่วซีงั้นหรือ? มันคุ้มแล้วเหรอที่จะเสี่ยงชีวิต!

        ในขณะนั้นเองไช่เอี๋ยนก็ตระหนักได้ว่า หยางเฉินพูดถูกต้อง คนเพียงคนเดียวไม่สามารถจัดทุกเรื่องได้ ดังนั้นเธอจึงรีบวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

        แต่เมื่อลงมาได้เพียงไม่กี่ขั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นเสียก่อน

        “ปัง ปัง ปัง…”

        ไช่เอี๋ยนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ แต่เมื่อเห็นนายตำรวจเจ็ดแปดคนวิ่งเข้ามาสนับสนุนพอดี เธอก็ตะโกนสั่งการเสียงดังว่า

        “ขึ้นไปข้างบนกับฉัน บอกทุกคนด้วยว่าให้ปิดล้อมที่นี่อย่าให้ใครสามารถเข้าออกได้ เร็วเข้า”

        จากเสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้ไช่เอี๋ยนรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก หน้าที่ของเธอคือต้องแน่ใจว่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ทุกคนจะปลอดภัย

        ในขณะที่นำกำลังตำรวจวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบนนั้น ไช่เอี๋ยนคิดแต่เพียงเรื่องเดียว  คือตอนนี้หยางเฉินจะเป็นอย่างไรบ้าง!?

        แต่เมื่อมาถึงที่ชั้นที่หยางเฉินต่อสู้กับชายชุดดำ ไช่เอี๋ยนและตำรวจทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า…

        ตามขั้นบันไดเต็มไปด้วยซากศพนอนเกลื่อนกลาด! เลือดสีแดงสดเจิ่งนองเต็มพื้น ใบหน้าของชายชุดดำบิดเบี้ยวหน้าเกลียดบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ว่าก่อนตายเขาจะต้องเจอกับสิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดในชีวิต

        ไช่เอี๋ยนไม่เห็นร่างหยางเฉินในกลุ่มคนพวกนี้ ก็รู้สึกยินดีส่วนหนึ่ง เธอรีบนำกำลังตำรวจผลักประตูเข้าไปด้านใน แล้วพวกเธอก็ต้องพบกับความตกตะลึงอีกครั้ง

        บนพรมของห้องโถงเต็มไปด้วยร่างของชายชุดดำ ที่ในมือยังคงถือปืนไว้ บนศีรษะของทุกคนมีรูกระสุนอยู่ พร้อมเลือดที่หลั่งไหลออกมาไม่หยุด

        และผู้ชายที่ไช่เอี๋ยนไม่มีวันลืมใบหน้า คนที่เกือบจะฆ่าเธอแล้วที่ด้านนอกของตึก ชายผมสั้นกับปืนเดสเสิร์ทอีเกิ้ลที่ตอนนี้กลายเป็นศพไปแล้วเช่นกัน

        แต่หยางเฉินไม่อยู่ที่นี่!

        ตอนนี้ไช่เอี๋ยนรู้สึกเย็นวาบไปถึงหนังศีรษะ เหงื่อเย็นไหลออกมาไม่หยุด นี่ไม่ใช่การปะทะกันด้วยมือเปล่า แต่เป็นการต่อสู้ด้วยกระสุนปืน!?

        เธอคิดไม่ออกว่าคนคนหนึ่งจะมีความสามารถที่ใกล้เคียงกับจอห์นวิคได้อย่างไร…

        สุดท้ายเธอก็เข้าใจแล้วว่า เหตุใดพี่สาวของเธอจึงไม่อนุญาตให้เธอไปข้องแวะกับชายคนนั้น…

        “สารวัตรครับ! จะทำอย่างไรต่อดีครับ” นายตำรวจนายหนึ่งเอ่ยถามหลังจากเห็นสถานการณ์กลายเป็นเช่นนี้แล้ว

        ไช่เอี๋ยนสูดลมหายใจลึก เพื่อสงบจิตใจแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า

        “ปิดล้อมที่นี่ อย่าให้ทุกคนรู้ความจริง บอกไปว่าคนพวกนี้ตายเพราะขัดผลประโยชน์กันเอง”

        เจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นมีข้อสงสัยมากมาย แต่จิตสำนึกของเขาบอกว่าไม่ควรเอ่ยถามมันออกไป

        ไช่เอี๋ยนมองไปที่ร่างของชายชุดดำ และเผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปาก พูดกับตัวเองว่า

        “คนเลว หายไปโดยไม่บอกสักคำ ทำให้ฉันเป็นห่วงซะตั้งนาน…”

        ในขณะเดียวกันหยางเฉินที่มุ่งหน้าไปยังศูนย์นวดเท้า และกำลังแทะโลมพนักงานนวดที่สวมชุดกี่เพ้าสีแดงด้วยสายตานั้น ก็เหลือบไปเห็นโจวกวางเหยียน พ่อของโจวตงเฉิง หัวหน้ากลุ่มตงซิ่งเข้าพอดี

        “คุณหยางมาที่นี่เพื่อผ่อนคลายเท้าเหมือนกันเหรอครับ?” โจวกวางเหยียนถามขึ้นอย่างสุภาพ

        อันที่จริงหยางเฉินไม่อยากพูดคุยทักทายกับโจวกวางเหยียนสักเท่าไหร่ และการเห็นเขาอยู่ที่นี่ก็แสดงว่ากลุ่มชายชุดดำที่มีเรื่องกับไช่เอี๋ยนและตำรวจนั้นเป็นพรรคพวกของเขานั่นเอง

        “คุณโจวชอบเก็บสะสมซากศพเหรอครับ?” หยางเฉินถาม

        โจวกวางเหยียนเอ่ยถามอย่างสับสน

        “ศพอะไรหรือครับ?”

        “ผมแค่พูดไปเรื่อยน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก” หยางเฉินยิ้มและเตรียมตัวที่จะออกจากที่นี่

        ในขณะที่หยางเฉินกำลังจะเดินหนีนั้น โจวกวางเหยียนก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน

        “ผมมีคำพูดประโยคหนึ่งอยากให้คุณหยางเก็บไปพิจารณา”

        “หือ?” หยางเฉินหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่แยแส

        โจวกวางเหยียนกล่าวต่อว่า

        “ปลาเล็กย่อมเป็นเหยื่อของปลาใหญ่ ออกไปจากที่นี่ แล้วอย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ “

        “คำพูดของคุณดูสวนทางกับความเป็นจริงยังไงไม่รู้นะครับ” หยางเฉินแสร้งทำสีหน้ากังวล

        “นั่น… เป็นไปไม่ได้” ใบหน้าของโจวกวางเหยียนบิดเบี้ยวไปในทันที

        หยางเฉินหัวเราะออกมาเสียงดัง

        “ผมกำลังรอคุณอยู่นะครับ”

        หยางเฉินกล่าวเสร็จก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

        หลังจากหยางเฉินไปแล้ว บอดี้การ์ดคนหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้นว่า

        “ท่านประธานครับ ไอ้สารเลวนี้มันจะเหิมเกริมมากไปแล้ว มันทำลายธุรกิจของพวกเรา มิหนำซ้ำยังฆ่าแขกของเราอีก มันกล้าทำถึงขนาดนี้ทำไมประธานยังปล่อยมันไว้อีกล่ะครับ!?”

        “แกจะฆ่ามันได้ยังไง?” โจวกวางเหยียนถามด้วยความโมโห

        บอดี้การ์ดผู้นั้นเงียบปากไปในทันที เขารู้ตัวว่าไม่มีความสามารถที่จะทำแบบนั้นได้

        “ชายผู้นี้ไม่ธรรมดา เราจะต้องวางแผนให้รัดกุมที่สุด” โจวกวางเหยียนหัวเราะขึ้นในลำคอ

        “มาเร็ว ลงไปข้างล่าง ไปดูสภาพเจ้าพวกโง่นั่นหน่อย ข้าโจวกวางเหยียนไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เป็นนักธุรกิจที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม