0 Views

        “กลับบ้านกับคุณ?”

        “ใช่ ไปหาครอบครัวของฉัน”

        หยางเฉินมองดวงตากระจ่างใสของโม่เชี่ยนนี ก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างเหนียมอาย ว่า

        “ผมค่อนข้างกังวลเล็กน้อย แม้ว่าผมจะเป็นคนดีที่ 6 พันล้านปีจะเกิดขึ้นมาสักคน ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง… อันที่จริงคุณต้องไม่เสียสละหาโรงแรมให้ผมก็ได้… ผมมันคนเปิดเผยและใจกว้าง คนสมัยก่อนเขาอดทนนอนกลางดินกินกลางป่ากันไม่ใช่หรือไง? ลองคิดดูสิ ในค่ำคืนที่เงียบสงัด สายลมหนาวเย็นที่พัดผ่านก้นเราไป อา… คนเรามันต้องสู้ต่อไปสิ! ดีล่ะ… บ้านของคุณคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ไม่รู้ว่าเตียงของคุณจะกว้างพอสำหรับเราสองคนหรือเปล่า อา…”

        โม่เชี่ยนนีฟังหยางเฉินพล่ามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ หลังจากนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกตัว จากนั้นกัดฟันกล่าวว่า

        “หยางเฉิน… ใครเขาจะเสียสละให้นาย!? ฉันบอกว่าฉันจะพานายไปที่บ้านในมณฑลเสฉวนต่างหาก! ฉันต้องการให้นายไปรับแม่พร้อมกับฉัน”

        หยางเฉินหน้าแตกขนานใหญ่ พร้อมพึมพำขึ้นว่า

        “แล้วทำไมไม่พูดให้ชัดเจนแต่แรกเล่า?”

        “แล้วตอนนี้เข้าใจหรือยังล่ะ?” โม่เชี่ยนนีสวนทันควัน

        หยางเฉินพยักหน้า เขายังจำได้ดีว่าหลังจากที่ช่วยจัดการเรื่องพ่อเลี้ยงอย่างจางฟู่กุ้ยแล้ว โม่เชี่ยนนีบอกว่าจะพาแม่มาอยู่ด้วยกันที่จงไห่

        “ผมจำได้ว่าคุณเคยบอก แต่ทำไมจู่ๆ ถึงอยากให้ผมไปด้วยล่ะครับ?”

        โม่เชี่ยนนีหน้าขึ้นสีเล็กน้อย

        “ครั้งสุดท้ายที่คุยกัน แม่ฉันบอกให้พาแฟนมาหาแม่ด้วย ให้แม่เห็นหน้าลูกเขยสักหลายวัน ทุกอย่างที่ฉันเตรียมไว้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือแค่พาแม่มาที่นี่เท่านั้น”

        หยางเฉินเข้าใจว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมอยากเห็นลูกๆ เป็นฝั่งเป็นฝา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะกังวลว่าลูกๆ อาจไม่สามารถหาสามีที่ดีได้

        และหากหยางเฉินไปกับโม่เชี่ยนนีจริงๆ เท่ากับเปิดเผยให้หลินรั่วซีรู้ถึงความสัมพันธ์นี้ และอาจกลายเป็นจุดสิ้นสุดความเป็นเพื่อนของหลินรั่วซีและโม่เชี่ยนนี

        โม่เชี่ยนนีมองหยางเฉินด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก

        บางครั้งความคิดของผู้หญิงก็ซับซ้อนอย่างมาก ถึงจะรู้ว่ามันอาจก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ยุ่งยากตามมา แต่เธอก็ยังหวังให้คนที่เธอรัก พยายามทำเพื่อเธออยู่

        นี่คือความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่ง

        “ถ้าเช่นนั้นแล้ว ผมจะไปกับคุณ” หยางเฉินคิดว่าเรื่องที่โม่เชี่ยนนีขอ ก็ไม่ได้มากมายเกินไปนัก

        โม่เชี่ยนนีได้ยินดังนั้นก็รู้สึกยินดีจากก้นบึ้งของหัวใจ และใช้หลังมือปิดรอยยิ้มไว้ด้วยความยากลำบาก เธอแกล้งทำหน้านิ่งกล่าวว่า

        “แล้วนายจะบอกกับรั่วซีว่ายังไง?”

        “ก็แค่บอกไปตามตรงนั่นแหละ”

        หยางเฉินรู้ว่าการบอกความจริงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด โม่เชี่ยนนี เฉียงเวย อันซิน หลิวหมิงอวี้ ทุกคนล้วนเป็นคนดี เขาไม่อาจให้ทุกคนหลบซ่อนไปได้ตลอดชีวิต แม้สังคมจะไม่ยอมรับเรื่องการมีภรรยาหลายคน

        โม่เชี่ยนนีเช็ดตา หัวเราะกล่าวว่า

        “ไม่ต้องเดาเลยว่ารั่วซีจะมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไร”

        “เกิดอะไรขึ้น?” หยางเฉินถามอยากรู้อยากเห็น

        “เธอรู้ความสัมพันธ์ของพวกเรามานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมาเท่านั้น” โม่เชี่ยนนีกล่าวด้วยความเชื่อมั่น

        หยางเฉินขมวดคิ้ว “ทำไม?”

        “รั่วซีเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของนาย ดังนั้นสิ่งแรกที่นายต้องคำนึงถึงก็คือนาย” โม่เชี่ยนนีหัวเราะอย่างขมขื่น

        “ถึงเธอจะไม่ได้เอ่ยปากพูดออกมา แต่ยังไงซะเธอกับนายก็ยังเป็นสามีภรรยากัน”

        “แต่สุดท้ายแล้ว คนที่มีสิทธิตัดสินใจก็คือผม” หยางเฉินกล่าว

        โม่เชี่ยนนีชำเลืองมองไปที่เขาแล้วหัวเราะกล่าวว่า

        “ใช่ แต่นายจะหย่าเพื่อฉันอย่างงั้นหรือ?”

        หยางเฉินตกตะลึงไปในทันที เขายอมรับว่าเป็นคนเจ้าชู้ แต่หลังจากใช้ชีวิตร่วมกับหลินรั่วซีช่วงระยะเวลาหนึ่ง เขาก็คุ้นเคยกับความเย็นชาของภรรยาเสียแล้ว รวมทั้งป้าหวังที่คอยห่วงใยเขามาตลอด ถ้าหลินรั่วซีไม่เอ่ยปากออกมา เขาก็ไม่คิดที่จะหย่าเลยแม้แต่น้อย!

        ในขณะที่หยางเฉินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เขาก็ได้เข้าใจอยู่เรื่องหนึ่ง

        “ไม่น่าแปลกใจ… รั่วซีไม่เคยเอ่ยถึงผู้หญิงคนอื่นเลย และยังทำตัวเหมือนไม่สนใจอะไรด้วย เป็นเพราะเหตุผลนี้นี่เอง”

        “อย่าคิดว่ารั่วซีโง่เง่า ไม่เข้าใจอะไร เธออาจไม่รู้วิธีแสดงความรู้สึก แต่เธอเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แถมยังฉลาดเป็นกรด หลายคนที่ดูถูกเธอต่างเสียใจมานักต่อนักแล้ว” โม่เชี่ยนนีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

        หยางเฉินฝืนยิ้มกล่าวว่า

        “ในเมื่อคุณพูดเช่นนี้ แล้วการร่วมมือกันในครั้งนี้ล่ะ”

        “รั่วซีได้วางแผนไว้ทั้งหมดแล้ว” โม่เชี่ยนนีหัวเราะอย่างลึกลับ

        “แผนอะไร?”

        “เดี๋ยวนายก็รู้” โม่เชี่ยนนีขยิบตาข้างหนึ่งให้หยางเฉิน

        ถึงจะอยากรู้ แต่หยางเฉินก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้

        โม่เชี่ยนนีมีบางสิ่งที่จะต้องกลับไปทำต่อ ดังนั้นเธอจึงบอกลาหยางเฉิน และไม่ลืมที่จะเตือนหยางเฉินให้บอกหลินรั่วซีก่อนที่จะไปเสฉวนกับเธอ

        หยางเฉินกลับมาโดดเดี่ยวอีกครั้ง เขาอ่านแผนผังของอาคาร แล้ววางแผนจะเข้าไปในศูนย์สุขภาพที่อยู่ถัดไปข้างล่างหนึ่งชั้น เพื่อผ่อนคลายร่างกาย

        หยางเฉินไม่อยากใช้ลิฟต์ เขาเดินไปยังประตูหนีไฟและเดินลงบันไดไปเรื่อยๆ

        แต่เมื่อเดินลงมาเพียงไม่กี่ก้าว หยางเฉินก็สังเกตเห็นเงาดำ ข้างนอกหน้าต่าง!

        ภาพตรงหน้าคล้ายคลึงกับฉากในภาพยนตร์ ที่เหล่าสายลับต่างใช้เครื่องมือยุทโธปกรณ์ในการลักลอบเข้ามาภายในอาคารจากข้างนอก

        “อย่าขยับ!”

        เสียงอันคมชัดดังขึ้น พร้อมปากกระบอกปืนที่เล็งมาทางเขา

        หยางเฉินตกตะลึงไปในทันที

        “คุณ!?”

        “คุณ มาทำอะไรที่นี่!?”

        ทั้งสองแทบจะโพล่งออกมาพร้อมกัน

        ผู้หญิงคนนี้เป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก สารวัตรสาวสวยแห่งเมืองจงไห่ ไช่เอี๋ยน

        ไช่เอี๋ยนตอนนี้สวมชุดหนังสีดำห่อหุ้มร่างกายที่เซ็กซี่ร้อนแรง มีเชือกผู้ติดไว้กับอุปกรณ์ที่เอว ผมสั้นสีดำ ปลิวไสวไปตามลมเล็กน้อย

        “ตอบมาเดี๋ยวนี้ ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่?”

        “วันนี้เป็นวันที่บริษัทอวี้เหล่ย และอีกสองบริษัทได้ลงนามในสัญญา ผมเป็นผู้แลเรื่องนี้ แน่นอนว่าผมก็ต้องอยู่ที่นี่สิครับ” หยางเฉินจ้องมองไช่เอี๋ยนอย่างสนใจ

        “คุณดูเหมือนโจรยิ่งกว่าผมอีกนะครับ สารวัตร”

        ไช่เอี๋ยนเห็นหยางเฉินเหมือนไม่ได้โกหกก็กล่าวต่อว่า

        “นายรีบไปได้แล้ว ฉันมีสิ่งที่สำคัญที่จะต้องตรวจสอบ ถ้าหากถูกพบขึ้นมาล่ะก็อาจตกอยู่ในอันตรายได้ รีบไปจากที่นี่ซะ!”

        หยางเฉินเดินเข้าไปใกล้หน้าต่าง และเมื่อมองไปยังด้านบนเขาก็เห็นไฟด้านบนนั้นยังคงส่องสว่าง ลางสังหรณ์ของหยางเฉินบอกว่านี่เป็นสิ่งผิดปกติ

        “สารวัตรไช่ ผมแนะนำให้คุณรีบเข้ามาในอาคารจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นคุณได้ตกลงไปร่างแหลกเหลวแน่ๆ”

        อาคารที่นี่สูง 50 – 60 ชั้น ถ้าตกลงไปก็ไม่มีโอกาสรอดได้เลย

        “นายไม่มีสิทธิมาสั่งสอนฉัน” สารวัตรสาวพูดขึ้นอย่างร้อนรน

        “ที่ผมเตือนคุณเพราะเห็นว่าคุณเป็นเพื่อนกับภรรยาของผม คุณเป็นผู้บังคับบัญชาที่สามารถสั่งการผู้ชายได้ แต่รู้มั้ยว่าคุณเป็นผู้บังคับบัญชาที่แย่มาก นี่เป็นสิ่งที่คุณสมควรทำหรือไง ถ้าหากชีวิตตัวเองยังรักษาไว้ไม่ได้ จะไปรักษาชีวิตคนอื่นได้ยังไง? นี่ไม่ได้เรียกว่ากล้า แต่เรียกว่าโง่ต่างหาก!” หยางเฉินรัวคำพูดออกมาไม่ยั้ง

        ไช่เอี๋ยนตระหนักได้แล้วว่าเธอประมาทเกินไปจึงถูกการจู่โจมของหยางเฉินเข้าอย่างจัง แต่เธอก็ไม่เต็มใจที่จะยอมรับความพ่ายแพ้

        “พูดอย่างนี้แล้วคิดว่าจะรอดงั้นหรือ ฉันจะจับกุมนายโทษฐานขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่!”

        พูดจบเธอก็ยังคงปีนขึ้นไปทางด้านบนโดยไม่คำนึงถึงหยางเฉิน

        หยางเฉินขมวดคิ้ว เขารู้สึกโกรธขึ้นมาจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้สิ่งใดถูกสิ่งใดผิด

        แต่ทันใดนั้นเองกระจกหน้าต่างก็เปิดออก เงาดำร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างภูติพรายพร้อมจ้องมองลงไปยังไช่เอี๋ยนที่อยู่ด้านล่างด้วยรอยยิ้มลี้ลับ!

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม