0 Views

        โจรปล้นธนาคารต่างยิงปืนไปทั่วห้องโถงด้วยความคึกคะนอง

        “ปัง ปัง ปัง! ปัง!…”

        โคมระย้าคริสตัลถูกยิงจนแตกกระจายดังกังวาลเต็มห้องโถง พร้อมกับเสียงหญิงสาวที่กรีดร้องอย่างไม่คิดชีวิต

        เมื่อกลุ่มโจรบุกเข้ามาในธนาควร พวกมันก็กระจายกำลังไปตามที่ต่างๆ ในทันที

        “ทุกคนอย่าขยับ! เอามือไขว้หลัง นั่งยองๆ หันหลังแล้วก้มไปกับพื้น ห้ามเงยหน้าขึ้นมาเด็ดขาด กระสุนปืนไม่มีตา หากใครกล้าขัดขืนข้าจะยิงมันเป็นคนแรก!” หนึ่งในชายสวมหน้ากากตะโกนสั่งขึ้น

        หยางเฉินรู้สึงถึงอาการหวาดกลัวของถังหว่านที่อยู่ด้านหลัง เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง จึงหลบหมอบอยู่ด้านหลังหยางเฉินด้วยความหวาดกลัว แม้จะรู้สึกละอายใจที่ทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อหลบหนี แต่หากต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาเป็นตายเช่นนี้แล้วไม่ว่าใครก็ต่างรักชีวิตตัวเอง แต่เมื่อเธอมองมายังแผ่นหลังของหยางเฉินที่ยังคงไม่หนีไปไหน ถึงกับยืนปกป้องเธอไว้ ถังหว่านก็รู้สึกประทับใจในตัวหยางเฉินขึ้นมา ผู้ชายคนนี้ยังไม่เลวร้ายเท่าใดนัก

        ทันใดนั้นเอง พนักงานธนาคารวัยกลางคนก็รวบรวมความกล้า เขาคลานต่ำเงียบๆ และพยายามที่จะกดปุ่มสัญญาณเตือนภัย

        แต่ดูเหมือนฟ้าจะไม่เป็นใจ โจรที่มากประสบการณ์ผู้หนึ่งสังเกตเห็นเข้าพอดี เขาหัวเราะและกล่าวว่า

        “อยากจะเรียกตำรวจที่กำลังกินอาหารหมูมาหรือไง คิดหรือว่าจะพึ่งพวกนั้นได้?!”

        พูดจบโจรผู้นั้นก็ยิงเข้าไปที่ต้นขาของพนักงานธนาคาร ทำให้เขากลิ้งไปมาบนพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลนองด้วยความเจ็บปวด จนหญิงสาวต่างร้องไห้และกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว

        หยางเฉินขมวดคิ้ว เขาสามารถหยุดโจรกลุ่มนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น หากโจรกลุ่มนี้ไม่ได้ทำอะไรร้ายแรง เขาก็จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ นั่นเพราะเขาไม่ใช่ฮีโร่ที่สวมชุดหนังรัดติ้ว และรวมกางเกงในสีแดงไว้ด้านนอก

        แม้กาลก่อนเขาอาจจะไปจากที่นี่โดยไม่สนใจสิ่งใด แต่ตอนนี้เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป

        คนทุกคนต่างเห็นแก่ตัว หยางเฉินก็เช่นกัน แม้ชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่ต้องจบชีวิตไปจะน่าเศร้าก็ตาม

        แต่สถานะของหยางเฉินในเวลานี้ไม่อาจเปรียบเทียบได้กับคนธรรมดาทั่วไป… เขาคล้ายกับมนุษย์ที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารกำลังมองมดตัวเล็กๆ ตามพื้นดินอย่างเย้ยหยัน

        ทั่วทั้งห้องโถงธนาคารถูกควบคุมไว้ทั้งหมด ในขณะที่โจรสองคนรีบวิ่งไปชั้นสอง และตรงไปยังสำนักงานของผู้บริหารธนาคารแล้วจับเหล่าผู้บริหารหมอบลงกับพื้นเช่นเดียวกับข้างล่าง

        กลุ่มโจรชำนาญการเป็นอย่างมาก พวกมันเริ่มขนเงินออกจากตู้เซฟ แล้วโยนเข้ากระเป๋าที่เตรียมมาอย่างต่อเนื่อง

        หลังจากนั้นประมาณห้านาที ด้านนอกของธนาคารก็มีเสียงไซเรนดังขึ้น

        “วี้หว่อ! วี้หว่อ!”

        ตำรวจแปดนาย รีบเข้าปิดล้อมธนาควรไว้ด้วยอาวุธครบมือ ไช่เอี๋ยนที่สวมชุดเกราะก็ปรากกฏตัวขึ้นเช่นกัน ตอนนี้ใบหน้าอันละเอียดอ่อนของเธอปกคลุมไปด้วยสีหน้าอึมครึมไม่พอใจถึงขีดสุด

        นี้คือการปล้นธนารคารครั้งที่สามแล้วในสัปดาห์เดียว ดังนั้นเธอจึงเตรียมนายตำรวจอาวุธครบมือไว้ดักรอโจรกลุ่มนี้มานานแล้ว แน่นอนว่าเธอสาบานว่าเธอจะต้องจับโจรกลุ่มนี้ให้ได้

        ตำรวจนายหนึ่งหยิบโทรโข่งขึ้นมา และกล่าวขึ้นว่า

        “โจรภายในจงฟัง! พวกแกถูกล้อมไว้หมดแล้ว! เราได้นำกำลังตำรวจชุดเฉพาะกิจมาเพื่อจัดการพวกแกโดยเฉพาะ ตอนนี้ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือวางอาวุธและยอมจำนนซะ…”

        ชายชุดดำสวมหน้ากาก คว้าลูกค้าหญิงคนหนึ่งเดินออกมาที่หน้าธนาคารออกมาพร้อมจ่อปืนไปที่หัวของเธอ มันหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมตะโกนว่า

        “ไหนลองพูดอีกทีซิ! แล้วข้าจะได้ฆาตกรรมหมู่พวกข้างในทิ้งซะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

        โจรคนนั้นพูดจบก็กราดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที!

        กระสุนพุ่งเข้าปะทะกับโล่ตำรวจ จนเกิดความโกลาหนขึ้นเล็กน้อย เหล่าตำรวจต่างหลบเข้าที่กำบัง และยกโล่ขึ้นมาป้องกันอย่างฉุกละหุก

        ไช่เอี๋ยนมีใบหน้าที่โกรธแค้นเป็นอันมาก เห็นได้ชัดว่าโจรกลุ่มนี้มีความฮึกเหิมและไม่เกรงกลัวผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เลยแม้แต่น้อย

        เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งวิ่งไปหาไช่เอี๋ยนพร้อมกล่าวว่า

        “สารวัตรไช่ครับ ข้างในมือตัวประกันราวสามสิบคน เราจะทำอย่างไรดีครับ”

        “มือสไนเปอร์มาถึงหรือยัง?” ไช่เอี๋ยนถามอย่างใจเย็น

        “อีกราวสิบนาทีครับ”

        “สิบนาที!?” ไช่เอี๋ยนโกรธอย่างมากจนเกือบขว้างปืนลงพื้น

        “ช้ามาก ตรึงกำลังไว้ รอจนกว่ามือสไนเปอร์จะมา!”

        นายตำรวจมือเก๋าถอนหายใจเสียงดัง

        “สารวัตร ความจริงมือสไนเปอร์นั้นจะไร้ประโยชน์หากเจอกลุ่มโจรที่มากประสบการณ์ พวกโจรจะซ่อนตัวอยู่ในธนาคาร ผมไม่คิดว่าเราจะมีโอกาส ถ้าหากเราถ่วงเวลาเพื่อรอสไนเปอร์มาถึง พวกโจรที่เหลืออาจสงสัย และลงมือทำร้ายตัวประกันได้”

        ไช่เอี๋ยนไม่ได้ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ

        “แล้วนายจะรอจนพวกโจรหน้าโง่นั่นนำเงินหลบหนีไปหรือยังไง!? หากพวกมันไปถึงชานเมืองเมื่อไหร่ พวกเราก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว”

        “เห็นได้ชัดว่าพวกโจรกลุ่มนี้มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา เพียงแค่พวกเราอาจเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ”

        นายตำรวจอาวุโสกล่าวว่า “ผมว่าเราควรขอความร่วมมือจากทหาร”

        “การปล้นธนาคารครั้งนี้อยู่ในเมืองจงไห่ แต่เรากลับไปขอความช่วยเหลือจากทหาร! แล้วตำรวจอย่างพวกเราจะมีไว้เพื่ออะไรกัน!?” ใบหน้าของไช่เอี๋ยนหมองหม่นลงอย่างมาก

        ทันใดนั้นเอง เสียงอึกทึกของตำรวจก็ดังขึ้นไม่ไกล

        ไช่เอี๋ยนหันไปมองที่มา ประกายตาที่ดูไม่พอใจก็หายไปทันที แทนที่ด้วยรอยยิ้มพอใจ

        “พี่สาว พี่มาได้ยังไงกัน!?”

        หญิงสาวที่มาใหม่กับไช่เอี๋ยนนั้นคล้ายคลึงกันอย่างมาก แต่หญิงสาวดูสูงและอวบกว่าไช่เอี๋ยนเล็กน้อย ผมดำยาวที่ปล่อยลงมา ร่างกายของเธอถูกปกปิดไว้ด้วยชุดหนังสีดำ และกางเกงยีนส์สีอ่อนเข้ารูป เธอไม่ได้มีลักษณะที่กล้าหาญเหมือนกับไช่เอี๋ยน แต่กลับมีเสน่ห์บางที่ดึงดูดอย่างที่สุด

        เวลานี้สองพี่น้องคู่นี้ต่างดึงดูดสายตาของทุกคนเป็นอย่างมาก

        หนึ่งในแปดกองกำลังของสะพานเหล็กอัคคีเหลือง บุปผาพิรุณ พี่สาวฝาแฝดของไช่เอี๋ยน หรืออีกชื่อคือ ไช่หนิง นั่นเอง

        ไช่หนิงมองไปที่ธนาคารแล้วกล่าวขึ้นว่า

        “เมื่อเห็นเธอในทีวี พ่อกับแม่เลยให้ฉันมาดูว่า สามารถช่วยอะไรเธอได้บ้างหรือเปล่า”

        ไช่เอี๋ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอก

        “ฉันลืมไปจริงๆ ว่าพี่กลับมาที่บ้านแล้ว พวกนั้นต้องไม่รอดแน่ๆ!”

        “ไม่หรอก ฉันก็แค่คนธรรมดา” อารมณ์ของไช่หนิงไม่ได้แปรปรวนเหมือนน้องสาวของเธอ

        เหล่าตำรวจที่อยู่โดยรอบต่างตกตะลึงที่สารวัตรไช่มีพี่สาวฝาแฝด แต่ละคนต่างกระซิบกระซาบคุยกันถึงสองสาวอย่างออกรส

        ไช่เอี๋ยนหันกลับมาทำตาขวางและพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า

        “คุยอะไรกัน กลับไปประจำที่เดี๋ยวนี้!” สิ้นเสียงสั่งการที่เฉียบขาดของสารวัตรสาว กลุ่มตำรวจต่างยืนตรงและรีบแยกย้ายกันไปทันที

        “พี่ พวกโจรจับตัวประกันไว้ภายใน พวกเราไม่รู้จะทำอย่างไรกับพวกมันแล้ว!” ไช่เอี๋ยนบ่นขึ้นเงียบๆ

        ดวงตาของไช่หนิงส่องประกายเจิดจ้า

        “เธออยู่กับตำรวจข้างนอกที่นี่แหละ ไม่ต้องเข้าไป”

        “พี่จะเข้าไปคนเดียวหรือไง?”

        “ทำไมล่ะ?”

        “ข้างในนั่นอันตรายมาก!” ไช่เอี๋ยนเป็นกังวลอย่างมาก

        “ฉันรู้ ดังนั้นฉันจึงจะเข้าไปคนเดียว” ไช่หนิงกล่าว

        ไช่เอี๋ยนพึมพำ

        “พี่? พี่ทำงานอะไรกันแน่ทำไมพ่อไม่เคยบอกฉัน หรือใครคนอื่นให้ได้รู้เลย”

        “มันสำคัญมากหรือไง?”

        “แน่นอน! พี่คือพี่สาวแท้ๆ ของฉันนะ!” ไช่เอี๋ยนยืนยันด้วยเสียงอันหนักแน่น “เราเติบโตมาด้วยกัน ทำไมตอนอายุสิบเอ็ดปี พี่ถึงเป็นคนเดียวที่ออกจากบ้านไป และจะกลับมาเพียงปีละครั้งเท่านั้น ฉันสงสัยไม่ได้เลยหรือยังไง? นอกจากนี้เท่าที่รู้ แม้แต่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติก็ไม่อาจนิยามสมาชิกของครอบครัวเราได้ พวกเราไม่ใช่ครอบครั้วธรรมดาหรือยังไง… ฉันอยากรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด…”

        ไช่หนิงเผยรอยยิ้มออกมา เธอสัมผัสใบหน้าที่ละเอียดอ่อนของไช่เอี๋ยนอย่างนุ่มนวล

        “ที่พี่ไม่ได้บอกเธอก็เป็นเหตุผลเดียวกับเธอนั่นแหละ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงของประเทศ หากเธอสามารถไปได้ถึงจุดๆ หนึ่ง เธอจะรู้ว่าพี่ทำอะไรอยู่ ดังนั้นเธอต้องพยายามให้มาก แน่นอนว่าน้องสาวของฉันนั้นเป็นคนที่สวยและมีความสามาถ”

        ไช่เอี๋ยนพยักหน้า “ฉันเข้าใจแล้ว พี่ต้องระวังตัวให้มากนะ”

        “อืม”

        ไช่หนิงก้าวเดินไปข้างหน้า เธอตรงไปยังประตูด้านหน้าของธนาคาร

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม