0 Views

        ระเบิดชีวเคมีไม่ใช่ระเบิดธรรมดา มันจะสร้างความร้อนที่รุนแรงจากการระเบิดที่มีรัศมีขว้างขวาง เนื่องจากมันใช้ไวรัสชนิดพิเศษของพวกแบคทีเรีย และจุลินทรีย์หลายชนิด เมื่อมันระเบิดมันจะกระจายออกไปในทุกทิศทาง และรุกรานเข้าสู่ร่างกาย

        ยาพิษชนิดนี้มักจะทำให้คนยอมตายดีกว่ามีชีวิตอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะพยายามรักษามัน พวกเขาก็ไม่อาจรักษามันให้หายได้อย่างถาวร และจะต้องอยู่อย่างทรมานจากอาการเจ็บป่วยไปชั่วชีวิต มันเป็นอาวุธไร้มนุษยธรรมที่ถูกห้ามใช้ไปทั่วโลก

        เสียงในโทรศัพท์ฟังดูหยิ่งทะนง แต่ความหยิ่งทะนงนี้ก็สามารถทำให้ทุกคนหมดสิ้นหนทาง เพราะทุกคนย่อมหวาดกลัวต่อความตายด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตายด้วยความทุกข์ทรมาน!

        “ในเมื่อแกยังไม่สั่งระเบิดที่นี่ตั้งแต่แรก ดังนั้นแกมีเป้าหมายอะไรก็พูดมา!” หลี่เต๋อเซินตะโกนกร้าว

        เสียงในโทรศัพท์นิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ท่านประธานหลี่ยังเก่งอยู่เหมือนเดิมนะครับ สิ่งที่ผมต้องการก็แค่เงินจำนวนยี่สิบล้านหยวนภายในคืนนี้ ง่ายมากใช่มั้ยล่ะครับ”

        “แกต้องการเงินหรือ?” หลี่เต๋อเซินเหลือบมองไปที่ทุกคนที่อยู่รอบตัวเขา หลายคนดูเหมือนจะหายใจด้วยความโล่งอก ทั้งหมดนี้ คนๆ นี้เพียงแค่ต้องการเงิน ดังนั้นจึงยังมีโอกาสที่จะไกล่เกลี่ยสถานการณ์

        “ตระกูลหลี่ที่รวยมหาศาล แค่ยี่สิบล้านน่าจะง่ายจริงมั้ย? ผมสามารถควบคุมสถานการณ์ภายในวิลล่าได้ตลอดเวลา หากพบว่าคุณกล้าโทรหาตำรวจ รวมตัวกันออกจากวิลล่า ผมจะสั่งให้ระเบิดทำงานทันที…”

        หลี่เต๋อเซินระงับความโกรธของเขาไว้ “แค่พูดน่ะมันง่าย ถึงเราจะมีเงินยี่สิบล้านจริงๆ แต่มันก็ต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม ฉันตกลงที่จะจ่ายเงินจำนวนยี่สิบล้านนี้ ฉันหวังว่าแกจะทำตามที่พูด แกต้องการให้ฉันโอนเงินหรือถอนเงินสดให้?”

        “โอนเหรอ!? คุณคิดว่าผมโง่หรือคุณโง่เองกันแน่? ผมต้องการเงินสดภายในหนึ่งชั่วโมง ส่งมันไปที่คลังสินค้าที่สามของท่าเรือจินเจ๋อวาน จะต้องเป็นท่านประธานหลี่หรือคุณชายรองเป็นคนส่งมอบของเท่านั้น หากเป็นคนอื่นผมจะกดปุ่มระเบิดทันที! นอกจากนี้ ถ้าผมเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจล่ะก็ ผมก็จะกดระเบิดทันทีเช่นเดียวกัน!” พอสิ้นสุดเสียง สายก็ถูกตัดไป

        หลายคนในตอนนี้อ้าปากค้าง ผู้ก่อการร้ายคนนี้เรียกร้องให้คนในตระกูลหลี่เป็นคนนำเงินไปให้ นี่เป็นการเรียกค่าไถ่หรือ? นี่มันเป็นการเรียกร้องเอาชีวิตชัดๆ

        “พ่อครับ เราควรทำตามที่มันสั่ง” หลี่มู่หัวพูดสีหน้าจริงจัง

        หลี่เต๋อเซินถอนหายใจ “ฉันรู้ เรื่องนี้เราไม่ควรเสี่ยง เราต้องส่งเงินออกไป”

        แขกคนสำคัญของทไวไลท์วิลล่ามีอย่างน้อยร้อยกว่าคน ถ้าแม้แต่หนึ่งหรือสองคนถูกฆ่าตายด้วยระเบิดชีวเคมี เรื่องแบบนี้มันจะต้องไม่เกิดขึ้น ตระกูลหลี่ไม่ควรมาเสี่ยงแบบนี้!

        ในเวลากลางดึกเช่นนี้ ทุกได้ยินเสียงลูกชายตระกูลหลี่คนโตจากที่ไกลๆ แหกปากตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า “ออกไป! ออกไป! ไปให้พ้น! ปล่อยฉัน ฉันจะไปหาพ่อ!”

        หลี่มู่เฉิงใส่ชุดนอน ร้องโหวกแหวกโวยวายขึ้นในขณะที่เซไปเซมา เขาล้มลงต่อหน้าหลี่เต๋อเซิน และร้องไห้ฟูมฟายด้วยความหวาดกลัว “พ่อครับ! ผมได้ยินใครบางคนบอกว่ามีระเบิดเคมีในวิลล่าหรือครับ!? นี่เป็นความจริงหรือเปล่า?”

        “ฮึ่ม แกกลัวกับอีแค่ระเบิดงั้นหรือ? น่าสมเพช!” หลี่เต๋อเซินพูดด้วยความโกรธ

        หลี่มู่เฉิงมีใบหน้าที่ซีดเผือด

        “พ่อ พ่อต้องไปหาวิธีที่จะจัดการกับมันนะ ผมยังอายุน้อย ผมยังไม่อยากตาย! ฮือๆ…”

        ขณะที่กำลังพูดคุย หลี่มู่เฉิงก็ร้องไห้คร่ำครวญออกมาจริงๆ

        “ขี้ขลาด… งี่เง่า… นอกจากร้องไห้แล้ว แกทำอะไรได้อีกมั้ย?” หลี่เต๋อเซินโกรธเป็นอย่างมาก ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และลูกชายยังทำตัวแบบนี้ นี่จะไม่ให้เขาโมโหได้ยังไงกัน!?

        “ผมกำลังจะตาย ผมร้องไห้ไม่ได้หรือครับ? ฮือๆ…” หลี่มู่เฉิงมีทั้งน้ำมูก และน้ำตาไหลพรากออกมา เป็นสภาพที่ดูน่าเกลียดเป็นที่สุด

        หลี่เต๋อเซินไม่สามารถทนมองลูกชายคนโตผู้นี้ได้อีก เขาโบกมือให้บอดี้การ์ดแล้วพูดว่า “เอาสิ่งไร้ประโยชน์นี้กลับไปที่ห้องของมัน!”

        บอดี้การ์ดเหล่านั้นเดินเข้ามาทันที หลี่เหมิงเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของหลี่มู่เฉิง มันช่วยอุ้มเขาขึ้นมา และพาตัวหลี่มู่เฉิงออกจากห้องน้ำชาอย่างรวดเร็ว แต่เสียงตะโกนของเขายังคงได้ยินเป็นระยะๆ

        หลี่มู่หัวเฝ้าดูพี่ชายของเขาถูกลากออกไป จากนั้นถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม และพูดว่า

        “พ่อครับ ให้ผมเป็นคนไปส่งเงินเถอะครับ”

        “แกหรือ?” หลี่เต๋อเซินขมวดคิ้ว “ไม่มีทาง ในอนาคตแกยังจำเป็นต้องเป็นผู้นำมู่หยุนคอร์ปอเรชั่น ตระกูลหลี่จะเสียแกไปไม่ได้ ในขณะที่พี่ชายผู้ไร้ประโยชน์ของแกไม่สามารถหวังอะไรได้เลย นี่จึงเหลือเพียงกระดูกใกล้พุพังอย่างฉันเท่านั้น มันจะดีกว่าถ้าฉันเป็นคนส่งเงินด้วยตัวเอง”

        “ไม่มีทาง!” หลี่มู่หัวพูดอย่างจริงจังว่า “พ่อ เรื่องอื่นๆ ผมเชื่อฟังพ่อนะ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ ในฐานะลูกชายของพ่อ ถ้าผมเห็นพ่อเผชิญหน้าเข้าสู่อันตรายอย่างนี้โดยไม่สามารถหยุดพ่อได้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อ ผมจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปยังไง!”

        “เจ้าโง่เอ้ย! แกเรียงลำดับความสำคัญไม่ได้หรือไง!?”

        หลี่มู่หัวคุกเข่าลงกับพื้นโดยไม่ลังเล และสายตามุ่งมั่นจ้องเขม็งไปที่หลี่เต๋อเซินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น “พ่อครับ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าพ่อที่อยู่ในใจของผม!”

        ณ จุดนี้ ทุกคนเงียบกริบ คำพูดของหลี่มู่หัวตรงเข้าไปในจิตใจของทุกคน หลี่มู่หัวไม่ใช่แค่ซีอีโอหนุ่มที่มีพรสวรรค์และชาญฉลาด เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้สืบทอดตระกูลอันยิ่งใหญ่นี้เท่านั้น แต่เขายังเป็นลูกชายที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย และตรงไปตรงมา

        ถึงแม้หลี่เต๋อเซินจะวางท่าทีที่เข้มงวดจริงจังอยู่เสมอ แต่การได้ฟังลูกชายคนโปรดของเขาเอ่ยคำเหล่านี้ เขาก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้

        “ไอ้ตัวน้อยของพ่อ… อย่าคุกเข่าอีกเลย” หลี่เต๋อเซินถอนหายใจแรงเหมือนคนอายุมาก แต่แล้วใบหน้าย่นๆ ของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่ม

        “พ่อครับ ถ้าพ่อไม่ปล่อยให้ผมไป ผมก็จะไม่ลุกขึ้น” หลี่มู่หัวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่และชัดเจน

        หลี่เต๋อเซินหัวเราะเบาๆ ว่า “พ่ออายุมากแล้ว แต่ใจของพ่อยังชัดเจนอยู่ แม้ว่าพ่อจะไม่ปล่อยให้แกไปเดี๋ยวนี้ แน่นอนแกคงหาวิธีไปที่นั่นจนได้ แกไม่เคยทำให้ฉันลำบากใจเหมือนพี่ชายของแก แต่แกก็ยังทำให้ฉันต้องกังวลจนได้ ไม่เป็นไร… ฉันจะเชื่อฟังแกละกัน พ่อจะส่งแกไป”

        หลี่มู่หัวสูดลมหายใจด้วยความโล่งอก เขายืนขึ้นและพูดว่า “ขอบคุณครับพ่อ ผมจะได้ให้คนเตรียมเงินยี่สิบล้าน และส่งมันด้วยตัวผมเอง”

        “เอ…” หลี่เต๋อเซินเอื้อมมือออกไป และคว้ามือหลี่มู่หัวไว้ เขาบีบมือคู่นั่นอย่างแน่นแฟ้น “จำไว้นะ ตราบใดที่หนึ่งคนยังมีชีวิตอยู่ เขาจะยังคงมีทุกอย่าง อย่าทำอะไรวู่วาม!”

        “ผมเข้าใจครับ”

        เมื่อทุกคนได้เห็นเหตุการณ์นี้ พวกเขาทั้งสุขใจและทุกว์ใจกับพวกเขา สำหรับหลี่เต๋อเซินที่มีลูกชายที่แสนประเสริฐเช่นนี้ นับเป็นมรดกที่มีค่าที่สุดของตระกูลหลี่ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่อาชญากรคนนี้ทำสิ่งที่น่ากลัว และบังคับให้ตระกูลหลี่ต้องเสี่ยงเช่นนี้

        ในเวลาเดียวกัน หลายคนก็เสียใจว่าทำไมลูกๆ ของตระกูลหลี่ หลี่มู่เฉิง พี่ชายของหลี่มู่หัวไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยแม้แต่น้อย แถมยังสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีก!?

        “ทุกคนครับ โปรดกลับไปที่ห้องพักก่อนเถอะครับ เราต้องไม่ปล่อยให้แขกคนอื่นแตกตื่น แกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น!” หลี่มู่หัวส่งคำสั่งออกมาด้วยความเฉียบขาดให้กับพนักงานของตระกูลหลี่ทุกคน

        พนักงานตอบรับด้วยความพร้อมเพรียงกัน ชัดเจนว่าสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่จะทำได้คือแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น มิฉะนั้นถ้าแขกตกใจ คนร้ายอาจใช้ระเบิด!

        หลังจากที่พนักงานเหล่านี้ออกจากห้องไปแล้ว หลี่เต๋อเซินก็พาบอดี้การ์ดของเขาออกจากห้องน้ำชา เขาไว้ใจลูกชายของเขา และทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา นี่เป็นข้อความที่เห็นได้ชัดถึงหลี่มู่หัวว่าเขาต้องมีชีวิตอยู่! เพราะเขาเป็นอนาคตของตระกูลหลี่!

        หลี่มู่หัวสูดหายใจลึกๆ เพื่อสงบจิตใจของเขา แล้วค่อยๆ พูดกับหยางเฉิน และคนอื่นๆ

        “ทุกคนครับ ผมไม่เคยคิดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะดึงดูดปัญหามากมาย ผมไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก คนร้ายในครั้งนี้อาจเป็นวิธีการของตระกูลซู ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาทำแบบนี้ แต่โชคร้ายที่พวกเขาทำสำเร็จ”

        “บอสหลี่ครับ คุณจะไม่ไปจริงๆ ได้มั้ย!? นี่เป็นการเดินไปสู่ความตายโดยไม่ได้รู้ว่าคุณจะตายยังไงเลยนะ!” อู๋เต๋าอาจจะขี้ขลาด แต่เขาก็ไม่โง่ และพยายามเกลี้ยกล่อมหลี่มู่หัว

        โม่เชี่ยนนีพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมคิ้วที่ยกขึ้น เธอพูดว่า “ฉันว่าคุณควรแจ้งตำรวจฮ่องกงหรืออะไรบางอย่างที่เหมือนหน่วยฝูงบินไทเกอร์นะ ฝูงบินไทเกอร์ส่งเงินอย่างนี้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ คิดไปก็ไม่ช่วยอะไร คุณอาจกลายเป็นตัวประกันของอาชญากร และพวกเขาจะยังคงรีดไถเงินต่อไปเรื่อยๆ”

        “ทุกคนหยุดให้ความเห็นที่ขาดความรับผิดชอบสักทีเถอะครับ” หยางเฉินกล่าวในขณะกำลังยืดเอวในท่าทางที่สบายๆ ของเขา “ในสถานการณ์ปัจจุบันของเรา เราจะเสี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันจุดที่ระเบิดถูกซ่อนอยู่หรือถอยออกจากทไวไลท์วิลล่า ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่คนร้ายไม่ทราบตำแหน่งที่ชัดเจนของเรา ตอนนี้ดูเหมือนว่าคนร้ายมีสายลับคอยรายงาน

        ทุกการเคลื่อนไหวของเราที่นี่ บางทีคนๆ นั้นอาจจะอยู่ท่ามกลางพวกเรา และสามารถที่จะแอบแจ้งคนร้ายได้ตลอดเวลา ตราบใดที่เราทำทุกอย่างที่ขัดกับความประสงค์ของคนร้าย ทุกคนจะต้องตายอย่างน่าอนาถ ดังนั้นการที่คุณชายหลี่เป็นคนส่งเงินเป็นทางออกเดียว”

        หลี่มู่หัวฝืนยิ้ม “การวิเคราะห์ของคุณหยางมีความแม่นยำมาก เราไม่มีทางเลือกอื่น”

        “อย่างไรก็ตามรุ่นน้องหลี่ คุณไม่ต้องกังวลไปนะครับ” หยางเฉินเรียกหลี่มู่หัวว่า “รุ่นน้องหลี่” อย่างเป็นกันเอง และพูดว่า “เนื่องจากคนร้ายเลือกที่จะเรียกค่าไถ่ นั่นหมายความว่า เขาไม่ได้มีความสนใจในชีวิตของเรามากนัก ไม่อย่างนั้นเขาจะถามถึงเงินหลายร้อยล้านเพื่ออะไร เราไม่จำเป็นต้องไปส่งเงิน เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะเตรียมเงินมากในขณะนั้น เราอาจจะกำลังรอความตายที่กำลังจะเข้ามาอยู่นะ”

        “ผมก็คิดเช่นนั้น มันคงดีที่สุดถ้าคนร้ายไม่ได้ถูกส่งมาโดยตระกูลซู วิธีนี้มันคงอันตรายเกินไปสำหรับผม พวกเขาอาจจะทำอะไรเกินเลยหลังจากที่ได้รับเงินไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม จินเจ๋อวานอยู่ใกล้น่านน้ำระหว่างประเทศ” หลี่มู่หัวคิดตาม

        เขานิ่งคิด และพูดว่า “อันที่จริงแล้วผมได้เทควันโดสายดำนะ ถ้าพวกเขามีไม่มากและไม่ได้พกปืน ถ้าพวกเขาจะทำร้ายผม ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ซึ่งผมสามารถพกอาวุธได้”

        ด้วยคำพูดที่ออกมานั้น ทุกคนได้ตอบสนองความรู้สึกชื่นชมของพวกเขากลับไป พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องราวมากมายในการวิเคราะห์เรื่องนี้

        โม่เชี่ยนนีมองไปที่หยางเฉินอย่างประหลาดใจ ขณะนี้เขากำลังดื่มชาที่เย็นชืดลงแล้ว โดยไม่มีเศษเสี้ยวของความเย่อหยิ่งหรือ

        ใจร้อน…

        ดูเหมือนหลัวซีไม่ได้เลือกให้หยางเฉินทำหน้าที่เป็นตัวแทนของการเจรจาแต่เพียงอย่างเดียวแน่นอน… โม่เชี่ยนนียิ้มเบาๆ ขณะที่กำลังคิด

        เมื่อตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว นอกเหนือจากหลี่มู่หัว ผู้คนที่เหลือก็แยกย้ายกันกลับไปที่ห้องพักของตัวเองเพื่อรอข่าว หลังจากที่คนร้ายพูดไว้ว่าถ้าเขาสังเกตเห็นฝูงชนหลบหนีออกมา เขาจะกดระเบิด ใครจะรู้บ้างว่าคนร้ายมีกี่คน? แต่คิดดูดีๆ แล้วไม่อยากรู้น่าจะดีกว่า

        หยางเฉิน และโม่เชี่ยนนีเดินกลับไปที่ห้องของพวกเขาด้วยกัน เมื่อพวกเขาอยู่บนทางเดินที่ไปยังห้องพัก หยางเฉินก็หยุดฝีเท้าลงกระทันหัน เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า

        “ใจผมมันยังเรียกร้องว่าจะหลับ ผมจะไปที่บาร์ในรีสอร์ทเพื่อจะดื่มสองสามแก้วก่อนนอน คุณกลับไปก่อนได้เลยนะ” พอพูดจบ เขาหันหลังกลับ และเดินจากไป

        โม่เชี่ยนนีหันไปจ้องมองแผ่นหลังที่ค่อยๆ ห่างออกไปของหยางเฉิน ความสงสัยในการกระทำของเขาปรากฏขึ้นในสายตาของเธอ

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม