0 Views

        ฝนฤดูใบไม้ร่วงตกลงบนสระน้ำก่อให้เกิดคลื่นระลอกเล็กๆ บนผืนน้ำ ต้นกล้วยขนาดใหญ่ถลาลม ใบที่กว้างใหญ่ของมันบดบังแสงบางส่วน ทำให้แสงไฟส่องเข้ามาสลัวๆ

        ห้องของเฉียงเวยทั้งหนาวเย็นและเงียบสงบ โคมไฟข้างเตียงสไตล์วินเทจถูกเปิดไว้ตลอดทั้งคืน เพราะวันนี้ท้องฟ้ามีฝนฟ้าคะนองเป็นจำนวนมาก อุณหภูมิลดต่ำลงเล็กน้อย รวมทั้งมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป และเมฆหมอกในตอนเช้า ควรระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่ง

        หยางเฉินตอนนี้อยู่ในชุดนอนสีขาวนอนอยู่บนเตียง แม้จังหวะหายใจของเขาจะเป็นปกติแล้ว แต่คิ้วคมหนาก็ยังคงขมวดอยู่เช่นเดิม

        ผ้าปูที่นอนสีกาแฟเต็มไปด้วยรอยยับยู่ยี่ บ่งบอกได้ว่าผู้ที่นอนอยู่ได้บีบคั้นมันอย่างรุนแรงตลอดทั้งคืน

        ขณะนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างเงียบๆ เฉียงเวยเดินถือชามโจ๊ก และจานกระเทียมเจียวเข้ามาในห้อง ตอนนี้เธออยู่ในชุดราตรีสีขาว ใบหน้าที่สวยงามของเธอก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและกังวล เธอเดินเข้าไปหาหยางเฉินอย่างเงียบเชียบ จากนั้นโน้มตัวไปดึงผ้าห่มห่มให้หยางเฉิน

        เฉียงเวยมองคนหลับลึกด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน เธอไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน หลังจากนำหยางเฉินไปตรวจที่โรงพยายามแล้ว เธอก็นำเขามาพักที่นี่ เมื่อเห็นว่าหยางเฉินปลอดภัยและไม่มีอันตรายใดๆ แล้ว เธอก็มุ่งหน้าจัดการเรื่องราวที่งานเลี้ยง

        หลังจากตัดสินชะตากรรมของพันธมิตรตะวันตกแล้ว เธอกลับมาที่นี่และดูแลหยางเฉินตลอดจนถึงเช้า

        ชายคนนี้ทำให้เธอประหลาดใจได้อีกครั้งแล้ว แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็รู้สึกว่าช่องว่างระหว่างเขากับเธอยิ่งไกลห่างเข้าไปทุกที!

        เฉียงเวยไม่ชอบความรู้สึกนี้ เธอมีข้อสงสัยหลายอย่างที่อยากจะถามหยางเฉิน

        ในขณะกำลังคิดอะไรฟุ้งซ่าน หยางเฉินก็ลืมตาขึ้นมา พร้อมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ เห็นดังนั้นเธอก็คว้าจับมือหยางเฉินอย่างแรงทันที

        “ที่รัก คุณตื่นแล้ว?”

        “ตอนนี้กี่โมงแล้ว?” หยางเฉินฝืนยิ้มออกมาด้วยสายตาอ่อนโยน

        “ยังเช้าอยู่ ประมาณ 7 โมงเช้าเท่านั้น คุณจะนอนต่อมั้ยคะ?” เมื่อมองไปยังใบหน้าขาวซีดของหยางเฉิน เฉียงเวยก็รู้สึกขมขื่นอยู่ภายใน แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มกล่าวว่า “คุณเกือบทำให้ฉันตกใจกลัวจนตายแล้วรู้มั้ย ฉันไม่นอนทั้งคืนเลย!”

        หยางเฉินพยุงตัวเองด้วยสองมือ บรรจงจูบเข้าไปที่แก้มของเฉียงเวย “ตอนนี้ผมสบายดีแล้ว เกิดอะไรขึ้นหลังจากผมสลบไป?”

        เฉียงเวยเข้าใจว่าหยางเฉินไม่อยากอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเขา ดังนั้นเธอจึงครุ่นคิดสักพักแล้วตอบไปว่า

        “เมื่อวานนี้ฉันนำคุณไปยังโรงพยาบาล หลังจากให้หมอตรวจดูแล้ว ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร คุณแค่มีอัตราการเต้นของหัวใจที่สูง ดูเหมือนอะดรีนาลีนจะหลั่งออกมามากเกินไป หลังจากฉีดยาสลบให้คุณแล้ว ฉันก็พาคุณกลับมาที่นี่ และนอนหลับจนถึงเมื่อครู่นี้”

        “อย่างนั้นหรอกหรือ… ผมจำอะไรไม่ได้เลย” หยางเฉินลูบหัวไปมา ความจริงก็คือเขารู้เพียงแค่ว่า อาการปวดหัวเฉียบพลันจนรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

        หยางเฉินคิดว่าการฝึกฝนมาตลอดหนึ่งปี และอีกครึ่งปีที่เขาใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แม้ว่าเขาจะถูกบังคับให้ฆ่าคนไปหลายสิบคน เขาก็รู้สึกว่าสามารถควบคุมตัวเองได้มากกว่าที่ผ่านมา แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าโรคเก่าของเขาจะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง

        โชคดีที่เขาฝึกฝนวิชาประหลาดนั้น นั่นทำให้เขาสามารถควบคุมความบ้าคลั่งในตัวเองได้บ้าง นี่เป็นเหตุให้เขาสามารถควบคุมตัวเองได้ชั่วขณะและบอกเฉียงเวยให้หาทางทำให้เขาสงบลงให้ได้ มิเช่นนั้น…

        หยางเฉินรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะโชคดี และในอนาคตเขาจะต้องคอยรักษาสภาวะผ่อนคลายของประสาทและหัวใจไว้โดยตลอด มิเช่นนั้นถ้าเขาสูญเสียการควบคุมไป และทำเรื่องเลวร้ายกับคนรัก เขาคงไม่อาจทนรับมันไว้ได้ไหวอีกต่อไป

        เฉียงเวยยังคงพูดต่อว่า

        “ส่วนซีถูหมิงเจ๋อและพวกที่ยังมีชีวิตอยู่ ฉันจับกุมไว้หมดแล้ว ตอนนี้พันธมิตรตะวันตกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากบุคคลสำคัญต่างถูกคุณฆ่าตายไปจนเกือบหมด ฉันได้สั่งให้ลูกน้องและจางหู่เข้าไปจัดการแล้ว มันอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่จากนี้ไปจะไม่มีชื่อพันธมิตรตะวันตกอีกต่อไป แต่มันก็ยังมีเรื่องตลกเกิดขึ้น สุนัขจิ้งจอกเฒ่าโจวกวางเหยียนโทรมาหาฉันหลังจากรู้เรื่องทั้งหมด และยังบอกให้เราสามัคคีกันไว้อีก”

        หยางเฉินพยักหน้าและถามว่า “แล้วคุณจะทำอย่างไรกับซีถูหมิงเจ๋อ?”

        แววตาแข็งกร้าวปรากฏขึ้นในสายตาของโรส แต่เธอลังเลอยู่เพียงครู่แล้วจึงถอนหายใจ และกล่าวว่า

        “ฉันก็ไม่รู้ แผนในตอนนี้คือการส่งเขาไปยังประเทศเล็กๆ ในยุโรป ให้เงินเขาบางส่วน และให้เขามีชีวิตหลังเกษียณที่นั่น”

        “คุณไม่ได้จะฆ่าเขาหรอกหรือ?” เฉินหยางค่อนข้างประหลาดใจ จากมุมมองของเขาเฉียงเวยมีจิตใจที่เข้มแข็งพอจะทำอย่างนั้น

        เฉียงเวยมองเฉินหยางด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน “ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันจะต้องฆ่าเขาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เพราะคุณ ฉันจึงรู้สึกว่าไม่อาจฆ่าเขาได้”

        “ทำไมล่ะ?” หยางเฉินถามอย่างไม่เข้าใจ

        เฉียงเวยเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขพร้อมกล่าวว่า

        “อันที่จริง มีคำพูดหนึ่งของเขาที่ทำให้ฉันคิดได้ ไม่ว่าเขาจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ เลือดในร่างกายของฉันครึ่งหนึ่งก็มาจากเขา และความจริงนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เขาเป็นพ่อของฉัน แม้ว่าฉันจะเกลียดเขา แต่เพราะเขาและแม่ ฉันจึงลืมตาขึ้นมาดูโลกได้ การที่ลูกสาวฆ่าพ่อแท้ๆ ของตน นั่นเป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจยกโทษให้ได้…”

        “เช่นเดียวกัน…” โรสจ้องมองไปที่หยางเฉินและกล่าวว่า “ถ้าเรามีลูก แต่ลูกกลับฆ่าคุณซึ่งเป็นพ่อของเขา… แม้ฉันจะตายไปแล้ว ฉันก็ยังคงรู้สึกใจสลายอย่างแน่นอน”

        หยางเฉินมึนงงไปชั่วขณะ ไม่นานนักเขาก็กล่าวขึ้นว่า

        “ดูเหมือนมันจะเอามาเทียบกันไม่ได้ ถ้าผมเป็นซีถูหมิงเจ๋อ ผมจะไม่ยอมให้ลูกๆ เกลียดจนถึงคิดจะฆ่าผมอย่างเด็ดขาด”

        “ซีถูหมิงเจ๋อ ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าฉันจะเกลียดเขาจนถึงขั้นอยากฆ่าให้ตายเหมือนกัน”

        หยางเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า

        “นั่นก็ขึ้นอยู่กับคุณก็แล้วกัน ตราบใดที่คุณคิดว่าถูกต้อง ผมก็จะสนับสนุนคุณ”

        เฉียงเวยยิ้มและจูบหยางเฉินอย่างดูดดื่ม เธอใช้ลิ้นเล็กๆ ของเธอ โลมเลียไปตามใบหน้าของหยางเฉินอย่างดื่มด่ำ

        “ที่รัก ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

        “ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ผมแค่ทำให้สิ่งที่อยากทำ”

        “ฉันตัดสินใจแล้ว” ทันใดนั้นเฉียงเวยก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เดิมทีฉันตั้งใจจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไปจนตาย แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่า ถ้าฉันเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ มันก็ออกจะขาดความรับผิดชอบไปซะหน่อย”

        หยางเฉินเลิกคิ้วสูง และยังคงรอฟังอย่างเงียบๆ

        เฉียงเวยสูดหายใจลึกแล้วกล่าวว่า

        “จริงๆ แล้วเหตุผลที่ฉันเดินออกมาจากเขา เป็นไม่ได้เป็นเพราะฉันเกลียดเขา รวมถึงสิ่งที่เขาทำ แต่มันเป็นเหตุผลอื่น”

        “ที่รัก คุณรู้มั้ยว่าฉันเหมือนแม่ตอนสาวๆ มาก…” เฉียงเวยกล่าว

        หยางเฉินพยักหน้าเป็นการตอบกลับ เขาจำได้ว่าซีถูหมิงเจ๋อพูดถึงเรื่องนี้ตอนอยู่ที่บาร์โรส

        “ตอนที่ฉันยังเด็ก ซีถูหมิงเจ๋อก็เป็นผู้นำของพันธมิตรตะวันตกแล้ว เวลาเขากลับมาเนื้อตัวของเขามักจะเต็มไปด้วยกลิ่นเลือด และแอลกอฮอล์ เมื่อเขาอารมณ์ดีเขาจะปฏิบัติฉันและแม่เป็นอย่างดี เช่นเดียวสามี และพ่อคนอื่นๆ เขาดูแลแม่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม่ต้องการอะไรเขาจะหามาให้ทุกอย่าง นอกจากนี้เขาก็ยังรักฉันมากเช่นกัน เขาทำให้ฉันหัวเราะเมื่อใดก็ตามที่ฉันร้องไห้…”

        “แต่ทุกครั้งที่เขาเมาหรือฆ่าคนเป็นจำนวนมาก เขาก็มักจะอารมณ์ไม่ดี และเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง… เขาจะกลายเป็นคนเลือดเย็นไร้ความปรานี ชนิดที่ว่าหมาแมวยังเรียกพี่ เมื่อเขากลับบ้านเขามักจะหาเหตุผลเพื่อชวนแม่ทะเลาะ ด่าว่าแม่ ใช้ขวดไวน์ทุบตีเธอ… และแม้กระทั่งทำเรื่องอย่างว่าต่อหน้าฉัน…”

        “เดี๋ยวนะ” หยางเฉินถามอย่างงงงัน “ไหนคุณบอกว่าแม่จากไป ตั้งแต่คุณเด็กๆ ไง?”

        “นั่นเป็นเรื่องโกหกที่ฉันและซีถูหมิงเจ๋ออุปโลกน์ขึ้นมา” เฉียงเวยกล่าวพลางเหยียดยิ้มอย่างเจ็บปวด

        “ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก จึงไม่เข้าใจเรื่องระหว่างผู้ใหญ่ แต่ฉันก็รู้ว่าซีถูหมิงเจ๋อเป็นสิงโตเจ้าอารมณ์ เมื่ออยู่ข้างๆ เขา คุณจะไม่อาจรู้เลยว่าเขาจะอารมณ์แปรปรวนเมื่อใด”

        พูดถึงจุดนี้ เฉียงเวยก็หยุดลงเหมือนกำลังนึกเรื่องราวหลายอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต เธอเช็ดน้ำชาที่เริ่มเอ่อล้นออกมาจากนั้นกล่าวต่อว่า

        “วันหนึ่งฉันได้ยินแม่เถียงกับซีถูหมิงเจ๋อเสียงดัง ตอนนั้นฉันเพิ่งกลับจากโรงเรียน ดังนั้นฉันจึงได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดกันพอดี… แม่ของฉันเป็นชู้กับหนึ่งในลูกน้องของซีถูหมิงเจ๋อ พวกเขายังพยายามที่จะหนีตามกันไปอีกด้วย… แต่ซีถูหมิงเจ๋อจับได้ซะก่อน”

        “วันนั้นฉันซ่อนตัวอยู่หลังประตู และคิดอยากจะวิ่งหนีไปด้วยซ้ำ”

        “ในที่สุดฉันก็ได้ยินเสียงของแม่กรีดร้องดังออกมาจากภายในบ้าน แม่ตะโกนขอความช่วยเหลืออยู่ตลอด ตอนนั้นฉันกลัวมาก แต่ฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ทำได้เพียงร้องไห้ออกมาเท่านั้น…”

        “และเมื่อเสียงในบ้านเงียบลง ซีถูหมิงเจ๋อก็เปิดประตูออกมา เขาเห็นฉันร้องไห้อยู่หลังประตู เขาจึงเตะฉันจนกระเด็นออกไป และเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง…”

        เฉียงเวยกัดริมฝีปากสีแดงของเธอด้วยรอยยิ้มเศร้าโศกพร้อมกล่าวว่า

        “แม่ของฉันตายเพราะโดนซีถูหมิงเจ๋อเตะจนสิ้นใจอยู่ภายในบ้าน เธอเสียชีวิตอยู่ตรงหน้าของฉัน จนถึงขณะนี้ฉันก็ยังฝันถึงเรื่องนี้ตลอด ฉันมักจะตื่นขึ้นมา เพราะดวงตาของแม่ที่เบิกกว้าง ฉันรู้สึกเหมือนแม่กำลังมองฉันอย่างโกรธแค้น ที่ฉันไม่มาช่วยแม่… แต่… แต่ฉันจะช่วยอะไรได้ ในเมื่อตอนนั้นฉันยังแค่เด็กอายุสิบขวบ…”

        หยางเฉินยังคงตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ จากความทรงจำของเขา ตั้งแต่จำความได้ เขาไม่รู้อะไรอย่างอื่นนอกจากชื่อตนเอง ดังนั้นเมื่อได้ยินความทุกข์ของเฉียงเวยเขาจึงไม่อาจทำอย่างไรได้ ทำได้เพียงตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ เท่านั้น

        “เมื่อฉันโตขึ้น ซีถูหมิงเจ๋อก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม ดูเหมือนว่าเขาจะลืมไปว่าเขาเป็นคนฆ่าแม่ไปอย่างสิ้นเชิง เขาจะยิ้มให้ฉันเมื่อเขามีความสุข และดุด่าฉันเมื่อโกรธ…”

        “ฉันได้สูญเสียแม่ไป แต่ก็คิดว่าเพราะแม่ทรยศและไปมีชู้เองต่างหาก ด้วยเหตุนี้ฉันจึงไม่เคยคิดต่อต้านซีถูหมิงเจ๋ออีกเลย ฉันคิดว่าเขารักฉันจริงๆ”

        “จนกระทั่ง… วันที่ฉันอายุสิบแปด…” น้ำตาของเฉียงเวยหายไป แทนที่ด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา “ค่ำคืนนั้นหลังจากที่เขาและลุงคนอื่นๆ ฉลองวันเกิดกันที่บ้านของฉัน อยู่ดีๆ เขาก็อยากเข้ามาห้องของฉัน เขาพูดสิ่งต่างๆ มากมาย พูดเกี่ยวกับตอนฉันยังเป็นเด็ก พูดเกี่ยวกับธุรกิจและแก๊ง พูดคุยถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมายหลายต่อหลายเรื่อง…”

        “หลังจากที่ได้ฟัง ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องพวกนี้ทำไม… และในท้ายที่สุดเขาก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องแม่ ซึ่งเขาไม่เคยเอ่ยถึงเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา…”

        “เขาบอกว่าเขาคิดถึงแม่ และรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ จนทำให้แม่ต้องตาย เขาหวังว่าฉันจะยกโทษให้เขา เพราะเขาเองนั่นแหละที่เจ็บปวดมากกว่าใคร…”

        “อันที่จริง ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไปหลังจากเวลาล่วงเลยไป แม้ว่าฉันจะโกรธและไม่พอใจเขา แต่เมื่อเห็นเขาอ้อนวอนให้ฉันอภัยให้เขา ฉันก็เริ่มใจอ่อน เพราะยังไงเขาก็เป็นพ่อแท้ๆ ของฉัน”

        “แต่…” เฉียงเวยเริ่มหายใจเร็วขึ้น “แต่เขาก็บอกว่า เขาบอกว่าฉันเหมือนแม่เป็นอย่างมาก เขามีความปรารถนาที่ไร้ขีดจำกัด ในขณะที่เขาจ้องมองฉันด้วยสายตาหื่นกระหาย เขาถามฉันว่า ฉันยินดีที่จะขึ้นมาแทนตำแหน่งของแม่หรือไม่!”

        “เขาต้องการให้ลูกสาวตัวเองเป็นผู้หญิงของเขา!!!” ประโยคสุดท้ายนั้นเหมือนเธอใช้กำลังทั้งหมดที่มีเปร่งเสียงออกมา

        “ฉันไม่รู้ว่าตอนนั้นฉันคิดอะไร ฉันเพียงผลักเขาให้ออกจากห้อง ฉันร้องไห้ตลอดทั้งคืน… แล้ววันรุ่งขึ้นฉันก็ตัดสินใจที่จะหนี…”

        หยางเฉินไม่คิดว่าจิตใจของซีถูหมิงเจ๋อจะต่ำตมได้ถึงขนาดนี้ เขาดึงร่างอันบอบบางของเฉียงเวยเข้ามาในอ้อมกอดทันที

        “ให้ผมได้แบ่งเบาภาระของคุณบ้าง ชายที่ไร้หัวใจอย่างผม เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับการแบกรับภาระของผู้หญิง”

        เฉียงเวยที่อยู่ในอ้อมกอดของหยางเฉินแย้มยิ้มและกล่าวว่า

        “ค่ะ ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว คุณจะมองฉันอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้ฉันสามารถมองหน้าคุณโดยไม่รู้สึกผิดใดๆ อีก”

        “ที่จริงคุณไม่ต้องกังวลมันอีกต่อไป มันไม่ใช่ความผิดของคุณ คุณเป็นเพียงแค่เหยื่อเท่านั้น” หยางเฉินยิ้มส่ายหน้า

        เฉียงเวยเงยหน้าขึ้นจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหยางเฉิน เธอลังเลเล็กน้อยก่อนถามว่า

        “ที่รัก คุณบอกเรื่องของคุณในอดีตให้ฉันฟังได้หรือไม่ อย่างน้อยที่สุดฉันก็อยากจะรู้ว่าเมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่?”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม