0 Views

        เมื่อได้ยินชื่อ ‘หยาง ซีจิ้ว’ ทุกคนต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

        หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า “มังกรหยก หยกก๊าหว่า” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก แน่นอนว่าทุกคนต่างเข้าใจความหมายเบื้องหลังคำของหยางเฉิน อย่างไรก็ตามหลังจากที่หัวเราะออกไปแล้ว พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าสถานการณ์เช่นนี้ไม่ถูกต้อง ผู้ชายคนนี้กำลังเผชิญหน้ากับทายาทคนเดียวของตงซิ่งกรุ๊ป โจวตงเฉิง ลูกชายหัวหน้าแก๊งโลกใต้ดินของฝั่งตะวันออกของเมืองจงไห่ สารเลวนี่ยังกล้าล้อเล่น มันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วหรือยังไง!?

        แต่แปลกที่โจวตงเฉิงไม่ตอบโต้ใดๆ กลับกันเขาเผยรอยยิ้ม พร้อมกล่าวว่า

        “คุณหยางชอบล้อเล่นเสียจริง แต่ผมก็ชอบผู้ชายที่มีอารมณ์ขัน” เสียงของเขานุ่นนวลอ่อนโยนและมีความอายเล็กน้อยแฝงในคำพูด

        ได้ยินดังนั้นหยางเฉินก็ขนลุกซู่ไปทั่วร่าง เขาดึงออกบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาสูบ หลังจากพ่นควันออกมาหลายครั้ง เขาก็ใจเย็นลง พร้อมกล่าวว่า

        “แต่ผมไม่อยากให้ผู้ชายมาชอบ”

        “คุณไม่ชอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่สามารถชอบคุณ”

        หยางเฉินคีบบุหรี่และใช้มือข้างเดียวกันเสยผมขึ้น โดยไม่กลัวของบุหรี่เผาผม โจวตงเฉิงค่อนข้างหน้าหนากว่าที่เขาคิด

        แขกที่มาที่นี่ต่างทำกิจกรรมของตัวเอง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าไปเล่นเทนนิสในคอร์ท

        แสงแดดอันอบอุ่นกระจายไปทั่วสนาม หยางเฉินยืดเอวและไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

        โจวตงเฉิงจ้องมองหยางเฉินที่กำลังสูบบุหรี่ พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

        “ผมรู้ว่าเราอาจเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง แต่ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณจริงๆ นะครับ ไม่ทราบว่าผมจะมีโอกาสแบบนั้นหรือเปล่า?”

        “เพื่อน?” หยางเฉินพึมพำ “วิธีการขอเป็นเพื่อนคุณคือการส่งรถมารับตัวผม?”

        โจวตงเฉิงไม่ได้ปฏิเสธ เขาพยักหน้ากล่าวว่า

        “นั่นเป็นอุบัติเหตุ ผมไม่ได้ต้องการทำอะไรรุนแรงกับคุณเลย ผมสาบานได้เลยว่าสิ่งที่ผมสั่งพวกนั้นเป็นแต่การสังเกตการณ์คุณเท่านั้น”

        “ผมไม่ชอบให้ใครมาสังเกต” หยางเฉินพูดขึ้นทันที

        โจวตงเฉิงจ้องมองอย่างเผชิญหน้าโดยไม่มีร่องรอยแห่งความกลัวเลยแม้แต่น้อย

        “คุณหยาง ผมกล้ารับประกันว่าเรื่องแบบนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่งผมหวังว่าคุณหยางจะยกโทษให้กับความสะเพร่าของผมด้วย”

        เมื่อถูกตอบกลับมาอย่างสุภาพเช่นนี้ หยางเฉินจึงไม่อาจทำอย่างไรได้ เขาจึงเพียงแค่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก

        “เอาล่ะ ลืมมันซะ ผมไม่อยากมีปัญหาอะไรอีก”

        “ถ้างั้น ในฐานะเพื่อนเรามาเล่นเทนนิสกันซักหน่อยมั้ยครับ!” โจวตงเฉิงเอ่ยถามขึ้นมา

        “ผมไม่เคยเล่นมันเลย”

        “ไม่เป็นไรครับ แค่มิตรภาพที่เกิดขึ้นก็เพียงพอแล้ว”

        คำของโจวตงเฉิงนั้นไม่อาจปฏิเสธได้โดยง่าย

        หยางเฉินถอนหายใจ เขาเดินไปหาถังหว่านพร้อมกล่าวว่า

        “บอสถัง ผมขอยืมไม้เทนนิสสักหน่อยได้มั้ยครับ”

        ถังหว่านจ้องมองการสนทนาของหยางเฉินและโจวตงเฉิงอยู่ตลอดเวลา ถึงเธอจะไม่ได้ยินแต่ก็พอจะเดาได้ว่าทั้งสองรู้จักกันมาก่อน แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงหันไปพยักหน้าให้พนักงานนำแร็กเก็ตมาให้

        โจวตงเฉิงก็นำไม้เทนนิสออกมาเช่นกัน มันเป็นสีชมพูเฉกเช่นเดียวกับสีเสื้อของเขา แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ดึงความสนใจของคนโดยรอบมากนัก เพราะรสนิยมชอบผู้ชายของโจวตงเฉิงไม่ได้เป็นความลับอะไรเลยแม้แต่น้อย

        เมื่อหยางเฉินเดินตามโจวตงเฉิงเดินไปที่คอร์ท ผู้หญิงสองคนที่เล่นอยู่ก็รีบวิ่งออกไปทันที

        เห็นดังนั้นนักธุรกิจหลายคนก็เริ่มสงสัยแล้วว่าหยางเฉินเป็นใครกันแน่ พวกเขาเริ่มคาดเดากันต่างๆ นานาว่าบางทีหยางเฉินอาจเป็นไฮโซในมณฑลอื่น

        “อืม…” หยางเฉินเดินไปที่ด้านข้างของคอร์ท พร้อมเอ่ยถามโม่เชี่ยนนีว่า “คุณโม่ เทนนิสมันเล่นยังไง?”

        โม่เชี่ยนนีได้ยินดังนั้นก็ตะลึงงันไปในทันที เธอไม่อาจรู้ได้จริงๆ ว่าทำไมชายคนนี้ถึงถามคำถามโง่ๆ เช่นนี้ แต่เธอก็ยังคงอธิบายให้เขาฟัง

        “เมื่อลูกตกกระทบพื้นที่ฝั่งนาย นายก็แค่ตีมันกลับไป และเมื่อมันตกในแดนฝั่งตรงข้ามแล้วเขาตีโต้กลับมาไม่ได้ นายก็ได้แต้ม”

        “โอ้ ผมเข้าใจแล้ว” หยางเฉินนึกถึงรายการกีฬาในโทรทัศน์ เขาก็พอจะเข้าใจมันคร่าวๆ

        “นายไม่รู้วิธีเล่นจริงๆ งั้นหรือ?” โม่เชี่ยนนีถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

        หยางเฉินตอบไปตามตรงว่า

        “ผมไม่เคยเล่นมันมาก่อน แต่ตอนนี้ผมพอจะเข้าใจวิธีเล่นคร่าวๆ แล้ว”

        ภายใต้การจับตามองทุกคน พวกเขาต่างคาดหวังถึงโชว์ต่างๆ หยางเฉินพ่นบุหรี่ในปากออก แล้วถือแร็กเก็ตเดินเข้ามาในคอร์ท พลางกล่าวว่า

        “มา ผมจะเล่นให้คุณซักหลายดอกก็แล้วกัน”

        ทางด้านข้างคอร์ทหลายคนต่างหัวเราะกับคำพูดหยางเฉิน แม้แต่โม่เชี่ยนนีก็ยังเขินเล็กน้อย ชายคนนี้ยังคงพูดจาหยาบคายเสมอ

        แต่โจวตงเฉิงเพียงส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้พร้อมโยนลูกขึ้นข้างบน และกระโดดตีลูกด้วยท่าทางสง่างาม

        ผัวะ!

        ลูกเทนนิสลอยข้ามไปในแดนของหยางเฉิน มันตกกระทบพื้นและเด้งขึ้นที่มุมของสนามอย่างพอดี!

        หยางเฉินได้เห็นลูกกระดอนขึ้นมา เขาถือบุหรี่ที่มือขวา ไม้แร็ตเก็ตที่มือซ้ายก็พลันหวดเข้าที่ลูก

        “ปัง!!” เสียงแร็ตเก็ตกับลูกปะทะกันดังสนั่น!

        ทุกคนต่างตกละตึง เมื่อลูกบอลบินผ่านเน็ตลอยออกไปนอกสนาม!

        ดั่งเช่นขีปนาวุธ มันบินเป็นเส้นทแยงมุมผ่านรั้วเหล็ก จากนั้นจึงตกอยู่บริเวณลานจอดรถด้านนอก

        ผู้หญิงหลายคนร้องออกมา นั่นเขาตีด้วยมือเดียวงั้นหรือ!?

        ทุกคนรวมถึงโจวตงเฉิงต่างตกอยู่ในสภาพมึนงง นั่นทำให้หยางเฉินตระหนักได้ว่าเขาใช้แรงมากเกินไป อันที่จริงเขาแต่ประเมินแรงของแร็ตเก็ตกับลูกเทนนิสเท่านั้น

        หยางเฉินยิ้มเชื่องช้า เคาะเศษเถ้าบุหรี่ออกพลางกล่าวว่า

        “โทษที ลูกนั้นมันเด้งแรงไปหน่อย เดี๋ยวผมไปเก็บให้หลังจบเกมเอง”

        ทุกคนต่างมองไปที่หยางเฉิน ซึ่งมีกล้ามเนื้อที่ปกติธรรมดา แต่กลับสามารถตีลูกออกแรงไปขนาดนั้น

        “คุณอย่างช่างมีกำลังดั่งคชสาร” โจวตงเฉิงเห็นหยางเฉินที่มีความแข็งแรงผิดคนธรรมดา เขารีบระงับสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวว่า “ต่อกันเถอะครับ”

        คราวนี้หยางเฉินไม่ได้ใช้แรงมากเหมือนครั้งก่อน เขาเพียงคำนวณแรงที่ใช้ในการตีลูกให้ข้ามไปอีกฝั่ง และไม่สนใจทิศทางหรือความเร็วของลูกเลยแม้แต่น้อย ในสายตาของเขาลูกเทนนิสก็เหมือนเต่าตัวน้อย มันไม่ได้ทำให้หยางเฉินรู้สึกกดดันแต่อย่างใด

        ทุกคนต่างมองดูหยางเฉินตีลูกเทนนิสด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ลูกเทนนิสก็พุ่งไปหาโจวตงเฉิงอย่างรวดเร็ว

        ในสายตาของทุกคนหยางเฉินนั้นเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็ก

        ถึงแม้ท่าทางของหยางเฉินจะไม่สง่างาม และค่อนข้าง ‘น่าเกลียดมาก’ แต่แน่นอนว่าท่าทางนั้นไม่เกี่ยวกับความสามารถ

        หญิงสาวหลายต่างตาลุกวาว เมื่อมองหยางเฉินกับบุหรี่ในปาก ผมที่พัดไปตามลมและคิ้วที่ขมวดเล็กน้อย พร้อมท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังเดินเล่น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้ฝังเข้าไปในจิตใจของพวกเธอเรียบร้อยแล้ว

        ถังหว่านถอนหายใจ เธอสังเกตเห็นโม่เชี่ยนนีมองหยางเฉินเช่นเดียวกับหญิงสาวคนอื่นๆ ในความคิดของเธอนั้นคนแบบหยางเฉินแน่นอนว่าต้องเป็นเพลย์บอย เพราะตั้งแต่ที่หยางเฉินพยายามจีบเธอตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรกที่ริมแม่น้ำ และครั้งที่สองกับคุณครูหลี่จิงจิงเธอไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะเป็นโม่เชี่ยนนี

        หลี่จิงจิงนั้นใสซื่อบริสุทธิ์ จึงไม่แปลกที่เธอจะถูกหลอกลวงโดยหยางเฉิน แต่หญิงสาวที่มีชื่อเสียงเช่นโม่เชี่ยนนีก็ตกอยู่ในหลุมพรางของเขา? นั่นทำให้ถังหว่านทึ่งกับการจัดการหญิงสาวที่มีบุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิงนี้

        ดูเหมือนชายคนนี้จะมีอะไรบางอย่างที่ชายคนอื่นไม่มี!

        หยางเฉินไม่ทราบถึงสายตาที่โม่เชี่ยนนีมองมา และไม่รู้ตัวว่าได้เข้าไปในบัญชีดำของถังหว่านเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงโจวตงเฉิงที่อ่อนแรง และเหนื่อยล้ากับการรับลูกที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง

        เมื่อลูกเทนนิสพุ่งมาหาหยางเฉิน เขาก็จับมันไว้จากนั้นจึงโยนบุหรี่ทิ้งไป พร้อมตะโกนกล่าวกับโจวตงเฉิงว่า

        “ยังจะเล่นต่ออีกหรือ?”

        โจวตงเฉิงคุกเข่าลงโยนไม้ทิ้งลงกับพื้น กล่าวขึ้นอย่างยากลำบากว่า

        “พอ… พอแล้วครับ…”

        “งั้นผมไปล่ะ ” หยางเฉินปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด แต่เดิมโจวตงเฉิงคือศัตรูของเฉียงเวย แต่ศัตรูผู้นี้กับส่งยิ้มอันมีเสน่ห์มาให้เขา นั่นจะให้เขาทานทนได้อย่างไร!?

        โจวตงเฉิงตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงอ้าปากตะโกนเรียกหยางเฉิน

        “หยาง… คุณหยางโปรดรอสักครู่ ผมอยากจะ… อยากจะชวนคุณไปรับประทานอาหารค่ำสักหน่อยได้มั้ยครับ”

        เชิญน้องสาวเอ็งเถอะ!

        เมื่อหยางเฉินจินตนาการว่ากำลังดินเนอร์กับผู้ชายคนหนึ่งใต้แสงเทียนพร้อมส่งสายเจ้าชู้มาทางเขา นั่นทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่าง เขารีบจ้ำอ้าวไปคว้ามือโม่เชี่ยนนีพร้อมกล่าวว่า

        “ไปกันเถอะ ผมหิวแล้ว!”

        หลังจากพูดจบ หยางเฉินก็ไม่ให้โอกาสโม่เชี่ยนนีได้โต้ตอบ เขาดึงมือของเธอออกไปทันที

        ทันทีที่สัมผัสมือกับหยางเฉินความรู้สึกร้อนแปลกๆ ก็ถูกส่งตรงจากมือเธอ ทันใดนั้นหัวใจของเธอเต้นระรัวดั่งกลอง แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนใดๆ เธอเพียงหันไปอำลาพวกผู้ใหญ่ก่อนออกจากสนามเทนนิสไปกับหยางเฉิน

        หลังจากเห็นโจวตงเฉิงมีใบหน้าอันเศร้าสร้อย ลูกน้องคนหนึ่งก็เอ่ยถามเสียงละห้อย

        “คุณชายหยางเฉินปฏิเสธน้ำใจของคุณ ให้เราส่งพี่น้องบางคนไปให้คุณชายเป็นการปลอบใจดีมั้ยครับ?”

        โจวตงเฉิงมองมายังชายคนหนึ่งด้วยสายตาผิดหวัง จนทำให้ชายคนดังกล่าวเกือบฉี่ราด

        “หยางเฉินเป็นเพื่อนของฉัน เขาเป็นยอดชาย แกห้ามพูดอย่างนี้ต่อหน้าฉันอีกเด็ดขาด!”

        “คะ… ครับ… คุณชาย…”

        โจวตงเฉิงมองไปยังทิศทางที่หยางเฉินจากไปด้วยสายตาลุ่มหลง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม