0 Views

        โดยไม่มีทางเลือก หยางเฉินรู้สึกเหมือนถูกลากไปยังคอร์ทเทนนิส เขาถามโม่เชี่ยนนีอย่างเบื่อหน่ายว่า

        “ถ้าคุณอยากไปก็ไปเลย ผมจะไปออกกำลังกายที่อื่น ผมไม่ได้เป็นสมาชิกวีไอพีซะหน่อย เกรงว่ามันจะไม่เหมาะสม”

        โม่เชี่ยนนีมองหยางเฉินกล่าวด้วยเสียงอันเบา

        “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่านายคิดอะไรอยู่ นายจะไปแอบมองสาวๆ ที่สระว่ายน้ำใช่มั้ยล่ะ จะบอกอะไรให้นะว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวของบรรดาบุคคลระดับสูง ในฐานะสมาชิกแผนกพีอาร์ของบริษัทอวี้เหล่ย นายควรจะทำความรู้จักกับบุคคลเหล่านั้น ระดับความสัมพันธ์เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ นายต้องเชื่อฟังคำแนะนำของหัวหน้ารู้มั้ย”

        “ผมแค่คนส่งอาหารเช้า งานที่แล้วของผมก็เป็นแค่คนขายแพะย่าง ผมรู้สึกว่าเรื่องพวกนั้นมันค่อนข้างห่างไกลจากผมนะครับ”

        “ไม่ไกลซักหน่อย คอร์ทเทนนิสอยู่ข้างหน้านี่เอง”

        “…”

        ความยิ่งใหญ่ของศูนย์กีฬาแห่งนี้นั้น เกินความคาดหมายของหยางเฉินไปมาก ทันทีที่เข้ามาในสนามเทนนิส หยางเฉินรู้สึกราวกับว่าได้เข้ามาในสนามบอล เพราะว่าเทนนิสไม่ค่อยเป็นที่นิยมในประเทศจีนสักเท่าไหร่ ทำให้ยากนักที่จะเห็นใครเสียสละพื้นที่เพื่อสร้างสนามเทนนิสใหญ่ขนาดนี้

        ภายในสนามเทนนิสมีผู้คนอยู่คับคั่ง ทั้งยังมีหญิงสาวที่งดงามกำลังกวัดแกว่งไม้เทนนิสอยู่ และเมื่อพวกเธอหวดไม้เทนนิส ทันใดนั้นเหล่าชายก็ส่งเสียงเชียร์ด้วยความฮึกเหิมทันที ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพวกเขาเหล่านั้นมองลูกเทนนิส หรือมองลูกอะไรกันแน่

        พวกเขาเดินตามถังหว่านเข้าไปในคอร์ทเทนนิสอันหนึ่งที่มีความหรูหรามากกว่าที่อื่น นอกเหนือจากอัฒจันทร์ที่มีที่นั่งพักผ่อน และมีพนักงานคอยให้บริการเครื่องดื่มแล้ว ยังมีเสียงเพลงดังขึ้นเบาๆ อยู่ทางด้านหลังอีกด้วย

        ภายในโซนนี้มีชายหญิงจำนวนหนึ่งกำลังพูดคุยกัน มีเพียงหญิงสาวอ่อนวัยสองคนกำลังเล่นเทนนิสกันอยู่ที่คอร์ท ตามการวิเคราะห์ของโค้ชหยาง หญิงสาวเหล่านั้นล้วนเป็นมือสมัครเล่น แม้ทั้งคู่จะมีวงสวิงที่สวยงามและรูปร่างก็สมส่วนน่าสนใจ แต่เพียงแค่ลูกเสิร์ฟช้าๆ พวกเธอก็ไม่สามารถรับกันได้แล้ว

        “บอสถังมาแล้วเหรอครับ พวกเรากำลังรออยู่เลย” ชายรูปหล่อคนหนึ่งพูดขึ้นทักทายด้วยรอยยิ้ม

        “ฉันไม่คิดว่าบอสซู๋เองก็อยู่ที่นี่ด้วย หายากนะคะเนี่ย” ถังหว่านโบกมือ

        “ถ้าบอสถังไม่ได้มา ที่นี่คงน่าเบื่อแย่” ชายวัยกลางคนที่มีพุงอันใหญ่โตพูดขึ้น

        “บอสเช่านี่ชอบพูดตลกอยู่เรื่อย พวกเรามาที่นี่เพื่อสนุกกับการเล่นเทนนิส หาแตกต่างไม่เมื่อฉันมาหรือไม่มา”

        “อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ ถ้าเจ้าบ้านไม่มาพวกเราก็ขาดหัวใจสำคัญไปน่ะสิคะ” สาวสวยคนหนึ่งกล่าวเสริม

        พวกเขาเหล่านี้ต่างพูดจาทักทายกันอย่างอบอุ่น แต่ในสิบประโยคคงมีเพียงหนึ่งประโยคเท่านั้นที่เป็นความจริง

        โม่เชี่ยนนีและหยางเฉินยืนอยู่ด้านหลังของถังหว่าน โม่เชี่ยนนีค่อนข้างมีชื่อเสียงในโลกธุรกิจ เมื่อพวกเขาเห็นเธอพวกเขาจึงรีบเข้ามาทักทายในทันที

        “ไม่นึกว่าคุณโม่ก็มาด้วย ไม่เจอกันนานเลยนะครับ คุณโม่ยังสวยเหมือนเดิมเลย” ชายคนหนึ่งลักษณะท่าทางเหมือนนักวิชาการพูดขึ้นด้วยท่าทางจริงใจ

        “บอสหวงปากหวานจังนะคะ บอสถังชวนฉันมาที่นี่น่ะค่ะ เชี่ยนนีแค่มาเล่นสนุกเท่านั้นเอง”

        หลังจากนั้นก็มีคนจำนวนมากเข้ามาพูดคุยกับโม่เชี่ยนนีผู้งดงามอีกทั้งยังเฟรนลี่ พวกเขามองข้ามหยางเฉินไปโดยสิ้นเชิง ชนชั้นเหล่านี้ค่อนข้างโหดร้าย พวกเขาสามารถวิเคราะห์ตัวตนของหยางเฉินได้อย่างง่ายดาย ดูจากการที่หยางเฉินเดินตามโม่เชี่ยนนีมา พวกเขาก็วิเคราะห์ได้ว่า หยางเฉินคงเป็นผู้ช่วย หรือเป็นไปได้ว่าอาจเป็นกิ๊กลับๆ ของโม่เชี่ยนนี อย่างที่เห็นกันทั่วไปในวงการธุรกิจ

        แต่นี่ก็เป็นเหตุให้หยางเฉินรู้สึกโล่งสบาย เขาหลบไปนั่งอยู่ในมุมหนึ่งนั่งมองผู้หญิงสองคนสนทนากับกลุ่มคนที่เขาไม่รู้จัก

        “คุณโม่ครับ ผมได้ยินว่าบอสหลินไม่สบายจนต้องนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล นั่นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ”

        โม่เชี่ยนนีตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส

        “ใช่ค่ะ แต่บอสหลินของพวกเราจะกลับมาทำงานในอาทิตย์หน้าแล้ว”

        “อย่างนี้ก็เป็นข่าวดีสิครับ เมื่อไม่นานมานี้ผมยังเห็นเธอขึ้นปกนิตยสารสิบอันดับแรกของซีอีโอผู้มีเสน่ห์ที่สุดอยู่เลย”

        เมื่อหลินรั่วซีถูกพูดถึง เหล่าชายต่างๆ ก็รีบประจบประแจงขึ้นทันที บางคนยังมีท่าทีของความปรารถนาอีกด้วย

        หยางเฉินแอบหัวเราะอยู่เงียบๆ ถ้าหากหลินรั่วซีมีนิสัยเย็นชาน้อยกว่านี้สักนิดนึงล่ะก็ มันอาจเป็นอย่างที่ทุกคนกล่าวชมก็ได้

        เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเลยเถิดแล้ว ถังหว่านก็พูดขึ้นว่า

        “ทุกคนต่างมาที่นี่เพื่อเล่นเทนนิส ฉันว่าเราพักเรื่องงานไว้ก่อนดีมั้ยคะ ฉันคิดว่าทุกคนคงอยากวอร์มอัพกันก่อน”

        “ฮ่า ฮ่า”

        “ให้พี่หลิวขึ้นไปโชว์ซักท่าสองท่าก็แล้วกัน ใครอยากจะเป็นคู่มือให้พี่บ้างล่ะ” ชายวัยกลางคนยิ้มกว้างพลางเดินไปหยิบไม้เทนนิสขึ้นมา

        “ฉันเองค่ะ” หญิงสาวรูปร่างอวบคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเธอมีผิวพรรณที่ขาวผ่องเห็นได้ชัดว่าผ่านการดูแลมาอย่างดีเยี่ยม

        “ออมมือให้ด้วยนะคะ ฉันเพิ่งคลอดไปเมื่อเดือนที่แล้ว ร่างกายของฉันยังไม่ท็อปฟอร์มเลย”

        “แน่นอน แน่นอน”

        หยางเฉินมองก้นที่อวบอิ่มขณะที่เธอเหวี่ยงวงสวิง เธอเล่นไปด้วยพูดคุยไปด้วยราวกับกำลังโปรยเสน่ห์อยู่

        การวอร์มอัพเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ทันใดนั้นเองคนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาที่คอร์ท ผู้นำเป็นชายคนหนึ่งที่สวมใส่แว่นกันแดด เสื้อโปโลสีชมพู ผิวขาวผ่องใส รูปร่างของเขาไม่สูงไม่เตี้ย แต่กลับมีกลิ่นอายที่ผู้ชายไม่มี มันทำให้เขาคล้ายผู้หญิงมีเสน่ห์

        ชายคนนี้มาพร้อมกับลูกน้องอีกสามคนที่ช่วยถืออุปกรณ์กีฬา และอีกสี่คนในชุดสูทเต็มยศ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงกลางวันก็ตามแต่พวกเขาก็ไม่ลดกันป้องกันลงเลยแม้แต่น้อย พวกเขาต่างมองไปรอบๆ คอยระแวดระวังอะไรบางอย่าง

        การปรากฏตัวของคนกลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากทุกคนอย่างมาก แต่การแสดงออกของทุกคนนั้นแตกต่างจากของคราวถังหว่าน ถึงแม้ใบหน้าพวกเขาจะยิ้มแย้ม แต่สายตากลับแสดงความหวาดกลัวออกมา

        “ฉันไม่คิดว่าคุณชายโจวก็มาที่นี่ด้วย ความสง่างามของคุณช่างเจิดจ้าซะเหลือเกิน” ในฐานะเจ้าบ้าน ถังหว่านเป็นคนแรกที่กล่าวคำทักทาย

        ชายหนุ่มแซ่โจวถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นดวงตาคู่งาม เขาจับมือถังหว่านขึ้น เมื่อถังหว่านเห็นดังนั้นแล้ว เธอรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว

        “บอสถังพูดเกินไปแล้ว ผมโจวตงเฉิงใช้ชื่อเสียงของพ่อทำให้สามารถรู้จักทุกคนที่นี่ ผมดีใจมากจริงๆ ที่ทุกคนไม่ได้เกลียดผม”

        หยางเฉินเลิกคิ้วขึ้นทันที่ที่ได้ยินคำว่า ‘โจวตงเฉิง’ เขารีบดึงแขนโม่เชี่ยนนี แล้วกระซิบถามว่า

        “โจวตงเฉิงคนนี้ใช่ โจวตงเฉิงจากตงซิ่งกรุ๊ปหรือเปล่า”

        โม่เชี่ยนนีได้ยินดังนั้นก็มองหยางเฉินด้วยสายตาแปลกประหลาด

        “ไม่นึกว่านายก็รู้จักตงซิ่งกรุ๊ปด้วย ดูเหมือนนายจะไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว ถูกต้อง เขาคือลูกชายคนเดียวของโจวกวางเหนียน ฉันแนะนำให้นายอยู่ห่างเขาเข้าไว้ ไม่งั้นล่ะก็มันอาจเป็นอันตรายกับนายได้”

        “อันตราย? เขาดูเป็นคนสุภาพนะ” หยางเฉินไม่คิดว่าศัตรูของเฉียงเวยจะเป็นชายหนุ่มสำอางผู้นี้

        โม่เชี่ยนนีทำหน้าเหยเกเล็กน้อย เขาพูดกับหยางเฉินด้วยเสียงแผ่วเบา

        “อันตรายที่ฉันหมายถึงคือ เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงต่างหาก”

        ถ้าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง แล้วเขาจะชอบใคร

        แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ชาย!!

        ที่หยางเฉินตัวสั่นสะท้าน ไม่ใช่ว่าโจวตงเฉิงผู้นี้ไม่ต้องการผู้หญิงระดับท็อปอย่างถังหว่าน แต่เพราะว่าเขาไม่ชอบเข้าไปพูดคุยกับผู้หญิง

        โม่เชี่ยนนีเห็นหยางเฉินมีสีหน้าดั่งกินซากหนูเข้าไป เธอหัวเราะคิกคักก่อนกระซิบว่า

        “นายจะกลัวอะไร หน้าอย่างนายเขาคงไม่แม้แต่จะสนใจหรอก”

        หยางเฉินไม่ได้ฟังโม่เชี่ยนนี เพราะเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เขาคิดถึงวันที่เฉินป๋อเคยบอกว่า เขาถูกเรียกตัวโดยชายคนหนึ่ง และชายคนนั้นก็แซ่โจว ทั้งยังสามารถบังคับแก๊งขนาดเล็กอย่างแก๊งของกัวซีเหิงได้อีก ดูเหมือนว่าคนแซ่โจวคนนั้นจะเป็น โจวตงเฉิง!!

        คิดถึงตรงนี้หยางเฉินก็เริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้มากขึ้น

        หลังจากโจวตงเฉิงพูดคุยกับพวกบุคคลระดับสูง เขาก็สังเกตเห็นหยางเฉิน และส่งรอยยิ้ม ‘น่ารัก’มาให้เขา

        เป็นเวลาไม่นานนัก ภายใต้ริมฝีปากบางและใบหน้าสีขาวอมชมพู เขาก็เดินเข้าไปหาหยางเฉินจนน้ำหอมของผู้หญิงฟุ้งกระจายไปทั่ว พร้อมนั่งลงข้างๆ หยางเฉิน

        ถึงแม้ว่าหยางเฉินจะเจอผู้ชายแบบนี้มามากมายสมัยตอนอยู่ต่างประเทศ แต่นี้เป็นครั้งแรกที่มีคนมานั่งข้างๆ เขาแบบนี้

        “สวัสดีครับ ผมขอนั่งตรงนี้ได้มั้ยครับ”

        “คุณนั่งไปแล้ว คุณยังจะถามทำไมอีกล่ะครับ”

        “ผมถามเพราะผมอยากทราบความเห็นของคุณน่ะครับ”

        “งั้นผมสามารถไม่อนุญาตให้คุณนั่งตรงนี้ได้มั้ยละ”

        “คุณไม่สามารถทำแบบนั้นได้ครับ” โจวตงเฉิงตอบตรงไปตรงมา

        เมื่อมองคนแปลกหน้าสองคนคุยกันคล้ายกับรู้จักกันมานาน

        โม่เชี่ยนนีก็อ้าปากค้าง และไม่สามารถพูดคำใดๆ ออกมาได้ชั่วขณะ เธอเพิ่งบอกว่าโจวตงเฉิงคงไม่สนใจในตัวหยางเฉิน แต่ไม่คิดว่าจะกลับเป็นตรงกันข้าม หลังจากเห็นสีหน้าของหยางเฉินแล้ว นั่นทำให้เธอเกือบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

        การสนทนาของทั้งสองไม่ได้เบา แน่นอนว่าคนรอบข้างต่างได้ยิน

        ขณะนั้นเองโจวตงเฉิงก็เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ

        “ขอทราบชื่อคุณได้มั้ยครับ ผมชื่อโจวตงเฉิง เป็นรองประทานตงซิ่งกรุ๊ป”

        แกล้งซื่ออย่างนั้นเหรอ?

        “ผมแซ่หยางชื่อ ซีจิ้ว หยางซีจิ้ว เป็นผู้ชายคนเดียวในแผนกประชาสัมพันธ์ของบริษัทอวี้เหล่ย อันที่จริงมีผู้ชายอยู่สองคนในแผนกครับ…” (ซีจิ้ว ล้อเลียน หนังล้อเลียนมังกรหยกที่ชื่อว่า มังกรหยก หยกก๊าหว่า)

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม