0 Views

        ในเช้าวันจันทร์ หยางเฉินออกจากบ้านไปตลาดแต่เช้าตรู่

        เมื่อเขาเข้าไปในออฟฟิศแผนกประชาสัมพันธ์ เหล่าหญิงสาวต่างพากันโงหัวขึ้นมา สายตาจ้องมองไปที่หยางเฉินคล้ายเสือที่หิวโหยกำลังมองลูกแกะตัวน้อยๆ

        “พี่หยาง พี่มาแล้วเหรอ ฉันไม่ได้กินหารพี่ที่ซื้อมาตั้งสองวัน มันรู้สึกแย่มากเลยรู้มั้ย!”

        “เอาขนมจีบมาให้ฉันเร็ว!”

        ท่ามกลางสาวๆ รุมล้อม หยางเฉินรู้สึกปลื้มปริ่มในหัวใจเป็นอย่างมาก เขาสามารถเพลิดเพลินกับเหล่าสาวๆ ได้อย่างเต็มอิ่ม!

        จางไช่ซึ่งมีกระเพาะที่ใหญ่ที่สุด เธอเลือกอาหารและจับมันใส่ปาก เคี้ยวหนุบๆ พลางกล่าวว่า

        “หยางเฉิน ฉันคิดว่าฉันถูกอาหารของนายล้างสมองซะแล้ว ฉันรู้สึกว่าอาหารที่บ้านช่างจืดชืดเสียเหลือเกิน”

        หญิงสาวที่สนิทกับจางไช่ก็เอ่ยแซวทันที

        “ไช่ไช่ ฉันว่าไม่ใช่เพราะรสชาติจืดซืดล่ะมั้ง ผู้ชายจืดซืดต่างหากใช่มั้ยล่ะ? แค่ติดตามหยางเฉิน เขาก็จะเลี้ยงเธอจนอิ่มทุกมื้อ”

        คำพูดเหล่านี้ช่างเป็นคำพูดที่คลุมเครือเป็นอย่างยิ่ง นั่นทำให้จางไช่บีบหลังมือหญิงสาวคนนั้นพลางพูดอย่างเขินๆ ว่า

        “เธอพูดอะไรของเธอน่ะ! ฉันไม่ได้เป็นเด็กสาวก๋ากั่นแบบเธอหรอกนะ ถึงฉันจะไม่อิ่มแต่อย่างอื่นอิ่มนะจ๊ะ ไม่เหมือนสาวโสดอย่างเธอที่ไม่มีผู้ชายตกถึงท้องหรอกนะยะ!”

        “ดูจากรูปร่าง และอายุของเธอแล้ว ไม่แคล้วเหมือนเสือที่หิวโหย อาจารย์มหาวิทยาลัยที่บ้านของเธอน่ะหรือ วันๆ อยู่กับแต่หนังสือ จะสามารถเติมเต็มเธอได้อย่างไร ฮึ?”

        จางไช่แยกเขี้ยวฟันด้วยความโกรธ แต่เธอก็ไม่มีอะไรจะพูด

        “จางไซ่ สามีของคุณเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจริงหรือ?” นี่เป็นครั้งแรกที่หยางเฉินได้ยินเรื่องนี้เขายิ้มพลางมองจางไช่ตั้งแต่หัวจรดเท้า “ผมนึกไม่ถึงจริงๆ?”

        “เขาเป็นรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยของฉันเอง เขาดีต่อฉันมาก ดังนั้นเราจึงจบด้วยการแต่งงานกันอย่างงงๆ” จางไช่กรอกตาขณะพูด

        หลิวหมิงอวี้ที่สวมชุดสีม่วงเดินถือถ้วยกาแฟอย่างสง่างาม พร้อมกล่าวว่า “เมื่อจางไช่บอกว่าเธอแต่งงานแล้ว พวกเราทุกคนต่างตกใจกันถ้วนหน้า จางไช่คนนี้เนี่ยนะแต่งงาน มันเหมือนเป็นเรื่องตลกที่สุดในโลก!”

        จางไช่ได้ยินดังนั้นก็เกือบสำลักขนมปัง

        หยางเฉินพูดคุยกับสาวๆ สักพักก็กลับไปที่โต๊ะทำงานของตน พร้อมยื่นมือข้างนึงไปเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ปากพลางแทะปาท่องโก๋

        จ้าวหงเยี่ยนที่นั่งใกล้กับเขาที่สุด มักจะนั่งอยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว แต่วันนี้ไม่รู้ทำไม เธอกลับยังไม่มาสักที

        ขณะที่กำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทันใดนั้นจ้าวหงเยี่ยนก็ปรากฏกายขึ้นอย่างลี้ลับ เธอสวมเสื้อสีขาวมีสร้อยคอไข่มุกสวมอยู่ ผมของเธอถูกปล่อยลงมา ทำให้รู้สึกได้ถึงความงามที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

        เมื่อเธอเดินเข้ามา ทุกคนต่างก็ลืมหายใจไปชั่วขณะ เธอเอ่ยถามทุกคนว่า

        “มีใครเห็นผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าชั้นหนึ่งบ้างไหม?”

        “ผู้ชาย?” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถาม

        “หงเอี้ยน เธอแต่งงานแล้วนะ เธอจะมองหาผู้ชายอีกทำไม ? “

        “เธอพูดอะไรน่ะ! ฉันกำลังพูดถึงผู้ชายสกปรกเสื้อผ้ามอมแมมคนนั้น” จ้าวหงเยี่ยนรีบเอ่ยท้วงทันที

        เหล่าสาวๆ ต่างงุนงงกันถ้วนหน้า

        “ไม่นะ มีอะไรงั้นเหรอ?”

        จ้าวหงเยี่ยนกล่าวอย่างกังวลว่า

        “เมื่อฉันเพิ่งออฟฟิศ ฉันได้ยินชายคนนั้นตะโกนชื่อหัวหน้าโม่ออกมา และยังบอกด้วยว่าเธอเนรคุณและจิตใจอำมหิต… และอีกหลายต่อหลายคำที่หยาบคายอย่างมาก!”

        มีชายแปลกหน้ากำลังว่าร้ายกับหัวหน้าโม่!?

        โม่เชี่ยนนีที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังงดงามและมากไปด้วยความสามารถ เธอเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งเอาจริงเอาจัง และมีความรับผิดชอบ บริษัทยอวี้เหว่ยไม่ใช่บริษัทเล็กๆ ทำไมไม่มีผู้รักษาความปลอดภัยมาจัดการ? และถ้าหากจะมีใครมาว่าร้ายทั้งเธอและบริษัท แน่นอนว่าทุกคนต่างทำให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ!?

        ทุกคนในออฟฟิศต่างลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความประหลาดใจ พวกเธอต่างตรงไปที่ลิฟท์ เพื่อที่จะดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

        หยางเฉินกรอกตาไปมา เขารู้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจางฟู่กุ้ยจะมาถึงที่บริษัท นั่นเป็นการกระทำของคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย แม้ว่าจะต้องเจอกับผู้รักษาความปลอดภัยของบริษัท

        แต่หลังจากที่คิดถี่ถ้วนแล้ว มันค่อนข้างน่าสงสัยเกินไป จางฟู่กุ้ยจะรู้วิธีที่ชั่วร้ายอย่างนี้งั้นหรือ ?

        ตอนนี้โม่เชี่ยนนียังไม่มา และถ้าเธอเจอเหตุการณ์นี้เข้า เธออาจจะลำบากได้ ดังนั้นหยางเฉินจึงลุกขึ้น และวิ่งไปที่บันไดอย่างรวดเร็ว

        คนอื่นๆ ต่างมายืนออกันขึ้นลิฟท์ แต่เขาลงบันได แน่นอนว่าเขาจะต้องเร็วกว่าลิฟท์…

        หยางเฉินวิ่งลงบันไดจนแทบจะกระโดดลง เมื่อเขามาถึงที่ห้องโถงของบริษัท ในตอนนี้ยังไม่มีใครในออฟฟิศมาถึง เขาเห็นคนประมาณ 30 คน ซึ่งมุงอยู่ตรงทางเข้าต่างกระซิบพูดคุยกันด้วยความงุนงง

        หยางเฉินเดินฝ่าฝูงชนเข้าไป และเห็นจางฟู่กุ้ยอยู่ตรงกลาง

        ในขณะนั้นเองจางฟู่กุ้ย ก็ตาเป็นประกาย ดิ้นกระสับกระส่ายอยู่กับพื้น โดยไม่สนใจคนที่มามุงดูแม้แต่น้อย

        “โม่เชี่ยนนีนังเนรคุณ! โม่เชี่ยนนีนังสุนัขตัวเมีย… ข้าริอุตส่าห์พยายามเอาใจใส่ดูแลเธอและแม่ เธอถึงมีอย่างทุกวันนี้แท้ๆ…”

        จางฟู่กุ้ยตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง โม่เชี่ยนนีจะตัดความสัมพันธ์กับเขาอย่างงั้นหรือ? ไม่มีวันซะหรอก

        คนรอบๆ ต่างมุงดูกันมากขึ้น แม้คนส่วนใหญ่จะไม่เชื่อที่ชายคนนี้พูด แต่ก็มีบางคนที่อิจฉาริศยาโม่เชี่ยนนี และพร้อมหาวิธีชั่วร้ายเพื่อดึงโม่เชี่ยนนีลงมา

        เมื่อจางฟู่กุ้ยเห็นหยางเฉินปรากฏตัว มันก็วิ่งเข้าไปกอดเอวหยางเฉิน และตะโกนขึ้นว่า

        “ทุกคนดูนี่!! ชายคนนี้แหละ ที่ร่วมมือกับโม่เชี่ยนนี! วันนั้นเขาพาลูกสมุนมันข่มขู่ฉันถึงที่ก่อสร้าง… ฉันแก่แล้วจะไปมีปัญญาชนะคนหนุ่มได้ยังไงกัน…” จางฟู่กุ้ยร้องไห้ตะโกนอย่างเศร้าโศก

        หยางเฉินขมวดคิ้ว พร้อมเตะจางฟู่กุ้ยออกไป

        “นายคิดหรือว่าทำอย่างนี้แล้วอะไรจะเปลี่ยนแปลง นายไร้เดียงสาเกินไปแล้ว ถ้าอยากบอกความจริงล่ะก็ ฉันจะพานายไปศาลเอง”

        จางฟู่กุ้ยกระเด็นไปกับพื้น เมื่อได้ยินเรื่องศาลใบหน้าของเขาซีดลงทันที

        “ไม่จำเป็น!” เสียงอันคุ้นเคยดังมาจากข้างหลังฝูงชน โม่เชี่ยนนีปรากฏตัวขึ้น เธอสวมเสื้อถักสีฟ้าหมอง กระโปรงสีดำ ใบหน้าที่สง่างามของเธอถูกปกคลุมไปด้วยความเย็นชา เธอจ้องมองตรงไปที่จางฟู่กุ้ยพลางเอ่ยขึ้นว่า “คุณบอกว่าฉันโหดร้ายและไร้ยางอายงั้นหรือ? บอกว่าฉันรังแกคุณใช่มั้ย?”

        จางฟู่กุ้ยแสดงท่าทางหวาดกลัวขึ้นมาทันที แต่เขาก็ทำใจฝืนพูดขึ้นว่า

        “ใช่… นั่นแหละ! เธอคิดว่าฉันไม่กล้าพูดหรือยังไง!?”

        “งั้น เมื่อคุณกล้าพูด ฉันก็ได้แต่ต้องทำอย่างนี้” พูดพลางโม่เชี่ยนนีก็เดินไปกระทืบลงบนต้นขาของจางฟุ่กุ้ย!

        “โอ้วววว !!!”

        ทุกคนที่เห็นต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าโม่เชี่ยนนีจะปรากฏตัวขึ้น และจัดการกับคนแปลกหน้าในลักษณะนี้ เวลานี้โม่เชี่ยนนีกลายเป็นคนที่พวกเขาไม่รู้จักขึ้นมา

        โม่เชี่ยนนีดึงขากลับ พร้อมกับคราบเลือดสีแดง มองดูน่ากลัวและโหดร้าย

        ขณะนั้นเองเหล่าสาวๆ จากแผนกประชาสัมพันธ์ก็มาถึงพอดี และต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

        สายตาของโม่เชี่ยนนีมองไปยังคนรอบๆ อย่างเย็นชาแล้วสายตาก็มาหยุดลงที่หยางเฉิน ทันใดนั้นเองเธอก็เผยให้เห็นรอยยิ้มอันลี้ลับ เธอเดินไปหาหยางเฉินพลางกล่าวว่า

        “หยางเฉิน นายไม่เจ็บใช่มั้ย? สุนัขบ้านี่กัดคนอื่นไปทั่ว ถ้านายถูกกัดหรือบาดเจ็บฉันก็เจ็บไปด้วย”

        โม่เชี่ยนนีไม่ได้พูดออกมาด้วยเสียงที่เบา ทุกคนสามารถได้ยิน และต่างเชื่อว่าหยางเฉินและโม่เชี่ยนนีต้องมีซัมติงกันอย่างแน่นอน!

        หยางเฉินยิ้มแล้วชี้ไปที่จ้าวหงเยี่ยน ที่มีสีหน้าตกใจก่อนถามว่า

        “หัวหน้าโม่ คุณจำเธอได้ไหม?”

        โม่เชี่ยนนีมีท่าทีเปลี่ยนไป เธอเหลือบมองไปที่จ้าวหงเยี่ยน แล้วหัวเราะกล่าวว่า

        “น่ารำคาญน่า พูดถึงผู้หญิงคนอื่นทำไม?”

        โม่เชี่ยนนีเผยสายตาเปี่ยมเสน่ห์อันเย้ายวนออกมา แต่หยางเฉินไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะชื่นชมมันเขาส่ายหัว ถอนหายใจกล่าวว่า

        “ผมรู้สึกว่า เราควรจะไปที่หาที่เงียบๆ พูดคุยกันซักหน่อย คุณคิดว่ายังไง?”

        “ได้ ตามฉันมา” โม่เชี่ยนนีพูดพลางเดินตรงไปยังลานจอดรถทันที

        เมื่อหยางเฉินตามโม่เชี่ยนนีไป คนที่เหลือทั้งหมดที่เหลือก็ต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง จางไช่ไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เธอจึงถามคนอื่นๆ รอบตัวเธอ

        “เกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าโม่? เหมือนว่าเธอกลายเป็นคนละกันเลย และยังมีหยางเฉินอีก? หยางเฉินไม่ได้แต่งงานแล้วหรือไง?”

        “ฉันก็ไม่รู้ มันแปลกมาก ฉันไม่เข้าใจเลยซักนิด” พนักงานหญิงคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

        “การสนทนาระหว่างพวกเขานั้นดูแปลกไปจริงๆ”

        จ้าวหงเยี่ยนเป็นผู้ที่สับสนมากที่สุด เธอถามหลิวหมิงอวี้ที่อยู่ข้างๆ ว่า

        “พี่หมิงอวี้ ทำไมหัวหน้าโม่เหมือนจำพวกเราไม่ได้ เธอแกล้งทำอย่างนั้นหรือ?”

        หลิวหมิงอวี้ขมวดคิ้วครุ่นคิดสักพัก แล้วส่ายหัวกล่าวว่า  “ดูไม่เหมือนอย่างนั้นนะ ดูเธอจะจำเธอไม่ได้จริงๆ…”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม