0 Views

        ถึงแม้การอดนอนตลอดทั้งคืน จะไม่เป็นปัญหาใดๆ สำหรับหยางเฉิน เขาออกไปซื้ออาหารเช้าตามปกติ และแบกถุงอาหารขนาดใหญ่มุ่งหน้าสู่ออฟฟิศตามเดิม

        เมื่อเห็นหยางเฉินเข้ามา เหล่าสาวๆ ในออฟฟิศไม่อาจก้มหัวเล่นโทรศัพท์ต่อไปได้อีก ต่างคนต่างยื้อแย่ง กัดแขน ข่วนหลัง ถุยน้ำลาย ป้ายขี้มูก กระตุกสร้อย เพื่อให้ได้อาหารตามที่ตัวเองต้องการ

        จ้าวหงเยี่ยน ยิ้มอย่างสนุกสนานกล่าวว่า  “นายรับงานนี้เพราะต้องการแบบนี้ใช่ไหม”

        หยางเฉินเคี้ยวปาท่องโก๋พลางกล่าวว่า “ถ้าคุณจูบผม ผมอาจจะบอกให้ก็ได้”

        “นายจ้องแต่จะฉวยโอกาสผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอยู่เรื่อย!” จ้าวหงเยี่ยนกรอกตาไปมา และไม่สนใจหยางเฉินอีก

        ทันใดนั้นหยางเฉินก็นึกอะไรออก เขาหยิบขนมปังและเดินไปหาเฉินป๋อ ซึ่งเขาแปลกใจไม่น้อยที่เห็นเฉินป๋องีบหลับบนโต๊ะในตอนเช้า

        “นี่ เฉินป๋อ” หยางเฉินสะกิด

        เฉินป๋องัวเงียเงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทางคล้ายสตรี เมื่อเห็นขนมปังยื่นมาต่อหน้าแล้ว เขาเผยรอยยิ้มน่ารักกล่าวว่า

        “ขอบคุณครับ ซื้ออาหารเช้ามาให้ผมทุกวันเลย”

        หยางเฉินมองไปที่เฉินป๋อด้วยสายตาหวานซึ้งแล้วกล่าวว่า

        “อย่าหักโหมนักเลย ถ้านายต้องการให้ช่วยก็บอกได้ บางทีพวกเราอาจช่วยนายได้”

        เฉินป๋อได้ยินดังนั้นก็รีบส่ายหัว ใบหน้าตื่นตกใจเล็กน้อย กะพริบตากล่าวว่า “ไม่… ไม่เป็นไรครับ ผมแค่นอนไม่พอน่ะครับ”

        “อย่าหักโหมล่ะ” หยางเฉินไม่ได้สอบถามเพิ่มเติมอีก พลางตบไหล่เฉินป๋อแล้วเดินกลับไปนั่งที่

        เวลาล่วงเลยไปไม่นาน มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในแผนก เธอเดินไปยังโต๊ะของหลิวหมิงอวี้ พูดคุยกันสองสามคำ หลิวหมิงอวี้ในชุดสูทสีขาวก็มีท่าทางไม่สบายใจ ก่อนหยิบเอกสารขึ้นมาแล้วเดินตามหญิงสาวคนนั้นไป

        เมื่อทั้งสองออกไปแล้ว จางไช่ซึ่งกำลังกินคัพเค้กก็บรรลุศาสตร์แห่งการพูดคุย รีบเดินไปคุยกับจ้าวหงเยี่ยนด้วยสีหน้ากังวล

        “พี่หงเอี้ยน มีอะไรเกิดขึ้นกับพี่หมิงอวี้หรือเปล่า หัวหน้าหม่ายังไม่ยอมตัดใจอีกเหรอ”

        “ผู้หญิงคนนั้นถูกหัวหน้าหม่าส่งมางั้นหรือ?” หยางเฉินกล่าวถามด้วยความอยากรู้

        จ้าวหงเยี่ยนพยักหน้าตอบว่า

        “เธอคือหนึ่งในลูกน้องของหัวหน้าหม่า ลือกันว่าเธอเป็นคนรักลับๆ ของเขา ฉันเดาว่าหัวหน้าหม่าต้องเรียกพี่หมิงอวี้ไปหาแน่ๆ เมื่อก่อนเขามาที่นี่ด้วยตัวเอง อยากรู้จริงว่าเขาส่งผู้หญิงคนนั้นมาทำไม”

        ได้ยินดังนั้นหยางเฉินก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความไปหาหลิวหมิงอวี้ ไม่นานนักหลิวหมิงอวี้ก็ตอบกลับมา เมื่อหยางเฉินเห็นดังนั้นเขารีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า หยิบขนมปังสองอันบนโต๊ะ เดินออกจากออฟฟิศไปอย่างรวดเร็ว

        “หยางเฉิน นายจะไปไหนน่ะ ถ้าหัวหน้าโม่ไม่เจอนายอยู่ที่นี่ล่ะก็ นายต้องมีปัญหาแน่” จ้าวหงเยี่ยนเอ่ยเตือน

        “ผมรู้สึกท้องไส้ไม่ดีน่ะครับ เลยว่าจะกินไปนั่งส้วมไป” หยางเฉินหันหลังกลับมาตอบ

        ทุกคนในแผนกได้ยินดังนั้นต่างขมวดคิ้ว

        จากท่าทีดังกล่าว เห็นได้ชัดว่าหยางเฉินไม่ได้ไปห้องน้ำ อย่างไรก็ตามถึงเขาจะไม่ได้ไปห้องน้ำ แต่ความอยากอาหารของหยางเฉินนั้นก็พุ่งทะลุก้อนเมฆ

        หยางเฉินก้าวเท้ายาวๆ ไปยังลานจอดรถของบริษัท ก่อนหน้านี้เขาส่งข้อความถามหลิวหมิงอวี้ว่าเธอจะไปที่ไหน และเธอก็เข้าใจความหมายนั้น เธอตอบกลับมาว่า “โรงแรมเมฆาล่อง” ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่มั่นใจว่าการไปทำงานนอกสถานที่ครั้งนี้ จะเป็นกับดักของหัวหน้าหม่าหรือเปล่า แต่เธอก็ต้องระมัดระวังตัวไว้ก่อน เธอต้องบอกให้ใครสักคนรู้ว่าเธอกำลังจะไปที่ไหน

        หยางเฉินใช้ทางลัดไปยังโรงแรมเมฆาล่อง ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ไม่นานนักก็เข้ามาถึงล็อบบี้โรงแรม เขาหยิบหนังสือพิมพ์ และแสร้งนั่งอ่านรออยู่ตรงมุมหนึ่งของล็อบบี้

        โรงแรมเมฆาล่องเป็นโรงแรมสี่ดาวขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ที่นี่จึงพลุกพล่านไปด้วยแขกมากมาย และไม่มีใครสนใจหยางเฉินแม้แต่คนเดียว

        หลังจากรอประมาณห้านาที หยางเฉินก็สังเกตเห็นหญิงสาวสองคนเดินเข้ามาในโรงแรม หนึ่งในนั้นเป็นหลิวหมิงอวี้นั่นเอง ทั้งสองนั้นงดงามทั้งคู่ จึงกลายเป็นจุดรวมสายตาชั้นดีของชายหลายคนในล็อบบี้ได้อย่างไม่ยาก

        หลังจากพูดคุยกันสองสามคำแล้ว หลิวหมิงอวี้ก็ลังเลชั่วครู่ แต่ในท้ายที่สุดเธอก็ติดตามหญิงสาวนางนั้นขึ้นลิฟต์ไป หยางเฉินเห็นดังนั้นก็รีบตามไป เงยหน้ามองเลขชั้น เริ่มจากชั้นหนึ่ง แล้วไปหยุดอยู่ที่ชั้นห้า จากนั้นขึ้นไปชั้นสิบสาม แล้วหยุดอีกครั้ง จากนั้นจึงลดลงมา

        เมื่อดูตามคำแนะนำของโรงแรมแล้ว ชั้นห้าเป็นชั้นสปา ชั้นสิบถึงชั้นสิบห้าเป็นห้องพัก และชั้นบนสุดเป็นสำนักงาน หยางเฉินคิดว่าชั้นสิบสามมีความเป็นไปได้มากที่สุด เขาเดินเข้าไปในลิฟต์ แต่เพื่อให้แน่ใจหยางเฉินจึงกดโทรศัพท์หาหลิวหมิงอวี้อีกหนึ่งที

        “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…”

        สำหรับคนที่ทำงานในตำแหน่งพีอาร์แล้ว โทรศัพท์ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะไม่พลาดโอกาสในการคุยธุรกิจ นี่จึงถือว่าเป็นเรื่องแปลกที่เธอไม่ได้เปิดโทรศัพท์ไว้ นั่นยิ่งทำให้หยางเฉินรู้สึกกังวลเล็กน้อย

        เมื่อหยางเฉินขึ้นลิฟต์มาถึงชั้น 13 เขาเดินออกจากลิฟต์ ตรงหน้าเขาเป็นห้องพักเรียงรายอยู่ตามทางเดินที่เงียบสงบ ประมาณ 30-40 ห้อง และไร้ซึ่งเงาของพนักงานโรมแรมให้เห็นซักคน

        หยางเฉินผู้สวมวิญญาณเทพนักสืบ เห็นประตูห้องเป็นระบบล็อกแบบอิเล็กทรอนิกส์ดังนั้นก็หนักใจ  เพราะเขาไม่สามารถใช้กุญแจผีไขเข้าไปได้ และถ้าเลือกที่จะพังประตูเข้าไปตรงๆ คนต้องแห่กันออกมาแน่ๆ

        “เจ้านั่นมันเข้าใจเลือกสถานที่จริงๆ” หยางเฉินพึมพำกับตัวเอง

        ถึงแม้เขาจะรู้จักหลิวหมิงอวี้เพียงครึ่งเดือน แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดีเยี่ยม ความสัมพันธ์ของคนเราไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ บางคนเพิ่งรู้จักกันแต่ก็สนิทเหมือนรู้จักกันมานาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง ถ้าพวกเขาเชื่อใจกัน การทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อคนๆ นั้น ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ

        ในขณะที่กำลังเคร่งเครียดอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก ผู้หญิงที่นำทางหลิวหมิงอวี้ก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม