0 Views

        หลี่จิงจิงรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันพิเศษสำหรับเธอ และเป็นวันที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าวันจบการศึกษาเสียอีก ใบหน้าเธอยังคงมีรอยยิ้มประดับอย่างต่อเนื่อง ทำให้หยางเฉินซึ่งขับรถอยู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

        “มีความสุขนักหรือไง?”

        หลี่จิงจิงพยักหน้ากล่าวว่า “แต่ฉันคิดว่าหัวหน้าเจี่ยงคงไม่มีความสุขเท่าไหร่”

        หยางเฉินเหลือบมองหลี่จิงจิงอย่างช่วยไม่ได้ พลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเธอจะรู้ทุกอย่าง แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้”

        “ฮิ ฮิ ตอนแรกฉันก็ยังไม่รู้หรอกค่ะ แต่ลองมาคิดดูดีๆ แล้ว ฉันก็เข้าใจสิ่งที่พี่หยางทำ”

        “ฟังนะ ถ้าเจี่ยงซั่วมารังแกเธออีกล่ะก็ บอกพี่ทันที พี่จะดูแลมันอย่างดีเหมือนกับพวกตระกูลเฉิน” หยางเฉินเอ่ยเสียงเครียด

        “เข้าใจแล้วค่ะ พี่หยาง”

        ตั้งแต่เริ่มจนจบ หลี่จิงจิงไม่ได้ถามถึงวิธีการที่เขาจัดการกับตระกูลเฉินเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจ ผู้หญิงคนนี้หลักแหลมมากกว่าที่เขาคิด

        เมื่อถึงบ้านตระกูลหลี่ ลุงหลี่กับภรรยาก็เพิ่งกลับมาถึงบ้านเช่นกัน เมื่อเห็นหยางเฉินและหลี่จิงจิงออกมาจากรถ

        “ไอ้หนุ่ม เอ็งกลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว” ลุงหลี่เห็นรถของหยางเฉิน ก็กล่าวอย่างตกใจ

        “ข้ารู้ว่าเอ็งไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะไปเร็วขนาดนี้ เปลี่ยนงาน เปลี่ยนรถจากล้อเดียวเป็นสี่ล้อเพียงแค่กะพริบตา”

        ในขณะที่ลุงหลี่พูดอยู่นั้น ป้าหลี่เหลือบไปเห็นถุงเสื้อผ้าที่หลี่จิงจิงนำลงจากรถ เธอถามอย่างตกใจว่า

        “จิงจิง ทำไมซื้อเสื้อผ้ามาตั้งเยอะ เหมือนจะราคาแพงซะด้วย”

        “แม่…” หลี่จิงจิงพูดอย่างอายๆ “พี่หยางซื้อให้ฉันค่ะ”

        คู่สามีภรรยารู้สึกประหลาดใจ แต่ก็มีความสุข มองไปที่หยางเฉินด้วยความรักมากขึ้น

        หลี่จิงจิงรู้ว่าพ่อแม่ของเธอต้องไม่ยอมให้ติดต่อกับหยางเฉินอีก ถ้ารู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว ดังนั้นเธอจึงรีบกลับเข้าบ้านโดยไม่ลืมที่จะบอกลาหยางเฉิน

        ลุงหลี่เห็นดังนั้นก็หล่าวว่า

        “หยางเฉิน อย่าทำให้เธอผิดหวังล่ะ”

        หยางเฉินไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ เขาไม่รู้จะพูดอย่างไร จึงได้แต่พยักหน้า การอธิบายเรื่องราวอันซับซ้อนรังแต่จะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในเวลานี้

        หลังจากอำลาป้าและลุงหลี่ที่ดูแลเขาเหมือนลูกแท้ๆ แล้ว หยางเฉินขับรถกลับด้วยความรู้สึกแย่และรวดร้าว ถ้าเขาไม่ติดสัญญากับหลินรั่วซีล่ะก็ การแต่งงานกับหลี่จิงจิงอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

        แต่เมื่อคิดถึงว่าภรรยาของเขาตอนนี้นอนอยู่ที่โรงพยาบาล หยางเฉินก็สลัดความคิดดังกล่าวทิ้งไป ตอนนี้เขาต้องก้าวต่อไป ใครจะรู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

        เมื่อมาถึงหมู่บ้านสวนหลงจิ่ง อากาศข้างนอกแปรเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บ สายลมหนาวพัดผ่านทำให้หมู่บ้านแลดูเงียบสงบ หยางเฉินที่กำลังเดินเข้าไปในบ้าน ทันใดนั้นประตูบ้านพลันเปิดออก

        “ป้าหวัง ป้ากำลังจะไปไหนน่ะครับ”

        ป้าหวังยิ้มอย่างยินดีเมื่อเห็นหยางเฉิน และพูดขึ้นว่า

        “คุณชายกลับมาก็ดีแล้วค่ะ ฉันกำลังจะนำหนังสือไปให้คุณหนูพอดี ถึงเธอจะยอมอยู่ที่โรงพยาบาล แต่เธอบอกว่าเธอยังต้องการอ่านหนังสือ คุณชายจะไปพร้อมกับฉันไหมคะ คุณหนูต้องดีใจแน่ๆ”

        ไม่มีใครบอกว่าเธอจะดีใจ… หยางเฉินคิดในใจ

        “ป้าหวังครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว ป้าพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมเอาหนังสือไปให้เธอเอง”

        ป้าหวังคิดว่าทั้งคู่ควรต้องมีเวลาส่วนตัวกันบ้าง เธอจึงยื่นกระเป๋าใบใหญ่ส่งให้หยางเฉิน แล้วเดินกลับเข้าบ้านไป

        หยางเฉินซึ่งยังไม่ทันเข้าบ้านก็ต้องขับรถไปโรงพยาบาลอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้

        ครึ่งชั่วโมงถัดมา เมื่อเขามาถึงห้องของหลินรั่วซี แสงไฟภายในห้องยังคงสว่างอยู่ อย่างไรก็ตามหลินรั่วซีไม่ได้อยู่ในห้องเพียงคนเดียว มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งไม่พอใจอย่างมากที่พบเจอเขา แต่ความงามของเธอนั้นเป็นของจริง

        “ไม่นึกว่าคนยุ่งบางคนก็รู้จักมาเยี่ยมคนไข้ด้วย” โม่เชี่ยนนีดูเหมือนกำลังคุยอะไรบางอย่างกับหลินรั่วซีอยู่ และเมื่อเห็นหยางเฉินเปิดประตูเข้ามา เธอก็พูดจาเหน็บแนมใส่เขาทันที

        หยางเฉินไม่สนใจหัวหน้าของเขา และเดินเข้ามาวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ยิ้มกล่าวว่า

        “ป้าหวังไม่ควรนั่งแท็กซี่เวลาดึกๆ ดื่นๆ ถ้าคุณต้องการอะไรล่ะก็ให้โทรหาผม อย่าไปรบกวนคนแก่เลย”

        หลินรั่วซีมองไปที่กระเป๋าหนังสือพร้อมกล่าวว่า “งั้นครั้งหน้าฉันจะเรียกนาย”

        หยางเฉินรู้สึกพอใจมากเมื่อหลินรั่วซียอมฟังที่เขาพูด ดูเหมือนว่าเธอยังมีเหตุผลอยู่บ้าง และเมื่อหยางเฉินเข้ามาใกล้ โม่เชี่ยนนีก็ย่นจมูกกล่าวว่า

        “หยางเฉิน นายดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่มาด้วยใช่ไหม ออกไปห่างๆ เลย อย่ามาทำร้ายรั่วซีของฉัน”

        “โอ้ว” หยางเฉินยิ้มขอโทษ ถอยหลังไปหลายก้าว “ผมไปดื่มกับเพื่อนมาน่ะ แล้วก็ลืมอาบน้ำด้วย”

        “ฮึ่มม รั่วซีป่วยอยู่แท้ๆ แต่สามีของเธอยังคงออกไปดื่มเที่ยวอย่างหน้าไม่อาย…” โม่เชี่ยนนีพูดขึ้นด้วยความรังเกียจ

        แม้แต่พระก็ทนไม่ได้หากได้ยินประโยคดังกล่าว หยางเฉินเองก็ไม่มีข้อยกเว้น

        “ภรรยาผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ คุณยังจะกล่าวหาผมอีกเหรอ เป็นขันทีริอย่าตอบแทนพระราชาสิ”

        “นายว่าอะไรนะ!!” โม่เชี่ยนนีเบิ่งตากว้างยืนขึ้น จนหน้าอกกระเพื่อม จากความโกรธ ใบหน้าแดงก่ำ

        “นายกล้าเรียกฉันว่าขันที นายนั่นแหละขันที”

        “คุณจะลองดูไหมล่ะ” หยางเฉินยิ้มอย่างชั่วร้าย

        “ทุเรศ!!”

        “หยุด…” หลินรั่วซีขมวดคิ้วมองทั้งหยางเฉินและโม่เชี่ยนนี พลางเอามือกุมหัว

        “พวกเธอสองคนอย่าทะเลาะกันในโรงพยาบาลได้ไหม นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกเธอควรจะเงียบๆ หน่อย”

        โม่เชี่ยนนีรีบกุมมือหลินรั่วซีไว้

        “รั่วซีดูสามีของเธอสิ เขาไม่มาดูแลเธอเลย หนำซ้ำยังออกไปดื่มเที่ยวข้างนอกนั่นอีก”

        หลินรั่วซีเงียบไปสักพักก่อนจะยกมือถามหยางเฉิน

        “นายไปดื่มที่ไหนมา?”

        หยางเฉินเอ่ยตอบอย่างเฉื่อยชา

        “บาร์สวรรค์รำไร ที่นั่นมีสาวสวยเยอะแยะไปหมด ภรรยาที่รัก ทำไมเหรอ คุณจะกักตัวผมใช่ไหม”

        “เข้าใจแล้ว” หลินรั่วซีพยักหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเอื้อมมือไปหยิบหนังสือจากกระเป๋ามาหนึ่งเล่ม เปิดอ่านโดยไม่สนใจใครอีก

        หยางเฉินเห็นทุกอย่างราบรื่นก็ส่ายหัวแล้วเดินออกจากห้องไป

        เมื่อหยางเฉินออกไปแล้ว โม่เชี่ยนนีก็กลับมานั่งข้างๆ หลินรั่วซีเช่นเดิม เหม่อมองประตูแล้วหันมามองหลินรั่วซีที่กำลังอ่านหนังสืออย่างจริงจัง เห็นดังนั้นเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเป็นเวลานาน แต่สุดท้ายก็อดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ว่า

        “สามีภรรยาคู่นี้ประหลาดทั้งคู่!”

 

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม