0 Views

        หยางเฉินหัวเราะอีกครั้ง ตอนนี้ไม่มีใครมาฉุดรั้งให้เขาหยุดหัวเราะได้ เขาคิดไม่ถึงว่าวันนี้เขาจะถูกปืนจ่อหัวถึงสองครั้ง

        ในประเทศจีนกฏหมายควบคุมอาวุธปืนเข้มงวดมาก ไม่เหมือนตอนเขาอยู่ที่ต่างประเทศ

        “ผู้จัดการกัว คุณไม่รู้หรือไงว่าปืนนั้นที่อเมริกาเขาเอาไว้ล่าสัตว์กัน คุณชี้ปืนมาที่ผมทำไม? ผมไม่ใช่กวางมูสนะ แล้วก็ไม่ใช้หมีดำด้วย”

        กัวซีเหิงเห็นหยางเฉินมีท่าทีหวาดกลัว ก็ยิ้มกรุ้มกริ่มกล่าวว่า

        “แกเป็นได้แค่หมูรอถูกเชือด แกอาจไม่เชื่อว่าข้าสามารถใช้ปืนยาวยิงในระยะ 4-5 เมตรได้ใช่รึเปล่า?”

        หยางเฉินเดินตรงไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวพลางกล่าวว่า

        “คุณคิดว่ายังไงล่ะ”

        “อย่าขยับ ถ้าแกก้าวมาอีกข้าวเดียว ข้าจะยิงทันที” กัวซีเหิงตะโกน พร้อมหลั่งเหงื่อเย็น

        หยางเฉินไม่สนใจเขา แล้วออกเดินไปอีกก้าวทันที

        “ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ปืนก็ในมือนาย นายจะทำอะไรล้วนเป็นการตัดสินใจของนายทั้งสิ้น” หยางเฉินโยนก้นบุหรี่ลงพื้นใช้เท้าขยี้ซ้ำ แล้วเดินเข้าหากัวซีเหิงต่อ

        ทุกๆ ย่างก้าว หัวใจของทุกคนล้วนร่วงไปอยู่ตาตุ่ม ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ภายในนั้นถึงได้ยินแค่เสียงฝีเท้าหยางเฉินกระแทกพื้นอย่างสม่ำเสมอ ระยะทางเพียงแค่ 4-5 เมตร ระยะก้างเพียง 6-7 ก้าว ทุกคนต่างใจเต้นรัว แม้แต่คนที่โดนหยางเฉินซัดลงไปนอนกับพื้นสองคนแรก ก็ยังข่มความเจ็บปวดเงยหน้าดูเหตุการณ์ดังกล่าว

        กัวซีเหิงจ่อนิ้วอยู่ที่ไกปืน เตรียมลั่นกระสุนเจาะเนื้อหนังของหยางเฉินได้ทุกเมื่อ

        หยางเฉินเดินด้วยท่าทีไม่แยแส เหมือนกับว่าเขาไม่เห็นความเป็นตายใดๆ อยู่ในสายตา

        ทุกอย่างนี้ใช้เวลาเพียง สามวินาที เมื่อหยางเฉินอยู่ตรงหน้า กัวซีเหิงหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลเต็มใบหน้า

        “ในโลกนี้มีคนสองประเภทที่น่ากลัวที่สุด ประเภทแรกคือ คนบ้า ประเภทที่สอง คือคนที่ไม่กลัวตาย เหตุผลที่ว่าคนบ้าน่ากลัวอาจเป็นเพราะว่าเขาไม่กลัวตายด้วยเช่นกัน ฉันก็ไม่กลัวตาย ได้ยินดังนี้แล้วนายยังชี้ปืนมาที่ฉันอยู่อีกงั้นหรือ?”

        หยางเฉินยิ้มกว้าง เขาสามารถแย่งปืนมาจากกัวซีเหิงได้อย่างง่ายดาย

        “อั๊ต ต้า”

        หยางเฉินทำลายปืนไรเฟิลกระจายออกเป็นชิ้นๆ ฉากนี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัวอย่างสุดแสน

        “นี่… นี่มัน เหมือนกับในหนังฮอลลีวูดเลย เขาเป็นซุปเปอร์แมนหรืออย่างไรกัน ถึงขนาดใช้มือเปล่าทำลายปืน?”

        หยางเฉินเหวี่ยงซากปืนทิ้งไปข้างๆ

        “หัวหน้ากัว คุณจะไปเอาสมุดบัญชีได้หรือยัง?”

        กัวซีเหิงพลันได้สติ เขาเคยเจอคนโหดเหี้ยมมามากมาย แต่ยังไม่เคยเจอใครที่ไม่กลัวความตายมาก่อน อีกสิ่งหนึ่งที่น่ากลัวคือท่าทางของชายผู้นี้ ถ้าเกิดเขาเหนี่ยวไกขึ้นมาจริงๆ ละก็ เขาก็คงจะไม่มีชีวิตรอดอยู่ดี

        “ถ้าแกอยากได้เงิน ฉันไม่มีเงินให้แกหรอก ถ้าหากแกต้องการชีวิตฉัน ก็เอาไปได้เลย” กัวซีเหิงใช้ศักดิ์ศรีของหัวหน้าแก๊งกล่าวออกมา

        หยางเฉินส่ายหัวด้วยความสงสาร

        “ทำไมนายต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยากด้วย หากนายเอาชนะฉันไม่ได้ นายก็ควรเหนี่ยวไกซะตั้งแต่เนิ่นๆ แต่นายยังคงไม่กล้า นั้นเพราะว่านายกลัวตายใช่ไหมล่ะ “

        “ฉันยอมรับว่าแกเก่งกว่าฉัน แต่ฉันไม่ให้เงินแกหรอก!!” กัวซีเหิงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น

        “เฮ้อ… นายอย่ามาโทษฉันทีหลังก็แล้วกัน อารมณ์ของฉันไม่ดีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว”

        หยางเฉินเผยรอยยิ้มอันแปลกประหลาดพร้อมเคลื่อนที่ไปข้างหลังกัวซีเหิงอย่างรวดเร็ว คว้าหมับเข้าที่แขนของกัวซีเหิงพร้อมกับเขี่ยขาเขาจนเข่ากระแทกพื้น

        “แก๊ก”

        เสียงกระดูกแตกดังลั่น กัวซีเหิงคำรามลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด ข้อต่อแขนทั้งสองข้างหลุดออก

        “แก แกทำอะไรกับแขนของฉัน!!” กัวซีเหิงกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด จ้องมองหยางเฉินด้วยดวงตาแดงก่ำ

        “ไม่มีอะไรมาก แค่ทำให้นายไหล่หลุด” หยางเฉินยิ้มตอบ

        “แก… แกคิดว่าแค่นี้ฉันจะยอมคืนเงินงั้นรึ ฝันไปเถอะ”

        เหล่าลูกน้องเห็นหัวหน้าหมอบกระแทกพื้นแต่ไม่มีใครสักคนเดียวที่กล้าออกมาช่วยเหลือ พวกมันมาที่นี่เพื่อความสุข ไม่ใช่มาเพื่อเอาชีวิตไปทิ้ง

        “นายคิดผิดแล้ว นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น” กล่าวจบหยางเฉินก็บดแขนข้างหนึ่งของกัวซีเหิงทันที

        “แกร้ก แกร้ก”

        “อ๊ากกกกก”

        “แกทำอะไรกับข้าา”

        “กร้อบ แกร้ก”

        เสียงแปลกประหลาดเหมือนข้อต่อหลุด หยางเฉินยิ้มพลางพูดว่า

        “ไม่มีอะไรมาก ฉันแค่ต่อกระดูกให้นายใหม่ แล้วก็ถอดออกมาอีก แล้วก็ใส่กลับเข้าไปใหม่ แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ค่อยเข้าที่เท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไรรอฉันลองอีกซักสองสามรอบ นายก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวดอีก”

        “เดอฟ๊ากกกกอายู๊”

        กัวซีเหิงรับรู้แล้วว่าเขาจะไม่ตายอย่างเด็ดขาด แต่เป็นอะไรที่เลวร้ายกว่าความตาย

        “ฉัน… ฉันจะจ่าย…”

        หยางเฉินได้ยินดังนั้นก็ต่อกระดูกกลับเข้าไปใหม่ และครั้งนี้ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ กัวซีเหิงหน้าซีดเป็นไก่ต้ม

        “นี่สิเป็นสิ่งที่นายควรทำตั้งแต่แรก” หยางเฉินปล่อยแขนกัวซีเหิงพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก

        “ผู้จัดการกัว ผมรู้สึกว่าด้วยการทวงเงิน 400,000 หยวน นั้น คุณควรจ่ายเงินค่าทำขวัญให้ผมด้วย โอ ผมปวดร้าวจิตใจเหลือเกิน และด้วยการค้างชำระมานาน คุณสมควรจ่ายดอกเบี้ยบางอย่าง เอาอย่างนี้เป็นไง คุณจ่ายค่ารักษาพยาบาลคนที่คุณ และลูกน้องของคุณทำร้ายก่อนหน้านี้ไปด้วยเลยสิ”

        “แก…”

        “ฉัน? ฉันอะไร? นายเหมือนจะยังไม่หายนะ งั้นเรามาต่อกันดีกว่า”

        “อย่า อย่า อย่า ฉันยอมแล้ว ฉันจะคืนเงินให้นาย!” กัวซีเหิงตะโกนออกมาทั้งน้ำตา

        หยางเฉินดึงเก้าอี้มาตัวหนึ่งและหย่อนก้นลงนั่ง กล่าวกับกัวซีเหิงที่ร่ำไห้อยู่กับพื้นว่า

        “เร็วเข้า เขียนเช็คมาซะ ฉันจะได้กลับไปรายงานเจ้านายสะดวกๆ อ้อ แล้วก็ หารถไปส่งฉันที่บริษัทด้วย ฉันไม่มีเงินจ่ายค่ารถแท็กซี่”

 

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม