0 Views

        หลังจากได้ยินว่าหยางเฉินจะนำเอกสารนั้นเผยแพร่ต่อสาธารณชน นายตำรวจเคราครึ้มก็หายจากอาการเมาหมัดทันที และปรากฏเหงื่อเย็นเยียบทั่วใบหน้า

        “แก… แกช่างกล้า! แกรู้ไหมว่ากำลังมีเรื่องกับใครอยู่! นี่คือลูกชายของหัวหน้าเฉิน เขาสามารถฆ่าบรรพบุรุษแกได้ 18 ชั่วโคตร!” ตำรวจเคราครึ้มคำรามลั่น แต่ความเจ็บปวดทำให้เขาไม่สามารถลุกยืนได้!

        หยางเฉินแผ่สภาวะอันหนาวเหน็บ “หัวหน้าเฉินอีกแล้วเหรอ… พวกแกมันแค่ลูกน้องกระจอก แกคงไม่รู้สินะว่าฉันคนนี้ เกลียดการข่มขู่เป็นที่สุด” พูดจบหยางเฉินก็เดินไปกระทืบตำรวจเคราครึ้มจนหมดสติไปอีกราย!

        ปัง!

        ในขณะเดียวกันกับที่ประตูเหล็กของห้องสอบสวนเปิดออก ปรากฏเงาผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว

        “หยุดอยู่กับที่เดี๋ยวนี้!”

        เสียงใสกระแทกเข้าหูหยางเฉิน เขาหันมามองเจ้าของเสียงพร้อมกับแสงสว่างวาบเข้าตา

        ปรากฏตำรวจหญิงผมสั้นประบ่า ดวงตาสดใสดั่งน้ำแร่ จมูกคมเป็นสัน ริมฝีปากชมพูทรงเสน่ห์ เห็นครั้งแรกนึกว่าเป็นเซเลบเกาหลีที่ทำศัลยกรรมมา แต่ให้ความรู้สึกธรรมชาติกว่า ความกล้าหาญของเธอเหมือนมาจากภายใน พูดได้เต็มปากเลยว่าเธอคือดอกไม้งามท่ามกลางเหล่าหญ้าคา

        หยางเฉินสังเกตบั้งบนไหล่ของตำรวจสาว เป็นสัญลักษณ์ของสารวัตร

        หยางเฉินเข้าใจอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าตำรวจสาวสวยคนนี้จะเป็นสารวัตรของที่นี่!

        ไช่เอี๋ยนกำลังอารมณ์เสีย เธอเพิ่งได้ข้อสรุปการประชุม เกี่ยวกับการปล้นธนาคารที่ผ่านมาทางฝั่งตะวันตก ซึ่งทำให้เธอปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นอย่างมาก และยิ่งได้รับรายงานการทำร้ายเจ้าหน้าที่ในห้องสืบสวนอีก

        “ยกมือไว้หลังศีรษะ หันหน้าชิดกำแพง!” ไช่เอี๋ยนจับจ้องหยางเฉินพร้อมตะโกนบอก

        หยางเฉินกรอกตาขึ้นลง ใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะเลยทีเดียว ช่างดูดีอะไรเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนอยากให้เพื่อนผู้หญิงในที่ทำงานใส่ชุดยูนิฟอร์ม เขาไม่ปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งของสารวัตร ยิ้มพลางกล่าวว่า “สารวัตร ผมว่าคุณควรจะดูนี่ก่อน” พูดจบก็โยนเอกสารให้สารวัตรสาว

        ไช่เอี๋ยนไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น ถึงแม้ว่าตำแหน่งของเธอจะไม่เหมาะสมกับอายุเลยก็ตาม ดังนั้นเมื่อเธอเห็นลักษณะท่าทางที่สงบของหยางเฉิน เธอก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง พลางก้มอ่านเอกสารอย่างระมัดระวัง

        ใบหน้าที่งดงามของเธอซีดเผือด ขณะมองไปยังตำรวจเคราครึ้มด้วยสายตาเย็นเยียบ ขณะหันไปถามหยางเฉินว่า “นายชื่ออะไร?”

        “แซ่หยาง ชื่อเฉิน”

        “ฉันชื่อไช่เอี๋ยน เป็นสารวัตรในเขตนี้ ฉันขอโทษแทนผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากนายได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ในระหว่างสอบสวน เราจำเป็นต้องกักตัวนายไว้ก่อน นายมีสิทธิที่จะอยู่เงียบๆ และจ้างทนาย ถ้าไม่มีใครประกันตัวให้นาย ภายใน 48 ชั่วโมง เราจะปล่อยตัวนาย”

        ไช่เอี๋ยนไม่รอให้หยางเฉินตอบ เธอเรียกเจ้าหน้าที่คนอื่นมาลากนายตำรวจที่สลบออกไป ขณะมองหยางเฉินด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจากไปพร้อมประตูที่ปิดลง

        หยางเฉินยิ้มเล็กน้อยขณะคนอื่นจากไป เขายังคงอยู่ในห้องสอบสวน เรียกทนายหรือ? หาใครมาประกันตัว? เขาจะโทรหาใครและจะโทรได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ ดูเหมือนเขามีโอกาสพักผ่อนถึง 48 ชั่วโมง

        ข้างนอกห้องสอบสวน ไช่เอี๋ยนกำลังจ้องเฝิงเปียวที่กำลังเหงื่อแตกพลั่ก เธอขมวดคิ้วถามว่า

        “ฉันจะรายงานเรื่องทั้งหมดนี้ในรายงานประจำเดือน คุณเองก็เตรียมตัวไว้ละกัน!” ไช่เอี๋ยนไม่สนใจเฝิงเปียว เธอกลับไปที่ห้องทำงานของเธอ

        เธอแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย ตั้งแต่มาที่นี่เธอมีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ แต่เวลานี้เธอสังเกตเห็นความผิดปกติหลายอย่างในตัวหยางเฉิน เธอสัมผัสได้ถึงความลึกลับบางอย่างของเขา แต่เขาก็มีรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรดี แล้วอะไรกันแน่ที่ทำให้เธอรู้สึกกลัว?

        ไช่เอี๋ยนเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองและทะนงตัวมาก เธอมีความสุขที่สามารถควบคุมทุกอย่างด้วยมือตนเอง เช่นนั้นแล้วเธอจึงเริ่มศึกษาประวัติของหยางเฉินอย่างละเอียด

        ประวัติหยางเฉินถูกเจอในเวลาไม่นาน ข้อมูลของเขามีน้อยมาก ไช่เอี๋ยนพบว่าประวัติของหยางเฉินดูแปลกประหลาดในหลายๆ อย่าง…

        “พลัดพรากจากครอบครัวตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ถูกลักพาตัวโดยองค์กรค้ามนุษย์ข้ามชาติ… แล้วได้รับการเลี้ยงจากคู่สามีภรรยาที่อบอุ่น… จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่ออายุ 23 ปี และกลับประเทศบ้านเกิดในปีเดียวกัน…”

        ในส่วนท้ายของประวัติมีภาพหยางเฉินกับอาจารย์ใหญ่จากฮาร์วาร์ด ดรูว์ ฟรอสเตอร์ ท่ามกลางสัญลักษณ์สีแดงของมหาวิทยาลัย ใบหน้าของเขาเหมือนนักวิชาการ เขายิ้มอย่างสดใสคู่กับมิส ฟรอสเตอร์

        รูปภาพจากฐานข้อมูลของตำรวจไม่สามารถปลอมแปลงได้ แต่ไช่เอี๋ยนยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น ปริญญาโทจากฮาร์วาร์ดแต่มาเป็นคนขายแพะย่าง มิหนำซ้ำยังได้รับการเลี้ยงดูโดยสามีภรรยาที่แสนดี แต่เกิดอะไรขึ้นหลังจากถูกรับเลี้ยง เกิดอะไรขึ้นภายใน 10 ปีนั้น อยู่ๆ ทำไมข้อมูลจึงกระโดดไปตอนมหาวิทยาลัยได้ล่ะ?

        ไช่เอี๋ยนสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว ฐานข้อมูลของตำรวจไม่สามารถแก้ไขได้ ข้อมูลแต่ละคนต้องจัดการอย่างถูกต้องโดยผู้มีอำนาจ เห็นได้ว่าพื้นเพของหยางเฉินเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าขำขัน จะต้องมีสาเหตุแน่ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นกรมตำรวจคงไม่กล้าลงข้อมูลเช่นนี้?

        ไช่เอี๋ยนขบคิดสาเหตุได้สองข้อ ข้อแรกคือ หยางเฉินอาจเป็นสุดยอดสายลับ ซึ่งทำงานให้องค์กรรักษาความปลอดภัยระดับชาติ ข้อที่สองคือ ตัวตนของหยางเฉินนั้นต้องพิเศษมากๆ มากขนาดที่รัฐบาลไม่ต้องการให้ใครก็ตามรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเขา…

        ไช่เอี๋ยนประมวลความเป็นไปได้ของสมมติฐานแรก ถ้าหากเขาเป็นสายลับจริง ประวัติของเขานั้น ต้องไม่ซับซ้อนน่าสงสัยอย่างนี้ ดังนั้นข้อสองนั้นเป็นไปได้มากที่สุด ตัวตนของเขาอยู่ในประเภทที่สูงขึ้นไปอีกขั้น ดังนั้นข้อมูลบางส่วนจึงว่างเปล่า เพื่อปกปิดตัวตนของเขา

        ปฏิเสธไม่ได้ว่าไช่เอี๋ยน ไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เข้มงวด มันไม่ธรรมดาเช่นเดียวกับความงามของเธอ ความอยากรู้ของเธอนั้นเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด ในความคิดของไช่เอี๋ยนนั้นจู่ๆ หยางเฉินก็กลายเป็นโจรสลัด อาชญากรระดับโลก เจ้าพ่อค้ายา หรือนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือเธอสนใจในตัวหยางเฉินเข้าให้แล้ว!

        ขณะที่ไช่เอี๋ยนกำลังครุ่นคิดวิธีการหาข้อมูลของผู้ต้องสงสัยรายนี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา

        “เข้ามา”

นายตำรวจหนุ่มหน้าใสก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มกระชากใจสาว ในสถานีตำรวจแห่งนี้ สารวัตรสาวเปรียบดังนางฟ้าในหัวใจ เขากล่าวเสียงต่ำ “ทนายความจาง จากบริษัทกฎหมายเฉิงตงมีความประสงค์จะจ่ายเงินประกันตัวผู้ต้องหาหยางเฉินครับ”

 

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม