0 Views

        เมื่อตำรวจปรากฏตัวขึ้น เหล่าคนในละแวกนั้นต่างกระซิบกระซาบกัน บ้างว่าหยางเฉินเคราะห์ร้าย บ้างว่าเป็นการเข้าใจผิด

        “ครับ ผมเอง”

        หยางเฉินประมวลสถานการณ์ เขายังไม่ทราบถึงสาเหตุที่ตำรวจมาหา หรือว่ารัฐบาลจะสืบประวัติเขาแล้ว? ไม่น่าจะใช่ เพราะไม่งั้นตำรวจที่มาคงจะเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษเป็นอย่างน้อย ไม่ใช่ตำรวจยศต่ำต้อยสามคนนี้

        ตำรวจนายหนึ่งแสดงบัตรประจำตัวอย่างฉับไว พลางพูดด้วยเสียงเฉียบขาด “ผมเฝิงเปียว เป็นหัวหน้าตำรวจแห่งเขตตะวันตก เราได้รับแจ้งมาว่าคุณเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีพยายามฆ่าชายกลุ่มหนึ่ง ขอเชิญไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ!”

        เป็นเช่นนี้เอง… หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจ ดูเหมือนว่าเฉินเฟิง กลุ่มนักเลงนี้จะไปแจ้งตำรวจมาจับเขา ไม่บ่อยนักที่กลุ่มแก๊งอันธพาลจะไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ

        ลุงหลี่ที่ยืนอยู่ใกล้และอยู่ในเหตุการณ์รีบกล่าวกับตำรวจทันที

        “คุณตำรวจครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เป็นเฉินเฟิงต่างหากที่มาเก็บเงินค่าคุ้มครอง สิ่งที่หยางเฉินทำก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้น!”

        “จะถูกจะผิดนั้นเดี๋ยวทางเราจะสอบสวนให้ถี่ถ้วนเองครับ เท่าที่ผมเห็นนั้น คุณเฉินได้รับบาดเจ็บจนกระอักเลือดไหลเป็นทาง แต่ชายคนนี้กลับไม่มีแม้รอยขีดข่วนเลย” เฝิงเปียวบอกต่อลุงหลี่แล้วหันไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องเดินไปหาหยางเฉิน

        หยางเฉินไม่ได้ขัดขืน ยอมให้ใส่กุญแจมือแต่โดยดีพลางกล่าวต่อลุงหลี่ “ไม่ต้องกังวลหรอกลุงหลี่ ผมไม่ได้ทำผิดอะไร คืนนี้ผมคงไม่ได้กลับ ลุงช่วยดูแลรถเข็นให้ผมหน่อยนะ”

        “หยุดพูด! ไปได้แล้ว” เฝิงเปียวตะคอกใส่หยางเฉิน

        ลุงหลี่อยากพูดอะไรบางอย่างกับตำรวจ แต่เขาก็ถอนหายใจมองหยางเฉินถูกพาตัวไป

        หลังจากรถตำรวจเคลื่อนตัวออกไป กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า คนโดยรอบบริเวณนั้นต่างส่งเสียงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาต่างเหนื่อยหน่ายกับความจริงที่ว่าแก๊งอันธพาลกับตำรวจนั้นร่วมมือกัน แม้กระนั้นพวกเขาก็ไม่กล้าพูดต่อหน้าตำรวจ

        หลังจากถึงสถานีตำรวจ หยางเฉินถูกพาตัวเข้าห้องสอบสวนทันที เขากวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง หยางเฉินเคยมาสถานีตำรวจอยู่บ่อยครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มาให้ฐานะผู้ต้องหา

        ไม่นานนัก นายตำรวจเฝิงเปียวก็เรียกนายตำรวจอีกสองนายเข้ามาในห้อง หัวเราะเล็กน้อยกล่าวกับหยางเฉินว่า “ดูเหมือนแกยังไม่รู้สึกทุกข์ร้อน มาดูกัน ถ้าข้ากลับมาอีกที แกยังจะทำท่าทางแบบนี้อยู่หรือไม่” พูดจบก็ออกจากห้องไปพร้อมเสียงประตูดัง ปัง!

        หยางเฉินนั่งลงอย่างเงียบๆ เขารู้สึกสงบและผ่อนคลาย มองไปยังตำรวจสองนายที่สายตามองเขาเป็นแค่เหยื่อ

        ตำรวจเริ่มสอบปากคำทันที

        “ชื่อ?”

        “หยางเฉิน”

        “เพศ”

        “ชาย” หยางเฉินตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

        “อายุ”

        “24”

        “สถานที่เกิด”

        “จงไห่”

        หยางเฉินตอบคำถามโง่ๆ เหล่านั้นอย่างเบิกบาน ตรงข้ามกับนายตำรวจเริ่มจะหมดความอดทน พวกเขาได้รับมอบหมายให้สั่งสอนคนผู้นี้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่สะทกสะท้านอะไร

        ในที่สุดนายตำรวจผิวเข้มคนหนึ่งก็นึกอะไรบางอย่างออกก่อนจะถามว่า “วันนี้ที่ตลาดแกมีเรื่องกับชายหกคนใช่หรือไม่”

        “ผมไม่ได้หาเรื่องนะ พวกเขาจะมาเก็บค่าคุ้มครอง ผมจำเป็นต้องป้องกันตัว”

        “ข้าไม่สนว่าเขาจะมาทำอะไร แต่แกเริ่มก่อนใช่ไหม”

        “ใช่… แต่ผมคิดว่าผมไม่ผิด เลวร้ายที่สุดผมคงจะขึ้นศาลกับพวกเขา”

        “ขึ้นศาล?… แกเป็นแค่คนขายแพะเสียบไม้ย่าง” นายตำรวจหน้าดำพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก จากนั้นเขียนอะไรบางอย่าง ในกระดาษแล้วยื่นให้หยางเฉิน

        “เซ็นซะ ใบยอมรับความผิด และค่าชดใช้ต่อเหยื่อ”

        หยางเฉินกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว ในกระดาษมีค่าชดใช้มากพอที่จะทำให้เขานอนอยู่ในคุกไปครึ่งชีวิต หยางเฉินยิ้มบางพลางกล่าวว่า “คุณตำรวจ ผมว่ารายงานนี้ไม่ถูกต้องนะ ทำไมค่าชดใช้ถึงได้แพงนัก?”

        นายตำรวจหน้าดำทุบโต๊ะอย่างแรง “แกจะบอกว่าพวกข้าใส่ร้ายแกงั้นเรอะ คิดว่าแกกำลังนั่งอยู่ที่ไหน?”

        “ผมแค่พูดความจริง” หยางเฉินรู้อย่างแน่ชัดแล้วว่านายตำรวจพวกนี้ต้องการใส่ร้ายเขาอย่างชัดเจน เขาหรี่ตาลงด้วยสายตาดั่งเหยี่ยว

        เหล่าตำรวจรับรู้ในทันทีว่าหยางเฉินคงไม่ยอมเซ็นง่ายๆ แน่

        แต่เหล่าตำรวจผู้ชำนาญการในเรื่องนี้ต่างมีวิธีแก้ปัญหาเคสนี้ และมักจะสำเร็จทุกครั้งไป

        “ไอ้หนู แกรู้ผลของการขัดขืนการสอบสวนคดีหรือไม่”

        นายตำรวจเคราครึ้มเดินไปด้านหลังหยางเฉิน พร้อมดึงนิ้วให้เสียงดังกรอบแกรบอย่างเพลิดเพลิน

        หยางเฉินมองไปที่กล้องวงจรปิด แล้วตรวจดูจอมอนิเตอร์ภายในห้อง การต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในนี้ ดูเหมือนข่าวจะไม่รั่วไหลถึงหูประชาชนโดยง่าย

        ดูท่าว่าตำรวจเลวๆ เยี่ยงนี้จะมีอยู่ทั่วทุกแห่ง

        “ผมไม่รู้ผลลัพธ์อะไรนั่นหรอก แต่พวกคุณสองคนก็ไม่รู้ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเหมือนกันใช่ไหม”

        “แกรนหาที่ตายซะแล้ว!”

        เมื่อเห็นการกระทำของหยางเฉิน ตำรวจเคราครึ้มไม่รีรออีกต่อไป ยื่นมือไปคว้าคอเสื้อหยางเฉิน ส่วนมืออีกข้างเตรียมจะสั่งสอนเขา

        แต่ทันใดนั้นเอง ดูเหมือนว่าเขาจะชกพลาดไป ไม่ทันได้สังเกตหยางเฉินยืนขึ้นในทันทีขณะถูกจับคอเสื้ออยู่

        “นี่แก… จะทำอะไร”

        หยางเฉินยิ้มอย่างชั่วร้าย ง้างหมัดซัดนายตำรวจเคราครึ้มจูบพื้นทันที

        นายตำรวจหน้าดำลุกขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว “นี่แกกล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่เรอะ” เขาคว้าปืนจากเอวแล้วเล็งมาที่ หยางเฉินทันที

        ตั้งแต่แรกแล้ว หยางเฉินไม่ได้ละสายตาไปจากนายตำรวจหน้าดำสักนิด ด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด หยางเฉินได้ปรากฏตัวด้านหลังตำรวจหน้าดำ ยื่นมือไปจับแขนนายตำรวจอย่างนุ่มนวลดั่งคนรัก

        ทันใดนั้นแขนตำรวจนายนั้นสั่นไหวอย่างแรงเหมือนถูกช็อตด้วยไฟฟ้าแสนโวลต์ ปืน 54 มม. ร่วงหล่นพื้นทันที

        นายตำรวจหน้าดำไม่อาจตอบสนองใดๆ ได้อีก เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่คอก่อนสลบไป

        หยางเฉินกลับไปที่โต๊ะหยิบเอกสารขึ้นมาดู

        “นี่เป็นวิธีการของเจ้าพวกนี้สินะ ดูซิว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันถูกเผยแพร่ออกไป”

 

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม