0 Views

        “หยางเฉิน เงินของพวกข้าล่ะ พวกข้าต้องการเงินไปจ่ายค่าอาหารเช้าและเครื่องดื่มนะโว้ย” เฉินเฟิงหัวหน้านักเลงพูดขณะพันโซ่ไปรอบๆ หมัด

        ไม่รอช้าลุงหลี่เดินไปข้างหน้าหยางเฉินกล่าวว่า “เฉินเฟิง แกอย่ากดดันคนอื่นให้มากนักเลยน่า ถึงพ่อของแก หัวหน้าเฉินจะคุมพื้นที่นี้อยู่ แกมีสิทธิอะไรมาเก็บค่าคุ้มครอง อีกอย่างหัวหน้าเฉินเคยพูดว่า ถ้าไม่มาเปิดหน้าร้านที่นี่ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าใดๆ พวกแกคิดว่าพวกเราไม่รู้หรือไง”

        พ่อของเฉินเฟิง เฉินเต๋อไห่หนึ่งในผู้มีชื่อเสียงในโลกมืด ซึ่งปกครองในเขตตะวันตกแห่งนี้ เหตุนี้เองเฉินเฟิงจึงกล้าเก็บค่าคุ้มครองโดยไม่เกรงกลัว

        “ตาแก่หลี่ คิดว่าแกเป็นใคร คิดว่าข้าจะกลัวแกไปฟ้องพ่อข้าเหรอ เขาคือพ่อของข้า ไม่ใช่หลานแก แล้วข้าก็แค่เก็บเงินแทนพ่อ แกจะทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากใช่ไหม”

        “แก…” ในขณะที่เขาพูดจบ ลุงหลี่รู้ตัวว่าเกือบจะโกรธเฉินเต๋อไห่ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็เป็นพ่อลูกกัน และเขาก็แค่คนนอก แต่เขาไม่สามารถหันหลังกลับได้อีก ในขณะที่ลุงหลี่กำลังจะตอบโต้กลับไปนั้น หยางเฉินก็ดึงตัวลุงหลี่ไปข้างหลังของเขา

        หยางเฉินขมวดคิ้วพร้อมกุมขมับดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่หายปวดหัว เขาพูดอย่างเฉยเมยว่า “นายชื่อเฉินเฟิงใช่ไหม ฉันจะเรียกพี่เฉินล่ะกัน อย่าทำเรื่องเล็กนี้ให้เป็นเรี่องใหญ่เลย ฉันเป็นคนประเภทไม่ชอบสร้างปัญหาซะด้วย เอาล่ะตอนนี้ฉันยังไม่มีเงิน ฉันจะให้ในภายหลัง วันนี้กลับไปก่อนเถอะ”

        “ฮ่าๆๆๆ ” หนึ่งในลูกน้องหัวเราะขึ้น

        “ลูกพี่เฟิง ดูไอ้นี่สิ มันคิดว่าเป็นหัวหน้าพวกเราหรือไง ถึงสามารถบอกให้พวกเราไปได้”

        พวกที่เหลือหัวเราะลั่น “สั่งสอนมันเถอะลูกพี่”

        เฉินเฟิงเหมือนกำลังดูเรื่องโจ๊กที่สุดในโลก แต่พวกมันกำลังโกรธหยางเฉิน พวกมันยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

        “หยางเฉิน ไหนแกลองพูดอีกทีซิ แกอยากโดนตัดลิ้นมากนักใช่ไหมฮะ?”

        ดวงตาหยางเฉินเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด ขณะฟังเฉินเฟิงพูดจบ เขาเริ่มจะสูญเสียความเยือกเย็นพลางกล่าวขณะจ้องมองเฉินเฟิง

        “แกรู้หรือเปล่าคนประเภทไหนที่ฉันเกลียดที่สุด”

        “หาาา? แกพูดอะ…”

        ไม่ทันได้พูดจบ ร่างกายของเฉินเฟิงก็ลอยไปในอากาศ พร้อมความเจ็บปวดบริเวณท้อง กระเด็นไปตกที่กองขยะข้างถนน! เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบน้ำสกปรกและเศษอาหารเหม็นเน่า!

        “คนประเภทชอบข่มขู่ยังไงล่ะ”

        หยางเฉินแค่ปล่อยหมัดธรรมดาๆ ออกไป เขาดึงแขนกลับแล้วเดินไปยังที่ๆ เฉินเฟิงเคยยืนอยู่

        เฉินเฟิงโกรธที่โดนต่อย จมูกและปากของเขาเต็มไปด้วยเลือด พร้อมกลิ่นขยะ เขาแทบอ้วกออกมาด้วยความขยะแขยงทันทีจากเลือดที่ผสมกับน้ำขยะ

        “ไอ้สารเลว แกกล้าทำแบบนี้กับพี่เฟิง แกอยากตายใช่ไหม”

        “เฮ้ยพวก จัดการมัน”

        ลูกสมุนเห็นไม่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกพี่ตัวเอง รู้ตัวอีกทีลูกพี่ก็ลงไปกองคากองขยะ แต่พวกมันทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม มันรีบรวมกลุ่มรุมดั่งฝูงผึ้งพร้อมประเคนหมัดและเท้าใส่หยางเฉินทันที

        หยางเฉินไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป เขาไม่สนหมัดและเท้าที่พวกนั้นปล่อยออกมา  จากนั้นคว้าจับหนึ่งในพวกสมุนแล้วเหวี่ยงออกไปทันที

        พวกลูกสมุนรู้เพียงว่าแขนขาของพวกมันถูกแรงมหาศาลกระแทกใส่ จากนั้นร่างกายพวกมันก็ลอยคว้างไปกระแทกกับพื้นถนน พร้อมความเจ็บปวดถาโถม ก่อนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด

        เฉินเฟิงคลานออกมาจากกองขยะ เหลือบมองลูกน้องทั้งหลายที่หมดสภาพ ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นทหารเก่าที่พ่อของเขาเลือกสรรมา หนึ่งคนสามารถสู้สิบ แต่เมื่อเจอกับหยางเฉิน พวกมันเป็นได้แค่เพียงผักปลา อีกทั้งหยางเฉินดูจะผ่อนคลายขณะโยนพวกมัน แม้ว่าลูกน้องเหล่านี้จะไม่ได้เรียนศิลปะการต่อสู้มา แต่พวกมันก็ผ่านการวิวาทต่อยตีมาตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ ก่อนปลดออกมาจากการเกณฑ์ทหาร พวกมันไม่สมควรจะแพ้ง่ายดายถึงเพียงนี้

        “ไสหัวไปให้พ้น”

        เฉินเฟิงสายตาแดงก่ำและโกรธเป็นอย่างมาก มันพยายามข่มความโกรธอย่างหนัก แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าหยางเฉิน มันรู้สึกว่ากำลังพบเจอกับปีศาจ จากนั้นรีบสั่งลูกน้องให้หนีไปไวๆ

        เมื่อเห็นทักษะการต่อสู้ของหยางเฉิน ลุงหลี่และชาวบ้านต่างห้อมล้อมเขาและตะโกนด้วยความสะใจ ที่วันนี้หยางเฉินได้สอนบทเรียนสำคัญกับพวกนั้นซึ่งกดขี่มานาน แต่คนเหล่านี้ต่างพยายามไม่เข้าใกล้หยางเฉิน เพราะถ้าพ่อของเฉินเฟิงมาแก้แค้นเมื่อไหร่ พวกเขาจะติดร่างแหไปด้วย

        ลุงหลี่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

        “หยางน้อย ลุงไม่รู้ว่าเอ็งมีความสามารถขนาดนี้ นี่เอ็งฝึกวิชาการต่อสู้มาก่อนเหรอ”

        “ผมเรียนมานิดหน่อยน่ะลุง” หยางเฉินไม่อยากตอบอะไรมาก ถ้าเขาไม่ถูกเฉินเฟิงยั่วยุด้วยคำขู่ที่เขาเกลียดที่สุด เขาจะไม่ตอบโต้อะไรเลยแม้จะถูกซ้อมจนตาย หยางเฉินมีกฎของตัวเอง และสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือคำข่มขู่ เขาจะไม่ละเมิดกฎข้อนี้เด็ดขาด แม้ว่าเขาอยากจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สิ่งนี้เป็นความหมายของลูกผู้ชายสำหรับเขา

        ลุงหลี่ไม่ได้ถามต่อ และเห็นว่าหยางเฉินไม่พูดอะไรอีก จึงกังวลขึ้นมาทันทีว่า

        “หยางน้อย เฉินเฟิงต้องกลับไปฟ้องพ่อมันแน่ๆ ถ้าเฉินเต๋อไห่มาเราจะทำยังไงดี เขาเป็นคนสำคัญในพรรคซีเหมิง หนึ่งในสององค์กรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกแห่งนี้ ไม่มีใครกล้าที่จะแตะต้องพื้นที่นี้ได้เลย!”

        พรรคซีเหมิง…

        หยางเฉินยิ้มอย่างดูถูก และถามลุงหลี่ว่า “ลุงมีบุหรี่ไหม?”

        ลุงหลี่มองลักษณะไม่ยี่หระของหยางเฉิน แล้วเริ่มกังวลแทนเขา แต่หลังจากที่ฟังคำขอของหยางเฉิน เขาฝืนยิ้มกล่าวว่า “เด็กน้อยเอ้ย เอ็งบอกข้าว่าเลิกสูบแล้วนี่”

        “ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้วลุง หลังต่อสู้ผมไม่สูบไม่ได้หรอก”

        หยางเฉินถอนหายใจอย่างเงียบๆ เขาไม่คิดว่าเฉินเต๋อไห่จะมาจากกลุ่มซีเหมิง เขาไม่ได้อยากมีปัญหากับใคร กับเฉียงเวยเขาก็ไม่ได้ต้องการข้องเกี่ยวไปมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าไปอยู่ในวังวนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

        ลุงหลี่เอาบุหรี่ตรากล้วยไม้ออกจากกระเป๋า ยื่นให้หยางเฉิน พร้อมไฟแช็ก

        “เมื่อคนจนซื้อบุหรี่ เขาจะเลือกอันที่ถูกที่สุด ยี่ห้อนี้ค่อนข้างแรง เอ็งอย่าสูบมากนักล่ะ”

        หยางเฉินสูบควันเข้าปอดด้วยสีหน้าผ่อนคลาย

        “ไม่เลวเลย ผมชอบแบบแรงๆ”

        “คนหนุ่มสาวไม่ควรสูบเยอะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ” ลุงหลี่เตือนด้วยความหวังดี

        หลังจากเสร็จเรื่องทั้งหมด หยางเฉินกลับมาย่างแพะต่อ เขาจัดอาหารเช้าไว้หนึ่งชุด ถึงแม้ว่างานนี้มันค่อนข้างสกปรก แต่ความอร่อยนั้นเหมือนเป็นรางวัลชีวิตที่ทำให้เขามีความสุขกับการทำงาน

        ทันใดนั้น  รถตำรวจแล่นมาแต่ไกลสายตา นายตำรวจสามนายก้าวลงจากรถในชุดเครื่องแบบ เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหยางเฉินด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

        “คุณหยางเฉินใช่ไหมครับ”

 

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม