0 Views

        ขณะที่หยางเฉินเดินไปที่โต๊ะทำงานของเขานั้น เพื่อนร่วมงานต่างทักทายหยางเฉินกันทั่วหน้า

        “เฮ้ สุดหล่อ ฉันชื่อจ้าวหงเยี่ยน” สาวสวยในชุดสูทสีเบจกับดวงตานกฟีนิกซ์ เธอกล่าวอย่างอบอุ่นในขณะที่ผายมือแนะนำตัว

        “พี่หงเอี้ยน เพื่อนร่วมงานของเราเพิ่งเข้าทำงานวันแรก พี่ก็ทำให้เขากลัวซะแล้วหรือ” สาวสวยในชุดสีฟ้าหัวเราะคิกคัก เธอมีใบหน้ากลม และรูปร่างค่อนข้างอวบ

        “คุณชื่อหยางเฉินใช่ไหม ในแผนกประชาสัมพันธ์ของเรา สิ่งที่คุณต้องระวังมากที่สุด คือพี่หงเอี้ยน เธอกินผู้ชายไม่เหลือไว้แม้แต่กระดูกเชียวล่ะ”

        จ้าวหงเยี่ยนส่งเสียง ‘ฮึ่ม’ พร้อมกับยื่นมือไปหยิกเข้าที่ช่วงล่างอันโดนเด่นของสาวอวบ

        “จำไว้เลยจางไช่ เธอนอนไม่หลับแน่ถ้าไม่ได้นอนกับหนุ่มๆ”

        “ฮึ่ม ไม่เกี่ยวกันเลย พี่หงเอี้ยนดูสิ พี่หมิงอวี้ของพวกเรายังไม่ได้แต่งงาน เราไม่ควรจะแย่งเขามาจากเธอนะ”

        หยางเฉินมองตามสายตาของจางไช่ เธอเป็นสาวร่างสูงในชุดสีชมพู ผมสีม่วงปนกับสีอื่นหลากสียาวประบ่า เป็นสไตล์ของสาวออฟฟิศที่ฉูดฉาด

        หลิวหมิงอวี้ ยิ้มหวานกล่าวว่า “มองอะไรกัน ฉันแค่ทักทายต้อนรับสมาชิกใหม่ และฉันก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่ว่าด้วย” พูดจบเธอก็ยื่นมือออกมา

        “น้องเฉิน ไม่รังเกียจที่จะจับมือใช่ไหม”

        “โอ้ แน่นอนครับ” หยางเฉินไม่นึกว่าจะได้ใกล้ชิดกับสาวสวยพวกนี้ อย่างไรก็ตาม มันจะดีกว่าถ้าเขาได้หยิกก้นพวกเธอ เหมือนที่จ้าวหงเยี่ยนหยิกจางไช่

        ทันทีที่สัมผัสกับมือเรียวของหลิวหมิงอวี้ หยางเฉินรู้สึกเหมือนมีอะไรมาถูที่มือเบาๆ เขาเงยหน้ามองหลิวหมิงอวี้ทันที ตามคาดเธอขยิบตาทะลึ่งให้เขาไปหนึ่งที

        เพียงแค่สัมผัสแรกเริ่ม หยางเฉินก็ล่องลอยอยู่ในเมฆชั้นเก้า ไม่แปลกใจเลยที่ใครก็ใครต่างอยากเข้ามาทำงานที่นี่ คุณภาพโดยเฉลี่ยของหญิงสาวที่นี่สูงมาก และยังมีอีกอย่างที่สำคัญ คือพวกเธอเฟรนด์ลี่เอามากๆ อีกด้วย

        หลังจากได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากสามสาว สาวสวยคนอื่นๆ ต่างมาทำความรู้จักกับหยางเฉินกันถ้วนหน้า แน่นอนว่าพวกเธอไม่พลาดที่จะทำแบบเดียวกับหลิวหมิงอวี้

        สิบนาทีผ่านไป หยางเฉินพลันสังเกตเห็นผู้ชายคนอื่นในออฟฟิศ ชายผู้นี้มีรูปร่างเล็กผิวพรรณกระจ่างใส สวมเสื้อสีขาวเหมือนเด็กมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มดั่งเด็กวัยมัธยม และมีลักษณะท่าทางขี้อาย

        หยางเฉินสังเกตผู้ชายคนเดียวในแผนกไม่ได้มาทักทายเขา และยังทำท่าทางขี้อายใส่ หยางเฉินคิดอย่างสนุกว่าผู้ชายคนนี้รู้สึกว่าจะขี้อายกว่าหญิงสาวเสียอีก เขาเดินไปยื่นมือทักทาย กล่าวว่า

        “ผมหยางเฉิน ดูเหมือนคุณจะเป็นชายคนเดียวในนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

        ชายคนนั้นจับมือหยางเฉิน พร้อมด้วยด้วยใบหน้าแดงก่ำ เขาเงยหน้ากล่าวว่า

        “เอ่อ… ผม… ผมชื่อเฉินป๋อ ยินดี… ยินดีต้อนรับเข้าสู่แผนกของเราครับ”

        เฉินป๋อ? เคารพธงชาติในตอนเช้า ชื่ออะไรกันนี่ แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้ไม่ชอบชื่อนี้นะ (ชื่อเฉินป๋อพ้องเสียงกับ การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายในตอนเช้า)

        หยางเฉินหัวเราะกล่าวว่า “ชื่อของนายความหมายดีจริงๆ มันแมนมากๆ”

        เฉินป๋อได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าอย่างเอียงอาย กล่าวด้วยเสียงค่อยว่า “ขอบคุณครับ”

        เขาเป็นหนุ่มขี้อายอย่างแน่แท้ ชายผู้ซึ่งมีชื่อว่า ‘แข็งตัวในตอนเช้า’ เป็นหนุ่มขี้อายอย่างกับหญิงสาว

        หญิงสาวรอบๆ เริ่มเข้ามามุง และสาวอวบที่ชื่อว่า จางไช่ ยังคงหัวเราะคิกคัก กล่าวว่า

        “หยางเฉิน คุณอาจไม่รู้ว่าป๋อน้อยเป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยจงเป่ย ก่อนคุณมาเขาเป็นผู้ชายคนเดียวในแผนกเรา”

        “เมื่อพี่ชายหยางมา ทุกอย่างค่อยๆ เยี่ยมยอดขึ้นความสมดุลของหยินกับหยางก็ดีขึ้นมานิดนึง”

        หญิงสาวอายุน้อยที่สุดเริ่มต้นเรียกหยางเฉินว่าพี่ชาย

        หยางเฉินพูดคุยหยอกล้อหญิงสาวในแผนกอยู่สักพัก ก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน และเริ่มจัดระเบียบเอกสารต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้

        โต๊ะที่ใกล้กับหยางเฉินเป็นโต๊ะของจ้าวหงเยี่ยน นั่นทำให้เธอรู้สึกยินดีอย่างยิ่งก่อนถามว่า “สุดหล่อ มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ ถ้านายไม่เข้าใจตรงไหนถามฉันได้เลยนะคะ”

        หยางเฉินคิดสักครู่ก่อนถามว่า

        “ป๋อน้อยขี้อายอย่างนี้ เขาจะทำงานตำแหน่งพีอาร์ได้เหรอครับ ไม่ใช่ว่าพีอาร์ต้องพบปะผู้คนติดต่อกับลูกค้าหรือครับ อย่างนี้เขาจะกล้าพูดเหรอ?”

        จ้าวหงเยี่ยนไม่คิดว่าหยางเฉินจะถามแบบนี้ เธอกัดริมฝีปากก่อนกล่าวว่า “ป๋อน้อยเข้ามาทำงานทางประตูหลัง ทุกคนรู้ว่าเขาขี้อาย ก็เลยให้งานเสมียนเล็กๆ เราไม่อนุญาตให้เขาไปคุยกับลูกค้าหรอกค่ะ”

        หยางเฉินพยักหน้ารับ ทุกอย่างลงตัวแล้ว

        ทันใดนั้นหยางเฉินเหมือนคิดอะไรได้ เขาหัวเราะก่อนกล่าวว่า

        “ความจริงผมไม่ถนัดพูดซะด้วยสิ ผมไม่รู้วิธีการคุยกับลูกค้า ผมคิดว่าในอนาคตพวกพี่จะให้งานอื่นๆ กับผมอย่างเช่น เสิร์ฟกาแฟ ส่งข้าวส่งน้ำ ผมทำงานแบกหามได้ทุกอย่าง”

        จ้าวหงเยี่ยนฟังอย่างไม่เชื่อ ก่อนหัวเราะและกล่าวว่า

        “สุดหล่อ คุณนี่ตลกดีจัง ฉันได้ยินมาว่าคุณจบจากฮาร์วาร์ด แล้วคุณจะมาทำงานใช้แรงงาน อย่างชงกาแฟ เสิร์ฟน้ำได้ยังไงกัน”

        “ผมจริงจังนะครับพี่ เชื่อผมเหอะ” หยางเฉินกล่าวอย่างจริงจัง ทำไมไม่มีใครเชื่อเขาสักคน ทั้งที่เขาพูดความจริงแท้ๆ

        จ้าวหงเยี่ยนรู้สึกว่าหยางเฉินจะไม่ได้โกหก เธอยกมือโบกก่อนกล่าวว่า

        “โอเค โอเค ฉันเชื่อนายก็ได้ ความจริงนายก็อยู่ในช่วงทดลองงานอยู่แล้ว คงไม่มีงานอะไรให้ทำนัก ต่อไปนายมีหน้าที่ที่จะต้องซื้ออาหารเช้ามาให้ทุกคน ชงกาแฟ ยกของ เมื่อก่อนพวกเราต้องทำกันเอง แต่ตอนนี้นายต้องเป็นคนทำคนเดียว ว่าไง โอเคไหม?”

        “จริงหรือครับ?” หยางเฉินอุทานอย่างมีความสุข ซื้ออาหารเช้า ชงกาแฟ ยกของ งานพวกนี้เหมาะกับเขาอย่างแท้จริง

        เมื่อเห็นท่าทางดีใจของหยางเฉิน จ้าวหงเยี่ยนไม่รู้จักทำเช่นไรดี ความจริงเธอแค่จะล้อเล่นเท่านั้น ‘แปลกคนจริงเชียว’

        “ดีมาก ทุกคนครับ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะเป็นคนซื้ออาหารเช้ามาให้ทุกคนเอง ของอย่างเงินน่ะจ่ายทีหลังก็ได้” หยางเฉินประกาศออกไปเสร็จก็กลับมานั่งที่โต๊ะ โดยไม่เหลียวมองจ้าวหงเยี่ยนที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่

        ห้านาทีต่อไป จ้าวหงเยี่ยนกลับมาตรวจดูอีกครั้งว่าหยางเฉินกำลังทำอะไรอยู่ แล้วเธอต้องตกตะลึงไปในทันที

        เธอเห็นหยางเฉินทิ้งเอกสารทั้งหมดลงในกล่องใต้โต๊ะ เหลือไว้แต่เพียงคอมพิวเตอร์ โดยภาพหน้าจอของคอมเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคย นั่นคือโปเกม่อน!

        ผู้ชายคนนี้ เขาวางแผนจะเป็นซาโตชิอย่างนั้นหรือ ในวันแรกของการทำงานเขาก็เล่นเกมซะแล้ว จ้าวหงเยี่ยนรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

        ทันใดนั้นเอง หญิงสาวในชุดสีดำรัดรูป เดินมาพร้อมกับถุงน่องสมัยโบราณ มาที่โต๊ะของพีอาร์ เธอถามอย่างสงบว่า “วันนี้สมาชิกใหม่หยางเฉิน อยู่ที่นี่ไหม”

        หลังจากที่ทุกคนเห็นเธอ คนในแผนกต่างรู้สึกแปลกใจปนระทึก และต่างมองมายังหยางเฉิน

        เป็นความจริงที่ว่าเขายังเล่นไม่จบเกม สุดท้ายเขาจำต้องยกมือขึ้น กล่าวว่า “ผมเองครับ พี่สาวมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”

        พี่สาว? สมาชิกในแผนกต่างกำลังกลั้นหัวเราะอย่างยากลำบาก

        ดังคาด เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย หลังจากที่ถูกเรียกชื่อแบบนั้น เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

        “ฉันเป็นเลขาและผู้ช่วยของซีอีโอ ชื่อ อู๋เยวี่ย ซีอีโอต้องการให้คุณเข้าพบเดี๋ยวนี้”

        ซีอีโอ? วันแรกเลยงั้นหรือ ทำไมซีอีโอต้องการพบฉัน?

        หยางเฉินยืนขึ้น ไม่มีการถามคำถามใดๆ เขาตามเลขาออกออฟฟิศไป

        ขณะที่หยางเฉินออกไป พนักงานทุกคนในแผนกต่างรู้สึกตกใจระคนสงสัย

        ในห้องหัวหน้าแผนก โม่เชี่ยนนีเห็นหยางเฉินเดินออกไป เธอรู้สึกสับสนเล็กน้อยในหัวใจ

 

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์” : http://bit.ly/2zLBoE1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/879

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม