0 Views

อำนาจดาบ”

เมื่อผู้คนรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของอำนาจที่ปลดปล่อยจากร่างของหลินเฟิงแล้ว พวกเขาต่างก็ตกตะลึง เป็นดั่งข่าวลือที่ว่าหลินเฟิงรู้แจ้งในอำนาจดาบ

ทุกก้าวของหลินเฟิงทำให้อำนาจดาบยิ่งแข็งแกร่งขึ้น และบรรยากาศก็คละคลุ้งไปด้วยอำนาจดาบอันแรงกล้า ผู้คนทั้งสองฝั่งของหลินเฟิงต่างถอยร่นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อหลินเฟิงเข้าสู่เวทีประลอง ทันใดนั้นอำนาจดาบที่ทรงพลังและแหลมคมได้พุ่งไปยังเฮยม่อ

เมื่อหลินเฟิงโยนดาบขึ้นไปในอากาศ นั่นเป็นสัญญาณเริ่มต้นการต่อสู้

เฮยม่อลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นเขาก็ปลดปล่อยกลิ่นอายอันหนาวเหน็บ อำนาจดาบของหลินเฟิงนั่นไม่สามารถสั่นคลอนเขาได้แม้แต่น้อย

นัยน์ตาของเฮยม่อดั่งมีเปลวไฟลุกโชน เพื่อแก้ไขความผิดพลาดของเขา วันนี้เขาต้องทำให้หลินเฟิงหลั่งเลือดให้ได้

สายตาของผู้คนจับจ้องไปที่เวทีประลอง แม้หลินเฟิงจะมาช้าจนทำให้พวกเขาต้องรอหนึ่งวันเต็มๆ แต่เมื่อหลินเฟิงมาถึงพร้อมกับอำนาจที่เจิดจ้านั้น ก็ทำให้ความไม่พอใจของพวกเขาอันตรธานไปสิ้น และการต่อสู้ครั้งนี้ก็ทำให้การรอคอยหนึ่งวันเต็มๆ ของพวกเขาคุ้มค่ามาก

จองหองนัก” ขณะนั้นชายชุดม่วงที่อยู่บนอัฒจันทร์ได้กล่าวต่ออย่างเย็นชาว่า “หลินเฟิง เจ้าช่างจองหองเสียจริง ทำให้พวกข้าต้องรอมาหนึ่งวันเต็มๆ แล้วยังไม่มีคำอธิบายอีก”

มันเป็นเสียงที่ดังราวกับฟ้าผ่า และเสียงนี้ก็สั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาทของหลินเฟิง

หลินเฟิงโอดครวญเล็กน้อย ลมปราณอันเย็นเยียบที่อยู่รอบตัวพลันแตกกระจายจนเขาต้องถอยร่นไป 2-3 ก้าว เมื่อครู่เขาเพิ่งใช้กำลังทั้งหมดไป เพื่อต้านทานลมปราณกับเฮยม่อ จิตวิญญาณทั้งหมดของเขาจดจ่อไปที่ฝ่ายตรงข้าม ไม่คิดเลยว่าการกระทำของชายชุดม่วงจะเลวทรามเช่นนี้ ทั้งใช้ลมปราณกดดันและโจมตีด้วยเสียง ทำให้หลินเฟิงไม่สามารถป้องกันไว้ได้ทัน ส่งผลให้ลมปราณต้องดีดตัวกลับมา ในเวลาเดียวกันลมปราณของเฮยม่อก็โจมตีเขา เขาจึงได้รับบาดเจ็บ

ผู้คนต่างตกตะลึงขณะมองไปที่ชายชุดม่วง คนคนนี้ช่างเร้ายกาจยิ่งนัก คาดไม่ถึงว่าจะสร้างความประหลาดใจให้แก่หลินเฟิงได้

หลงติ่งขมวดคิ้ว นัยน์ตาฉายแววไม่พอใจชัดเจน

ในขณะนั้นดวงตาของหลินเฟิงหรี่ลงเล็กน้อย แล้วมองไปทางชายชุดม่วงและชายหนุ่มสองคนที่อยู่ข้างๆ เขาอย่างเยือกเย็น แล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าทั้งสองคนนั้นที่อยู่ข้างๆ ทำให้เจ้าต้องอับอายหรอกหรือถ้าต้องการแก้แค้นก็พูดตรงๆ ไม่ต้องหลบซ่อน เป็นถึงผู้อาวุโสแต่ใช้วิธีสกปรก ช่างไร้ยางอายเสียจริง ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงได้ไปนั่งตรงนั้น”

สิ้นสุดเสียงของหลินเฟิง พลันสายตาของผู้คนต่างเบิกกว้างด้วยความตกใจ เจ้าเด็กนี่… ช่างใจกล้ายิ่งนัก เป็นคำพูดที่ตรงและคมกริบ แม้จะเป็นคนของตระกูลอวี่ เขาก็ไม่หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย และยังดูหมิ่นอีกฝ่ายว่าเลวทรามต่ำช้าอีก

ม่านตาของชายชุดม่วงหดลงหลังจากหลินเฟิงได้ให้บทเรียนเล็กๆ น้อยๆ แก่เขา ตอนแรกเขาคิดว่าหากเขาทำเช่นนั้นแล้ว หลินเฟิงจะเจียมตัวจนไม่กล้าหยิ่งผยองใส่เขา แต่เห็นได้ชัดว่าเขาคิดผิด หลินเฟิงนั้นบ้ากว่าที่เขาคิดมาก

เมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ?” นัยน์ตาของชายชุดม่วงเปล่งประกายเย็นยะเยือกออกมา แม้จะเป็นหลงติ่งแห่งตระกูลอวี่ ศิษย์น้องก็ยังต้องหวาดกลัวเขา คาดไม่ถึงว่าหลินเฟิงจะกล้าดูหมิ่นและทำให้เขาต้องอับอายเช่นนี้?

เจ้าว่าข้าจองหองทำให้เจ้าต้องรอหนึ่งวันและให้คำอธิบายแก่เจ้า งั้นข้าขอถามเจ้าว่า ในเมื่อการต่อสู้ของข้าและเฮยม่อในวันนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่ชัด เมื่อข้ามาถึงตอนนี้ก็ไม่ถือว่ามาช้า อย่างน้อยก็ทำให้คนอย่างเจ้าต้องรอคอยไปหนึ่งวันเต็มๆ แล้วข้าได้เชิญเจ้ามาด้วยตั้งแต่เมื่อไร?” หลินเฟิงกล่าวอย่างเยือกเย็น “จะสู้หรือไม่มันเป็นสิทธิ์ของข้า จะดูหรือไม่ดูก็เป็นสิทธิ์ของเจ้า และเป็นตัวเจ้าเองที่มาอย่างสมัครใจ แล้วยังมาขอคำอธิบายจากข้า ซึ่งข้าจำเป็นต้องอธิบายด้วยเหรอแล้วข้ารู้จักเจ้าด้วยหรือถึงถามเช่นนี้?”

คำพูดคมคายของหลินเฟิงทำให้ชายชุดม่วงต้องแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น นอกจากนี้หลินเฟิงยังกล่าวไม่จบและยังคงกล่าวต่อ

เป็นแค่ผู้อาวุโสคนหนึ่งและยังนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ คาดไม่ถึงว่าจะลอบกัดข้า จริงๆ แล้วการกระทำของท่านก็นับว่าไร้ยางอายจริงมั้ย? ข้าไม่รู้หรอกว่าท่านอยู่ตระกูลไหน แต่จากการกระทำของท่านนั้น ก็ได้นำความอัปยศมาสู่ตระกูลของท่านเสียแล้ว หากข้าเป็นท่านล่ะก็… จะไม่มัวมานั่งฟังเช่นนี้เด็ดขาด”

เมื่อฝูงชนได้ยินคำพูดของหลินเฟิงแล้วต่างต้องตกตะลึง และมองไปทางชายชุดม่วงด้วยสายตาแปลกๆ ดูเหมือนว่าสิ่งที่หลินเฟิงได้พูดมานั้นไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอนไว้ และเขาก็ไม่ได้เชิญใครมา พวกเข้าล้วนสมัครใจมาดูกันเอง และที่ผู้อาวุโสของตระกูลอวี่ได้ดูหมิ่นหลินเฟิงเช่นนี้ ถือว่าไม่สมควรยิ่ง

อย่างไรก็ตามในใจของผู้คนต่างทราบในสิ่งที่เกิดขึ้นดี แต่ไม่มีใครกล้าเหมือนหลินเฟิงที่พูดออกมาตรงๆ เช่นนี้

สีหน้าของชายชุดม่วงดูบิดเบี้ยว ทันใดนั้นรองเจ้าสำนักหลงที่อยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้น “ฮ่าๆๆ เป็นวิธีที่ต่ำช้าจริงๆ สมเป็นปู่สามแห่งตระกูลอวี่”

ชายชุดม่วงต้องการสอนบทเรียนให้กับหลินเฟิง แต่คาดไม่ถึงว่าแค่ประโยคเดียวของหลินเฟิงจะทำให้เขาถึงกับต้องเสียหน้า

แคร้ก!”

มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงเก้าอี้หินของชายชุดม่วงที่นั่งอยู่ดีๆ ก็เกิดรอยร้าว

ชายชุดม่วงจ้องเขม็งไปที่หลินเฟิงอย่างอาฆาตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

น่าเกรงขามและแข็งแกร่ง ใช่แล้ว ข้าก็คือสายลมที่แข็งแกร่ง หลินเฟิง หากวันนี้เจ้าพ่ายแพ้ เฮยม่อก็จะสังหารเจ้า และถึงแม้เจ้าจะชนะ ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ วันนี้เจ้าก็ต้องตาย” ดวงตาของชายชุดม่วงส่องประกายอย่างน่าหวาดกลัว และมีแรงกดดันอัดแน่นอยู่ในน้ำเสียงนั้น ทำให้ผู้คนต่างต้องเบิกตากว้าง

ข้าคือสายลมอันแข็งแกร่ง ข้าจะทำอะไรก็ไม่มีใครสามารถขัดข้าได้ เจ้าหลินเฟิง แพ้คือต้องตาย ต่อให้ชนะก็ต้องตาย เจ้ากล้าที่จะดูหมิ่นข้าและทำให้ข้าต้องอับอายเช่นนี้ นี่แหละคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเจ้า’

อวี่โฉว ดูเหมือนท่านจะลืมไปแล้วว่าตระกูลอวี่ของท่านได้ทำอะไรไว้กับสำนักเทียนอี้ของข้า ที่แห่งนี้ท่านคิดอยากทำอะไรก็ทำได้อย่างนั้นหรือ” หลงติ่งกล่าวอย่างเย็นชา ก่อนหันไปทางหลินเฟิงและกล่าวว่า “หลินเฟิง การต่อสู้ระหว่างเจ้ากับเฮยม่อไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น หากอวี่โฉวกล้าแตะต้องเจ้า ข้าสาบานว่าข้าจะไม่ฆ่าอวี่โฉว แต่ข้าจะสังหารเหล่ารุ่นเยาว์ที่มากับเขา”

ว่าอะไรนะ?” สีหน้าของอวี่โฉวพลันเย็นยะเยือก เขาจ้องหลงติ่งเขม็งและกล่าวว่า “รองเจ้าสำนัก ท่านกำลังข่มขู่เหล่ารุ่นเยาว์แห่งตระกูลอวี่ของข้าหรือ?”

ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก”

เมื่อผู้คนได้ยินคำพูดของอวี่โฉวแล้วต่างต้องตกตะลึง เขาทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดได้อย่างไม่ละอายใจเช่นนี้

หลงติ่งเองก็ประหลาดใจเช่นกัน จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างเย้ยหยันแล้วกล่าวว่า “ก็ท่านต้องการจัดการศิษย์ของสำนักเทียนอี้ของข้า แล้วจะไม่ให้ข้าจัดการกับศิษย์ของเจ้าได้อย่างไรกันอวี่โฉว ท่านคิดอะไรอยู่กันแน่?”

หึ” อวี่โฉวกล่าวต่อ “ท่านไม่กลัวการแก้แค้นของตระกูลอวี่อย่างนั้นหรือ?”

ที่แห่งนี้คือสำนักเทียนอี้” หลงติ่งกล่าวด้วยเสียงเย็นชา

ที่นี่คือสำนักเทียนอี้แล้วยังไงกล้าดูหมิ่นตระกูลอวี่ แม้จะเป็นสำนักเทียนอี้ก็ต้องพังพินาศ” อวี่โฉวกล่าวอย่างเย็นยะเยือก ทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง เดิมทีพวกเขาแค่มาดูการต่อสู้ระหว่างหลินเฟิงกับเฮยม่อ แต่คิดไม่ถึงว่าทางด้านอวี่โฉวกับหลงติ่งกลับเริ่มมีความขัดแย้งเพราะหลินเฟิงเป็นต้นเหตุ สิ่งต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด

ผู้คนในบริเวณต่างตกอยู่ในความเงียบ สายตาจับจ้องไปที่หลงติ่ง คาดไม่ถึงว่าอวี่โฉวจะขู่ว่าจะทำลายสำนักเทียนอี้ ทำให้ผู้คนของสำนักเทียนอี้ต้องเงียบเสียงลงทันที

ตอนนี้ผู้คนต่างนิ่งเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรออกมา

ลุงอวี่ ความเกรี้ยวโกรธของท่านดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นนะ”

ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน จากนั้นมีร่างหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน บนใบหน้าคนผู้นี้มีรอยยิ้มอ่อนโยน ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเข้าถึงเขาได้ง่าย

เมื่อเห็นคนคนนี้แล้ว รูม่านตาของใครหลายๆ คนต่างต้องหดลง แม้จะเป็นอวี่โฉวยังต้องสั่นสะท้าน ดูเหมือนว่าตำแหน่งตรงกลางมันถูกสงวนไว้สำหรับเขาคนเดียวเท่านั้น

เมื่อหลินเฟิงเห็นชายหนุ่มแล้วก็ต้องประหลาดใจ เพราะชายหนุ่มผู้นี้เขาเคยเห็นที่ลานประลองเชลยในวันนั้นครั้งหนึ่ง และเขาก็ยังเป็นพยานในการต่อสู้ของเขาด้วย

อย่างที่คิดไว้ สถานะของชายผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ” หลินเฟิงสังเกตที่ว่างตรงนั้น โดยคาดไม่ถึงว่าจะเป็นที่นั่งของเขา มิหนำซ้ำสถานะของเขายังสูงกว่าอวี่โฉวแห่งตระกูลอวี่เสียอีก

สำหรับหลงติ่งแล้ว เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้นี้ รอยยิ้มจางๆ พลันปรากฏบนใบหน้า เขาลุกขึ้นยืนทันที

ฝ่าบาท”

หลงติ่งกล่าวอย่างสุภาพ

อวี่โฉวก็ลุกขึ้นยืนทั้งรอยยิ้มบนใบหน้าเช่นกัน แล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาทต้องล้อข้าเล่นแน่ๆ ข้าอวี่โฉวจะโกรธเกรี้ยวขนาดนั้นได้อย่างไร”

ฮ่าๆๆ ไม่เป็นเช่นนั้นก็ดี ลุงสาม รองเจ้าสำนักหลง โปรดนั่งเถิด ไม่ต้องเกรงใจไป”

ชายหนุ่มกล่าวพร้อมรอยยิ้มอันอ่อนโยน ชายหนุ่มไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย จากนั้นเขาก็นั่งลงที่ตำแหน่งของตัวเอง

ขณะนั้นฉู่จ่านเผิงที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนของลานศักดิ์แห่งเสวี่ยเยว่ ได้จ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มด้วยแววตาดุดัน

ชายหนุ่มหันไปมองฉู่จ่านเผิง เขาพยักหน้าทั้งรอยยิ้ม “คุณชายต้าเผิง เจอกันอีกแล้วนะ”

ขอคารวะฝ่าบาท” ฉู่จ่านเผิงพยักหน้ากลับ องค์ชายรองก็เป็นหนึ่งในแปดคุณชายแห่งเสวี่ยเยว่เช่นเดียวกับเขา นอกจากนี้ลำดับก็ยังสูงกว่าเขา


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า” : https://bit.ly/2ZGR4nh

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/1069

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)