0 Views

        ผู้ที่เคยเป็นศิษย์ของนิกายหยุนไห่ต่างลุกขึ้นและจ้องหลินเฟิงเขม็งราวกับอยากมองให้ชัดกว่านี้ หรือพูดให้ถูกก็คือพวกเขามองไปยังแหวนที่หลินเฟิงสวมอยู่

        ไม่นาน หลินเฟิงก็ชักมือกลับมาไพล่หลังแล้วพูดกับพวกเขาว่า “ผู้ที่ยินดีจะติดตามข้าจงยืนขึ้น”

        หัวใจของศิษย์จากนิกายหยุนไห่ต่างเต้นไม่เป็นจังหวะ ในดวงตาของพวกเขาปรากฏแสงแห่งความหวังขึ้นมา แหวนวงนั้นเป็นของท่านประมุข แสดงว่าหลินเฟิงกับพวกเขาล้วนเหมือนกัน เป็นศิษย์จากนิกายหยุนไห่เหมือนพวกเขา!

        “ข้ายินดีที่จะติดตามท่าน”

        ในตอนนั้นเองร่างหนึ่งลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหน้ากรง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

        “ข้าก็ยินดีที่จะติดตามท่านด้วยเช่นกัน”

        “ข้าด้วย”

        เหล่าทาสเริ่มแสดงตัวและลุกขึ้นยืนมากขึ้นเรื่อยๆ ฉากดังกล่าวสร้างความตกตะลึงให้กับพ่อค้าทาสเป็นอย่างมาก ดวงตาของเขาฉายแววงงงวยเล็กน้อย ทำไมทาสเหล่านี้ถึงยินดีติดตามหลินเฟิงไป? ไม่ใช่ว่าหลินเฟิงต้องการพาพวกมันไปตายหรอกหรือ?

        หรือว่าพวกมันไม่ชอบถูกขังรวม?

        ป้าเตาและอีเสวี่ยก็รู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า พวกเขามองไปที่หลินเฟิงด้วยสายตาสงสัย ทั้งที่หลินเฟิงก็พูดอย่างชัดเจนแล้วว่าจะใช้พวกเขาเป็นตัวเปิดทางเข้าป่า แล้วทำไมคนพวกนี้ถึงยินดีที่จะไป?

        ผ่านไปสักพักก็มีทาสผู้ฝึกยุทธ์มากกว่า 30 คนที่ยืนขึ้นและเดินมาด้านหน้ากรง ทำให้หลินเฟิงรู้สึกซาบซึ้งใจ ดูเหมือนจะมีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่นิกายหยุนไห่เป็นจำนวนไม่น้อย ถึงแม้พวกเขาจะไม่ถูกสังหาร แต่สุดท้ายก็ถูกบังคับให้กลายเป็นทาส บางคนต้องตายไประหว่างการต่อสู้บนลานประลองเชลย ส่วนบางคนก็ถูกประมูลขาย

        “ปล่อยพวกเขาออกมา ข้าต้องการทาสเหล่านี้”

        หลินเฟิงกล่าวอย่างเฉยชา ทำให้ดวงตาของพ่อค้าเปล่งประกายขึ้น เขารีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าในใจจะนึกสงสัยอยู่บ้าง ทว่าโอกาสขายทาสเป็นจำนวนมากขนาดนี้ใช่ว่าจะมีง่ายๆ เขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา

        “ท่านแน่ใจหรือว่าท่านต้องการให้ข้าปล่อยทาสเหล่านี้ออกมา?” ทันใดนั้นดวงตาพราวระยับของพ่อค้าทาสก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม้แต่อารมณ์ก็เปลี่ยนไป

        หลินเฟิงมองพ่อค้าทาสด้วยสายตาประหลาด แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้ พ่อค้าทาสอาจกังวลว่าหลินเฟิงแข็งแกร่งไม่พอที่จะควบคุมทาสเหล่านี้ อย่าลืมไปว่าพวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นทาสผู้ฝึกยุทธ์

        “ปล่อยออกมาเถอะ” หลินเฟิงพยักหน้า เขาเข้าใจความกังวลของพ่อค้าทาส แต่หลินเฟิงจำเป็นต้องกังวลว่าจะควบคุมพวกเขาไม่ได้ด้วยเหรอ?

        “หากท่านยืนยันเช่นนั้น ข้าก็จะปล่อยพวกมัน” พ่อค้าทาสคนนั้นกล่าวพลางพยักหน้า จากนั้นพ่อค้าทาสก็เดินไปยังประตูกรงเพื่อปลดล็อกโซ่ที่ล่ามไว้ และเปิดประตูกรง เขาหันไปพูดกับทาสเหล่านั้นว่า “ผู้ที่เต็มใจจะติดตามเขาจงก้าวออกมาทีละคน หากพวกเจ้ากล้าตุกติก โทษสถานเดียวคือตาย!”

        เมื่อพ่อค้าทาสกล่าวจบ เขาก็ปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมา ทำให้หลินเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย

        แข็งแกร่งมาก อย่างน้อยการบ่มเพาะของพ่อค้าทาสคนนี้ จะต้องอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 7

        ทาสเหล่านั้นต่างก้มหน้าลง ก่อนจะพากันเดินออกจากกรงทีละคน ขณะเดียวกันหัวใจของพวกเขาก็เต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น พวกเขาจ้องมองหลินเฟิงอย่างกระตือรือร้น ไม่ช้า… ทาสทั้ง 32 คนก็มายืนอยู่เบื้องหลังหลินเฟิง

        “ทั้งหมดเท่าไร?” หลินเฟิงถามเสียงเรียบ

        “ทาส 8 คนอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 1 จำนวน 9 คนอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 2 ทาส 7 คนอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 3 อีก 5 คนอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 4 ทาสจำนวน 3 คนอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 5 และอีก 1 คนอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 ทั้งหมดเป็นหินหยวนระดับกลาง 3,400 ก้อนขอรับ”

        พ่อค้ากล่าวหลังจากคำนวณอย่างถี่ถ้วน

        หลินเฟิงพยักหน้าก่อนจะแบมือออก ทันใดนั้นบนฝ่ามือก็ปรากฏแสงสว่างขึ้น หยวนชี่ฟ้าดินพลันหลั่งไหลมารวมกันบนฝ่ามือของเขาอย่างหนาแน่น ไม่ช้า… บนฝ่ามือของหลินเฟิงก็ปรากฏหินหยวนเป็นจำนวนมาก

         “แหวนมิติ!”

        พ่อค้าทาสพลันตกตะลึง คนคนนี้มีแหวนมิติ?! ดูเหมือนว่าตัวตนของคนคนนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว

        “ลองนับดู!”

         หลินเฟิงวางหินหยวนลงบนพื้นขณะที่กล่าวออกมา

        พ่อค้าทาสมองกองหินหยวนที่พื้นและยิ้มกว้าง “ไม่ต้องนับหรอก เชิญท่านพาทาสเหล่านี้กลับไปได้เลย”

        “อืม” หลินเฟิงพยักหน้าและหันกลับไปมองทุกคน ก่อนจะกล่าวว่า “ตามข้ามา”

        พูดจบหลินเฟิงก็เดินนำออกไป ทาสผู้ฝึกยุทธ์ทั้ง 32 คนก็เดินตามหลังหลินเฟิงไปเงียบๆ เป็นระเบียบจนน่าตกใจ

        เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในการซื้อขายทาส ช่างน่าประหลาดใจนัก คนเหล่านี้ดูเหมือนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของหลินเฟิงก็ไม่ปาน พวกเขาแต่ละคนต่างเดินตามหลินเฟิงอย่างเป็นระเบียบราวกับทหาร

        พ่อค้าทาสคนนั้นมองไล่หลังกลุ่มหลินเฟิงไปด้วยความประหลาดใจ แววตาของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา ก่อนจะตะโกนว่า “นายน้อยโปรดเดินทางดีๆ นะขอรับ!”

        การเดินไปบนถนนใหญ่พร้อมกับคนทั้ง 32 คนที่มีตราประทับอยู่บนใบหน้า จะไม่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้อย่างไร? ขนาดอยู่ในตลาดซื้อขายทาสยังเรียกความสนใจได้มากขนาดนี้ ถ้าหากออกไปข้างนอกก็ยิ่งกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนเป็นจำนวนมากทันที

        …

        ในคฤหาสน์ที่ไม่ไกลจากสำนักเทียนอี้ หลินเฟิง ป้าเตา อีเสวี่ยและทาสทั้ง 32 คนต่างเดินเข้ามาที่ลานกว้างในคฤหาสน์ ซึ่งมีภูเขาจำลองและศาลาตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังมีสะพานข้ามแม่น้ำเล็กๆ พาดเหนือสระน้ำขนาดกลาง มองเผินๆ ดูเหมือนทะเลสาบก็ไม่ปาน

        ที่นี่คือคฤหาสน์ที่หลินเฟิงเพิ่งซื้อมา เขาใช้หินหยวนระดับกลางถึง 500 ก้อนในการซื้อคฤหาสน์หลังนี้มา นับได้ว่าเป็นราคาที่สูงลิ่ว

        แต่หลินเฟิงจำเป็นต้องซื้อสถานที่แห่งนี้ เพราะมันใกล้กับสำนักเทียนอี้ที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าหลินเฟิงจะได้รับอภิสิทธิ์จากสำนักเทียนอี้ แต่เขาก็ไม่อยากให้ทุกคนล่วงรู้ทุกการเคลื่อนไหวของเขา นอกจากนี้หลินเฟิงไม่สามารถนำศิษย์จากนิกายหยุนไห่จำนวนมาก เข้าไปเรียนในสำนักเทียนอี้ได้ มันคงดูไม่ดีเท่าไร

        ทาสทุกคนที่มาจากนิกายหยุนไห่ล้วนจ้องไปที่หลินเฟิงอย่างตั้งตารอ พวกเขาต่างรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย และอยากรู้ว่าภายใต้หน้ากากสีเงินนั้นจะมีโฉมหน้าเป็นอย่างไร?

        คนที่มีแหวนของท่านประมุขได้ เป็นใครกัน?

        หลินเฟิงกวาดสายตามองพวกเขาด้วยแววตาสงบนิ่ง ก่อนเปิดปากพูดออกมาว่า “พวกเจ้าคงผ่านความลำบากมามากสินะ”

        กล่าวจบเขาก็ยกมือขึ้นถอดหน้ากาก ท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคน วินาทีที่หน้ากากถูกดึงออก หัวใจของพวกเขาแทบหยุดเต้น

        “อึก!”

        เมื่อได้เห็นโฉมหน้าของหลินเฟิง หัวใจของทุกคนพลันเต้นระรัวอย่างตกใจ ไม่มีใครในนิกายหยุนไห่ที่ไม่รู้จักอัจฉริยะฟ้าประทานอย่างหลินเฟิง!!!

        ในอดีต หลินเฟิงเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของนิกาย เขาสังหารศิษย์สายในของนิกายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถล้มเหวินเริ่นเหยียน ศิษย์สายในอันดับหนึ่งได้อย่างง่ายดาย

        หลินเฟิงเป็นคนเดียวที่กล้าทวงถามถึงการลงโทษผู้อาวุโสจากท่านประมุข

        ในตอนนั้นทุกคนต่างก็คิดว่าหลินเฟิงคือความหวังของนิกาย และสักวันหนึ่งหลินเฟิงจะนำพานิกายกลับไปสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง

        แต่ยังไม่ทันได้จะเริ่ม นิกายก็ล่มสลายลงไปเสียก่อน

        และในวันนี้พวกเขาก็ได้เห็นหลินเฟิงด้วยตาของตัวเองอีกครั้ง ศิษย์อัจฉริยะของนิกายหยุนไห่ในวันวาน ผู้ซึ่งยึดมั่นในแนวทางของตัวเองและปฏิเสธคำชวนของต้วนเทียนหลางโดยไม่ลังเล ทันใดนั้นหัวใจของพวกเขาก็พลันสั่นไหวขึ้นมา

        หลินเฟิงยังมีชีวิตอยู่จริงๆ!

        นอกจากนี้หลินเฟิงยังช่วยพวกเขาออกมาจากตลาดค้าทาส ทำให้พวกเขาไม่ต้องถูกปฏิบัติเหมือนทาส และไม่ต้องทนกับความอัปยศอีกต่อไป

        “ไม่จำเป็นต้องมองข้าแบบนั้นและไม่ต้องดีใจเกินไปด้วย อย่าลืมสิว่าบนใบหน้าของพวกเจ้ายังมีตราประทับทาสอยู่ และในใจของพวกเจ้าก็ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกอัปยศที่ไม่สิ้นสุด” เมื่อหลินเฟิงเห็นสายตายินดีของพวกเขาก็พ่นวาจาดับอารมณ์อย่างเย็นชา และวาจาที่โหดร้ายนั่นก็ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ ใช่แล้ว บนใบหน้าของพวกเขายังคงมีตราประทับทาส ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้นจากตราประทับนี้ได้ พวกเขายังคงมีสถานะเป็นทาสเช่นนั้น

        “พวกเจ้าลืมไปแล้วหรือว่านิกายของพวกเราถูกทำลายยังไง? พวกเจ้ายังจดจำใบหน้าของคนที่ยัดเยียดตราประทับเหล่านี้ไว้บนหน้าของพวกเจ้าได้หรือไม่?” หลินเฟิงกล่าวออกมาช้าๆ ทำให้ในใจของทุกคนเกิดความเคียดแค้นขึ้น ต้วนเทียนหลาง… เป็นมัน!!! มันทำลายนิกายของพวกเขาและเป็นคนที่ทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นทาส

        “เพราะนิกายหยุนไห่ไร้พลังถึงได้ถูกทำลายลง ก็เหมือนกับพวกเจ้าเพราะพวกเจ้าอ่อนแอ ดังนั้นพวกเขาถึงสามารถประทับตราทาสไว้ที่หน้าของพวกเจ้าได้ ข่มเหงรังแกหรือแม้แต่ปฏิบัติต่อพวกเจ้าราวกับไม่ใช่คน!” หลินเฟิงพูดเสียงเข้มขึ้นมา “หากในอนาคตพวกเจ้ายังอ่อนแอเช่นนี้ สุดท้ายก็ไม่อาจหลุดพ้นจากชะตากรรมที่น่าอดสูไปได้ พวกเจ้าจะยังคงเป็นทาส และสักวันหนึ่งพวกเจ้าอาจถูกคนที่แข็งแกร่งกว่าจับพวกเจ้านำไปขายเป็นทาสเช่นเดิม และท้ายที่สุดก็ถูกปฏิบัติเหมือนสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง!!”

        แม้คำพูดของหลินเฟิงจะโหดร้ายไปบ้าง แต่ทุกประโยคก็ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นเร็วขึ้น หากพวกเขาไม่แข็งแกร่งขึ้นก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้

        “หากไม่อยากถูกรังแก ถูกปฏิบัติเหมือนทาส ถูกผู้อื่นรังแกและอยากหลุดพ้นจากความเจ็บปวด ความอัปยศ… หากอยากเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเอง ก็มีแค่ทางเดียวเท่านั้น” หลินเฟิงหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะกวาดสายตามองทุกคน “พวกเจ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น! แข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ! เฉพาะผู้ที่มีพลังเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเองได้!”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า” : https://bit.ly/2ZGR4nh

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/1069

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)