0 Views

        “นั่นเขา”

        หัวใจของชายชุดเทาเต้นไม่เป็นจังหวะ ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองลืมเรื่องอะไรไป เป้าหมายในครั้งนี้ของเขาก็คือหลินเฟิง ชายหนุ่มที่ดูเป็นมิตรและหล่อเหลาที่เพิ่งเดินเฉียดผ่านเขาไป

        ทันใดนั้นเจตจำนงแห่งมีดก็พลันกระจายไปทั่วบรรยากาศอีกครั้ง พลังที่น่ากลัวนี้ราวกับว่าสามารถฉีกกระชากห้วงอากาศได้ง่ายดาย ชายในเสื้อคลุมสีเทาลอยอยู่กลางอากาศ เขารู้สึกลังเลเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งที่น่ากลัวของป้าเตา หรือชายหนุ่มซึ่งมีสายตาที่ปราศจากความรู้สึก ทั้งคู่ล้วนเป็นตัวอันตรายทั้งสิ้น

        ในที่สุดชายชุดเทาก็ตัดสินใจลงมือ ป้าเตาทะลวงสู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 เป็นบุคคลที่เขาหวาดกลัวที่สุด มันคงอันตรายเกินไปถ้าหากถูกลอบทำร้ายโดยเขา คนที่สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 ได้ถึง 81 คน และเคยเป็นทาสในลานประลองเชลย ซึ่งมีชีวิตอยู่ด้วยการต่อสู้ คนคนนี้ไม่อาจดูเบาได้เลย!

        “ย๊าก!!!”

        ร่างกายของชายชุดเทาสั่นสะท้านเล็กน้อย ขณะที่พุ่งลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว เสื้อคลุมของเขาโบกสะบัดในอากาศอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันเขาก็ปลดปล่อยจิตสังหารอันบ้าคลั่งออกมา

        ฝ่ามือที่ทรงพลังได้ทะลวงผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝ่าอากาศแหลมคมดังขึ้นมาและพุ่งไปยังป้าเตา

        “ตูม ตูม ตูม!”

        ราวกับนกรู้ ป้าเตาได้ปลดปล่อยเจตจำนงแห่งมีดของตัวเองออกมาต้านรับการโจมตีนั่น ภัตตาคารพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กระแสลมในอากาศพลันบ้าคลั่งขึ้นมา เจตจำนงแห่งมีดได้ทำลายสิ่งของภายในร้านจนแตกกระจาย ผู้คนพากันกรีดร้องและทยอยออกจากร้านอย่างเร่งรีบ โต๊ะและเก้าอี้ที่พวกเขานั่งล้วนแตกเป็นเสี่ยงๆ เห็นได้ชัดว่าเจตจำนงแห่งมีดแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

        ภายใต้การโจมตีที่รุนแรง ชายชุดเทาก็กระโดดลงมาถึงพื้น แล้วกวาดสายตามองหลินเฟิง ก่อนจะเห็นว่าหลินเฟิงกำลังตรงมาที่เขาด้วยเช่นกัน แววตาที่เย็นชาไร้อารมณ์จ้องมาที่เขาอย่างสงบนิ่ง

        “หมัดทลายภูผา!”

        ชายชุดเทาคำรามเสียงดังออกมา เขาโจมตีไปที่หลินเฟิงด้วยพลังที่เหลืออยู่

        ทันใดนั้นเอง แววตาของเขาก็ปรากฏร่องรอยความประหลาดใจขึ้นมา

        “สวบ!”

        เสียงบางอย่างตัดผ่านอากาศดังขึ้น ทันใดนั้นชายชุดเทาก็พลันตัวแข็งทื่อ แม้ในใจอยากจะขยับตัวหนีแต่กลับทำไม่ได้ แขนที่ปล่อยหมัดออกไปถูกหลินเฟิงจับไว้แน่น ขณะเดียวกันมืออีกข้างหนึ่งของหลินเฟิงก็ถือกริชแทงเข้าไปในคอของชายชุดเทาจนมิดด้าม

        ชายชุดเทามองไปด้านหน้าอย่างงุนงง ในอากาศยังคงเหลือเงาที่ตกค้างจากการเคลื่อนไหวของหลินเฟิงอยู่ การโจมตีนี้รวดเร็วเกินไป ทำไมถึงเร็วขนาดนี้?! นอกจากนี้หลินเฟิงสามารถหลบการโจมตีของเขาได้อย่างไร?

        “ชาติหน้า ขอให้เจ้าติดตามนายที่ดีกว่านี้ก็แล้วกัน”

        หลินเฟิงกล่าวอย่างเย็นชาและดึงกริชออกมาจากลำคอของชายคนนั้น เลือดพลันทะลักออกจากลำคอของชายชุดเทากระจายไปทั่วพื้น ร่างของเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะล้มลงไปที่พื้น ดวงตาเบิกโพลงคู่นั้นไร้ซึ่งแสงแห่งชีวิต

        หลินเฟิงเช็ดเลือดที่กริชก่อนเก็บกลับไปเหมือนเดิม ดวงตาของเขาค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ แต่สีหน้ายังคงเย็นชาขณะมองไปที่ศพบนพื้น

        ชายคนนี้คือผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 7 เขาแข็งแกร่งมาก ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ทุ่มพลังโจมตีไปที่ป้าเตาจนเหลือพลังไม่มาก มันคงเป็นไปไม่ได้ที่หลินเฟิงจะเอาชนะเขาได้ง่ายดาย

        ตอนนี้เองป้าเตาและอีเสวี่ยก็เดินลงมาจากบันได พวกเขาจ้องมองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของหลินเฟิงด้วยความรู้สึกบางอย่าง

        เป็นอัจฉริยะที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้ หลินเฟิงมีอายุประมาณ 17 ปีเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับทรงพลังมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถสังหารคนที่อยู่ในระดับเหนือกว่าตัวเองได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!

        ป้าเตารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของเขามาจากอะไร ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเลือดและการต่อสู้ มันทำให้เขาต้องดิ้นรนและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเป็นป้าเตาในวันนี้ แต่หลินเฟิงไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือพื้นฐานล้วนแข็งแกร่งมาก มิหนำซ้ำพลังโจมตียังทรงพลังมากอีกด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสังหารชายชุดเทาในครั้งเดียวได้

        ดวงตาของอีเสวี่ยเป็นประกาย ก่อนหน้านี้นางคิดว่าหลินเฟิงอ่อนแอ เพราะการบ่มเพาะของเขานั้นอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 5 แต่ในตอนนี้นางได้เปลี่ยนความคิดไปแล้ว นางคิดไม่ถึงเลยว่าภายใต้หน้าการสีเงินที่ดูเย็นชา จะเป็นใบหน้าหล่อเหลาและอ่อนเยาว์จนทำให้นางไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าของเขาได้

        “ไปกันเถอะ”

        หลินเฟิงกล่าวและเดินออกจากภัตตาคาร

        ป้าเตาและอีเสวี่ยเดินตามหลินเฟิงไปอย่างใกล้ชิด และทิ้งซากศพของชายชุดเทาไว้ด้านหลังท่ามกลางสายตาฝูงชน

        ไม่ช้า ข่าวของผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 7 คนหนึ่งถูกสังหารโดยผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณที่ต่ำกว่า 2 คน ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว

        ไม่ว่าจะเป็นทาสที่มีคำว่า ‘ป้า’ ประทับบนใบหน้า หรือชายหนุ่มผู้เยาว์วัยหน้าตาหล่อเหลา พวกเขาทั้งคู่ล้วนทิ้งความประทับใจให้แก่ทุกคน

        ไม่นานก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาในภัตตาคารท่ามกลางสายตาแปลกใจของฝูงชน

        ร่างเงานั้นปรากฏตัวขึ้นมาเงียบๆ ราวกับภูตผี เพียงพริบตาเดียวเขาก็มาอยู่ที่ด้านหน้าของพวกเขาแล้ว

        “เขาตายแล้ว!”

        ร่างเงานั้นจ้องเขม็งไปที่ศพบนพื้นด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนสะบัดมือเล็กน้อยจากนั้นก็มีลมปราณรุนแรงทะลักออกมาจากมือนั่นเข้าห่อหุ้มศพ เกิดแสงสีขาวสว่างจ้าอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานศพก็สลายไป

        ผู้คนพากันตื่นตระหนก ในดวงตาของพวกเขาปรากฏร่องรอยของความหวาดกลัวและความเคารพขึ้นมา

        “ขอบเขตลี้ลับ!”

        ร่างเงานี้คือผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตลี้ลับ และดูเหมือนว่าเขากำลังติดตามคนกลุ่มเมื่อครู่อยู่

        ร่างเงานั้นหายไปจากสายตาของผู้คนและไปปรากฏตัวอยู่นอกร้าน เงานั่นกำลังจ้องมองไปยังเส้นทางสายหนึ่ง ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายในพริบตาตามไป

        แต่ทันใดนั้น ร่างเงานั่นก็ต้องแปลกใจและหยุดการเคลื่อนไหว

        เพราะในตอนนี้ได้มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาขวางทางของเขาไว้

        ผิวพรรณของคนผู้นั้นขาวราวกับเทพเซียน

        คนผู้นั้นคือหญิงสาว แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลังแต่ก็ทำให้ผู้คนบ้าคลั่งได้ นางยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับภูเขาน้ำแข็งที่มั่นคง

        “ยอดฝีมือ!”

        ร่างเงานั่นสามารถตรวจสอบได้ว่าหญิงสาวที่ดูบริสุทธิ์และสูงส่งคนนี้ เป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตลี้ลับ นางคือตัวอันตรายอย่างแท้จริง

        “หยุดตามพวกเขาซะ!”

        เงาร่างที่ดูบริสุทธิ์ปราศจากมลทินของหญิงสาวหันกลับมาจ้องมองเขา ใบหน้าของนางถูกปกปิดด้วยผ้าคลุม แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็สามารถเดาได้ว่านางคือสาวงามคนหนึ่ง

        แม้ว่าจะเห็นสาวงามยืนขวางหน้า แต่ร่างเงานั่นก็ไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกแต่อย่างใด

        ทันใดนั้นร่างที่งดงามของหญิงสาวค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาร่างเงาอย่างเชื่องช้า

        อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ ตามจังหวะการก้าวเดินของร่างเงานั้น ฉับพลันในอากาศก็ปรากฏเกล็ดหิมะขึ้นมา ขณะเดียวกันบริเวณรอบๆ เริ่มถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง อากาศในตอนนี้หนาวสั่นจนน่ากลัว แม้แต่ฝูงชนที่อยู่ห่างออกไปยังเผยสีหน้าหวาดหวั่น

        ดวงตาของร่างเงาฉายแววตกตะลึงเล็กน้อย ร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนลูกศรสีดำที่กำลังพุ่งเข้ามา ลมปราณที่ทรงพลังพลันปกคลุมไปทั่วกำปั้น

        “หัวใจน้ำแข็ง!”

        หญิงสาวกล่าวเบาๆ ทันทีที่สิ้นเสียงอันเย็นชา เงานั่นก็พลันสั่นสะท้านตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างกายของเขาเริ่มถูกน้ำแข็งเกาะกุม หัวใจเขารู้สึกหนักอึ้งและเหน็บหนาวขึ้นมาราวกับถูกแช่แข็ง

        ลมปราณอันเย็นเยือกถูกปลดปล่อยออกมา ร่างเงานั่นพยายามอดทนต่อความเหน็บหนาวที่ไม่รู้จบ เขาปล่อยหมัดออกไป ก่อนที่ระลอกพลังที่ถูกปล่อยออกมาจะกลายเป็นน้ำแข็งสีขาวกลางอากาศ

         “กึก กึก!”

        ชั้นน้ำแข็งในอากาศเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าชั้นบรรยากาศได้ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง พลังโจมตีของร่างเงานั้นถูกผนึกอย่างสมบูรณ์

        แต่การแช่แข็งยังไม่สิ้นสุด มันยังคงลุกลามไปทั่วราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง

        “น้ำแข็งนิรันดร์”

        หญิงสาวกล่าวอย่างเย็นชา ทำให้ชั้นบรรยากาศและบริเวนรอบๆ ถูกแช่แข็งทันที

        ร่างเงานั้นรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่จู่โจมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขารีบฟาดฝ่ามืออย่างบ้าคลั่ง เจินหยวนที่ทรงพลังเริ่มหลั่งไหลออกมาจากร่างกาย ท่ามกลางการแช่แข็งที่หนาวเหน็บแบบนี้ ทุกสิ่งที่ทำได้กลายเป็นความว่างเปล่า น้ำแข็งยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดมันก็ได้แช่แข็งร่างกายและหัวใจของเขาอย่างสมบูรณ์

        ในที่สุดเงาร่างนั้นก็หยุดดิ้นรน ฝูงชนที่อยู่ไกลออกไปต่างพากันสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหวาดหวั่น หัวใจของพวกเขาเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง

        นี่มันอะไรกัน?

        ก้อนน้ำแข็งนั่นใหญ่มาก มันมีขนาดเท่ากับห้องห้องหนึ่ง ภายในก้อนน้ำแข็งนั้นมีร่างของคนคนหนึ่งถูกแช่แข็งไว้

        ผ่านไปสักพักใหญ่ ก้อนน้ำแข็งก้อนนั้นก็แตกกระจายออกมา กลายเป็นก้อนน้ำแข็งเล็กๆ ทั่วพื้น

        ท่ามกลางเศษน้ำแข็ง ร่างของคนคนหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น ชีวิตของเขาต้องมาจบสิ้นด้วยการถูกแช่แข็ง

        ร่างเงานั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้แข็งแกร่งในขอบเขตลี้ลับ แต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ซากศพที่ถูกแช่แข็งไว้เท่านั้น!


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า” : https://bit.ly/2ZGR4nh

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/1069

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)