0 Views

หลินเฟิงไม่ได้ให้ความสนใจต่อการแสดงออกของชายหนุ่มชุดดำ จากนั้นเขาก็ใส่หินหยวนระดับกลาง ก้อนลงไป

ทันใดนั้นหยวนชี่ที่หนาแน่นและบริสุทธิ์ก็เริ่มไหลออกไปจากห้องฝึก ประตูห้องเต็มไปด้วยแสงสว่างจากหยวนชี่ ราวกับมีหิ่งห้อยจำนวนมากบินมารวมตัวกันที่ประตู แสงสว่างค่อยๆ เจิดจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับห้องฝึกของคนอื่นๆ

ชายหนุ่มในชุดดำดวงตาฉายแววแหลมคมออกมา เขาจ้องเขม็งไปที่ห้องฝึกนั่น ขณะเดินเข้าไป

หลินเฟิงมีสหายอยู่ที่นี่ตั้งมากมาย ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวว่าหลินเฟิงจะหนีไป

ห้องฝึกเหมาะสำหรับการบ่มเพาะเพียงคนเดียว ถ้ามีคนเยอะเกินไป มันก็จะเป็นการรบกวนการบ่มเพาะซึ่งกันและกัน

หยวนซานเดินไปขวางทางชายหนุ่มชุดดำไว้ สายตาของคนคนนี้ดูไม่บริสุทธิ์ใจเท่าไร ถ้าอีกฝ่ายพยายามแย่งชิงห้องฝึกของหลินเฟิง หยวนซานคงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องโจมตีเขา

หินหยวนระดับกลาง ก้อนเป็นสมบัติที่มีค่ามากเกินไป!

ตูม!!! ตูม ตูม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นมา ทันใดนั้นประตูห้องฝึกก็เปิดออกพร้อมกับแสงสว่างเจิดจ้า

ชายหนุ่มชุดดำวิ่งตรงไปยังห้องฝึกนั่น ก่อนจะสะบัดมือไปทางหยวนซานที่ขวางทางเขา และกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ไสหัวไป!

ทันใดนั้นหยวนซานก็รู้สึกหายใจไม่ออก ทำให้สีหน้าของหยวนซานเปลี่ยนไป ที่แท้ชายคนนี้ก็อยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 3!!!

หยวนซานรู้ดีว่าเขาไม่สามารถต้านทานฝ่ามือนี้ได้

ถอยไป!

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงเย็นชาลอยออกมา ฉับพลันอุณหภูมิด้านนอกก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

อากาศที่เย็นยะเยือกทำให้หยวนซานหนาวสั่นไปทั่วทั้งร่าง นี่มันหนาวเกินไปแล้ว! ราวกับว่ากำลังถูกแช่แข็งอยู่ก็ไม่ปาน

ตึง!

ทันใดนั้นเสียงปะทะกันก็ดังขึ้นมา หยวนซานเห็นร่างของชายชุดดำถอยร่นกลับไป พร้อมกับเงาที่ทะยานเข้ามายืนอยู่ด้านหน้าของเขา เงานั่นก็คือหลินเฟิง!

หลินเฟิง ช่างทรงพลังยิ่งนัก!

ม่านตาของหยวนซานเบิกกว้าง ในใจก็พลันตื่นตระหนกขึ้นมา เขาคิดไม่ถึงเลยว่า พลังหมัดของหลินเฟิงจะทำให้ชายหนุ่มชุดดำต้องถอยร่นกลับไป ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลินเฟิงถึงไม่สนใจอีกฝ่าย แม้ว่าอีกฝ่ายคิดจะก่อเรื่องเพื่อรบกวนการบ่มเพาะของเขา ที่แท้หลินเฟิงก็แข็งแกร่งขนาดนี้นี่เอง!!!

ดวงตาของชายชุดดำก็เบิกกว้างเช่นกัน เขามองฝ่ามือที่ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ ด้วยความตกตะลึง ความเย็นยะเยือกทำให้ฝ่ามือของเขาสั่นระริกขึ้นมา

เขาสะบัดแขนเล็กน้อยทำให้น้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่บนฝ่ามือของตัวเองพลันแตกกระจาย ขณะเดียวกันดวงตาของเขาก็จ้องเขม็งไปที่หลินเฟิง

คนคนนี้กำจัดไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด มิหนำซ้ำมันยังอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ เช่นเดียวกับเขา!

ตอนนี้ไสหัวไปได้แล้ว!

หลินเฟิงตวาดออกมาอย่างก้าวร้าว บนโลกที่ผู้แข็งแกร่งได้รับความเคารพนั้น หากเจ้าไม่แสดงพลังที่แข็งแกร่งออกมา ก็จะถูกคนอื่นคุกคามและแย่งชิงห้องฝึกของตัวเองไป

สีหน้าของชายชุดดำดูเย็นชา ถึงแม้ว่าหลินเฟิงจะอยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะไล่เขาไปได้!!!

ทันใดนั้นด้านหลังของเขาก็ปรากฏเปลวเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจก็คือ เปลวเพลิงนั้นเป็นสีดำ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมา

นี่คือจิตวิญญาณเพลิงทมิฬของข้า

ชายหนุ่มชุดดำกล่าวอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาเหมือนมีเปลวไฟสีดำไหวระริกอยู่ภายใน นอกจากนี้ยังมีลมปราณที่เย็นยะเยือกแพร่กระจายออกมาจากร่างของเขา

จิตวิญญาณเพลิงทมิฬ

ดวงตาของหยวนซานเบิกกว้างเล็กน้อย ในทวีปนี้เปลวเพลิงแบ่งออกเป็นหลายประเภท แต่ที่จำแนกเป็นประเภทใหญ่ๆ ก็คือ เปลวไฟหยินและเปลวไฟหยาง

เปลวไฟสีดำก็คือเปลวไฟหยิน จิตวิญญาณประเภทหยินจะทรงพลังมาก มากกว่าเปลวไฟปกติหลายเท่า จิตวิญญาณเพลิงทมิฬประกอบกับระดับการบ่มเพาะในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ ถือได้ว่าเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งระดับแนวหน้าของหอฝึกฝนแห่งนี้

หลินเฟิงยังคงแสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมา ร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยลมปราณอันหนาวเย็นที่แพร่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับจะแช่แข็งทุกอย่างในบริเวณนี้

จิตวิญญาณเปลวเพลิงทมิฬช่างแข็งแกร่งจริงๆ!

หลินเฟิงกล่าวขณะก้าวเท้าไปด้านหน้า ทันใดนั้นอากาศก็เหมือนกับถูกแช่แข็งไปในพริบตา ผลึกน้ำแข็งสีขาวแพร่กระจายไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านหลังของหลินเฟิงได้กลายเป็นโลกแห่งน้ำแข็งไปเรียบร้อย

หยวนซานและคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ด้านหลังของหลินเฟิงรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในหุบเขาน้ำแข็ง ความหนาวเย็นในอากาศทำให้ร่างกายของพวกเขาพลันสั่นระริกขึ้นมา

นั่นคือจิตวิญญาณน้ำแข็ง?”

หยวนซานพึมพำออกมาก่อนจะส่ายหัว เป็นไปไม่ได้ นี่ไม่ใช่จิตวิญญาณน้ำแข็งธรรมดาๆ เพราะจิตวิญญาณน้ำแข็งทั่วไปไม่น่าจะทำให้รู้สึกหนาวสั่นได้ขนาดนี้

ก็เหมือนกับการจำแนกประเภทของเปลวไฟ จิตวิญญาณน้ำแข็งของหลินเฟิงต้องไม่ใช่จิตวิญญาณน้ำแข็งธรรมดาๆ อย่างแน่นอน

ชายชุดดำรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของหลินเฟิง ซึ่งทำให้เขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก นี่มันหนาวเกินไปแล้ว มันหนาวมากเสียจนจิตวิญญาณเพลิงทมิฬของเขาเริ่มหดตัวลงไปทุกที ราวกับอยู่ท่ามกลางพายุฝนที่กำลังพัดโหมกระหน่ำ

จิตวิญญาณน้ำแข็งและเปลวเพลิง นับว่าเป็นศัตรูกันตามธรรมชาติ น้ำแข็งสามารถควบคุมเปลวเพลิงได้ แต่ถ้าเปลวเพลิงระดับสูงอย่างเปลวเพลิงทมิฬ เปลวเพลิงทมิฬจะกลายเป็นฝ่ายควบคุมแทน แต่จิตวิญญาณเปลวเพลิงทมิฬของชายชุดดำกลับไม่สามารถควบคุมความหนาวเย็นนี้ได้ มิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายถูกควบคุมแทน เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าจิตวิญญาณน้ำแข็งของหลินเฟิงแข็งอยู่ระดับสูงกว่าจิตวิญญาณเปลวเพลิงทมิฬ

เรื่องนี้ในใจของหลินเฟิงก็รู้ดี ตอนนี้เขาแอบสงสัยเล็กน้อยว่าความหนาวเย็นที่เมิ่งฉิงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นั้น มันมาจากไหนกันแน่ทำไมถึงได้ทรงพลังขนาดนี้???

แปดฝ่ามือพิฆาต

หลินเฟิงยกฝ่ามือขึ้น ทันใดนั้นในอากาศก็เกิดเงาฝ่ามือที่ทรงพลังขึ้นมา และยังเจือไปด้วยไอเย็นที่แข็งแกร่งเอาไว้

เพลิงทมิฬกลืนกิน!!!

ชายชุดดำตะโกนออกมา จิตวิญญาณเพลิงทมิฬที่อยู่ด้านหลังของเขาได้ผสานเข้ากับหมัด จนกลายเป็นเปลวเพลิงสีดำที่พุ่งเข้าไปโจมตีฝ่ามืออันแข็งแกร่งที่กำลังทะยานเข้ามา

เสียงปะทะกันระหว่างหมัดเปลวเพลิงทมิฬกับฝ่ามือน้ำแข็งดังขึ้นไม่หยุด ในตอนนี้เอง หลินเฟิงก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง และปลดปล่อยคลื่นดาบที่แหลมคมออกมาพร้อมกับจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัว

ลมปราณอันหนาวเย็นของหลินเฟิงดูเหมือนว่าเพียงพอที่จะแช่แข็งใครก็ได้ที่เข้ามาใกล้

แม้แต่คลื่นดาบก็ทรงพลังเป็นอย่างมาก ราวกับจะสามารถตัดร่างของคนออกเป็นชิ้นๆ ได้

ลมปราณน้ำแข็งและคลื่นดาบถูกผสานเข้าด้วยกันจากคนคนเดียว ชายชุดดำตกตะลึงอย่างมาก จนจิตวิญญาณของเขาสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว

เป็นไปได้ยังไงมันมีจิตวิญญาณน้ำแข็ง แต่มันกลับสามารถปลดปล่อยคลื่นดาบที่แข็งแกร่งออกมาได้ ไม่สิ นั่นมัน… อำนาจแห่งดาบ!!!

ชายชุดดำสั่นเทาตั้งแต่หัวจรดเท้า เข่าของเขาเริ่มอ่อนแรงและกำลังจะล้มทั้งยืนด้วยความกลัว หลินเฟิงก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว

ไสหัวไป!

หลินเฟิงตวาดออกมา ทันใดนั้นคลื่นดาบสายหนึ่งก็ฟันไปที่ร่างของชายชุดดำ

โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่ว พร้อมกับเสียงกรีดร้องของชายหนุ่มชุดดำ ร่างของเขากระเด็นไปชนผนังหินด้านหลังอย่างจัง

เขาจ้องมองหลินเฟิงด้วยสายตาอาฆาต

เจ้ากล้าทำร้ายข้า?”

เจ้าจะไสหัวไปหรือจะอยู่ที่นี่ตลอดกาล!!!” เมื่อหลินเฟิงก้าวเท้ามาหา ชายชุดดำก็พลันตื่นตระหนกขึ้นมา เขารีบทะยานร่างจากไปในทันที ในไม่ช้าร่างของเขาก็หายไปจากชั้นที่ 10 อย่างรวดเร็ว

เจ้าจะต้องชดใช้!!!

เสียงข่มขู่ดังขึ้นมาจากทางบันได หลินเฟิงหัวเราะในใจอย่างเย็นชา ชายคนนั้นกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรพวกแพ้แล้วพาลชัดๆ

หยวนซานที่ยืนอยู่ด้านหลัง มองหลินเฟิงด้วยรอยยิ้มขมขื่นพลางส่ายหัวเล็กน้อย

แข็งแกร่งอะไรขนาดนี้!

จิตวิญญาณน้ำแข็ง และยังเป็นจิตวิญญาณน้ำแข็งที่ทรงพลังอีกด้วย กระบวนท่าโจมตีแปดฝ่ามือพิฆาตว่าน่ากลัวแล้ว แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ อำนาจแห่งดาบอันทรงพลังที่เขาปลดปล่อยออกมา

นี่มันบ้าไปแล้ว!!! แม้แต่ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งดาบก็ยังยากที่จะใช้อำนาจแห่งดาบได้ อีกอย่างหลินเฟิงเพิ่งจะอยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ เท่านั้น แต่ก็สามารถควบคุมอำนาจแห่งดาบได้แล้ว เรื่องนี้จะไม่ให้หยวนซานตกตะลึงได้อย่างไร หรือว่าหลินเฟิงจะมีจิตวิญญาณนักรบคู่ไม่อย่างนั้น ด้วยจิตวิญญาณน้ำแข็ง เขาจะสามารถตระหนักรู้อำนาจแห่งดาบได้อย่างไร???

หยวนซานคาดเดาได้ถูกต้องเพียงส่วนหนึ่ง หลินเฟิงมีจิตวิญญาณนักรบคู่ ไม่สิ มีมากกว่าคู่เสียอีก!!!

แต่ต้วนเฟิงกับจิ้งหยุนดูจะไม่แปลกใจเท่าไร เพราะระหว่างเดินทางมายังเมืองหลวง พวกเขาเคยเห็นหลินเฟิงแสดงฝีมือมาก่อน จึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนัก

แม้แต่หลิ่วเฟยเองก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า ต่อให้เจ้าหมอนี่เป็นสัตว์ประหลาดปลอมตัวมา นางก็ไม่แปลกใจอีกต่อไป วันที่นิกายหยุนไห่ล่มสลาย หลินเฟิงก็ได้สร้างความตกตะลึงให้กับนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนนางเข้าใจแล้วว่าหลินเฟิงไม่ใช่คนธรรมดา พรสวรรค์ของเขานั้นน่ากลัวมาก

ตอนที่หลินเฟิงกำลังเรียกจิตวิญญาณกลับมา ทันใดนั้นประตูของห้องฝึกอีกห้องก็เปิดออก ก่อนจะมีน้ำเสียงเย็นชาดังออกมาว่า

บัดซบ พวกเจ้าไม่รู้กฎหรือไง! หรืออยากหาที่ตาย!

สิ้นเสียงนั้นก็มีเงาร่างของคนคนหนึ่งเดินออกมา ดวงตาเย็นชาจ้องหลินเฟิงเขม็ง

หลินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาจะฉายแววชั่วร้ายออกมา เขาก้าวเท้าเข้าไปหาคนคนนั้น พร้อมปลดปล่อยลมปราณอันเย็นยะเยือกและคลื่นดาบออกมาอีกครั้ง แรงกดดันมหาศาลพลันกดทับร่างของอีกฝ่ายทันที

ร่างของชายคนนั้นพลันสั่นสะท้านขึ้นมา สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด หัวใจของเขาแทบจะกระโจนออกมาจากอก!

ข้าต้องการห้องฝึกนั่น ไสหัวไปซะ!

สีหน้าของหลินเฟิงดูเย็นชาขณะที่กล่าวประโยคนั้น


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า” : https://bit.ly/2ZGR4nh

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/1069

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)