0 Views

        หลินเฟิงเข้าใกล้เมิ่งฉิงเรื่อยๆ จนรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่รุนแรงมากขึ้น เมื่อเขายื่นมือออกไปเพื่อสัมผัสเมิ่งฉิง แต่พบว่ามือของเขากลับถูกแช่แข็ง

        “ออกไป”

        น้ำเสียงของเมิ่งฉิงค่อนข้างแหบเล็กน้อย ลมปราณอันหนาวเย็นได้ออกมาจากร่างของนางอย่างต่อเนื่อง และเมื่อนางเห็นหลินเฟิงเช่นนี้จึงรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

        “ยัยโง่ ทุกครั้งที่เจ้าปกป้องข้า มันทำให้ข้าอับอาย”

        ใบหน้าของหลินเฟิงเผยให้เห็นรอยยิ้ม จากนั้นคิ้วสีเข้มก็เปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งหมด

        ในขณะนั้นหลินเฟิงได้ปลดปล่อยหยวนชี่ที่แข็งแกร่งออกมา เพื่อต้านทานความหนาวเย็น

        ตอนนี้หลินเฟิงก็ได้มาถึงด้านข้างของเมิ่งฉิงแล้ว

        เมื่อเมิ่งฉิงเห็นหลินเฟิงที่ถูกแช่แข็งแต่มุมปากกลับยังคงมีรอยยิ้ม และมีสีหน้าที่ดูซับซ้อน มันเป็นแววตาที่เย็นชาอย่างยาวนานไม่เปลี่ยนไป

        “เจ้าอย่าโทษข้าเลยที่เอาเปรียบเจ้า”

        หลินเฟิงหัวเราะออกมาจากนั้นทั้งสองมือของเขาไปโอบกอดเมิ่งฉิง ขณะนั้นลมปราณอันเย็นเยียบที่หนาวไปถึงกระดูกได้แช่แข็งร่างของหลินเฟิงไว้ทั้งหมดแล้ว

        มันช่างความหนาวจับใจ ร่างกายของเมิ่งฉิงก็เหมือนน้ำแข็งพันปี จนความหนาวเย็นได้ทำให้คนขาดอากาศหายใจ

        รอบๆ ตัวของหลินเฟิงได้มีหยวนชี่ปรากฏออกมา สิ่งเหล่านี้ได้ถูกจัดเก็บไว้ในแหวนหิน ซึ่งได้มาจากภายในวิหารโบราณของนิกายหยุนไห่ หลินเฟิงนั้นได้นำเอาออกมาเป็นจำนวนมากมายจากวิหารโบราณแห่งนั้น

        หยวนชี่ถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวของหลินเฟิงอย่างบ้าคลั่ง และดวงตาของหลินเฟิงปิดลง จากนั้นเขาปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ออกมา แต่ครั้งนี้รู้สึกแตกต่างออกไป จากโลกที่เคยเป็นสีเทากลับกลายเป็นโลกที่มีแต่หิมะและน้ำแข็ง มันช่างหนาวเย็นอย่างมาก

        “กลืนกิน”

        ในชั่วพริบตาที่หลินเฟิงปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมาและเข้าสู่สถานการณ์บ่มเพาะทันที จากนั้นร่างกายเริ่มกลืนกินหยวนชี่ที่อยู่รอบๆ และในเวลาเดียวกันก็ได้ปลดปล่อยหยวนชี่ออกมา เป็นการดูดซับหยวนชี่ที่บ้าคลั่งอย่างยิ่ง ซึ่งการทำสองอย่างนี้ในเวลาเดียวกัน เขากลับไม่มีจิตใจที่ลังเลเลยสักนิด และนี่คือความแข็งแกร่งอันทรงพลังของจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ของเขา

        เมิ่งฉิงมองนิ่งไม่กะพริบตา เมื่อมองไปที่ใบหน้าอันสวยงดงามที่อยู่ใกล้ๆ นางก็ไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหนและอยู่เงียบๆ เช่นนั้น เมื่อมองไปที่เจ้าของใบหน้าอันสวยงามที่กำลังหลับตาอยู่ ในขณะที่ลมปราณของตัวเองถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อไปต่อต้านการโจมตีลมปราณอันหนาวเย็นที่อยู่บนร่างของหลินเฟิง

        เวลาได้ผ่านไปอย่างช้าๆ น้ำแข็งบนร่างของหลินเฟิงยิ่งหนามากขึ้น จนทำให้ร่างกายของเขาครึ่งหนึ่งถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ทำให้ความเร็วในการปลดปล่อยและดูดซับหยวนชี่ฟ้าดินช้าลงเป็นอย่างมาก และหินหยวนที่อยู่ข้างๆ ก็ถูกเขาดูดซับพลังไปครึ่งหนึ่งแล้ว

        แม้ในสถานการณ์แบบนี้ หลินเฟิงก็สามารถรู้สึกถึงสภาพของตัวเองที่กำลังแย่ลง แต่ยังคงดูดซับหยวนชี่ฟ้าดินอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดการปลดปล่อยหยวนชี่ฟ้าดินในวันนี้ก็ไม่สามารถต้านทานลมปราณอันหนาวเหน็บได้ เขาทำได้เพียงปล่อยให้ความหนาวเย็นรุกรานเข้ามาในตัวเขาอย่างต่อเนื่อง

        ร่างกายอันสั่นเทาตั้งแต่แรกของเมิ่งฉิงลดลงมาก เมื่อนางอยู่ในอ้อมแขนของหลินเฟิง นางในตอนนี้ไม่เหมือนกับเทพธิดาน้ำแข็งอีกต่อไป เป็นเพียงแค่หญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องการการดูแลที่ทำให้ผู้คนต่างนึกสงสาร

        “ความเย็นนี่มันอะไรกัน”

        ความเย็นได้เริ่มรุกรานไปยังร่างกายของหลินเฟิง และดูเหมือนว่าหยวนชี่จะไม่สามารถต้านทานได้ ความเย็นลามเข้าไปถึงเลือดและกล้ามเนื้อจนร่างกายของเขาถูกแช่แข็งโดยสมบูรณ์

        “ไม่ได้ ข้าจะต้องทำต่อไป!”

        หลินเฟิงรู้สึกว่าเมิ่งฉิงดูเหมือนจะดีขึ้น แต่หลายๆ ครั้งที่จิตใจอันเข้มแข็งเหมือนว่าจะไม่เพียงพอ เพราะความเย็นอันโหดร้ายมันได้รุกรานมายังเส้นเลือดแล้ว ซึ่งทำให้ร่างกายของหลินเฟิงแข็งตัวในทันที

        ความเย็นเริ่มแทรกซึมเข้าไปในเลือด อย่างไรก็ตามในตอนนี้หลินเฟิงรู้สึกถึงจิตวิญญาณที่เริ่มสั่นสะท้าน และมันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย

        “คือจิตวิญญาณ… จิตวิญญาณกลืนสวรรค์”

        หัวใจของหลินเฟิงกำลังเต้นระรัว ครั้งสุดท้ายที่หุบเขาเฮยเฟิง เขาเกือบจะถูกสัตว์อสูรปีศาจลึกลับฆ่าตาย และมันก็เป็นวันที่จิตวิญญาณกลืนสวรรค์ได้กลืนกินสัตว์อสูรปีศาจลึกลับ แต่ในเวลานี้หลินเฟิงรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรง เพราะฉากนี้มันคล้ายกันเป็นอย่างมาก

        “จิตวิญญาณกลืนสวรรค์ตื่นขึ้นมาแล้ว”

        หลินเฟิงเริ่มได้ยินเสียง ทันใดนั้นมีเงาจิตวิญญาณกลืนสวรรค์ปรากฏที่ด้านหลังของเขา การปรากฏในครั้งนี้เงาของงูจะแข็งแกร่งและตัวใหญ่กว่าเดิมมาก

        “ฟ่อ!!!”

        หลินเฟิงได้ยินเสียงขู่คำรามของงู ปากที่กว้างใหญ่ของมันได้กลืนกินลมปราณความเย็นอย่างต่อเนื่อง แต่น้ำแข็งนั่นก็ยังไม่ละลายหายไป

        “จิตวิญญาณกลืนสวรรค์ แม้กระทั่งลมปราณความเย็นก็สามารถกลืนกินได้”

        ม่านตาของหลินเฟิงหดลงและมีหัวใจที่เต้นระรัว จิตวิญญาณงูนั่นและปากของมันได้กลืนกินลมปราณความเย็นอย่างบ้าคลั่ง ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!

        ลมปราณความเย็นที่แพร่กระจายไปทั่วห้อง ล้วนถูกมันกลืนกินเข้าไปในปากของมันอย่างบ้าคลั่ง จนอุณหภูมิความหนาวเย็นในห้องลดลงอย่างต่อเนื่อง

        เงาน้ำแข็งได้ปรากฏขึ้นด้านหลังของหลินเฟิง เงาน้ำแข็งนี้มันทรงพลังและยังหนาวเย็นอย่างมาก แต่มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหลินเฟิงและเมิ่งฉิง เพราะมันอยู่ภายใต้การควบคุมของหลินเฟิง

        “จิตวิญญาณน้ำแข็ง แทนที่จิตวิญญาณหมอกลึกลับ?”

        หลินเฟิงอ้าปากค้าง ครั้งที่แล้วกับครั้งนี้เหมือนกัน หลังจากที่จิตวิญญาณงูได้กลืนกินบางอย่างเข้าไป มันจะให้กำเนิดอีกหนึ่งจิตวิญญาณ และกลายเป็นจิตวิญญาณดวงที่สาม

        ครั้งล่าสุดจิตวิญญาณงูได้กลืนกินสัตว์อสูรปีศาจลึกลับ จิตวิญญาณดวงที่สามคือจิตวิญญาณหมอกลึกลับ แต่ครั้งนี้มันได้กลืนกินลมปราณน้ำแข็ง จิตวิญญาณน้ำแข็งจึงได้ถือกำเนิดขึ้นและแทนที่จิตวิญญาณหมอกลึกลับ

        นี่มันช่างน่าตกใจเป็นอย่างมาก จิตวิญญาณกลืนสวรรค์อันทรงพลัง มันทำให้หลินเฟิงรู้สึกหวาดกลัว

        ขณะที่จิตวิญญาณงูกำลังกลืนกิน อุณหภูมิที่หนาวเย็นก็ลดลงเรื่อยๆ แต่จิตวิญญาณน้ำแข็งที่อยู่ด้านหลังหลินเฟิงกลับหนาวเหน็บมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้กลิ่นอายและร่างกายของจิตวิญญาณงูก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

        ในที่สุดความหนาวเย็นก็ได้จางหายไปทั้งหมด แต่ในขณะนี้ร่างกายของเมิ่งฉิงก็หยุดปล่อยลมปราณอันหนาวเย็น และความอบอุ่นก็เริ่มเข้ามาแทนที่

        ทันใดนั้นเมิ่งฉิงก็หลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทรา การที่นางต่อต้านกับลมปราณอันหนาวเย็นมาตลอด จึงทำให้นางเหนื่อยมากและจำเป็นต้องพักผ่อน

        หลินเฟิงจ้องมองไปยังสาวงามที่หลับใหลไม่ได้สติ และเผยให้เห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยน

        “ความแข็งแกร่งของข้าทรงพลังมากยิ่งขึ้น”

        หลินเฟิงรู้สึกถึงสภาพของตัวเองในตอนนี้ว่ามันยอดเยี่ยมมาก ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเข้าถึงระดับสูงได้เหมือนครั้งที่แล้ว แต่ก็สามารถก้าวข้ามไปอีกขั้นได้ ตอนนี้หลินเฟิงรู้สึกพอใจมาก นอกจากนี้ยังทำให้เมิ่งฉิงหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดจากน้ำแข็งได้

        หลินเฟิงไม่ได้ไปรบกวนเมิ่งฉิง แต่กลับหลับตาลงและดูดซับหยวนชี่อันบริสุทธิ์จากหินหยวน จากนั้นก็เริ่มการบ่มเพาะพลัง

        ลึกลงไปหลินเฟิงตระหนักได้ว่าความแข็งแกร่งของตัวเองนั้นมันยังไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

        เขาในตอนนี้แม้กระทั่งอาณาจักรเสวี่ยเยว่ที่เป็นหนึ่งในอาณาเขตหิมะ ยังจำเป็นต้องฝึกไปทีละขั้นตอน และสิ่งที่เกี่ยวกับโลกของดาบ มันเป็นความแข็งแกร่งที่อ่อนแอและมีราคาที่ต่ำ

        ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จนในที่สุดมือของเมิ่งฉิงก็ขยับ แล้วดวงตาของนางก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น และพบว่าลมปราณน้ำแข็งที่อยู่รอบๆ ได้หายไปแล้ว ร่างกายของนางยังซบอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น

        เมิ่งฉิงกะพริบตาสองสามครั้งอย่างแปลกใจจากนั้นก็ลุกขึ้น แต่กลับเห็นหลินเฟิงที่กำลังหลับตาเพื่อฝึกฝนอยู่ จึงทำให้เมิ่งฉิงอดไม่ได้ที่จะตะลึงงัน

        ดูเหมือนว่าหลินเฟิงจะสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวจึงหยุดการฝึกฝน และลืมตาขึ้น แววตาที่ใสกระจ่างจ้องมองไปยังเมิ่งฉิง ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มที่สดใส

        “เจ้าตื่นแล้ว”

        “อืม” เมิ่งฉิงพยักหน้า จากนั้นจ้องมองไปที่นัยน์ตาของหลินเฟิงอย่างประหลาดใจ และกล่าวว่า “เจ้าทำได้อย่างไรกัน?”

        “สาวงามในอ้อมแขนผู้มีหัวใจไร้ซึ่งที่พักพิง เมื่อเธอหลงลืมความหนาวเย็นไปแล้วก็ถึงได้กลับมาเป็นเช่นเดิม”

        หลินเฟิงยิ้มกว้างจนเห็นฟัน เมิ่งฉิงเหลือบมองเขา คำพูดที่ง่ายดายเช่นนั้นทำให้นางไม่ต้องทนความเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

        ถึงแม้ว่าความหนาวเย็นภายในห้องจะไม่มีผลกระทบต่อร่างกายของนาง แต่หลินเฟิงก็ไม่สามารถต้านทานได้ แม้ว่าหลินเฟิงจะมีจิตใจที่มั่นคงแต่ก็มิอาจทนความเย็นเยือกเช่นนี้ แต่ในตอนนี้หลินเฟิงกลับต้านทานมันได้แล้ว

        ถึงแม้จะไม่มีการตอบกลับใดๆ แต่เมิ่งฉิงก็ไม่ได้ถามอะไรมากนัก เธอกล่าวกับหลินเฟิงว่า “เจ้ายังจะนั่งอยู่ที่นี่อีกเหรอ?”

        “เอิ่ม…”

        หลินเฟิงกลอกตามองเป็นวงกลม ผู้หญิงทุกคนเป็นเช่นนี้? กระทั่งโกรธกับคนที่อุตส่าห์ช่วยชีวิตออกมา นี่มันจะมากเกินไปแล้ว

        “ข้าเป็นห่วงเจ้า จึงได้เฝ้าอยู่ที่นี่ไงล่ะ”

        หลินเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ

        “ตอนนี้ไม่มีน้ำแข็งบนร่างของข้าแล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการจะกอดข้าหรอกหรือ?” เมิ่งฉิงจ้องเขม็งไปที่หลินเฟิงและถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

        “…”

        หลินเฟิงขมวดคิ้ว ทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากเตียงเดินออกไปจากห้องของเมิ่งฉิง ผู้หญิงคนนี้… ทำไมช่างรู้มากเสียจริง!

        หลังจากที่หลินเฟิงออกไปแล้ว โดยที่เขาไม่เห็นเมิ่งฉิงที่นั่งอยู่ในห้อง ใบหน้าที่งดงามพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ซึ่งในตอนนี้ไม่ว่าใครที่เห็นต่างก็ต้องใจสั่นกันทั้งนั้น!


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า” : https://bit.ly/2ZGR4nh

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/1069

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)