0 Views

        “ข้าจะฆ่าเจ้า” หลินหงตะโกน “เงาหิมะ!”

        สิ้นเสียงตะโกน รอบๆของตัวหลินหงก็มีเกล็ดหิมะลอยลงมา อุณหภูมิในอากาศตอนนี้ ลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง กระทั่งพื้นดินก็ถูกแช่แข็งในพริบตา หลินเฟิงที่ถือดาบในมือก็เริ่มรู้สึกหนาวเย็นยะเยือก ราวกับว่าทั่วทั้งร่างกำลังถูกแช่แข็ง

        “อยากให้ข้าตาย งั้นก็มาดูกันสิว่าเจ้าจะมีฝีมือสักแค่ไหน?” หลินเฟิงกล่าวขณะที่หิมะยังคงร่วงหล่นลงมาปกคลุมร่างกายของเขา แม้แต่คิ้วของหลินเฟิงก็เปลี่ยนเป็นสีขาว แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววแน่วแน่ และกุมดาบในมืออย่างมั่นคง

        หลินเฟิงก้าวเท้าหนึ่งก้าว แต่เป็นก้าว ที่ทำให้เวทีประลองสั่นสะเทือน พลังของหลินเฟิงไม่เพียงไม่อ่อนแอลงเพราะหิมะ แต่กลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเขาได้

        พลัง หากเดินหน้าจะยิ่งแข็งแกร่ง แต่ถ้าถอยหลังจะอ่อนแอลง มีเพียงแค่ความมุ่งมั่นเท่านั้นที่จะไม่เปลี่ยนแปลง และยังทำให้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปได้อย่างไม่ย่อท้อ อีกทั้งสามารถยืมพลังจากสายลมและหิมะ ยืมพลังจากกำปั้นและดาบ แม้กระทั่งยืมพลังจากฟ้าดิน

        อัสนีกัมปนาท เป็นพลังของอัสนีบาต เมื่อกวัดแกว่งดาบจะทำให้อากาศที่ถูกแช่แข็งด้วยเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาแตกหัก

        รูม่านตาของหลินหงหดตัวลง ดาบนี้ แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ไม่เพียงแค่ทรงพลังมากขึ้น แต่ศักยภาพก็ยังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย ราวกับว่าในอากาศเต็มไปด้วยพลังดาบ

        หลินหงไม่ประมาทหรือดูถูกหลินเฟิงอีกต่อไป เขาสะบัดมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว เพื่อปลดปล่อยลมปราณหิมะอันแข็งแกร่งออกมา แต่ไม่ว่าจะรีดเคล้นลมปราณหิมะออกมามากแค่ไหน ก็ถูกประกายแสงดาบของหลินเฟิงทำลายลงเรื่อยๆ ทำให้หลินหงต้องก้าวถอยหลังอีกก้าว

         “นักดาบ สามารถทำลายได้ทุกสิ่ง ยิ่งมุ่งมั่นพลังก็จะยิ่งแข็งแกร่ง!!” หลินเฟิงคิดในใจอย่างเงียบๆ ขณะที่ก้าวเท้าไปข้างหน้าเรื่อยๆ ดาบในมือของหลินเฟิงปล่อยคลื่นแสงดาบไปทั่วทุกสารทิศ ทำลายลมปราณหิมะที่พุ่งมาหาเขาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีอะไรที่สามารถต้านทานพลังดาบของเขาได้

        หลินหงก้าวถอยหลังอีกครั้ง!

        สีหน้าของหลินหงดูปั้นยากขึ้นทุกทีๆ

        ตอนนี้ ฝูงชนที่อยู่รอบๆต่างพากันตกตะลึง หลินเฟิงสามารถบังคับให้หลินหงถอยหลังไปเรื่อยๆ

         “ได้ยังไงกัน? ทำไมหลินเฟิงถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าหลินหงบรรลุขอบเขตแห่งจิตวิญญาณไปแล้วเหรอ”เหล่าฝูงชนล้วนคิดไม่ถึงว่าหลินเฟิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณ อยู่หนือกว่า ขอบเขตนักรบลมปราณตั้งหนึ่งขั้น มีเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริงเท่านั้น ถึงจะสามารถท้าทายแบบข้ามขั้นได้ แต่ไอ้ขยะอย่างหลินเฟิงเนี่ยนะ จะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์?

        หลินป้าต้าวตกใจยิ่งกว่า สีหน้าของเขาดูน่าเกลียดขึ้น เมื่อเห็นการต่อสู้ของทั้งสองคน ที่อยู่บนเวทีประลอง

        ยกเว้นแค่หลินไห่ที่ฉีกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเสี่ยวเฟิงถึงมั่นใจนัก ที่แท้ เด็กคนนี้ก็แข็งแกร่งขนาดนี้นี่เอง เพียงดาบเดียวก็สามารถทำลายล้างทุกสิ่งอย่าง ราวกับว่าหลินเฟิงได้ปกปิดความแข็งแกร่งที่แท้จริงมาตลอดชีวิต

        “ดูเหมือนว่าเสี่ยวเฟิงจะยังไม่ได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งนักรบออกมา ถ้าหากจิตวิญญาณแห่งนักรบของเขาได้ตื่นขึ้น เขาจะทรงพลังขนาดไหน!” หลินไห่เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ความอิ่มเอมใจ พลันเอ้อล้นท่วมหัวใจ ราวกับว่าเขามองเห็นวันที่จิตวิญญาณแห่งนักรบตื่นของหลินเฟิงได้ตื่นขึ้น ลูกชายของเขาไม่ใช่ขยะ แต่เป็นอัจฉริยะ ระดับการบ่มเพาะยิ่งสูงขึ้นเท่าไหร่ จิตวิญญาณแห่งนักรบก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

        หลินไห่กวาดสายตามองไปยังหลินป้าต้าวด้วยสายตาเยาะเย้ย

         “อ๊ากกก!”หลินหงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่พยายามรวบรวมลมปราณหิมะอีกครั้ง ทำให้บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมา

         “ตะโกนออกมาแล้วมันช่วยอะไรได้?” หลินเฟิงแสยะยิ้มอย่างเย็นชา คลื่นดาบฟันไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วดุจพายุ และเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัด สถานการณ์พลันพลิกกลับทันที ไม่ว่าหลินหงจะโจมตีไปไปมากแค่ไหน ก็ไม่อาจช่วงชิงความได้เปรียบกลับมาอยู่ดี

         “ตูม”เสียงระเบิดพลันกระหึ่มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ปราณหิมะที่กำลังควบแน่นอีกครั้งก็ถูกทำลายลง ด้วยดาบของหลินเฟิง คราวนี้หลินหงไม่สามารถต้านทานการโจมตีของหลินเฟิงได้ เขาถูกคลื่นดาบของหลินเฟิงทำร้ายจนบาดเจ็บ เสื้อขาดเป็นริ้วๆและตามร่ายกายก็เต็มไปด้วยเลือด

        เวลานี้ หลินหงรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่าง นี่เป็นครั้งแรก ที่เขาอยู่ท่ามกลางหิมะ แล้วรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูก เขาไม่เพียงแค่ได้รับบาดเจ็บ แต่กระทั่งชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้ ดาบของหลินเฟิงนั้นปราศจากความเมตตา ตราบเท่าที่มีโอกาส หลินเฟิง …จะฆ่าเขาทันที

        ใช่ จนถึงตอนนี้ หลินหงก็เพิ่งตระหนักถึงอันตราย ก่อนหน้านี้จิตใต้สำนึกของเขา คิดแต่เพียงว่า หลินเฟิงเป็นเพียงขยะ ที่คิดจะฆ่าก็สามารถทำได้ และเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่า สถานการณ์จะพลิกกลับมาเป็นแบบนี้

        หลินหงเริ่มเกลียดตัวเอง ที่ไม่ฝึกเคล็ดวิชาตัวเบาดีๆมาสักเล่ม วันนี้ก็เลยหนีไม่พ้น ทุกฝีก้าวของหลินเฟิงล้วนสมบูรณ์แบบ เพราะพลังดาบได้ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย

         “ตูม!” สายลมอันเกรี้ยวกราดได้กวาดล้างทุกสิ่งบนเวทีประลองอย่างบ้าคลั่ง หลินเฟิงก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือก ทุกดาบที่ฟันออกไปล้วนแข็งแกร่งและไร้ความปรานี

         “ท่าจะไม่ดีแล้ว”สีหน้าของหลินป้าต้าวเย็นยะเยือกลง ก่อนจะตะโกนว่า “ไอ้เดรัจฉาน เจ้ากล้ารึ!”

         “หุบปากไปซะหลินป้าต้าว!  เจ้าลืมไปแล้วหรือ?!ว่าเจ้าเป็นคนเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ตอนนี้พอเห็นหลินหงไม่สามารถเอาชนะหลินเฟิงได้ ก็คิดจะแทรกแซงอย่างงั้นรึ?”หลินไห่ก้าวไปขวางทางหลินป้าต้าวอย่างไม่ลังเล เขาไม่เกี่ยงหากจะต้องจัดการกับพี่ชายของตัวเอง ตอนนี้หลินไห่รู้สึกผิดหวังในตัวพี่ชายคนนี้มาก ถึงแม้ว่าในใจของเขายังคงมีเยื่อใยให้ แต่อีกฝ่ายกลับเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ หากไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายต้องการเอาชีวิตเขากับบุตรชาย มีหรือ หลินไห่จะเลือกทางนี้!

         “อ๊ากกก!”หลินหงกรีดร้อง ทำให้สีหน้าของหลินป้าต้าวเปลี่ยนไป เขาตะคอกใส่หลินไห่ว่า “หลีกไป!”

         “อย่าแม้แต่จะคิด”หลินไห่ปลดปล่อยกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งเรียกจิตวิญญาณแห่งนักรบของตัวเองออกมา ทำให้อากาศรอบๆถูกแช่แข็งในพริบตา

         “ข้าไม่เคยคิดร้ายต่อพวกเจ้า แต่พวกเจ้ากลับต้องการสังหารข้า ในเมื่อเป็นแบบนี้ เจ้าก็ตายซะเถอะ” หลินเฟิงมองไปยังหลินหงที่คุกเข่าจับแผลตัวเองด้วยแววตาเย็นชาและโหดเหี้ยม

        ในเมื่อเจ้าไม่เคยนึกถึงสายสัมพันธ์ของครอบครัว งั้นข้าก็จะตัดมันด้วยดาบ

         “เจ้ากล้ารึ”เสียงใสๆตะโกนขึ้น ก่อนที่หลินเชียนจะพุ่งเข้ามา พร้อมกับปลดปล่อยจิตวิญญาณเพลิงน้ำแข็งออกมา ทันใดนั้นหลินเฟิงรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังถูกเผาและแช่แข็งในเวลาเดียวกัน จนแทบจะทนไม่ไหว

         “ไสหัวไป!” หลินเฟิงหันหลังกลับมาฟันคลื่นดาบ ซึ่งคลื่นดาบนี้เต็มไปด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัดและยากที่จะทำลายลงได้

         “ตู้มมมม!”

        พลังเปลวไฟกับน้ำแข็งถูกทำลายลงในพริบตา ส่วนหลินเชียนก็ถูกคลื่นดาบที่หลงเหลือผลักออกไป

         “ตาย!”ทันใดนั้นเสียงตะโกนอย่างเย็นชาก็ดังมาจากด้านหลัง หลินเฟิงรีบหันหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว และเห็นประกายแสงดาบอันคมกริบ กำลังฟันมาที่ตน

        คลื่นพลังอันรุนแรงปะทะเข้าที่ร่างของหลินเฟิง ทำให้หลินเฟิงกระเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว และกระอักเลือดออกมา

         “หน้าด้าน” หลินไห่ตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ในตอนที่เขายืนขวางหลินป้าต้าวอยู่นั้น ผู้อาวุโสเจ็ดแอบไปที่เวทีประลอง เพื่อลอบทำร้ายหลินเฟิง

         “เขตแดนน้ำแข็งพันลี้”ในใจของหลินไห่เต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะ บรรยากาศรอบๆถูกแช่แข็ง สีหน้าของผู้อาวุโสเจ็ดพลันมืดมน ร่างของเขาถูกกดทับด้วยลมปราณอันเยือกเย็นที่ถาโถมเข้ามา ไม่ช้าร่างของผู้อาวุโสเจ็ดก็ถูกแช่แข็ง

         “ช่วยข้าด้วย!” ผู้อาวุโสเจ็ดตะโกนสุดเสียง แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป ฝ่ามือของหลินไห่กระแทกไปที่หน้าอกของเขา ทำให้หน้าอกของผู้อาวุโสเจ็ดยุบเข้าไปเป็นรูปฝ่ามือ รูม่านตาของเขาเบิกกว้าง ขณะมองไปที่หลินไห่

         “เจ้า… กล้าฆ่าข้า” เลือดไหลออกจากมุมปากของผู้อาวุโสเจ็ดอย่างต่อเนื่อง เขาไม่สามารถต่อต้านหลินไห่ได้ แม้แต่ฝ่ามือเดียว ปราณน้ำแข็งได้แทรกซึมเข้าไปในร่าง เพื่อทำลายอวัยวะภายในของเขาโดยตรง เห็นได้ชัดว่าหลินไห่ต้องการเอาชีวิตเขา

         “เจ้าเป็นถึงผู้อาวุโสผู้ทรงเกียรติ แต่กลับลอบโจมตีลูกชายของข้า แม้แต่ก็ยังไม่สาสม!!” หลินไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก มือของหลินไห่สั่นด้วยความโกรธ ร่างของผู้อาวุโสเจ็ดค่อยๆล้มลง ด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้างและเต็มไปด้วยความเกลียดชังและเสียใจ

        ทุกคนพากันตาค้างด้วยความตกใจ ผู้อาวุโสเจ็ด ตายแล้วอย่างงั้นหรือ?

        ตอนนี้เอง สายตาของฝูงชนก็มองไปที่หลินไห่ด้วยความกลัว พลังที่แข็งแกร่งสามารถสยบทุกคนได้ กระทั่งหลินป้าต้าว ก็ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว

        หลินไห่หันหลังไปมองที่หลินเชียน และกล่าวอย่างเย็นชาว่า “นี่หรืออัจฉริยะจากนิกายเฮ่าเยว่?อัจฉริยะจากหมู่บ้านเสวี่ยอิงซาน? ช่างน่าอับอายเสียจริง”

        หลินเชียนกัดฟันแน่น นางรู้ได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลินไห่ ทำให้นางไม่กล้าพูดอวดดีเหมือนก่อนหน้านี้ หลินไห่ก้าวเดินอย่างช้าๆ พร้อมจิตสังหารที่พวยพุ่งยิ่งกว่าเดิม

        หลินไห่ไม่ได้เดินไปหาหลินหง เพราะหลินหงเป็นผู้พ่ายแพ้ในการต่อสู้ แต่ผู้อาวุโสเจ็ดและหลินเชียนกลับเป็นคนที่ลอบโจมตีบุตรชายของเขา ในตอนที่พวกมันคิดว่าหลินหงสามารถเอาชนะหลินเฟิงได้ ก็คิดจะสังหารหลินเฟิงบนเวทีประลอง แต่พอเห็นว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ก็ค่อยลงมือจู่โจมบุตรชายเขา แล้วแบบนี้จะไม่ให้หลินไห่โกรธได้อย่างไร?

         “ท่านจะทำอะไร?” หลินเชียนกล่าวขณะมองไปที่หลินไห่

         “ฆ่าเจ้า!” หลินไห่ตอบตรงๆ จิตสังหารของเขาทวีคูณขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง ตอนนี้ เขายั่วยุจนโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว


อ่านฟรีได้ที่นี่!!!
ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า”https://bit.ly/2WCe8kz