0 Views

        ตระกูลหลินในยามเช้าคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการเรียกประชุมกันขึ้นมา ทำให้ทุกคนในตระกูลหลินมุ่งหน้าไปยังลานฝึกที่กลางคฤหาสน์ของตระกูลหลิน

        “ได้ยินมาว่า ในการประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ลุงใหญ่ และลุงสามที่กลับมา แต่ผู้อาวุโสก็มาด้วย ดูเหมือนว่าจะเล็งไปที่ตำแหน่งของผู้นำตระกูล”

        “ฮ่าๆ ถึงแม้ว่าผู้นำตระกูลจะแข็งแกร่ง แต่บุตรชายโหลยโท่ยของเขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้ ตอนที่คนของนิกายหยุนไห่ส่งเขากลับมา ตระกูลหลินของพวกเราขายขี้หน้ามาก ตัวลุงใหญ่เองก็ค่อยไม่พอใจกับผู้นำตระกูลสักเท่าไหร่ แล้วครั้งจะไม่ถือโอกาสโจมตีได้ยังไง ไม่แน่ว่าตำแหน่งผู้นำตระกูลหลินอาจจะถูกเปลี่ยนมือ”

        ระหว่างทาง คนตระกูลหลินก็พากันซุบซิบนินทา ดูเหมือนทุกคนจะรู้ว่าการประชุมของตระกูลหลินในวันนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ

        ทันใดนั้น หลินเฟิงและหลินไห่ก็ปรากฏตัวขึ้นมา พวกเขาเดินบนถนนเพื่อไปยังลานฝึก เมื่อเห็นว่าหลินเฟิงปลอดภัยดี ในดวงตาของพวกเขา ก็อดไม่ได้ที่จะปรากฎร่องรอยของความแปลกใจขึ้นมา มีบางคนที่คิดว่าทำไมไอ้ขยะนี่ถึงยังไม่ตาย แต่ด้วยฐานะของหลินไห่ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิดออกมา

        “ไอ้ขยะนี่มันโชคดีจริงๆที่ยังไม่ตาย”จู่ๆก็มีเสียงแหลมๆดังขึ้นมา ทำให้ทุกคนดวงตาเป็นประกาย เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นคนที่มีท่าทางไม่ธรรมดากำลังเดินมาทางนี้

        คนที่เปิดปากพูดคือเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่าหลินหยุน ซึ่งเป็นบุตรชายของหลินเฮ่าหลันลุงสามแห่งตระกูลหลิน หลินหยุนกับหลินเฟิงมีอายุ 15 ปีเท่ากัน แต่อีกฝ่ายกลับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตนักรบปราณขั้น 6

        “ที่แท้ก็เป็นหลินหยุนนี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่กล้าพูดแบบนี้”เมื่อฝูงชนเห็นลุงสามหลินเฮ่าหลันและลุงใหญ่หลินป้าต้าวเดินมาด้วยกัน ก็รู้ได้ทันทีว่ามีเจตนาไม่ดีแน่ๆ

        “เจ้าลองพูดอีกทีสิ !”ดวงตาของหลินไห่ฉายแววเย็นชาขึ้นมา ขณะที่มองไปยังหลินหยุน ทำให้ดวงตาของหลินหยุนปรากฎความกลัวออกมา และไม่กล้าที่จะสบตากับหลินไห่

        “น้องรอง เจ้าในฐานะผู้นำตระกูลนับวันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆนะ กระทั่งรุ่นลูกก็ยังข่มเหงได้”หลินป้าต้าวกล่าวเสียดสีออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

        “ฮึ ถึงอย่างไร ข้าหลินไห่ก็ยังเป็นผู้นำตระกูลอยู่ดี หลินหยุนต่างหากที่ไม่ได้รับการสั่งสอน ถึงได้ไร้ซึ่งคุณธรรมแบบนี้”หลินไห่ตอบกลับอย่างเย็นชา

        “พี่สองท่านช่างอวดบารมีเสียจริงนะ ข้าอยากจะเห็นนัก ว่าท่านจะอวดอ้างบารมีของผู้นำตระกูลไปได้นานแค่ไหน”หลินเฮ่าหลันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว “เจ้าบุตรชายขยะของท่าน ถูกคนของนิกายหยุนไห่หามกลับมายังตระกูลหลิน นำความอับอายมาสู่ตระกูลหลิน จะไม่ให้ผู้คนพูดถึงได้อย่างไร”

        “ข้าจะอวดอ้างบารมีไปได้นานแค่ไหน?หลินเฮ่าหลัน เจ้าหมายความว่าข้าจะอยู่ในตำแหน่งผู้นำตระกูลได้อีกไม่นาน หรือเจ้าอยากจะมาแทนที่ข้า นี่เจ้าคิดว่า เจ้ามีคุณสมบัติพอเหรอ?”หลินไห่ก้าวเท้าไปข้างหน้าแล้วปลดปล่อยกลิ่นอายเย็นยะเยือกออกมา หลินหยุนที่ยืนอยู่ข้างๆหลินเฮ่าหลันก็รู้สึกว่าร่างกายกำลังถูกแช่แข็ง เขารีบหลบไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของหลินเฮ่าหลันทันที

        “มีคุณสมบัติพอหรือไม่มันขึ้นอยู่กับท่านผู้อาวุโส ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับท่าน หลินไห่”สีหน้าของหลินเฮ่าหลันเคร่งขรึมขึ้นมา เขาคาดไม่ถึงเลยว่าวันนี้ หลินไห่จะเปลี่ยนมาเผด็จการแบบนี้

        “เจ้ายอมรับแบบนี้ งั้นก็ดี! ตอนนี้ ข้า หลินไห่ยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูล ในเมื่อลูกชายของเจ้ากล้าสาปแช่งลูกชายของข้าต่อหน้าข้า ข้าควรจะลงโทษแบบไหนดี”

        หลินไห่ไม่มีทีท่าจะยอมถอยเลยสักนิด ความเย็นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิในอากาศก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งน้ำค้างสีขาวก็ปรากฏขึ้น

        “เขาคู่ควรที่จะเป็นผู้นำตระกูลจริงๆ แค่ปลดปล่อยกลิ่นอายที่ทรงอำนาจออกมา ก็สามารถกดข่มลุงสามได้ก่อนแล้ว”สายตาของฝูงชนล้วนมองมาทางนี้ ในใจแอบยกย่องเล็กน้อย พวกเขายังคิดอีกว่าหลินไห่อาจจะเปิดฉากจัดการลุงใหญ่และลุงสาม

        “หลินไห่ เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้าอย่างนั้นรึ”วันนี้หลินเฮ่าหลันได้เตรียมตัวมาก่อนแล้ว ทันทีที่พูดจบ คลื่นความร้อนที่แข็งแกร่งก็พวยพุ่งออกมาต่อต้านความเย็น

        “ท่านพ่อมีจิตวิญญาณแห่งน้ำแข็ง ดังนั้นจึงฝึกทักษะน้ำแข็งเป็นหลัก ส่วนหลินเฮ่าหลันมีจิตวิญญาณแห่งเปลวไฟ จึงฝึกทักษะเปลวไฟเป็นหลัก น้ำพิชิตไฟ ต่อให้เป็นหลินเฮ่าหลันก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ ของท่านพ่อได้ ตัวเอกคราวนี้ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เขา”

        หลินเฟิงจ้องมองไปยังหลินป้าต้าวที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขาเห็นรอยยิ้มเยาะของหลินป้าต้าว ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้นมาว่า “น้องรอง การประชุมของตระกูลใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วนะ หรือว่าผู้นำตระกูลอย่างเจ้าไม่เห็นผู้อาวุโสอยู่ในสายตาแล้วล่ะ”

        กลุ่มผู้อาวุโสคือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในตระกูลหลิน ซึ่งดำรงอยู่เพื่อคอยควบคุมผู้นำตระกูล ดังนั้นหลินป้าต้าวจึงคิดที่จะใช้กลุ่มผู้อาวุโสมากดดันหลินไห่ ให้ออกจากตำแหน่ง

        “ฮึ”หลินไห่กวาดตามองหลินเฮ่าหลันอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะถอนกลิ่นอายกลับมา แล้วเดินจากไปพร้อมหลินเฟิง

        หลินเฮ่าหลันรู้สึกถึงสายตาเหยียดหยามที่หลินไห่จ้องมองมา ในดวงตาของเขาปรากฏแววตาเย็นชาขึ้นมา ครั้งนี้บุตรชายขยะของมันโชคดีมากที่ยังไม่ตาย แต่ครั้งหน้ามันจะไม่ง่ายเช่นนี้แน่

        ไม่ช้าก็เร็วหลินเหิงบุตรชายคนโตของหลินเฮ่าหลันที่เป็นศิษย์สายนอกผู้โดดเด่นของนิกายหยุนไห่ ก็จะกลายเป็นศิษย์สายใน  แม้กระทั่งอาจจะได้เป็นศิษย์หลัก บิดาอาศัยบุตร เมื่อถึงตอนนั้นสถานะของเขาก็เปรียบเสมือนนํ้าขึ้นเรือลอย ต่อให้เป็นผู้นำตระกูลหลินก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้

        และหลินเชียนบุตรสาวของหลินป้าต้าวก็เป็นผู้มีพรสวรรค์เช่นกัน ตอนนี้นางได้เป็นศิษย์สายในของนิกายเฮ่าเยว่แล้ว อนาคตของนางจะมีแต่ความสำเร็จและไร้ซึ่งขีดจำกัด

        ในบรรดาสามคนพี่น้องบุตรชายของหลินไห่มีคุณสมบัติที่ต่ำต้อยที่สุด ถูกผู้คนเรียกขานว่า ไอ้ขยะ นี่เป็นจุดอ่อนที่หลินป้าต้าวและหลินเฮ่าหลันอาศัยโจมตีหลินไห่ ตอนนี้กลุ่มผู้อาวุโสก็มีแนวโน้มที่จะเอนเอียงมาทางพวกเขา และด้วยแนวโน้มนี้ แม้แต่หลินไห่ก็ไม่สามารถขัดขวางได้

        ณ.ลานฝึกขนาดใหญ่ สมาชิกของตระกูลหลินราวๆ400-500คนมารวมตัวกันที่นี่ และตรงกลางของลานฝึกจะมีเวทีหินสีเขียวตั้งอยู่ เวลานี้ผู้ทรงอำนาจของตระกูลหลินได้มาถึงแล้ว

         “ท่านผู้อาวุโสทุกท่าน เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้มีคนจากนิกายหยุนไห่มาที่ตระกูลหลินของพวกเรา เดิมทีก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก แต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่าความจริงแล้วพวกเขาจะมาส่งขยะใกล้ตายเท่านั้น เรื่องนี้ทำให้ตระกูลหลินของพวกเราขายหน้ายิ่งนัก ดังนั้นข้าจึงอยากเสนอให้ขับไล่หลินเฟิงออกจากตระกูล เขาไม่เหมาะที่จะเป็นลูกหลานในตระกูลหลิน”

        หลินเฮ่าหลันลุกยืนขึ้น ก่อนจะประสานมือไปทางเหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ แล้วเปิดฉากกล่าวโจมตีก่อน

        “เจ้ากล่าวได้ตรงไปตรงมามาก ช่างพูดได้ตรงประเด็นจริงๆ แต่ข้า ผู้เป็นผู้นำของตระกูลยังไม่ทันได้กล่าวอะไร แล้วมันถึงรอบของน้องสามตั้งแต่เมื่อไหร่? เจ้าถึงได้ออกท่าออกทางเช่นนี้ ไสหัวกลับไปนั่งที่ของเจ้าซะ”แน่นอนว่าหลินไห่รู้จุดประสงค์ของหลินเฮ่าหลันอย่างชัดเจน เขาอยากจะเห็นว่าอีกฝ่ายจะขับไล่ลูกชายของเขาออกจากตระกูลยังไง จากนั้นจะแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูลของเขาอย่างไร

         “น้องรอง ที่เจ้าพูดมามันก็ไม่ถูก ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นผู้นำของตระกูล แต่น้องสามก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ถือหางเสือของตระกูลหลินนะ เพื่อประโยชน์ของตระกูลหลิน บุตรชายไม่ได้ความของเจ้าที่ดีแต่จะสร้างความอับอายให้กับตระกูลหลินของพวกเรา สมควรที่จะถูกขับออกจากตระกูล”หลินป้าต้าวตั้งใจพูดเสียงดังเพื่อโจมตีหลินไห่

        “บุตรชายข้า ข้าดูแลเองได้ เรื่องในครอบครัวของข้า ยังไม่ถึงคราวที่พวกเจ้าจะเข้ามาสอด หลินป้าต้าว ข้ารู้ว่าเจ้าอยากได้ตำแหน่งของข้ามาโดยตลอด เอาแบบนี้ก็แล้วกัน วันนี้เจ้ากับข้ามาประลองกัน ถ้าเจ้าชนะข้า ข้าจะให้บุตรชายของข้าออกจากตระกูลหลิน แต่ถ้าเจ้าแพ้…ก็เลิกพูดจาเหลวไหลซะ”

        หลินไห่ลุกขึ้นยืนและก้าวไปยังเวทีสูงที่อยู่ตรงกลางลานฝึก เขาปลดปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมา ทางหลินป้าต้าว ถึงแม้ว่าเขาไม่อยากจะประลอง แต่ทว่าก็จำต้องประลอง

        หลินเฟิงเห็นแบบนี้ก็เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อบิดาของตัวเองทันที นี่มันยกตนข่มท่านชัดๆ!!ในใจของเขาพลันกระจ่าง ในทวีปนี้ผู้ที่แข็งแกร่งย่อมได้รับความเคารพ มีเพียงแค่ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์พูด เขาอยากจะใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองทำให้ฝ่ายตรงข้ามหุบปาก

        “ข้ากลัวว่าเจ้าจะแพ้จริงๆ”หลินป้าต้าวได้ยินที่หลินไห่กล่าววาจาไร้สาระดูแคลนตัวเอง ก็พลันโมโหขึ้นมา ร่างของเขาก้าวเข้าไปประจันหน้ากับหลินไห่

        เหล่าผู้อาวุโสยังคงนิ่งเงียบ พวกเขาล้วนมีความสุขเมื่อเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ ถ้าหากว่าหลินไห่แพ้ให้หลินป้าต้าว ทั้งยังมีบุตรชายเป็นขยะผู้หนึ่ง ตำแหน่งผู้นำตระกูลหลินคงได้เปลี่ยนผู้นำอย่างแน่นอน

        “ข้าอยากจะเห็นนัก ว่าเจ้าอาศัยอะไรถึงได้เย่อหยิ่งแบบนี้”หลินป้าต้าวหัวเราะเยาะ แต่หลินไห่กลับไม่สนใจคำพูดไร้สาระของเขา น้ำแข็งพลันปกคลุมบนเวที ผู้คนนับร้อยในตระกูลหลินต่างรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่เสียดแทงไปถึงกระดูก

        นี่เป็นพลังของจิตวิญญาณแห่งนักรบ

        จิตวิญญาณของหลินไห่ก็คือจิตวิญญาณแห่งน้ำแข็ง เมื่อปล่อยพลังออกมา จะทำให้ศัตรูที่อยู่รอบๆถูกความหนาวเย็นกัดกร่อน

        “เขตแดนน้ำแข็งพันลี้”หลินป้าต้าวที่เพิ่งปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเอง กลับได้ยินเสียงของหลินไห่ตะโกนออกมา ทันใดนั้นเสียงแกร๊กๆก็ดังขึ้นโดยมีหลินไห่เป็นจุดศูนย์กลาง น้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่บนเวทีพลันแพร่กระจายออกไปรอบๆ ไม่นานเวทีทั้งหมดก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาว ส่วนหลินป้าต้าวตอนนี้ได้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง และถูกผนึกไว้ในก้อนน้ำแข็ง

        “ตู้ม!”เสียงระเบิดดังขึ้น ก้อนน้ำแข็งพลันแตกกระจาย พวกเขาเห็นร่างของหลินป้าต้าวกระเด็นออกมาพร้อมกระอักเลือดเป็นฝอย ไม่นานร่างของเขาก็ร่วงลงพื้นอย่างจัง

        เหล่าผู้อาวุโสต่างลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นฉากที่น่าตกตะลึงตรงหน้า ไม่น่าเชื่อว่าเพียงกระบวนท่าเดียว หลินป้าต้าวก็แพ้ง่ายๆเช่นนี้

        “เขตแดนน้ำแข็งพันลี้ ที่แท้หลินไห่ก็บรรลุทักษะเขตแดนน้ำแข็งขั้นที่แปดแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะแข็งแกร่งเช่นนี้”สายตาของผู้อาวุโสเปล่งประกาย หลินไห่มีจิตวิญญาณแห่งน้ำแข็ง บวกกับทักษะเขตแดนน้ำแข็งที่ทรงพลัง ทำให้สามารถแช่แข็งหลินป้าต้าวได้ในพริบตา จากนั้นก็ใช้กระบวนท่าสังหาร

        ด้วยกระบวนท่าต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้หลินป้าต้าวไม่มีเวลาตอบสนอง ถ้าเพียงหลินไห่ช้ากว่านี้อีกครึ่งก้าว เกรงว่าเรื่องคงไม่ง่ายดายแบบนี้แน่

        สายตาของคนในตระกูลหลินฉายแววทึมทื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาถึงเห็นความร้ายกาจของหลินไห่ เขาทรงพลังกว่าลุงใหญ่หลินป้าต้าวมาก

        หลินป้าต้าวกระอักเลือดออกมาและจ้องมองหลินไห่ด้วยความรู้สึกเกลียดชัง แต่หลินไห่กลับไม่สนใจ เขาเดาได้ว่าการที่หลินเฟิงได้รับบาดเจ็บสาหัส จะต้องเกี่ยวข้องกับพี่น้องทั้งสองคนอย่างแน่นอน ในเมื่อพวกมันต้องการที่จะสังหารบุตรชายของเขา แล้วข้า หลินไห่ยังต้องสนใจความรู้สึกของพี่น้องอยู่อีกหรือ

        “ท่านผู้อาวุโสทุกท่าน เชิญประชุมต่อเถิด”หลินไห่สอดแขนเข้ากับ แขนเสื้อ ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งตัวเองราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “หึๆ หลินไห่ ในฐานะผู้นำตระกูล การที่เจ้าพัฒนาไปได้อีกหนึ่งขั้น นับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีมาก ข้าเชื่อว่าพวกเด็กๆในตระกูลหลินจะต้องตั้งใจฝึกฝนหนักอย่างแน่นอน เอาล่ะ จุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ได้บรรลุเป้าหมายแล้ว ทุกคนแยกย้ายได้”ผู้อาวุโสสูงสุดยิ้มเล็กน้อย ตอนนี้ไม่มีความหมายที่จะประชุมต่อ

        “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวลาไปก่อน”หลินเฟิงลุกขึ้นยืนแล้วประสานมือไปทางผู้อาวุโสสูงสุด

        “หลินไห่ ข้าอยากจะเห็นนัก ว่าเจ้าจะปกป้องไอ้ขยะนี่ไปได้นานสักเท่าไหร่”เมื่อหลินเฮ่าหลันเห็นเป้าหมายไม่บรรลุผล จึงพูดเสียดสีขึ้นมาอย่างเย็นชา

         “ใช่ ไอ้ขยะอย่างเจ้า นับว่าเป็นความอัปยศของตระกูลหลิน”หลินหยุนรีบพูดเสริมขึ้นมา แต่เมื่อเห็นหลินไห่ปรายตามอง ก็รีบหุบปากลงทันที

        “เสี่ยวเฟิง พวกเราไปกันเถอะ”หลินไห่ไม่อยากสนใจอีกฝ่ายอีก แต่หลินเฟิงกลับไม่เดินตามมา มิหนำซ้ำยังก้าวเท้าไปทางหลินหยุน ฉากนี้ทำให้ผู้คนมีสีหน้าสับสน ไม่รู้ว่าหลินเฟยคิดจะทำอะไรกันแน่

        หลินไห่มองบุตรชายของตนเองด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นหลินเฟิงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของหลินหยุน จากนั้นก็มองหน้าหลินหยุนแล้วพูดว่า“หลินหยุน เจ้าเรียกข้าว่าไอ้ขยะทุกคำ ข้าอยากถามว่า ถ้าหากวันหนึ่งเจ้าค้นพบว่าตัวเองแย่ยิ่งกว่าข้า เจ้าจะหาทางลงให้ตัวเองได้อย่างไร ?”

        “เจ้าฝันอยู่หรือเปล่า ไอ้ขยะอย่างเจ้าเนี่ยนะ จะสามารถเทียบข้าได้”หลินหยุนคิดไม่ถึงเลยว่าไอ้ขยะหลินเฟิงจะกล้าพูดแบบนี้กับเขา จึงอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย

        แววตาของหลินเฟิงเปล่งประกาย จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“หลินหยุน ข้าหลินเฟิง ขอท้าประลองกับเจ้า”

 


อ่านฟรีได้ที่นี่!!!
ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า”https://bit.ly/2WCe8kz