0 Views

        หลินเฟิงไม่คิดที่จะฝึกในอยู่หุบเขาเมฆพายุต่อ เขารีบขึ้นไปที่ด้านบนของหุบเขา

        หลังจากที่ขึ้นมาแล้ว หลินเฟิงก็ก้มมองลงไปในหุบเขาอันกว้างใหญ่ เขาเห็นผู้คนนับพันกำลังฝึกฝน ไม่ก็ต่อสู้กันอยู่ด้านล่าง และตอนนี้เองหลินเฟิงก็ได้เห็นพื้นที่เปิดโล่งแห่งหนึ่ง ขนาดของมันกินพื้นที่ในหุบเขาถึง 1 ใน 10 มันน่าจะสามารถบรรจุคนได้นับพันคนหมื่นคน

        หลินเฟิงเดินมาถึงรอบนอกของหุบเขา และหลินเฟิงได้ไปเจอกับคนรู้จัก นั่นก็คือหานหมานและจิ้งหยุน

        “หลินเฟิง” พอจิ้งหยุนเห็นหลินเฟิง ก็ตะโกนเรียกออกมาอย่างดีใจ

        “จิ้งหยุน เจ้าสวยกว่าครั้งก่อนอีกนะ” หลินเฟิงกล่าวชม จิ้งหยุนในตอนนี้มีเสน่ห์ยิ่งนัก หากเทียบกับเมื่อไม่กี่วันก่อน หลินเฟิงเดาว่านี่น่าจะเป็นผลลัพธ์ของเม็ดยาจู้เหยียน

        จิ้งหยุนได้ยินคำพูดของหลินเฟิงก็หน้าแดงขึ้นมา แล้วก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างเขินอาย “ตรงไหนกัน”

        “ฮ่าฮ่า หลินเฟิง เจ้าทำให้จิ้งหยุนเขินไปหมดแล้ว ” หานหมานเดินเข้ามาหาพลางตบไหล่ของหลินเฟิงอย่างสนิมสนม “ทีแรกพวกข้าก็ว่าจะไปหาเจ้า แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเจ้าที่นี่ ”

        “ หาข้า? มีธุระอะไรหรือ? หลินเฟิงถาม

        “ หลินเฟิง หลังจากที่ใช้เม็ดยากุยหยวน เจ้าก็สามารถทะลวงระดับผ่านแล้วใช่ไหม?”หานหมานมองหลินเฟิงอย่างตั้งตารอ ตอนที่หลินเฟิงสังหารหมาป่านรก เขาก็เพิ่งอยู่ในขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่ 7 หลังจากทะลวงผ่านไปอีกขั้น จะน่าเกรงขามขนาดไหน

         “ ใช่ ข้าเพิ่งทะลวงผ่าน แล้วพวกเจ้าล่ะ ” หลินเฟิงกล่าวอย่างยิ้มๆ

         “ แน่นอน ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้ว ว่าข้าทะลวงระดับได้แน่ๆ” หานหมานกล่าวขณะยิ้ม “ จิ้งหยุนยังไม่สามารถทะลวงผ่านได้ในตอนนี้ อาจจะต้องใช้เวลาสักพัก ถึงจะบรรลุระดับต่อไปได้ ส่วนชิงอียังไม่ออกจากที่พัก แต่ข้าคิดว่าอีกไม่นาน เขาคงสามารถบรรลุได้อย่างแน่นอน”

        หลินเฟิงพยักหน้า ถึงแม้ว่าหานหมานจะเป็นคนเอื่อยเฉื่อย แต่ว่าการบ่มเพาะของเขากลับแข็งแกร่งกว่าจิ้งหยุนและชิงอีซะอีก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติ ที่เขาจะเลื่อนระดับก่อนใคร

        “ หานหมาน เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลย ว่ามาหาข้ามีธุระอะไร?

        หานหมานเกาหัวเล็กน้อยคล้ายกับว่าไม่รู้จะพูดยังไงดี หลินเฟิงยังคงอดทนรอให้อีกฝ่ายพูด

         “หลินเฟิง ตอนนี้ข้าบรรลุขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่ 8 แล้ว และข้าก็อยากไปที่หุบเขาเมฆพายุ แต่ข้าเกรงว่า จะถูกสังหารโดยผู้บ่มเพาะที่โหดเหี้ยม ข้าจึงอยากรบกวนให้เจ้าไปเป็นเพื่อนข้าหน่อย ถ้าหากเจอคู่ต่อสู้ที่ไม่เหี้ยมโหดมาก เจ้าไม่ต้องลงมือนะ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง”

        หานหมานยิ้มกว้างขณะที่ขอร้องหลินเฟิง หลินเฟิงเข้าใจในสิ่งที่หานหมานต้องการ แน่นอนว่า เขาไม่คิดที่จะปฏิเสธคำข้อร้องของสหายอยู่แล้ว

        “เมื่อไหร่?” หลินเฟิงถาม

        “พรุ่งนี้ ข้าต้องเตรียมหน้ากากก่อน”หานหมานเห็นหลินเฟิงตอบตกลงอย่างไม่ลังเลที่ ในใจก็รู้สึกชื่นชมหลินเฟิงมากขึ้น ถึงแม้ว่าหลินเฟิงจะแข็งแกร่ง แต่ทว่าเขากลับไม่หยิ่งยโส มิหนำซ้ำยังเป็นคนที่ยุติธรรมและไม่เรื่องมากอีกด้วย เห็นได้ชัดจากตอนที่พวกเขาเข้าไปล่าสัตว์อสูรที่หุบเขาเฮยเฟิง ทั้งๆที่สัตว์อสูรส่วนใหญ่เป็นฝืมือของหลินเฟิง แต่ทว่าหลินเฟิงกลับยืนยันที่จะแบ่งสมบัติที่ได้มา ให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม

        “ ได้ พร้อมเมื่อไหร่ก็เรียกข้าได้เลย ” หลินเฟิงตอบกลับทันที ผู้คนมากมายที่เข้าไปยังหุบเขา เลือกที่จะสวมหน้ากากไว้ ไม่ใช่เป็นเพราะกฎของนิกายหรืออะไร แต่เป็นเพราะว่า ยามที่พ่ายแพ้มาจะได้ไม่ต้องอับอายขายขี้หน้า ส่วนคนที่ชนะก็จะได้ไม่ถูกคนที่มีนิสัยขี้แพ้ชวนตี นำปัญหามาให้

        “ ข้าอยากไปด้วย หลินเฟิง เจ้าปกป้องข้าหน่อยนะ” จิ้งหยุนพูดเสียงอ้อนออกมา ทำให้หลินเฟิงชะงัก ส่วนหานหมานมองจิ้งหยุนตาค้าง

        “ มองอะไรกัน?”จิ้งหยุนมองพวกเขาและกระทืบเท้าอย่างเขินอาย

        “ ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร ”หลินเฟิงยิ้มออกมา เมื่อเห็นจิ้งหยุนแสดงนิสัยผู้หญิงขี้อ้อนออกมา ถึงจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องมีมุมอ่อนแอของผู้หญิงอยู่บ้างสินะ แต่คนที่แปลกใจที่สุดคือหานหมาน หากเขามองไม่ผิด เหมือนจะเห็นสายตาหวานเชื่อมของจิ้งหยุน ขณะที่เอ่ยปากขอร้องหลินเฟิงให้ปกป้องนาง

        “ เจ้าอยากไปก็ย่อมได้ แต่พวกเราจะต้องไม่ทำตัวให้กลายเป็นจุดสนใจนะ” หลินเฟิงกล่าวออกมา ในหุบเขาเฮยเฟิงมียอดฝีมืออยู่มากมาย มีแม้กระทั่งศิษย์สายใน ด้วยความที่ศิษย์สายในค่อนข้างยโส ดังนั้นพวกเขาจึงชอบที่จะลงมือทำร้ายศิษย์สายนอกอยู่บ่อยครั้ง หลินเฟิงมั่นใจว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขา ถ้าหากไม่ไปเจอศิษย์สายในที่แข็งแกร่งเหมือนเมื่อครู่ ก็ไม่น่าจะพบอุปสรรคอะไรในหุบเขาเฮยเฟิง

        ความจริงแล้ว สถานการณ์ในวันนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่หาได้ยาก ดังนั้นหลินเฟิงจึงซวยไปพบกับ 1 ใน 10 อันดับแรกของศิษย์สายนอก และศิษย์สายในที่แข็งแกร่งคนนั้น

        หลังจากที่ทั้งสามคนได้ปรึกษาหารือกันเรียบร้อย ก็พากันแยกย้ายกันไป หลินเฟิงกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง เพื่อบ่มเพาะพลังต่อ เขามุ่งมั่นในการบ่มเพาะพลังจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้หลินเฟิงกระหายอยากจะแข็งแกร่งขึ้น

        เช้าของวันที่สอง หานหมานมาหาหลินเฟิงก่อน จากนั้นก็พากันไปหาจิ้งหยุน

        นิกายหยุนไห่นั้นกว้างใหญ่ ที่พักของศิษย์สายนอกจึงแบ่งออกเป็นหลายพื้นที่

        เมื่อหลินเฟิงกับหานหมานมาถึงสถานที่นัดพบของจิ้งหยุน ก็เห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ของจิ้งหยุน ข้างกายของนางมีเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์คนหนึ่งกำลังพูดคุยบางอย่างกับนาง

        “ จิ้งหยุน เกิดอะไรขึ้นหรือ?”หลินเฟิงเดินเข้าไปถามจิ้งหยุน

         “หลีกไปให้พ้น ไอ้ขยะ ไม่เห็นหรือไงว่าข้ากำลังพูดกับจิ้งหยุนอยู่?เจ้าสิทธิ์อะไรมาพูดแทรก? เด็กหนุ่มที่กำลังพูดคุยกับจิ้งหยุนอยู่ก็หันมาตะคอกใส่หลินเฟิง เนื่องจากว่าเขากับหลินเหิงนั้นรู้จักกัน ดังนั้นจึงรู้จักหลินเฟิงไปด้วย

         “หลินเฟิง เจ้ามาแล้ว ” จิ้งหยุนไม่สนใจเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าและยิ้มให้หลินเฟิง

        “ใช่ พวกเราไปกันเถอะ ” หลินเฟิงกล่าวขณะที่กวาดสายตามองไปที่เด็กหนุ่มคนนั้นอย่างเย็นยะเยือก และพาจิ้งหยุนเดินออกไปทักที

        “ ช้าก่อน จิ้งหยุน ” เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับดึงแขนของจิ้งหยุน

        “ไปให้พ้น!” หลินเฟิงสะบัดฝ่ามืออกไป แล้วปล่อยคลื่นสวรรค์เก้ากระแทกใส่ร่างของเด็กหนุ่มคนนั้น เด็กคนนั้นอยู่ในขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่ 7 ไม่มีทางที่จะสามารถต้านทานการโมตีของหลินเฟิงได้ ร่างของเขากระเด็นออกไป พร้อมกระอักเลือดออกมา จากนั้นก็เงยหน้ามองหลินเฟิงด้วยสายตาตื่นตระหนก

         “ไอ้ขยะ ” หลินเฟิงกล่าวสองคำออกมา แล้วเดินจากไป ทิ้งให้เด็กหนุ่มที่นอนกองอยู่ที่พื้นหน้าซีด เผือดขึ้นมา ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เจ้าขยะหลินเฟิงมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้?

         “เจ้าหมอนั่นไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึไง?ถึงได้มากวนโมโหหลินเฟิง โอ๊ะ จริงสิจิ้งหยุน เจ้าหมอนั่นเป็นใคร?”หานหมานที่เดินข้างๆหลินเฟิงก็เอ่ยถามจิ้งหยุนอย่างสงสัย

        เมื่อได้ยินคำพูดของหานหมาน จิ้งหยุนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย และมองไปยังหลินเฟิงกับหานหมานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย “เขาบอกว่าพบศพของจิ่งเฟิงในหุบเขาเฮยเฟิง จากสภาพของศพมีรอยถูกฟันที่คอ ตอนนี้จิ่งฮ่าวพี่ชายของจิ่งเฟิง กำลังระดมคนตามหาจิ่งเฟิงอยู่ อีกไม่นานเขาคงมาเคล้นถามกับเราแน่”

        หานหมานตกใจเล็กน้อย มิน่าล่ะสีหน้าของจิ้งหยุนถึงดูไม่ดีนัก

         “อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดเถอะ” หลินเฟิงกล่าวด้วยท่าทีที่สงบ

         “ ถูกต้อง เขายังไม่ใช่ศิษย์สายใน และคงไม่กล้าลงมือทำอะไรพวกเราในนิกายหยุนไห่หรอก อาจจะต้องระมัดระวังตัวยามที่เขาไปในหุบเขาเมฆพายุอยู่บ้าง แต่ที่นั่นคนก็เยอะ แถมพื้นที่ยังกว้างอีก พวกเราคงไม่ดวงซวยไปพบพวกนั้นหรอก” หานหมานกล่าว

        ไม่นานนัก ร่างทั้งสามร่างก็ทยอยกันไต่ลงมาตามโซ่ เมื่อเท้ากระทบลงบนพื้นก็มีฝุ่นควันคลุ้งกระจายเล็กน้อย ทั้งสามคนล้วนสวมใส่หน้ากาก แน่นอนว่า สามคนนี้ก็คือพวกหลินเฟิงนั่นเอง

        ภายในหุบเขา มีป้อมปราการดินอยู่หลังหนึ่ง มันมีขนาดใหญ่มากและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง เทียบเท่ากับบ้านของคนธรรมดานับสิบครัวเรือน ถึงแม้ว่ามันจะทำมาจากดิน แต่กลับมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แม้แต่พายุที่บ้าคลั่งก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้แก่มันได้

         ในหุบเขาเมฆพายุมีปราการดินแบบนี้อีกเป็นจำนวนมาก

        หานหมานเอื้อมมือออกไปสัมผัสป้อมปราการดิน แต่กลับไม่มีดินโคลนสีเหลืองเปื้อนติดมือมาสักนิด ไม่รู้ว่าป้อมปราการดินนี้สร้างขึ้นมาได้ยังไง

        ทันใดนั้น ก็มีเงาร่างหนึ่งวิ่งพรวดพราดออกมาจากป้อมปราการดิน คนๆนี้สวมหน้ากากเหมือนพวกเขา และเมื่อเห็นพวกหลินเฟิง ก็รีบเผ่นแนบไปไกลยิ่งกว่าเดิม ทำให้พวกหลินเฟิงยืนอึ้งอยู่กับที่

        ไม่ช้า หลินเฟิงและคนอื่นๆก็เข้าใจอาการของคนๆนั้น พวกเขาสบตากันแล้วหัวเราะออกมา คนที่เข้ามาในหุบเขาเมฆพายุ ไม่มีใครไม่แข็งแกร่ง ระดับการบ่มเพาะของพวกเขา ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่7หรือ8 บางทีอาจจะสูงกว่านั้น เมื่ออยู่ที่นี่จะไม่มีใครมองออกว่าอีกฝ่าย มีระดับการบ่มเพาะขั้นที่เท่าไหร่ ดังนั้นภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เมื่อเห็นพวกหลินเฟิงยืนจับกลุ่มกันสามคน ทั้งยังดูไม่ธรรมดา ไม่ว่าใครก็ต้องวิ่ง

        ใครจะรู้ว่าสามคนนั้นอาจจะร่วมมือกันเพื่อหาคนกระทืบเล่น?แน่นอนว่า เรื่องแบบนี้มีให้เห็นในหุบเขาเมฆพายุบ่อยๆ

        “ ดูเหมือนว่าพวกเราต้องเว้นระยะห่างกันหน่อยแล้วล่ะ” หลินเฟิงหัวเราะเบาๆ ขณะที่ถอยหลังออกมา จุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ ก็เพื่อให้หานหมานหาประสบการณ์ในการต่อสู้ ดังนั้นหลินเฟิงเพียงแค่คอยมองอยู่ห่างๆก็พอ

 


อ่านฟรีได้ที่นี่!!!
ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า”https://bit.ly/2WCe8kz